- หน้าแรก
- จากเศษสวะของตระกูล สู่ตัวตนที่ทั้งสิบพิภพต้องหวาดกลัว
- บทที่ 9 - ฝูงจิ้งจอกรัญจวน
บทที่ 9 - ฝูงจิ้งจอกรัญจวน
บทที่ 9 - ฝูงจิ้งจอกรัญจวน
บทที่ 9 - ฝูงจิ้งจอกรัญจวน
"ที่นี่มันที่ไหนกัน" หลัวเทียนรู้สึกวิงเวียนศีรษะ เสียงร้องของจิ้งจอกพวกนั้นช่างระคายหู ยิ่งไปกว่านั้นมันยังทะลวงลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ทำให้หวาดผวาและปวดหัวแทบระเบิด
ฉับพลันนั้น จิ้งจอกเหล่านั้นก็จำแลงกายเป็นหญิงงามหยดย้อยนับไม่ถ้วน กระจายอยู่เต็มขุนเขา เรียวขาขาวผ่องอวดโฉมอยู่ทุกหนแห่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา อีกทั้งหน้าตายังละม้ายคล้ายคลึงกับสตรีที่หลัวเทียนคุ้นเคย
หญิงงามนับไม่ถ้วนสวมเพียงผ้าคลุมบางเบา ภายใต้แสงแดดสาดส่อง เรือนร่างอรชรเปลือยเปล่าเลือนรางอยู่รำไร พวกนางต่างโพสท่างดงามยั่วยวน บ้างเผยอปากน้อยๆ บ้างส่งสายตาหวานเชื่อมหยดย้อยมาให้หลัวเทียน บ้างก็ลูบไล้เรือนร่างของตนเอง
กระทั่งมีหญิงสาวหลายคนเดินเข้ามาประชิดตัวหลัวเทียน ทำกิริยายั่วยวนเกินจะบรรยาย กลิ่นหอมกรุ่นจางๆ โชยเข้าจมูก ทะลวงตรงเข้าสู่สมอง
หลัวเทียนพลันรู้สึกคอแห้งผาก เลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน ปีนี้มันเพิ่งอายุครบสิบหก หากตระกูลอวี้ไม่มาถอนหมั้นเสียก่อน มันก็คงได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาไปแล้ว
สำหรับเรื่องพรรค์นี้ แม้มันจะไม่ค่อยประสีประสา แต่ก็เคยจินตนาการไว้บ้าง ทว่าเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับฉากเย้ายวนตัณหาตรงหน้า มันก็แทบจะทนทานไม่ไหว
แต่ทว่านี่ยังไม่จบ ไม่นานนักผ้าคลุมบางเบาบนร่างของหญิงงามนับไม่ถ้วนก็อันตรธานหายไป เผยให้เห็นเรือนร่างเย้ายวนตราตรึงใจต่อหน้าหลัวเทียนอย่างโจ่งแจ้ง
ไม่รู้ว่ามีบุรุษโผล่มาจากไหน พวกมันเองก็เปลือยเปล่าล่อนจ้อนเช่นกัน เข้าไปเสพสมร่วมรักกับหญิงสาวเหล่านั้น ส่งเสียงครวญครางอย่างไม่ละอาย ดินแดนสุขาวดีแปรสภาพเป็นลานโลกีย์หมู่ในพริบตา
จังหวะอันเร่าร้อน เสียงครางกระเส่าของสตรีร่านสวาทดังก้องอยู่ในหัวของหลัวเทียน ทำให้เบื้องล่างของมันปวดหนึบ รุ่มร้อนไปทั้งตัว เลือดกำเดาไหลเป็นทาง
"บัดซบ นี่มันภาพมายา มีเพียงจิ้งจอกรัญจวนเท่านั้นที่สามารถสร้างภาพลวงตาเช่นนี้ได้!"
ขณะที่หลัวเทียนกำลังตั้งสติ หญิงสาวหลายคนก็เดินเข้ามาหามัน บ้างก็ดุดันรุกเร้า บ้างก็อ่อนหวานน่าทะนุถนอม บ้างก็หยิ่งยโสโอหัง บ้างก็เรียบร้อยดั่งกุลสตรี ทว่าทุกนางล้วนงดงามหยดย้อย ดวงตาฉ่ำปรือเป็นประกาย
"อ๊าก!"
หลัวเทียนคำรามลั่น หากมันห้ามใจไม่อยู่แล้วพุ่งเข้าไปกระโจนใส่ เกรงว่าวันนี้ชีวิตของมันคงต้องจบสิ้นเพราะจิ้งจอกพวกนี้เป็นแน่
ซู่ ซู่ ซู่!
