- หน้าแรก
- จากเศษสวะของตระกูล สู่ตัวตนที่ทั้งสิบพิภพต้องหวาดกลัว
- บทที่ 7 - ปะทะเดือด
บทที่ 7 - ปะทะเดือด
บทที่ 7 - ปะทะเดือด
บทที่ 7 - ปะทะเดือด
เสือดาวลายจุดมีเกราะแกร่งและกรงเล็บคมกริบ เป็นนักล่าโดยกำเนิด เคลื่อนไหวดุจสายลม เชี่ยวชาญการเร้นกายในเงามืดเพื่อลอบสังหารเหยื่อด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
เสือดาวลายจุดนับเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรที่อันตรายที่สุดในป่าลึกเทียนหยาง มนุษย์ล่าสัตว์อสูรเพื่อเอาเนื้อ หนัง หรือแม้แต่แก่นอสูรและวิญญาณอสูรมาเพิ่มพูนพลังการฝึกฝนฉันใด เสือดาวลายจุดก็เป็นเช่นนั้น มันไม่เพียงล่าสัตว์อสูรด้วยกันเอง แต่ยังมีขีดความสามารถพอที่จะล่ามนุษย์ได้ด้วย
"เดรัจฉานตัวนี้ไม่รู้ว่าสังหารผู้คนมามากเท่าใดแล้ว ถึงได้กล้ามาลูบคมข้า!"
หลัวเทียนโกรธจัด สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณแผ่นหลัง ทว่าในใจก็แอบตื่นตระหนกไม่น้อย ระดับพลังของมันสูงกว่าเดรัจฉานตัวนี้อยู่บ้าง แต่กลับยังพลาดท่าถูกโจมตีจนได้
เสือดาวลายจุดตัวนี้ซ่อนพรางเก่งกาจ ความเร็วเป็นเลิศ อีกทั้งยังเลือกจังหวะลงมือในตอนที่หลัวเทียนเพิ่งเลื่อนระดับพลัง ซึ่งเป็นช่วงที่ประสาทสัมผัสรับรู้โลกภายนอกลดต่ำลงที่สุด หากหลัวเทียนไม่ได้หลอมรวมกับเพลิงสวรรค์เก้ามังกรจนมีพลังวิญญาณและพลังจิตแกร่งกล้าเหนือคนทั่วไป ความประมาทเพียงครั้งเดียวในวันนี้ก็อาจทำให้มันต้องจบชีวิตลงที่นี่จริงๆ
ต้องยอมรับเลยว่าป่าลึกเทียนหยางแห่งนี้เต็มไปด้วยภยันตรายรอบด้าน ความประมาทเพียงเลินเล่ออาจนำมาซึ่งหายนะถึงชีวิต
โดยทั่วไปแล้วสัตว์อสูรระดับผสานกำเนิดไม่ควรมาปรากฏตัวในอาณาบริเวณนี้ ทว่าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ สัตว์อสูรในป่าลึกเทียนหยางคงมีสติปัญญาอยู่บ้าง มนุษย์ล่าพวกมัน พวกมันก็ย้อนกลับมาล่ามนุษย์เช่นกัน
"น่าสะพรึงกลัวนัก!"
หลัวเทียนไม่กล้าคิดให้ลึกซึ้งไปกว่านี้ หากในส่วนลึกของป่ามีสัตว์อสูรทรงปัญญาที่แข็งแกร่งดำรงอยู่จริง และพวกมันคิดจะล่ามนุษย์จนเกิดเป็นคลื่นสัตว์อสูรทะลักทลาย เกรงว่าตระกูลรอบนอกคงไม่มีผู้ใดต้านทานได้เป็นแน่
"คิดจะหนีรึ" หลัวเทียนไม่มีเวลาให้คิดฟุ้งซ่าน มันแค่นเสียงเย็นชา เมื่อเห็นว่าเสือดาวลายจุดลอบโจมตีพลาดและทำท่าจะเผ่นหนี "ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าวิญญาณอสูรระดับผสานกำเนิดจะกลั่นเม็ดยาวิญญาณอสูรได้ทรงพลังเพียงใด!"
ร่างของหลัวเทียนพุ่งทะยานวูบเดียวก็ไปขวางทางหนีของเสือดาวลายจุดไว้ได้
"หมัดแปดผสาน!"
