- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้าย ขอแย่งบทพระเอกมันซะเลย
- บทที่ 40 เผ่าจิ้งจอกเก้าหาง
บทที่ 40 เผ่าจิ้งจอกเก้าหาง
บทที่ 40 เผ่าจิ้งจอกเก้าหาง
บทที่ 40 เผ่าจิ้งจอกเก้าหาง
"คุณชาย!! คุณชายหลิงเซียว!!"
เสียงของเย่หลิวเฟิงดังขึ้นจากนอกเรือน เย่ชิงฉานตั้งใจจะลุกขึ้น แต่กลับถูกหลิงเซียวรวบตัวมากอดไว้แน่น
"เข้ามาเถอะ"
บรรดายอดฝีมือตระกูลเย่เดินตัวสั่นงันงกเข้ามาในห้อง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองพวกหลิงเซียวทั้งสองคน ยังไม่ทันที่หลิงเซียวจะเอ่ยปาก พวกเขาก็พากันคุกเข่าลงกับพื้นทันที
"คุณชายโปรดประทานอภัยด้วยขอรับ!!"
"คุณชาย เย่ฝานมีจิตใจดุร้ายดั่งสุนัขป่า ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเย่ของพวกเราเลยนะขอรับ ข้าได้ออกประกาศจับมันแล้ว ตั้งรางวัลนำจับหนึ่งแสนศิลาวิญญาณ จับเป็นหรือจับตายก็ได้ คุณชายขอรับ..."
เย่หลิวเฟิงร้องไห้น้ำตาไหลพราก สีหน้าท่าทางสมจริงสุดๆ ขาดก็แค่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจเท่านั้น
เขาหวาดกลัวจริงๆ
เมื่อวานนี้ ตระกูลหวงซึ่งเป็นหนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ เพียงเพราะนายน้อยหวงฉีพูดจาล่วงเกินคุณชายหลิงเซียวไปไม่กี่คำ
ผลปรากฏว่า เพียงชั่วพริบตาเดียว ตระกูลหวงทั้งตระกูลก็ถูกกวาดล้างจนราบเป็นหน้ากลอง
ส่วนตระกูลเย่ แม้จะมีชื่อเสียงในเมืองชิงเฟิงอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบกับทั้งแดนร้างเหนือแล้ว ก็ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรเลย
หากวันนี้คุณชายเกิดโกรธเคืองขึ้นมา เกรงว่าตระกูลเย่ทั้งตระกูลคงหนีไม่พ้นจุดจบที่ต้องล่มสลายเป็นแน่
ถึงขนาดที่ว่าเมื่อเช้าตรู่นี้ เย่หลิวเฟิงยังอุตส่าห์ไปเยี่ยมเยียนและหว่านเมล็ดพันธุ์กับอนุภรรยาที่เลี้ยงไว้ข้างนอกมาหลายคนเลยทีเดียว
อนาคตการสืบทอดสายเลือดของตระกูลเย่ คงต้องพากันฝากความหวังไว้ที่พวกนางแล้วล่ะ
"คุณชาย... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่านลุงใหญ่เลยนะเจ้าคะ... ท่านอย่าโกรธเลยนะเจ้าคะ หากจะโกรธก็ต้องโกรธข้าเถอะเจ้าค่ะ หากข้าไม่พาท่านมาที่นี่ ท่านก็คงไม่ต้อง..."
