- หน้าแรก
- จากเศษสวะของตระกูล สู่ตัวตนที่ทั้งสิบพิภพต้องหวาดกลัว
- บทที่ 6 - เม็ดยาวิญญาณอสูร
บทที่ 6 - เม็ดยาวิญญาณอสูร
บทที่ 6 - เม็ดยาวิญญาณอสูร
บทที่ 6 - เม็ดยาวิญญาณอสูร
ป่าลึกเทียนหยางกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต เทือกเขาสลับซับซ้อนทอดยาว ต้นไม้สูงตระหง่านเทียมฟ้า พลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยของวิเศษล้ำค่าและทรัพยากรมหาศาล นับเป็นสถานที่ฝึกฝนทดสอบฝีมือของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์รอบข้างนับไม่ถ้วน
ตั้งแต่โบราณกาลมา ตระกูลต่างๆ ในละแวกนี้ต่างแก่งแย่งช่วงชิงสิทธิ์ในการปกครองป่าลึกเทียนหยาง เพื่อผูกขาดครอบครองทรัพยากรมหาศาลเหล่านี้ ทว่าที่ใดยิ่งสูงชัน ย่อมมีปีศาจร้ายซุกซ่อนอยู่
สัตว์อสูรในป่าลึกเทียนหยางนั้นแข็งแกร่งอย่างหาตัวจับยาก เล่าลือกันว่าในส่วนลึกสุดของป่ายังมีสัตว์อสูรเฒ่าระดับตำหนักเทพจำศีลอยู่ มันใช้อาคมดึงดูดพลังวิญญาณรัศมีหลายร้อยลี้ให้มารวมกัน ณ ที่แห่งเดียว เพื่อกักเก็บไว้เสพสุขแต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้พลังวิญญาณในป่าลึกเทียนหยางจึงอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ สัตว์อสูรก็ล้วนแต่ดุร้ายทรงพลัง แม้แต่ยอดมนุษย์ผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกันก็ยังมิอาจต่อกรพวกมันได้ ยิ่งไปกว่านั้น เพราะผลกระทบจากแหล่งพลังวิญญาณ ตระกูลที่อยู่รายล้อมป่าลึกเทียนหยางจึงเป็นเพียงตระกูลเล็กๆ ที่มิอาจต่อต้านพวกมันได้เลย
เหล่าตระกูลรอบนอกหมดหนทาง จึงล้มเลิกความคิดที่จะพิชิตป่าลึกเทียนหยาง ทำได้เพียงล่าสัตว์อสูรอยู่รอบนอก ซึมซับพลังวิญญาณ เก็บเกี่ยวไม้มีค่าและสมุนไพรวิญญาณเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ บริเวณรอบนอกของป่าลึกเทียนหยางจึงเกิดการต่อสู้แย่งชิงกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะการกอบโกยอย่างไม่รู้จักพอของผู้ฝึกยุทธ์ ทรัพยากรรอบนอกจึงร่อยหรอลงทุกที จนถึงบัดนี้แทบจะหาของมีค่าใดๆ ไม่ได้อีกแล้ว
ทุกคนจึงมุ่งหน้าบุกเบิกเข้าไปในส่วนลึกของป่า ย่อมสามารถค้นพบทรัพยากรที่ล้ำค่ากว่า แต่ก็ต้องแลกมากับอันตรายรอบด้าน เหตุการณ์ผู้ฝึกยุทธ์ตกตายหรือหายสาบสูญจึงเกิดขึ้นเป็นประจำ
ถึงกระนั้น ผู้คนก็ยังคงแห่แหนเบียดเสียดกันเข้าไปในป่าลึกเทียนหยาง เพราะหากโชคดีได้พบพานวาสนา การยกระดับพลังของพวกเขาก็จะก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ช่างเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร!"
