เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 รักฝังรากลึก

บทที่ 39 รักฝังรากลึก

บทที่ 39 รักฝังรากลึก


บทที่ 39 รักฝังรากลึก

"เรื่องที่สั่ง ไปถึงไหนแล้ว?"

เย่ฝานขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นมองไปนอกลาน

เขาคล้ายกับได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากที่ไกลๆ

แต่ดึกดื่นป่านนี้แล้ว จะมีเสียงฝีเท้ามาจากไหนกัน?

"หลิงเซียวผู้นั้นมียอดฝีมือคอยคุ้มกันอยู่ ข้าพลาดท่าแล้ว"

หมีหยงก้มหน้าลง บนใบหน้าปรากฏสีหน้าไร้ความรู้สึก

"พลาด... พลาดท่าแล้วงั้นหรือ?"

เย่ฝานลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที

"พลาดท่าแล้วเจ้าหนีมาหาข้าเนี่ยนะ? แกอยากจะหาเรื่องตายใช่ไหม?"

"ปัง!"

ประตูรั้วถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง

สีหน้าของเย่ฝานเปลี่ยนไปอย่างหนัก สุดท้ายก็กัดฟันกรอด แล้วหนีหัวซุกหัวซุนออกไปทางประตูหลัง

"ไอ้หลิงเซียวบ้า ไอ้ตระกูลเย่บ้า ไม่ช้าก็เร็วข้าจะต้องกลับมาแก้แค้นพวกแกแน่!!"

ในเวลานี้ เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมามัวซ่อนระดับการฝึกฝนอีกแล้ว กลิ่นอายระดับซวีหลิงขั้นสูงสุดพุ่งทะยานออกมาในพริบตา ห่อหุ้มร่างของเขาแล้วพุ่งตัวหนีฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว

เขากลัวว่าหากชักช้าไปแม้วินาทีเดียว เขาอาจจะต้องตายด้วยน้ำมือของคุณชายจากเซิ่งโจวผู้นั้น

บัดซบ ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินไอ้สารเลวนั่นต่ำไปหน่อย

ขนาดวานรมารระดับเติงเซียนยังพลาดท่า การจะฆ่ามันอีกครั้ง คงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว

ภายในดวงตาของเย่ฝานมีความเย็นชาวาบผ่าน สุดท้ายก็ทอดสายตาไปที่แผ่นเหล็กสองชิ้นในมือ

แม้ว่าเวลาจะยังไม่เหมาะสมนัก แต่เมื่อมีวานรมารคอยช่วยเหลือ การบุกเข้าไปในดินแดนลับแห่งนั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่แผนที่โบราณทั้งสองชิ้นหลอมรวมกัน เขาก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมาอีกด้วย

สถานที่ที่ระบุในแผนที่นั้น แท้จริงแล้วเป็นมรดกตกทอดของยอดฝีมือระดับจื้อจุนในยุคโบราณ!!

โบราณสถานระดับจื้อจุน ต่อให้อยู่ในเซิ่งโจว ก็ถือเป็นโชคลาภวาสนาระดับทงเทียนเลยทีเดียว

หากเขาได้มันมาครอบครอง หลิงเซียวอะไรนั่น ก็แค่เศษสวะที่เขาสามารถบีบให้ตายได้ด้วยมือเดียว!

"เย่ฝาน! ดูสิ นั่นเย่ฝานนี่นา!!"

"ที่แท้ไอ้สารเลวนี่แหละ ที่คิดจะทำร้ายคุณชายหลิงเซียว ทำร้ายตระกูลเย่ของพวกเรา ตามไปเร็ว!!"

ในเวลานี้ ทุกคนในตระกูลเย่ต่างก็ปักใจเชื่อแล้ว ว่ามารร้ายตนนั้น ก็คือร่างแปลงของเย่ฝานอย่างแน่นอน

มิเช่นนั้น ดึกดื่นป่านนี้ แกจะวิ่งหนีหาพระแสงอะไร?

"ติ๊ด จิตวิถีของบุตรแห่งสวรรค์ได้รับความเสียหาย ถูกคนใกล้ชิดหันหลังให้ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ช่วงชิงค่าชะตาสวรรค์ได้สามร้อยแต้ม และแต้มตัวร้ายสามพันแต้ม"

เหนือโถงใหญ่ตระกูลเย่ หลิงเซียวยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองเย่ฝานที่กำลังหนีเอาชีวิตรอดอย่างเย็นชา

ผู้อาวุโสอินที่ยืนอยู่เบื้องหลังเขา ก็มีสีหน้าเย็นชาเช่นเดียวกัน

"ผู้อาวุโสอิน ท่านเคยได้ยินชื่อเจดีย์แก้วปราบมารแปดทิศบ้างหรือไม่?"