เย่ชิงฉานก้มหน้าลงต่ำ ภายในดวงตาคล้ายกับมีน้ำตาคลอเบ้า
เมื่อลองคิดทบทวนดูในตอนนี้ นางถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเย่ฝานผู้นั้นมีพิรุธมาตั้งนานแล้ว
มิเช่นนั้น ด้วยระดับการฝึกฝนของนาง นางจะไปสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บจากตัวเขาได้อย่างไร
"ข้าจะไปโกรธเจ้าได้อย่างไร ต้องโทษที่เย่ฝานผู้นั้นซ่อนตัวได้ลึกซึ้งเกินไปต่างหากล่ะ"
หลิงเซียวฉีกยิ้มกว้าง ใช้นิ้วชี้แตะจมูกโด่งรั้นของเย่ชิงฉานเบาๆ
ส่วนฝ่ายหลังก็รีบมุดหน้าซุกอกเขาด้วยความเขินอายทันที
ภาพที่เห็นนี้ ทำให้คนตระกูลเย่หลายคนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ตระกูลเย่มีสตรีผู้งดงามผู้นี้อยู่ มิเช่นนั้นครั้งนี้คงจะต้องถึงคราวเคราะห์ร้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่
"ลุกขึ้นกันเถอะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตระกูลเย่ เป็นการกระทำของเย่ฝานเพียงผู้เดียว จงกระจายข่าวไปยังขุมกำลังต่างๆ ในแดนร้างเหนือ หากใครพบเบาะแสของเย่ฝาน ให้รีบมารายงานทันที"
ในเวลานี้ หลิงเซียวก็ต้องงัดทักษะการแสดงของตัวเองออกมาใช้อย่างเต็มที่
ทุกความเคลื่อนไหวของเย่ฝาน ล้วนอยู่ในกำมือของเขาทั้งสิ้น
แต่ช่วงหลายวันมานี้ เขามักจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแปลกประหลาดจากตัวเย่ชิงฉานอยู่เป็นระยะ
เห็นได้ชัดว่า ความทรงจำในอดีตชาติของนางกำลังตื่นขึ้น
แน่นอนว่าหลิงเซียวต้องใช้โอกาสนี้ พิชิตใจนางให้ได้อย่างสมบูรณ์
ด้วยวิธีนี้ แม้ว่านางจะตื่นรู้ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ภายในใจของนางก็ยังคงมีร่องรอยของหลิงเซียวประทับอยู่ดี
ส่วนเรื่องที่ส่งคนไปตามล่าเย่ฝาน...
แน่นอนว่าก็เพื่อสร้างความกดดันให้บุตรแห่งสวรรค์ผู้นั้นไงล่ะ
"ขอบคุณคุณชายขอรับ!!"
"บุญคุณของคุณชาย ตระกูลเย่ของเราจะไม่มีวันลืมเลยขอรับ"
"ไม่สิ ข้าจะส่งคนไปสร้างรูปปั้นของคุณชาย เพื่อให้ทุกคนได้กราบไหว้บูชาทุกวันเลยขอรับ!!"
เย่หลิวเฟิงโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรงสามครั้งด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเดินถอยหลังออกไปท่ามกลางสายตาที่เริ่มเบื่อหน่ายของหลิงเซียว
"คุณชาย... การที่เย่ฝานฝึกฝนวิชามาร เกรงว่าโลกนี้คงไม่มีที่ยืนให้เขาแล้วล่ะเจ้าค่ะ แต่ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ ก็ถือว่าเป็นอันตรายต่อคุณชายนะเจ้าคะ ไม่สู้ให้ข้าเขียนจดหมายไปหาท่านพ่อ ให้ท่านส่งศิษย์สำนักเสวียนเจี้ยนลงเขามาตามหาเบาะแสของเย่ฝานดีไหมเจ้าคะ?"
ในเวลานี้ เย่ชิงฉานถูกหลิงเซียวหลอกจนหัวปั่นไปหมดแล้ว
ฝึกฝนวิชามาร โลกนี้ไม่มีที่ยืนงั้นหรือ?
หากนางรู้ว่าเขาคนนี้นี่แหละ คือมารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกหล้า ไม่รู้ว่านางจะรู้สึกอย่างไรบ้าง?
หลิงเซียวส่ายหน้ายิ้มๆ "ไม่ต้องหรอก แค่เย่ฝานคนเดียว เขาทำอะไรไม่ได้หรอก"
หลายวันต่อมา ดินแดนร้างเหนือก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ขุมกำลังมากมายต่างก็ส่งศิษย์ลงเขา เพื่อตามหาเบาะแสของเย่ฝาน
แน่นอนว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการ ย่อมไม่ใช่เงินรางวัลแค่หนึ่งแสนศิลาวิญญาณหรอก แต่เป็นความโปรดปรานจากคุณชายหลิงเซียวต่างหากล่ะ!
