เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - ฝูงจิ้งจอกรัญจวน

บทที่ 9 - ฝูงจิ้งจอกรัญจวน

บทที่ 9 - ฝูงจิ้งจอกรัญจวน


บทที่ 9 - ฝูงจิ้งจอกรัญจวน

"ที่นี่มันที่ไหนกัน" หลัวเทียนรู้สึกวิงเวียนศีรษะ เสียงร้องของจิ้งจอกพวกนั้นช่างระคายหู ยิ่งไปกว่านั้นมันยังทะลวงลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ทำให้หวาดผวาและปวดหัวแทบระเบิด

ฉับพลันนั้น จิ้งจอกเหล่านั้นก็จำแลงกายเป็นหญิงงามหยดย้อยนับไม่ถ้วน กระจายอยู่เต็มขุนเขา เรียวขาขาวผ่องอวดโฉมอยู่ทุกหนแห่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา อีกทั้งหน้าตายังละม้ายคล้ายคลึงกับสตรีที่หลัวเทียนคุ้นเคย

หญิงงามนับไม่ถ้วนสวมเพียงผ้าคลุมบางเบา ภายใต้แสงแดดสาดส่อง เรือนร่างอรชรเปลือยเปล่าเลือนรางอยู่รำไร พวกนางต่างโพสท่างดงามยั่วยวน บ้างเผยอปากน้อยๆ บ้างส่งสายตาหวานเชื่อมหยดย้อยมาให้หลัวเทียน บ้างก็ลูบไล้เรือนร่างของตนเอง

กระทั่งมีหญิงสาวหลายคนเดินเข้ามาประชิดตัวหลัวเทียน ทำกิริยายั่วยวนเกินจะบรรยาย กลิ่นหอมกรุ่นจางๆ โชยเข้าจมูก ทะลวงตรงเข้าสู่สมอง

หลัวเทียนพลันรู้สึกคอแห้งผาก เลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน ปีนี้มันเพิ่งอายุครบสิบหก หากตระกูลอวี้ไม่มาถอนหมั้นเสียก่อน มันก็คงได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาไปแล้ว

สำหรับเรื่องพรรค์นี้ แม้มันจะไม่ค่อยประสีประสา แต่ก็เคยจินตนาการไว้บ้าง ทว่าเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับฉากเย้ายวนตัณหาตรงหน้า มันก็แทบจะทนทานไม่ไหว

แต่ทว่านี่ยังไม่จบ ไม่นานนักผ้าคลุมบางเบาบนร่างของหญิงงามนับไม่ถ้วนก็อันตรธานหายไป เผยให้เห็นเรือนร่างเย้ายวนตราตรึงใจต่อหน้าหลัวเทียนอย่างโจ่งแจ้ง

ไม่รู้ว่ามีบุรุษโผล่มาจากไหน พวกมันเองก็เปลือยเปล่าล่อนจ้อนเช่นกัน เข้าไปเสพสมร่วมรักกับหญิงสาวเหล่านั้น ส่งเสียงครวญครางอย่างไม่ละอาย ดินแดนสุขาวดีแปรสภาพเป็นลานโลกีย์หมู่ในพริบตา

จังหวะอันเร่าร้อน เสียงครางกระเส่าของสตรีร่านสวาทดังก้องอยู่ในหัวของหลัวเทียน ทำให้เบื้องล่างของมันปวดหนึบ รุ่มร้อนไปทั้งตัว เลือดกำเดาไหลเป็นทาง

"บัดซบ นี่มันภาพมายา มีเพียงจิ้งจอกรัญจวนเท่านั้นที่สามารถสร้างภาพลวงตาเช่นนี้ได้!"

ขณะที่หลัวเทียนกำลังตั้งสติ หญิงสาวหลายคนก็เดินเข้ามาหามัน บ้างก็ดุดันรุกเร้า บ้างก็อ่อนหวานน่าทะนุถนอม บ้างก็หยิ่งยโสโอหัง บ้างก็เรียบร้อยดั่งกุลสตรี ทว่าทุกนางล้วนงดงามหยดย้อย ดวงตาฉ่ำปรือเป็นประกาย

"อ๊าก!"

หลัวเทียนคำรามลั่น หากมันห้ามใจไม่อยู่แล้วพุ่งเข้าไปกระโจนใส่ เกรงว่าวันนี้ชีวิตของมันคงต้องจบสิ้นเพราะจิ้งจอกพวกนี้เป็นแน่

ซู่ ซู่ ซู่!