"เรียนคุณชาย... ไม่เคยขอรับ"

ผู้อาวุโสอินส่ายหน้า เขาเป็นเพียงข้ารับใช้ต่างแซ่ของตระกูลหลิง หูตาย่อมไม่กว้างไกลนัก

ทว่า กลิ่นอายบนร่างของจิตวิญญาณมารเมื่อครู่นี้ ช่างน่าสะพรึงกลัวเสียจริง แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกใจสั่น

แต่สุดท้าย มันก็ถูกคุณชายขับไล่ไปอยู่ดี

เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาของผู้อาวุโสอินก็ยิ่งเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงมากยิ่งขึ้น

"ดูเหมือนว่าคงต้องกลับไปถามท่านพ่อท่านแม่เสียแล้วสิ"

หลิงเซียวพยักหน้ายิ้มๆ ไม่ว่าเจดีย์โบราณนั่นจะมาจากไหน สำหรับเขาแล้ว ก็ไม่ได้ถือเป็นภัยคุกคามอะไรมากมายนัก

เพราะจากปากของหมีหยง เขาได้รู้แล้วว่า สิ่งที่ถูกผนึกอยู่ในเจดีย์เก้าชั้นนั้น ล้วนเป็นจอมมารผู้ชั่วร้ายที่โลกใบนี้ไม่อาจยอมรับได้ทั้งสิ้น

แล้วหลิงเซียวคือใครล่ะ?

หลิงเซียวต่างหาก คือจอมมารที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในใต้หล้ายามนี้!

เมื่อใดที่เขากระตุ้นกายามารสวรรค์ที่แท้จริง ก็เพียงพอที่จะทำให้มารร้ายนับหมื่นในใต้หล้าต้องยอมสยบแล้ว

เรื่องนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากปฏิกิริยาของวานรมารเมื่อครู่นี้

ค่าชะตาสวรรค์สามร้อยแต้ม แต้มตัวร้ายสามพันแต้ม ดูเหมือนว่าครั้งนี้ เย่ฝานคงจะตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อไปเลยสินะ

แต่ก็สมควรแล้วล่ะ อุตส่าห์ยอมเสี่ยงอัญเชิญมารร้ายยุคโบราณออกมา แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว

แถมยังต้องมาความลับแตก และเข้าไปพัวพันกับเผ่ามารอีกต่างหาก

โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล แต่เกรงว่าคงไม่มีที่ไหนให้เขาซุกหัวนอนได้อีกแล้ว

แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ย่อมต้องยอมเสี่ยงตาย ทุ่มสุดตัวเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างแน่นอน

และเป้าหมายของหลิงเซียว ก็บรรลุผลแล้วเช่นกัน

ไม่ว่าภายในแผ่นเหล็กชิ้นนั้นจะซ่อนอะไรเอาไว้ แต่เห็นได้ชัดว่า มันคือโชคลาภวาสนาอันยิ่งใหญ่ของบุตรแห่งสวรรค์

สัตว์อสูรค้นหาสมบัติออนไลน์แล้ว ส่วนสิ่งที่หลิงเซียวต้องทำต่อไป ก็แค่จิบชา จีบสาว แล้วก็รอให้เย่ฝานหาดินแดนลับแห่งนั้นให้เจอก็พอ

แม้ว่าการทำแบบนี้มันจะดูไร้ยางอายไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าเย่ฝานยังโชคดีกว่าฉู่หยางผู้นั้นอยู่บ้าง

อย่างน้อย เขาก็ยังได้ทำประโยชน์ในวาระสุดท้าย!

"ผู้อาวุโสอิน ท่านสะกดรอยตามเขาไป ช่วยเย่ฝานกำจัดอุปสรรคทั้งหมดให้สิ้นซาก"

แน่นอนว่า หลิงเซียวผู้มีจิตใจเมตตาย่อมไม่มีทางนอนรอรับผลประโยชน์อย่างเดียวหรอก

ยังไงก็ต้องออกแรงกันบ้าง

ส่งยอดฝีมือไปคอยคุ้มกันเขาอย่างลับๆ ก็ถือว่าไม่ได้เอาเปรียบเขาล่ะนะ

"ขอรับ คุณชาย!"