มดปลวกไร้ค่าผู้หนึ่ง บังอาจมาลอบทำร้ายคุณชายหลิงเซียว นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
ขอเพียงใครหาตัวมันเจอและฆ่ามันได้ก่อน ก็จะต้องได้รับความโปรดปรานจากคุณชายหลิงเซียวอย่างแน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นของวิเศษหรือโชคลาภวาสนา ก็แค่เอื้อมมือคว้ามาเท่านั้น
และในเวลาเดียวกัน ณ เมืองโบราณอันทรุดโทรมแห่งหนึ่งบริเวณชายแดนแดนร้างเหนือ
เงาร่างที่สวมหมวกฟางปกปิดมิดชิดทั้งตัว กำลังนั่งอยู่ริมทาง กัดกินเสบียงแห้งที่แข็งกระด้าง
"พวกเจ้าได้ยินหรือยัง? คนไร้ค่าตระกูลเย่ผู้นั้น ที่แท้ก็เป็นผู้ฝึกวิชามาร ฝึกฝนวิชาดูดกลืนแก่นโลหิตคนอื่นมานี่เอง"
"เรื่องดูดเลือดข้าพอเข้าใจได้ แต่ดูดกลืนแก่นวิญญาณเนี่ย... มันดูดยังไงล่ะ?"
"เจ้าไม่เชื่องั้นหรือ? ช่วงหลายวันมานี้ มีชายฉกรรจ์หายตัวไปหลายพื้นที่ในแดนร้างเหนือ พอพบศพ ก็กลายเป็นศพแห้งกรังไปหมดแล้ว"
"รสนิยมของเย่ฝานผู้นี้ ช่างวิปริตนัก"
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรอบข้าง เงาร่างที่สวมหมวกฟางก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ภายในดวงตาคล้ายกับมีจิตสังหารแผ่ซ่านออกมา
คนผู้นี้ก็คือเย่ฝาน ที่หนีตายมาจากเมืองชิงเฟิงนั่นเอง
หลายวันมานี้ เขาได้เห็นยอดฝีมือมากมายที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ผดุงคุณธรรม ออกตามหาตัวเขาไปทั่ว ความแค้นที่เขามีต่อหลิงเซียวก็พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด
แม้ว่าเขาจะมีไพ่ตายอย่างเจดีย์แก้วปราบมารแปดทิศก็ตาม
แต่การปล่อยจิตวิญญาณวานรมารออกจากเจดีย์ก็มีความเสี่ยง ยิ่งระดับการฝึกฝนของเขายังต่ำต้อยเกินไป
ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงอดกลั้นความแค้นเอาไว้ แล้วเดินทางตามแผนที่โบราณมาจนถึงที่นี่
ทว่า เมื่อวานนี้ เขาบังเอิญไปพบหญ้าวิญญาณต้นหนึ่งในหุบเขา เมื่อกลืนกินเข้าไป ระดับการฝึกฝนก็ทะลวงผ่านไปได้อย่างไม่คาดคิด
เรื่องนี้ช่วยปลอบประโลมจิตใจที่หดหู่ของเย่ฝานได้มากทีเดียว
"อีกแค่สองวันก็น่าจะถึงหุบเขาที่ระบุไว้ในแผนที่แล้ว ถึงตอนนั้น..."
เย่ฝานกัดฟันกรอด ความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างได้ไม่น้อย
"หืม? คนผู้นี้มีจิตสังหารรุนแรงนัก"
จิตสัมผัสของยอดฝีมือหลายคนพุ่งเป้ามาที่เย่ฝานในทันที ส่วนเย่ฝานก็หรี่ตาลง รีบผุดลุกขึ้นเดินหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ขอเวลาข้าอีกแค่สองวัน ข้าจะทำให้ทั่วทั้งแดนร้างเหนือ ต้องมาคุกเข่าสยบแทบเท้าข้าให้จงได้!