หลัวเทียนกำหมัดแน่น อัดฉีดพลังลมปราณเข้าไปเต็มเปี่ยม ระหว่างที่วาดหมัด ร่างกายก็เคลื่อนไหวสลับตำแหน่ง บนห้วงอากาศปรากฏเงาหมัดถึงแปดหมัด พลังอำนาจดุดันกึกก้อง พุ่งกระแทกเข้าใส่หัวของเสือดาวลายจุดอย่างจัง
สิ่งที่หลัวเทียนใช้ออกมาคือเคล็ดวิชาหมัดที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลหลัว ทักษะยุทธ์ระดับหวงขั้นกลาง หมัดแปดผสาน
ทักษะยุทธ์แบ่งออกเป็นสี่ระดับคือ ฟ้า ดิน เสวียน หวง ระดับฟ้าคือจุดสูงสุดทว่าไม่มีผู้ใดเคยพบเห็น ส่วนระดับหวงแม้จะต่ำต้อยที่สุด แต่การที่มันถูกจัดให้เป็นทักษะยุทธ์ได้ก็ย่อมมีความร้ายกาจในตัวของมันเอง
เสือดาวลายจุดคำรามลั่นอย่างไม่ยอมจำนน ร่างมหึมาของมันกางกรงเล็บแหลมคม พุ่งทะยานเข้าปะทะกับหลัวเทียนอย่างดุดัน
กรงเล็บและหมัดปะทะกัน พลังลมปราณแตกซ่าน คลื่นอากาศม้วนตัวสาดซัด ใบไม้แห้งปลิวว่อน แรงกระแทกมหาศาลทำให้ต้นไม้รอบด้านยากจะทานทน กิ่งก้านสาขาหักสะบั้นร่วงหล่นลงมานับไม่ถ้วน
พื้นดินเบื้องล่างของหนึ่งคนหนึ่งอสูรยุบตัวลงในพริบตา รอยร้าวลุกลามแผ่ขยายออกไปไกลราวกับโรคระบาด
ทั้งสองฝ่ายไม่มีการหยั่งเชิงใดๆ ทั้งสิ้น ต่างฝ่ายต่างทุ่มสุดกำลังตั้งแต่เริ่ม หมายจะสังหารอีกฝ่ายให้ตกตายในกระบวนท่าเดียว
ร่างของหลัวเทียนถูกกระแทกจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว หมัดของมันชาหนึบ
ส่วนร่างของเสือดาวลายจุดถูกซัดจนปลิวละลิ่ว ทว่ากลางอากาศมันกลับบิดตัวด้วยท่วงท่าพิสดาร และร่อนลงยืนบนพื้นได้อย่างมั่นคง
"แข็งแกร่งมาก!"
ม่านตาของหลัวเทียนหดแคบลง แม้ร่างกายของสัตว์อสูรจะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว แต่หลัวเทียนก็มั่นใจในพรสวรรค์ของตนว่าเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันอย่างเทียบไม่ติด ยิ่งไปกว่านั้นระดับพลังของมันในตอนนี้ยังสูงกว่าเสือดาวลายจุดตรงหน้าอยู่บ้าง แต่การปะทะเมื่อครู่กลับทำได้เพียงชิงความได้เปรียบมาได้นิดหน่อยเท่านั้น
"ดูท่าสามปีมานี้วิชายุทธ์ของข้าจะทื่อลงไปมากจริงๆ ถือโอกาสนี้เอาแกมาเป็นที่ลับฝีมือก็แล้วกัน!"