หลัวเทียนรวบรวมสมาธิ กัดฟันต้านทานสิ่งยั่วเย้า เพลิงสวรรค์เก้ามังกรลุกโชนแผดเผา ห่อหุ้มจิตวิญญาณไว้ เสียงครางกระเส่าเหล่านั้นไม่อาจส่งผลกระทบต่อมันได้อีกต่อไป

ภาพหญิงงามยั่วยวนที่กระจายอยู่เต็มขุนเขามลายหายไปจนสิ้น แท้จริงแล้วพวกมันล้วนเป็นจิ้งจอกรัญจวน และมีหลายตัวที่กำลังรายล้อมมันอยู่

ใบหน้าของพวกมันดูเคลิบเคลิ้ม กรงเล็บปุกปุยลูบไล้ไปตามตัวของมัน ดวงตากระหายเลือดแปรเปลี่ยนเป็นหยาดเยิ้ม กลิ่นหอมกรุ่นจางๆ เมื่อครู่ก็แปรสภาพเป็นกลิ่นเหม็นสาบสางของสุนัขจิ้งจอก

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ตนเองแอบมีอารมณ์กับจิ้งจอกพวกนี้ หลัวเทียนก็คลื่นไส้จนแทบจะอาเจียนออกมา ทั้งยังแอบเสียวสันหลังวาบ แน่นอนว่าสิ่งที่มากกว่านั้นคือความโกรธเกรี้ยว

"บัดซบเอ๊ย!"

หลัวเทียนอดไม่ได้ที่จะสบถคำหยาบออกมา หากมันไม่มีเพลิงสวรรค์เก้ามังกรคุ้มกาย ก็คงเสร็จพวกจิ้งจอกนี่ไปแล้ว หากมันเผลอไปทำเรื่องบัดสีกับจิ้งจอกพวกนี้เข้า ชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมาทั้งชีวิตคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี แค่คิดหลัวเทียนก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"ตายซะ!"

ใบหน้าของหลัวเทียนแดงก่ำ ความอับอายระคนความโกรธเกรี้ยวพุ่งปรี๊ด หมัดแปดผสานระเบิดพลังออกไป สังหารจิ้งจอกรัญจวนรอบกายไปหลายตัว ติงหลอมวิญญาณดึงวิญญาณของพวกมันมาในพริบตา

กุ๊กๆ!

กั้กๆ!

ฝูงจิ้งจอกรัญจวนส่งเสียงร้องระงม ทว่าเสียงร้องนี้ไม่ได้ทะลวงเข้าสู่จิตวิญญาณเหมือนคราวก่อน พวกมันกลับแยกเขี้ยวกลายร่างเป็นฝูงอสูรดุร้าย พุ่งทะยานเข้าโจมตีหลัวเทียนแทน

"รนหาที่ตาย!" หลัวเทียนแค่นเสียงเย็น แม้จิ้งจอกรัญจวนจะมีจำนวนมหาศาล แต่ระดับพลังของพวกมันต่ำต้อยนัก สูงสุดก็แค่ระดับผสานกำเนิด กลับกล้าเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน

ฝ่ามือแปดผสานสะท้านสี่ทิศ!

หลัวเทียนไม่ลังเล ตัดสินใจลงมืออย่างเด็ดขาด เพลิงสวรรค์เก้ามังกรลุกโชนคลุมร่าง ที่ใดที่มันพุ่งผ่าน จิ้งจอกรัญจวนก็ส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนที่ลมหายใจจะดับวูบลง และถูกติงหลอมวิญญาณดึงวิญญาณไปทันที

เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป หลัวเทียนทุ่มสุดกำลังจนเริ่มรู้สึกกระดูกอ่อนยวบ ท่อนแขนปวดร้าว ฝูงจิ้งจอกรัญจวนยังคงดาหน้าเข้ามาอย่างไม่ลดละ ไม่กลัวตาย โจมตีหลัวเทียนอย่างต่อเนื่อง

พวกมันมีใจสู้ชนิดที่ยอมตายเยี่ยงแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ!

"บัดซบ ทำไมยิ่งฆ่าถึงยิ่งเยอะ พวกมันไม่รักตัวกลัวตายกันเลยหรือไง"

หลัวเทียนเริ่มหมดอารมณ์จะสู้ต่อ เพราะจิ้งจอกรัญจวนเหล่านี้ระดับพลังต่ำเกินไป เม็ดยาที่กลั่นได้ก็ไร้ประโยชน์ มันสังหารพวกมันไปมากพอแล้ว โทสะในใจก็มลายหายไปจนสิ้น

มันหันหลังกลับ เตรียมจะมุดลงไปในทางลับใต้ดิน

ทันใดนั้น เสียงร้องของพวกมันก็ยิ่งดุดันขึ้น ฝูงจิ้งจอกรัญจวนบุกจู่โจมด้วยความถี่ที่สูงกว่าเดิม และดูเหมือนว่าทุกสิ่งที่พวกมันทำ ก็เพื่อขัดขวางไม่ให้หลัวเทียนเข้าไป

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!"

ดวงตาของหลัวเทียนเบิกกว้าง มิน่าเล่าฝูงจิ้งจอกรัญจวนถึงได้ไม่กลัวตายถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็ไม่อยากให้มันลงไปในทางลับนี่เอง

"พวกมันกำลังปกป้องสิ่งใดอยู่ หรือว่าจะเป็น... ขุมทรัพย์ในแผนที่!"