หลัวเทียนรวบรวมสมาธิ กัดฟันต้านทานสิ่งยั่วเย้า เพลิงสวรรค์เก้ามังกรลุกโชนแผดเผา ห่อหุ้มจิตวิญญาณไว้ เสียงครางกระเส่าเหล่านั้นไม่อาจส่งผลกระทบต่อมันได้อีกต่อไป
ภาพหญิงงามยั่วยวนที่กระจายอยู่เต็มขุนเขามลายหายไปจนสิ้น แท้จริงแล้วพวกมันล้วนเป็นจิ้งจอกรัญจวน และมีหลายตัวที่กำลังรายล้อมมันอยู่
ใบหน้าของพวกมันดูเคลิบเคลิ้ม กรงเล็บปุกปุยลูบไล้ไปตามตัวของมัน ดวงตากระหายเลือดแปรเปลี่ยนเป็นหยาดเยิ้ม กลิ่นหอมกรุ่นจางๆ เมื่อครู่ก็แปรสภาพเป็นกลิ่นเหม็นสาบสางของสุนัขจิ้งจอก
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ตนเองแอบมีอารมณ์กับจิ้งจอกพวกนี้ หลัวเทียนก็คลื่นไส้จนแทบจะอาเจียนออกมา ทั้งยังแอบเสียวสันหลังวาบ แน่นอนว่าสิ่งที่มากกว่านั้นคือความโกรธเกรี้ยว
"บัดซบเอ๊ย!"
หลัวเทียนอดไม่ได้ที่จะสบถคำหยาบออกมา หากมันไม่มีเพลิงสวรรค์เก้ามังกรคุ้มกาย ก็คงเสร็จพวกจิ้งจอกนี่ไปแล้ว หากมันเผลอไปทำเรื่องบัดสีกับจิ้งจอกพวกนี้เข้า ชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมาทั้งชีวิตคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี แค่คิดหลัวเทียนก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ตายซะ!"
ใบหน้าของหลัวเทียนแดงก่ำ ความอับอายระคนความโกรธเกรี้ยวพุ่งปรี๊ด หมัดแปดผสานระเบิดพลังออกไป สังหารจิ้งจอกรัญจวนรอบกายไปหลายตัว ติงหลอมวิญญาณดึงวิญญาณของพวกมันมาในพริบตา
กุ๊กๆ!
กั้กๆ!
ฝูงจิ้งจอกรัญจวนส่งเสียงร้องระงม ทว่าเสียงร้องนี้ไม่ได้ทะลวงเข้าสู่จิตวิญญาณเหมือนคราวก่อน พวกมันกลับแยกเขี้ยวกลายร่างเป็นฝูงอสูรดุร้าย พุ่งทะยานเข้าโจมตีหลัวเทียนแทน
"รนหาที่ตาย!" หลัวเทียนแค่นเสียงเย็น แม้จิ้งจอกรัญจวนจะมีจำนวนมหาศาล แต่ระดับพลังของพวกมันต่ำต้อยนัก สูงสุดก็แค่ระดับผสานกำเนิด กลับกล้าเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน
ฝ่ามือแปดผสานสะท้านสี่ทิศ!
หลัวเทียนไม่ลังเล ตัดสินใจลงมืออย่างเด็ดขาด เพลิงสวรรค์เก้ามังกรลุกโชนคลุมร่าง ที่ใดที่มันพุ่งผ่าน จิ้งจอกรัญจวนก็ส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนที่ลมหายใจจะดับวูบลง และถูกติงหลอมวิญญาณดึงวิญญาณไปทันที
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป หลัวเทียนทุ่มสุดกำลังจนเริ่มรู้สึกกระดูกอ่อนยวบ ท่อนแขนปวดร้าว ฝูงจิ้งจอกรัญจวนยังคงดาหน้าเข้ามาอย่างไม่ลดละ ไม่กลัวตาย โจมตีหลัวเทียนอย่างต่อเนื่อง
พวกมันมีใจสู้ชนิดที่ยอมตายเยี่ยงแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ!
"บัดซบ ทำไมยิ่งฆ่าถึงยิ่งเยอะ พวกมันไม่รักตัวกลัวตายกันเลยหรือไง"
หลัวเทียนเริ่มหมดอารมณ์จะสู้ต่อ เพราะจิ้งจอกรัญจวนเหล่านี้ระดับพลังต่ำเกินไป เม็ดยาที่กลั่นได้ก็ไร้ประโยชน์ มันสังหารพวกมันไปมากพอแล้ว โทสะในใจก็มลายหายไปจนสิ้น
มันหันหลังกลับ เตรียมจะมุดลงไปในทางลับใต้ดิน
ทันใดนั้น เสียงร้องของพวกมันก็ยิ่งดุดันขึ้น ฝูงจิ้งจอกรัญจวนบุกจู่โจมด้วยความถี่ที่สูงกว่าเดิม และดูเหมือนว่าทุกสิ่งที่พวกมันทำ ก็เพื่อขัดขวางไม่ให้หลัวเทียนเข้าไป
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!"
ดวงตาของหลัวเทียนเบิกกว้าง มิน่าเล่าฝูงจิ้งจอกรัญจวนถึงได้ไม่กลัวตายถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็ไม่อยากให้มันลงไปในทางลับนี่เอง
"พวกมันกำลังปกป้องสิ่งใดอยู่ หรือว่าจะเป็น... ขุมทรัพย์ในแผนที่!"