หลัวเทียนกำหมัดแน่น ใช้ออกด้วยหมัดแปดผสาน ทั้งผลักทั้งดึง ทั้งประชิดทั้งทิ้งห่าง ทั้งรุกทั้งรับ พลิกแพลงหมัดแปดผสานจนถึงขีดสุด
การต่อสู้ยืดเยื้อกินเวลาถึงสองชั่วยาม หลัวเทียนยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่ง ส่วนเสือดาวลายจุดกลับยิ่งสู้ยิ่งอ่อนแรง จนท้ายที่สุดก็ไม่อาจต้านทานหลัวเทียนได้อีกต่อไป
"แกหมดประโยชน์แล้ว" หลัวเทียนเอ่ยเสียงเรียบ ซัดหมัดเข้าแสกหน้าเสือดาวลายจุด ลมหายใจของมันดับวูบลงในทันที
ทว่าหลัวเทียนกลับไม่ได้ดีใจจนเกินเหตุ และยังไม่ได้ดึงวิญญาณอสูรของมันออกมา เพราะตั้งแต่แรกมันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งสองสายที่ซุ่มซ่อนอยู่บริเวณนี้ แม้อีกฝ่ายจะเร้นกายได้มิดชิด แต่ด้วยพลังจิตที่แกร่งกล้าจากการหลอมรวมกับเพลิงสวรรค์เก้ามังกร มันย่อมตรวจพบการคงอยู่ของคนทั้งสองนานแล้ว
"ในเมื่อพวกท่านแอบดูข้ามาตั้งนาน คงจะเมื่อยแย่แล้วกระมัง มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถิด จะหลบๆ ซ่อนๆ ไปไย!" หลัวเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก ตะโกนก้องไปยังต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า
สองคนที่ซ่อนอยู่บนต้นไม้มองหน้ากัน เลิ่กลั่กด้วยความตกตะลึง พวกมันซ่อนตัวได้แนบเนียนถึงเพียงนี้ ถูกจับได้ตั้งแต่เมื่อใดกัน
"เมื่อครู่มันเรียกแค่ท่าน แสดงว่าคงพบแค่คนเดียว เจ้าลงไปเถอะ" ชายคนหนึ่งกระซิบสั่ง
"ฮ่าๆๆ..." เสียงหัวเราะกังวานดังมาจากบนต้นไม้ ไม่นานนักชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เสื้อผ้าพลิ้วไหว ท่าทางสง่างาม สวมชุดขาวสะอาดตา หน้าตาหล่อเหลาเอาการ พลังบ่มเพาะอยู่ในระดับผสานกำเนิดขั้นกลาง
"ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!" ชายชุดขาวหัวเราะร่วน น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลชวนฟัง "คิดไม่ถึงเลยว่าสหายจะอายุน้อยเพียงนี้ แต่กลับมีพลังฝีมือถึงขั้นนี้ ช่างเป็นวีรบุรุษวัยเยาว์ อนาคตของสหายย่อมไร้ขีดจำกัดเป็นแน่แท้"
หลัวเทียนขมวดคิ้ว ชายชุดขาวผู้นี้ทุกท่วงท่าล้วนสุภาพอ่อนน้อมไร้ที่ติ ให้ความรู้สึกน่าไว้วางใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นหลัวเทียนเงียบไป ชายชุดขาวก็กลอกตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ
"ป่าลึกเทียนหยางเต็มไปด้วยอันตราย สัตว์ร้ายแมลงพิษมีนับไม่ถ้วน พลาดพลั้งเพียงนิดก็อาจสิ้นชื่อได้ ข้าเห็นสหายเดินทางฝึกฝนเพียงลำพัง เกรงว่าจะมีอันตรายรอบด้าน ในเมื่อพวกเรามีวาสนาต่อกัน มิสู้ร่วมทางกันเถิด จะได้คอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สหายเห็นเป็นเช่นไร"
รอยยิ้มของชายชุดขาวเจิดจ้าขึ้น ท่าทางเชื้อเชิญอย่างจริงใจจนยากจะปฏิเสธ
"พูดเช่นนี้แสดงว่าเจ้าก็มาคนเดียวงั้นรึ" หลัวเทียนหรี่ตาลง แค่นเสียงหยันในใจ หากมันไม่มีพลังจิตที่แข็งแกร่งจนตรวจพบกลิ่นอายของอีกคนได้ ก็คงหลงเชื่อคำลวงโลกของไอ้หมอนี่ไปแล้ว
"ย่อมเป็นเช่นนั้น ข้าขอเชิญด้วยความจริงใจ ไม่ทราบว่าสหายจะให้เกียรติข้าได้หรือไม่" ชายชุดขาวเสยผมปรกหน้าผากขึ้น ก่อนจะสะบัดศีรษะเบาๆ ใบหน้าราวกับมีดอกไม้บานสะพรั่ง
"ช่างเป็นคนที่หลงตัวเองเสียจริง!" หลัวเทียนแทบจะคลื่นไส้ แต่มันก็ฉีกยิ้มกว้าง ยิ้มกว้างเสียยิ่งกว่าชายชุดขาวเสียอีก "ต้องขออภัยด้วย ข้าคุ้นชินกับการอยู่คนเดียว หากมีใครมาร่วมทางด้วย ข้าคงขยะแขยงจนอ้วกแตกแน่ๆ"
พูดจบหลัวเทียนก็ยัดซากเสือดาวลายจุดลงในถุงมิติ หันหลังเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง
"บัดซบ!" ชายชุดขาวหน้าแดงก่ำ สบถด่าในใจ มันภาคภูมิใจในรูปโฉมและบุคลิกของตนมาโดยตลอด ไม่ว่าชายหรือหญิงในตระกูล ล้วนต้องสยบแทบเท้า มันมั่นใจว่าเสน่ห์ของตนมากพอที่จะทำให้ทุกคนต้องกรีดร้องด้วยความหลงใหล
ทว่าไอ้เด็กตรงหน้ากลับบอกว่าขยะแขยงจนอยากจะอ้วก นี่มันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันชัดๆ!