หลัวเทียนหัวเราะลั่น มันแอบดีใจที่จิ้งจอกรัญจวนพวกนี้ระดับพลังต่ำต้อย ไม่อาจหยุดยั้งฝีเท้าของมันได้ สมบัติชิ้นนี้มันต้องคว้ามาให้ได้

หลัวเทียนไม่สนใจพวกมัน มุ่งหน้าตรงไปยังปากทางลับ ทว่าค่อยๆ ปรากฏจิ้งจอกรัญจวนระดับผสานกำเนิดขึ้นมาขวางทาง

"ยังมีระดับผสานกำเนิดซ่อนอยู่อีกรึ แต่ก็แค่ผสานกำเนิดขั้นต้น ไม่คณามือข้าหรอก!" หลัวเทียนยิ่งมั่นใจว่าในทางลับต้องมีสมบัติซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

ทว่าถึงกระนั้น จิ้งจอกรัญจวนระดับผสานกำเนิดเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะมีสติปัญญาอยู่บ้าง พวกมันซุ่มซ่อนอยู่ในฝูง คอยสั่งการรบ บางครั้งก็ขว้างลูกบอลพลังวิญญาณมาจากระยะไกล แม้จะสร้างบาดแผลให้หลัวเทียนไม่ได้มากนัก แต่ก็ทำให้ฝีเท้าของมันชะงักไปไม่น้อย

"บัดซบ น่ารำคาญชะมัด!"

สีหน้าของหลัวเทียนเริ่มตึงเครียด การปรากฏตัวของจิ้งจอกรัญจวนระดับผสานกำเนิดทำให้มันไม่อาจฝ่าฟันเข้าไปได้ง่ายๆ มันฉุกคิดถึงหมอกพิษสีเขียวของตระกูลโจวขึ้นมาได้

"ปล่อย!"

หลัวเทียนตวาดลั่น ติงหลอมวิญญาณพ่นหมอกพิษที่ดูดซับมาจากคนตระกูลโจวเข้าใส่ฝูงจิ้งจอกรัญจวน จิ้งจอกรัญจวนจำนวนมากไม่อาจใช้พลังลมปราณได้ทันที ทำได้เพียงกัดฟันต้านทานการกัดกร่อนของหมอกพิษ ขยับเขยื้อนตัวไม่ได้

"ใช้ได้ผลดีเยี่ยม!"

หลัวเทียนเอ่ยชม ถนนเบื้องหน้าเปิดโล่งไร้สิ่งกีดขวาง เมื่อนึกถึงสมบัติที่กำลังจะตกถึงมือ ความตื่นเต้นก็เอ่อล้นออกมาจนยากจะปิดบัง

ทว่าในขณะที่หลัวเทียนกำลังจะก้าวลงไปในทางลับนั้นเอง พลังอันแข็งแกร่งบ้าคลั่งสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดิน แฝงมาด้วยจิตสังหารรุนแรงและรังสีอำมหิต

ใบหน้าของหลัวเทียนซีดเผือดในพริบตา มันรีบเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว

ร่างสีขาวสายหนึ่งพุ่งพรวดขึ้นมาจากทางลับด้วยความเร็วที่สายตาของหลัวเทียนแทบจะมองตามไม่ทัน ก่อนจะค่อยๆ ร่อนลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล

มันคือพญาจิ้งจอกรัญจวน ร่างกายมหึมาสูงกว่าสองจ้าง ขนสีขาวทั่วร่างฟูฟ่องละเอียดอ่อนดุจหิมะ พวงหางทั้งสามโบกสะบัดไปมา ดูน่าเกรงขามและทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้

ฝูงจิ้งจอกรัญจวนต่างคุกเข่าหมอบกราบ ชูอุ้งเท้าขึ้นทำท่าทางแบบเดียวกัน คล้ายกำลังประกอบพิธีกรรม หรือไม่ก็กำลังแสดงความเคารพภักดี

"ยอดฝีมือระดับตำหนักวิญญาณ!" ใบหน้าของหลัวเทียนเคร่งเครียด มันตระหนักได้ในทันทีว่าในทางลับไม่ได้มีสมบัติบ้าบออะไรซ่อนอยู่ แต่เป็นเพราะพญาจิ้งจอกรัญจวนถือกำเนิดขึ้น พวกมันถึงได้ยอมพลีชีพปกป้อง

พญาจิ้งจอกรัญจวนเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ หมอกพิษสีเขียวก็แตกซ่านหายไปจนหมดสิ้น วิชานี้ล้ำเลิศจนหลัวเทียนไม่เคยเห็นมาก่อน จากนั้นมันก็จ้องมองหลัวเทียนเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ฝูงจิ้งจอกก็ส่งเสียงร้องระงมขึ้นอีกครั้ง

หลัวเทียนลอบโอดครวญในใจ พญาจิ้งจอกรัญจวนตัวนี้แผ่กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 9 - ฝูงจิ้งจอกรัญจวน

คัดลอกลิงก์แล้ว