หลัวเทียนเพิ่งจะสังหารหมูอสูรหนังเหล็กระดับเบิกนภาไปหมาดๆ มันใช้ติงหลอมวิญญาณดึงวิญญาณอสูรออกมา โยนเข้าไปในติง เพลิงสวรรค์เก้ามังกรเข้าแผดเผาหลอมรวม เพียงพริบตาดวงวิญญาณก็แปรสภาพเป็นกลุ่มก้อนสสารปุกปุยล่องลอยอยู่ภายใน อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณบริสุทธิ์ หลัวเทียนเชื่อมั่นว่าสสารเพียงก้อนเดียวนี้ ยังมีพลังวิญญาณมากกว่าที่มันนั่งเข้าฌานอยู่ในตระกูลถึงสองชั่วยามเสียอีก
"ข้าต้องการวิญญาณอสูรให้มากกว่านี้ หากสามารถหลอมเป็นเม็ดยาวิญญาณอสูรได้ พลังวิญญาณภายในนั้นจะต้องมหาศาลจนแทบจินตนาการไม่ออกแน่ๆ"
ยิ่งคิดน้ำลายของหลัวเทียนก็แทบจะสอออกมา มันฝืนข่มความปรารถนาที่จะดูดซับสสารเหล่านั้นไว้ และมุ่งหน้าสังหารสัตว์อสูรต่อไป
ตลอดทางที่หลัวเทียนผ่านไป มันพบเห็นผู้ฝึกยุทธ์อยู่ไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกายาที่กำลังปะทะกับสัตว์อสูร ดูเหมือนจะมาเพื่อขัดเกลาทักษะการต่อสู้ของตนเอง
ลึกเข้าไปอีกหน่อย ซึ่งก็คือตำแหน่งปัจจุบันของหลัวเทียน สัตว์อสูรส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับเบิกนภา ด้วยฐานะยอดฝีมือระดับผสานกำเนิด การสังหารสัตว์อสูรเหล่านี้จึงง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ เพียงไม่ถึงสองชั่วยาม มันก็รวบรวมวิญญาณอสูรได้มากพอที่จะกลั่นเม็ดยาวิญญาณอสูรแล้ว
"ตาเฒ่า จะกลั่นเม็ดยาวิญญาณอสูรได้อย่างไร" หลัวเทียนแทบจะรอไม่ไหว
"หึหึ..." นักพรตเฒ่าเสวียนกระแอมเบาๆ "ของวิเศษอย่างติงหลอมวิญญาณนี้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วสิบพิภพสวรรค์ สามารถดึงเอาดวงวิญญาณสัตว์อสูร ดวงวิญญาณสัตว์เทพ ดวงวิญญาณเผ่ามาร ดวงวิญญาณมนุษย์ หรือแม้กระทั่งดวงจิตวิญญาณของสรรพสิ่งในใต้หล้าอย่างจิตวิญญาณโอสถ จิตวิญญาณศาสตรา หรือแม้แต่จิตวิญญาณพฤกษา"
"มันสามารถยกระดับพลังวิญญาณของเจ้าได้อย่างไร้ขีดจำกัด กระทั่งสามารถดูดซับพลัง เคล็ดวิชา และความทรงจำของพวกมันมาได้อีกด้วย"
น้ำเสียงของนักพรตเฒ่าเสวียนเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "คิดถึงเมื่อก่อนตอนที่ข้าท่องไปทั่วหล้า ไร้พ่ายในใต้หล้า ในสิบพิภพสวรรค์ข้านั้นคือ..."
"ข้าไม่ได้มาฟังเจ้าเล่านิทานนะ จะกลั่นเม็ดยาวิญญาณอสูรได้อย่างไร" หลัวเทียนขมวดคิ้ว ตาเฒ่าผู้นี้พูดจายืดยื้อชวนให้หงุดหงิด ทว่ามันก็แอบตื่นตะลึงอยู่ในใจ ความน่าสะพรึงกลัวของติงหลอมวิญญาณที่สามารถดึงดวงวิญญาณของทุกสรรพชีวิตได้ หากนำมาหลอมเป็นเม็ดยาทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ได้จะวิเศษปานใด...
หลัวเทียนจินตนาการภาพตัวเองกอบโกยเม็ดยานับไม่ถ้วน นึกอยากจะเคี้ยวเล่นก็หยิบเข้าปาก น้ำลายก็ไหลยืดออกมาโดยไม่รู้ตัว สิ่งนี้กลายเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของมันไปเสียแล้ว
"เฮอะ!" นักพรตเฒ่าเสวียนกระแอมไอ สีหน้าพูดไม่ออก มันไม่คาดคิดเลยว่าหลัวเทียนผู้เจ้าเล่ห์เพทุบาย เชี่ยวชาญการชักใยจิตใจคน ทั้งยังอำมหิตผิดมนุษย์มนา จะมีมุมที่น่าเกลียดน่าชังเช่นนี้ ดูจากสีหน้าแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภโมโทสันชวนให้สะอิดสะเอียน เห็นแล้วพานให้ของขึ้น