ชายชุดขาวส่งสายตาเป็นสัญญาณ ชายชุดดำที่เร้นกายอยู่ในมุมมืดก็พุ่งตัวออกไปทันที เคลื่อนไหวไร้สุ้มเสียง ลอบเข้าประชิดตัวหลัวเทียนอย่างเงียบเชียบ
"คิดจะลอบกัดอีกแล้วรึ ฝีมือเจ้ายังห่างชั้นกับเสือดาวลายจุดตัวนั้นลิบลับ!" หลัวเทียนแค่นเสียงเย็น หมัดแปดผสานระเบิดพลังพุ่งกระแทกต้นไม้ทางซ้ายมือจนหักโค่นลงมา
ชายคนนั้นรีบหลบฉาก ต้นไม้ฝั่งซ้ายถูกหลัวเทียนซัดจนราบเป็นหน้ากลอง ชายชุดดำจึงไร้ที่ซ่อนตัว มันสวมชุดดำสนิท หน้าตาอัปลักษณ์ชั่วร้าย พลังบ่มเพาะระดับผสานกำเนิดขั้นกลางเช่นกัน มันจ้องหลัวเทียนเขม็งด้วยสายตาอาฆาต
"เจ้าบอกว่ามาคนเดียวมิใช่หรือ" หลัวเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ส่งยิ้มเยาะเย้ยไปให้ชายชุดขาว
"ที่แท้เจ้าก็รู้แต่แรกแล้ว" รอยยิ้มบนใบหน้าชายชุดขาวมลายหายไปจนสิ้น แทนที่ด้วยความบิดเบี้ยวโหดเหี้ยม
"รู้แล้วจะทำไม"
"เจ้ากล้าปั่นหัวข้ารึ"
"ปั่นหัวแล้วจะทำไม"
"เจ้า..." ใบหน้าของชายชุดขาวบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ ไม่เหลือคราบคุณชายผู้ง่างามเมื่อครู่แม้แต่น้อย
ชายชุดขาวยังคิดจะพ่นคำผรุสวาท ทว่าถูกชายชุดดำพูดขัดขึ้นเสียก่อน "ไอ้หนู พวกเราคือคนของตระกูลโจว ข้าคือโจวหลิน ส่วนนี่คือโจวซาน เจ้าคงเคยได้ยินฉายายมทูตขาวดำกระมัง!"
"ขออภัย ข้าไม่เคยได้ยิน" หลัวเทียนตอบเสียงเรียบ มันไม่ได้เย่อหยิ่ง ทว่าไม่เคยได้ยินฉายานี้มาก่อนจริงๆ
ทว่าสำหรับพวกมันสองคน ถ้อยคำนี้ถือเป็นการหยามเกียรติอย่างรุนแรง โจวซานโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ส่วนโจวหลินก็หน้าดำคร่ำเครียด
"ไอ้หนู พวกเราสองคนคือโจรชั่ว ชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วป่าลึกเทียนหยาง ที่นี่คือถิ่นของพวกเรา เจ้าผ่านทางมาก็ต้องทิ้งของมีค่าไว้บ้าง คงไม่มากเกินไปหรอกนะ"
หลัวเทียนเลิกคิ้ว รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งเด่นชัดขึ้น
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ทิ้งซากเสือดาวลายจุดไว้ แล้วโขกศีรษะให้พวกปู่สักสามที พวกปู่จะยอมปล่อยเจ้าไป ไม่อย่างนั้นข้าจะถลกหนังเลาะกระดูกเจ้า ให้เจ้าตายอย่างทรมาน!" โจวซานด่ากราด
สีหน้าของหลัวเทียนเย็นเยียบลงในบัดดล คำว่า 'ปู่' ทำให้จิตสังหารของมันปะทุเดือด มันให้ความสำคัญกับสายเลือดที่สุด เคารพรักหลัวเจิ้นยิ่งกว่าสิ่งใด ศัตรูบังอาจตั้งตนเป็นปู่ของมัน มันจะทนรับได้อย่างไร!
"พวกเจ้าเป็นคนชั่ว แต่ข้าชั่วช้าอำมหิตยิ่งกว่าพวกเจ้า!" ดวงตาของหลัวเทียนสาดประกายโหดเหี้ยม พลังลมปราณปะทุเดือด...
[จบแล้ว]