หลัวเทียนหัวเราะลั่น มันแอบดีใจที่จิ้งจอกรัญจวนพวกนี้ระดับพลังต่ำต้อย ไม่อาจหยุดยั้งฝีเท้าของมันได้ สมบัติชิ้นนี้มันต้องคว้ามาให้ได้
หลัวเทียนไม่สนใจพวกมัน มุ่งหน้าตรงไปยังปากทางลับ ทว่าค่อยๆ ปรากฏจิ้งจอกรัญจวนระดับผสานกำเนิดขึ้นมาขวางทาง
"ยังมีระดับผสานกำเนิดซ่อนอยู่อีกรึ แต่ก็แค่ผสานกำเนิดขั้นต้น ไม่คณามือข้าหรอก!" หลัวเทียนยิ่งมั่นใจว่าในทางลับต้องมีสมบัติซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
ทว่าถึงกระนั้น จิ้งจอกรัญจวนระดับผสานกำเนิดเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะมีสติปัญญาอยู่บ้าง พวกมันซุ่มซ่อนอยู่ในฝูง คอยสั่งการรบ บางครั้งก็ขว้างลูกบอลพลังวิญญาณมาจากระยะไกล แม้จะสร้างบาดแผลให้หลัวเทียนไม่ได้มากนัก แต่ก็ทำให้ฝีเท้าของมันชะงักไปไม่น้อย
"บัดซบ น่ารำคาญชะมัด!"
สีหน้าของหลัวเทียนเริ่มตึงเครียด การปรากฏตัวของจิ้งจอกรัญจวนระดับผสานกำเนิดทำให้มันไม่อาจฝ่าฟันเข้าไปได้ง่ายๆ มันฉุกคิดถึงหมอกพิษสีเขียวของตระกูลโจวขึ้นมาได้
"ปล่อย!"
หลัวเทียนตวาดลั่น ติงหลอมวิญญาณพ่นหมอกพิษที่ดูดซับมาจากคนตระกูลโจวเข้าใส่ฝูงจิ้งจอกรัญจวน จิ้งจอกรัญจวนจำนวนมากไม่อาจใช้พลังลมปราณได้ทันที ทำได้เพียงกัดฟันต้านทานการกัดกร่อนของหมอกพิษ ขยับเขยื้อนตัวไม่ได้
"ใช้ได้ผลดีเยี่ยม!"
หลัวเทียนเอ่ยชม ถนนเบื้องหน้าเปิดโล่งไร้สิ่งกีดขวาง เมื่อนึกถึงสมบัติที่กำลังจะตกถึงมือ ความตื่นเต้นก็เอ่อล้นออกมาจนยากจะปิดบัง
ทว่าในขณะที่หลัวเทียนกำลังจะก้าวลงไปในทางลับนั้นเอง พลังอันแข็งแกร่งบ้าคลั่งสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดิน แฝงมาด้วยจิตสังหารรุนแรงและรังสีอำมหิต
ใบหน้าของหลัวเทียนซีดเผือดในพริบตา มันรีบเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว
ร่างสีขาวสายหนึ่งพุ่งพรวดขึ้นมาจากทางลับด้วยความเร็วที่สายตาของหลัวเทียนแทบจะมองตามไม่ทัน ก่อนจะค่อยๆ ร่อนลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล
มันคือพญาจิ้งจอกรัญจวน ร่างกายมหึมาสูงกว่าสองจ้าง ขนสีขาวทั่วร่างฟูฟ่องละเอียดอ่อนดุจหิมะ พวงหางทั้งสามโบกสะบัดไปมา ดูน่าเกรงขามและทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้
ฝูงจิ้งจอกรัญจวนต่างคุกเข่าหมอบกราบ ชูอุ้งเท้าขึ้นทำท่าทางแบบเดียวกัน คล้ายกำลังประกอบพิธีกรรม หรือไม่ก็กำลังแสดงความเคารพภักดี
"ยอดฝีมือระดับตำหนักวิญญาณ!" ใบหน้าของหลัวเทียนเคร่งเครียด มันตระหนักได้ในทันทีว่าในทางลับไม่ได้มีสมบัติบ้าบออะไรซ่อนอยู่ แต่เป็นเพราะพญาจิ้งจอกรัญจวนถือกำเนิดขึ้น พวกมันถึงได้ยอมพลีชีพปกป้อง
พญาจิ้งจอกรัญจวนเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ หมอกพิษสีเขียวก็แตกซ่านหายไปจนหมดสิ้น วิชานี้ล้ำเลิศจนหลัวเทียนไม่เคยเห็นมาก่อน จากนั้นมันก็จ้องมองหลัวเทียนเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ฝูงจิ้งจอกก็ส่งเสียงร้องระงมขึ้นอีกครั้ง
หลัวเทียนลอบโอดครวญในใจ พญาจิ้งจอกรัญจวนตัวนี้แผ่กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว...
[จบแล้ว]