หลัวเทียนหลุดออกจากห้วงภวังค์กลับสู่โลกความจริง ใบหน้าพลันแดงระเรื่อราวกับถูกจับได้ว่าแอบคิดอะไรอยู่ มันเกาหัวแกรกๆ ดูขัดเขินประดักประเดิด ทำทีเป็นใสซื่อไร้เดียงสา
"สวรรค์!" นักพรตเฒ่าเสวียนร้องอุทานในใจ ไม่นึกเลยว่าหลัวเทียนจะมีสีหน้าเช่นนี้ได้ พอหวนนึกถึงความอำมหิตของมัน ก็พานให้ขนหัวลุกชันขึ้นมาทันที
"ปีศาจร้าย ไอ้นี่มันปีศาจร้ายชัดๆ!" นักพรตเฒ่าเสวียนร้องตะโกนในใจ ทว่ากลับไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ ได้แต่กล่าวว่า "วิชาการหลอมโอสถนั้นลึกล้ำสุดหยั่งคาด ต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงพฤติกรรมการเจริญเติบโต สภาพแวดล้อม โครงสร้าง และสรรพคุณของพืชพรรณสมุนไพร"
"จำเป็นต้องมีเตาหลอมโอสถ อุปกรณ์ควบคุมไฟ รวมถึงการควบคุมพลังวิญญาณและพลังจิตวิญญาณ อีกทั้งยังต้องผ่านการชำระล้างจิตใจ"
"วิชาแพทย์โอสถนั้นลึกล้ำกว้างใหญ่ แม้แต่ข้าก็เป็นเพียงแค่นักหลอมโอสถตัวเล็กๆ เท่านั้น หากเจ้าอยากเรียนรู้วิชาหลอมโอสถ หนทางยังอีกยาวไกลนัก ต้องหาอาจารย์ชี้แนะ ค้นคว้าตำรานับไม่ถ้วน มิใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน"
"ถ้าเช่นนั้นความหมายของเจ้าก็คือ เม็ดยาวิญญาณอสูรนี้ไม่อาจหลอมออกมาได้งั้นรึ" เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของหลัวเทียนก็เปลี่ยนไปในทันที รังสีอำมหิตเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมา
"ก็ไม่เชิงหรอก!" น้ำเสียงของนักพรตเฒ่าเสวียนเจือแววภาคภูมิใจ การได้เห็นหลัวเทียนจนแต้มราวกับเป็นความบันเทิงของมัน "ติงหลอมวิญญาณใบนี้แต่เดิมก็เป็นสุดยอดของวิเศษสำหรับการหลอมโอสถอยู่แล้ว เล่าลือกันว่ามันเคยเป็นอาวุธคู่กายของปรมาจารย์หลอมโอสถท่านหนึ่ง แม้จิตวิญญาณแห่งติงหลอมวิญญาณจะแตกซ่านไปแล้ว ทว่ากฎเกณฑ์ฟ้าดินที่แฝงอยู่ภายในนั้นหาได้สูญสลายไปไม่"
"นั่นหมายความว่า ตราบใดที่เจ้าสามารถควบคุมเพลิงสวรรค์เก้ามังกรได้ ติงหลอมวิญญาณก็สามารถหลอมโอสถได้ด้วยตัวมันเอง"
"ของวิเศษระดับเทพ ของวิเศษระดับเทพโดยแท้!" หลัวเทียนดีใจจนเนื้อเต้น ไม่สนใจคำพูดไร้สาระยืดยาวก่อนหน้านี้ของนักพรตเฒ่าเสวียนอีก มันรวบรวมสมาธิ พลังจิตวิญญาณปะทุขึ้นฉับพลัน บังคับให้เพลิงสวรรค์เก้ามังกรแผดเผาติงหลอมวิญญาณโดยตรง
ติงหลอมวิญญาณค่อยๆ หมุนวนช้าๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตัวติงถูกเปลวไฟแผดเผาจนเปลี่ยนสีใสกระจ่าง อักขระสีทองเปล่งประกายเจิดจ้า ในชั่วพริบตา เพลิงสวรรค์เก้ามังกรก็คล้ายดั่งมังกรสวรรค์ขนาดยักษ์เก้าตัวที่ทะยานขดพันรอบตัวติง เสียงมังกรคำรามกึกก้องกังวาน ดุดันทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้
กลุ่มก้อนสสารภายในติงถูกบีบอัดอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ไร้สีกลับค่อยๆ ปรากฏแสงสีทองเปล่งประกาย ติงหลอมวิญญาณหมุนเร็วขึ้นไปอีก จนท้ายที่สุดสายตาของหลัวเทียนก็ไม่อาจตามความเร็วนั้นทัน
ครืนนน!
เสียงระเบิดดังกัมปนาท สะเทือนจนสมองของหลัวเทียนอื้ออึง พลังจิตวิญญาณเดือดพล่าน ติงหลอมวิญญาณสั่นสะเทือนด้วยความถี่ที่ยากจะจินตนาการ ก่อนจะค่อยๆ หยุดนิ่งลง
พรึ่บ!