ในขณะเดียวกัน
ณ หุบเขาสูงตระหง่านแห่งหนึ่งในแดนร้างตะวันออก
ที่แห่งนี้มีตำหนักศิลาโบราณที่สร้างจากหินสีน้ำเงินตั้งตระหง่านอยู่
เวลานี้ ภายในตำหนักเนืองแน่นไปด้วยเงาร่างมากมาย แต่ละคนล้วนมีกลิ่นอายอันแข็งแกร่ง
แต่เมื่อมองดูให้ดี จะพบว่าแม้เงาร่างเหล่านี้จะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่ศีรษะกลับมีรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดแตกต่างกันไป
มีทั้งเสือ เสือดาว นกอินทรี และหมี
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ด้านหน้าสุดของตำหนัก ยังมียักษ์หัวสุนัขยืนอยู่ด้วย
"เรื่องที่ข้าให้ไปสืบข่าวหลานชายของข้า ได้ความว่าอย่างไรบ้าง?"
ที่ด้านบนของตำหนัก มีเงาร่างเล็กๆ นั่งอยู่บนเก้าอี้ทองคำตัวใหญ่ ใบหน้าเล็กๆ ที่งดงามแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามที่ไม่ค่อยจะสมวัยนัก
หากเทียบกับความงดงามไร้ที่ติของเย่ชิงฉานแล้ว เด็กสาวตรงหน้านี้กลับดูซุกซนและมีชีวิตชีวามากกว่า
แต่ทว่าใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์นั้น กลับมีเค้าโครงของความงดงามที่สามารถล่มเมืองได้อยู่รำไร
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือ นัยน์ตาทั้งสองข้างของนาง กลับเป็นสีชมพูที่ดูยั่วยวนใจเป็นอย่างยิ่ง
เบื้องหลังของนาง มีหางฟูฟ่องเก้าเส้นแกว่งไกวไปมา ช่างดูน่ารักน่าชังเสียนี่กระไร
"เรียนคุณหนู ก่อนหน้านี้ยังสืบข่าวไม่ได้เลยขอรับ แต่ช่วงสองวันมานี้ ชื่อของเย่ฝานโด่งดังไปทั่วแดนร้างเหนือเลยล่ะขอรับ"
ยักษ์หัวสุนัขแยกเขี้ยวทำหน้าตาประจบสอพลอ เตรียมพร้อมที่จะเลียแข้งเลียขาอย่างเต็มที่
"โอ้? แน่นอนอยู่แล้ว เขามีสายเลือดอันสูงส่งของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางของข้าไหลเวียนอยู่ในตัวเชียวนะ"
เด็กสาวนัยน์ตาสีชมพูแย้มยิ้มบางๆ แม้ว่านางจะพยายามวางมาดให้ดูน่าเกรงขาม แต่เมื่อประกอบกับใบหน้าที่อ่อนหวานไร้เดียงสาของนางแล้ว มันก็ให้ความรู้สึกที่แปลกตาไปอีกแบบ
"ไม่ใช่ขอรับ คุณหนูจื่อซี ได้ยินมาว่าเย่ฝานไปล่วงเกินคุณชายจากเซิ่งโจวท่านหนึ่งเข้า ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ฝึกวิชามารที่ทุกคนในแดนร้างเหนือต่างก็รุมประณาม เล่าลือกันว่า... เล่าลือกันว่าเขาชอบดูดกลืนแก่นโลหิตของเด็กชายเด็กหญิง วิธีการโหดเหี้ยมอำมหิตมากขอรับ!!"
"ไร้สาระ! ไม่มีทางเป็นไปได้!!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กสาวที่ชื่อจื่อซีก็โกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟ แม้แต่หางสีขาวทั้งเก้าที่อยู่ด้านหลัง ก็ยังชี้ฟูขึ้นมาด้วยความโมโห!
"ใครหน้าไหนกล้ามาใส่ร้ายหลานชายข้า ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ข้าจะทำให้มันต้องชดใช้!"
[จบตอน]