ดวงตาของหลัวเทียนทอประกายเจิดจ้า เพราะภายในติงปรากฏเม็ดยาสีทองขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือเม็ดหนึ่ง
"ของวิเศษ ของวิเศษชัดๆ!" หลัวเทียนเคยพบเห็นโอสถในตระกูลมาไม่น้อย ทว่าล้วนแต่เป็นของชั้นเลวที่มีผลข้างเคียงร้ายแรงกว่าสรรพคุณของยาเสียอีก หากไม่จวนตัวจริงๆ เพื่อทะลวงสู่ระดับเบิกนภา ก็คงไม่มีผู้ใดกล้ากลืนกินโอสถพวกนั้น
ทว่าเม็ดยาวิญญาณอสูรตรงหน้านี้กลับแตกต่างจากขยะพวกนั้นโดยสิ้นเชิง!
เพียงแค่บีบไว้ในมือ ก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณอันเกรี้ยวกราดที่พยายามดิ้นรนจะระเบิดทะลักออกมาจากเม็ดยา ซ้ำยังมีสัญชาตญาณดิบเถื่อนของสัตว์อสูรแผ่ซ่าน หลัวเทียนถึงกับรู้สึกว่า หากมันไม่กำเม็ดยาไว้แน่นๆ ยาเม็ดนี้ก็คงจะงอกขาแล้ววิ่งหนีหายไปเองเป็นแน่
"อัศจรรย์ยิ่งนัก!" หลัวเทียนหัวเราะร่วน ภายในใจยิ่งเกิดความใคร่รู้ในวิชาหลอมโอสถอย่างลึกซึ้ง "หากมีโอกาส ข้าจะต้องศึกษาวิชาหลอมโอสถให้จงได้!"
หลัวเทียนอดใจรอไม่ไหว โยนเม็ดยาวิญญาณอสูรเข้าปากแล้วขบกัดอย่างแรง
พลังอันบ้าคลั่งและแข็งแกร่งระเบิดออกมาราวกับฝูงม้าป่าจามรีนับไม่ถ้วนที่ควบทะยานอยู่ในร่างกายของหลัวเทียน มันพุ่งกระแทกเส้นลมปราณทั่วร่าง หวังจะทำลายเส้นลมปราณที่ถูกปิดผนึก ทะลวงร่างออกไปโบยบินอย่างอิสระบนสรวงสวรรค์
หลัวเทียนเหงื่อแตกพลั่ก ร่างกายแดงเถือก มันรู้สึกราวกับว่าเส้นเลือดกำลังจะปริแตก พลังนั้นคล้ายมีชีวิตจิตใจ ความปรารถนาที่จะได้รับอิสรภาพช่างรุนแรงเหลือเกิน
"ข้าจะปล่อยให้แกหนีไปได้ยังไง!"
หลัวเทียนแค่นเสียงเย็น เพลิงสวรรค์เก้ามังกรปรากฏขึ้นในทันที เข้าปกป้องเส้นลมปราณ แผดเผาพลังวิญญาณ กดข่มอานุภาพของเม็ดยา พลังเหล่านั้นราวกับจะหวาดกลัวเพลิงสวรรค์เก้ามังกร จึงหยุดดิ้นรนกระแทกกระทั้น ยอมถูกหลัวเทียนดูดซับอย่างว่าง่าย
ในชั่วพริบตา พลังวิญญาณในร่างของหลัวเทียนก็เพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าตัว แม้แต่เส้นลมปราณก็ยังขยายใหญ่ขึ้นไม่น้อย พลังวิญญาณภายในจุดตันเถียนจากเดิมที่เป็นเพียงแอ่งเล็กๆ ก็ขยายวงกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ระดับผสานกำเนิดขั้นกลางจุดสูงสุด!" หลัวเทียนอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา เพียงแค่โอสถเม็ดเดียวกลับช่วยยกระดับพลังได้ถึงเพียงนี้ ช่างเหลือเชื่อจริงๆ หลัวเทียนยิ่งมีความมั่นใจในการประลองตัดสินที่จะมาถึงในอีกสามเดือนข้างหน้ามากยิ่งขึ้น
"แย่แล้ว!"
ขณะที่หลัวเทียนกำลังดื่มด่ำกับความปีติยินดี ทันใดนั้นรังสีอำมหิตจากที่ไกลๆ ก็ทำให้มันขนลุกซู่ กรงเล็บแหลมคมที่แฝงไปด้วยความหนาวเหน็บพุ่งเฉียดลำคอของมันไปอย่างฉิวเฉียด
หลัวเทียนเบี่ยงหลบด้วยความเร็วสูงสุด แต่ก็ยังพลาดท่าถูกกรงเล็บตะปบจนได้ เมื่อเพ่งมองดู ก็พบว่ามันคือเสือดาวลายจุดขนาดมหึมาตัวหนึ่ง
"ระดับผสานกำเนิดขั้นกลาง!" หลัวเทียนจ้องมองเสือดาวลายจุดตัวนั้นพลางกล่าวเสียงเรียบ
[จบแล้ว]