ผู้อาวุโสอินพยักหน้ารับ แต่บนใบหน้ากลับแฝงไว้ด้วยความลังเล

"ไม่ต้องห่วงหรอก ช่วงนี้ข้าจะพักอยู่ที่เมืองชิงเฟิงแห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ในสี่ดินแดนร้างแห่งนี้ ก็ไม่มีใครสามารถคุกคามชีวิตของข้าได้หรอก"

หลิงเซียวย่อมรู้ดีว่าผู้อาวุโสอินกังวลเรื่องอะไร จึงยิ้มปลอบใจไป

"ขอรับ! หากคุณชายมีเรื่องอันใด สามารถเรียกหาข้าผ่านจิตสัมผัสได้เลยขอรับ"

สิ้นคำ เงาร่างของผู้อาวุโสอินก็หายวับไปจากตรงนั้นในพริบตา

เช้าวันรุ่งขึ้น

ข่าวเรื่องที่คุณชายหลิงเซียวถูกลอบทำร้ายที่ตระกูลเย่ ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งแดนร้างเหนือในชั่วพริบตา

แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจก็คือ มารร้ายที่ลอบทำร้ายคุณชาย กลับเป็นร่างแปลงของเย่ฝาน คนไร้ค่าแห่งตระกูลเย่นั่นเอง

เพียงชั่วข้ามคืน ข่าวลือต่างๆ นานาเกี่ยวกับเย่ฝาน ก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด

ข่าวลือเรื่องนักฆ่าเด็กผู้หญิง ฆาตกรข่มขืนต่อเนื่อง ปีศาจเฒ่ากินเด็ก และอื่นๆ อีกมากมายแพร่สะพัดไปทั่ว

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบางคนถึงกับอ้างว่า ตนเองเคยเห็นเหตุการณ์อันน่าสยดสยองเมื่อสิบสามปีก่อนกับตา ซึ่งเป็นภาพที่เย่ฝานกำลังกินเด็กผู้หญิงทั้งเป็น!

จากเรื่องนี้ ก็พอจะเห็นได้ว่า ผู้คนบนโลกนี้มีความหวาดกลัวและรังเกียจคำว่า 'มาร' มากเพียงใด

ในสายตาของพวกเขา มาร ก็คือตัวแทนของความกระหายเลือดและความโหดเหี้ยม

หากบอกว่าเซียนเป็นตัวแทนของความดีงามและได้รับการเคารพบูชาจากผู้คน มารก็คือต้นกำเนิดของความชั่วร้ายทั้งปวง

ช่างน่าเศร้า ที่บนโลกใบนี้ มีคนเคยเห็นมารจริงๆ เพียงไม่กี่คน แต่การเกลียดชังมาร กลับกลายเป็นฉันทามติของคนส่วนใหญ่ไปเสียแล้ว

เย่ชิงฉานรีบวิ่งมาที่ห้องของหลิงเซียวตั้งแต่เช้าตรู่ ดวงตากลมโตบวมเป่ง ทอดสายตามองดูเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งจิบชาอยู่หน้าโต๊ะด้วยความสงบนิ่ง

นางได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้จากปากของพวกเย่เซิ่งหมดแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อได้ฟังการเล่าเรื่องแบบใส่สีตีไข่ของเย่เซิ่ง เย่ชิงฉานก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวและเสียใจอย่างสุดซึ้ง

หากนางไม่เป็นคนแนะนำตระกูลเย่ให้คุณชายรู้จัก คุณชายก็คงไม่ต้องเดินทางไกลนับหมื่นลี้มาที่นี่

หากคุณชายเป็นอะไรไปที่ตระกูลเย่จริงๆ อย่าว่าแต่นางเลย ต่อให้เป็นสำนักเสวียนเจี้ยน ก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมที่ต้องถูกทำลายล้างเป็นแน่

ในเวลานี้ นางเดาออกแล้ว ว่าที่เมื่อคืนคุณชายสั่งห้ามนางออกจากห้อง คงเป็นเพราะเขารู้ล่วงหน้าแล้วว่ามารร้ายเย่ฝานจะมาทำร้ายนางแน่ๆ

แต่น่าเจ็บใจนัก ที่นางดันไปโกรธเขาอยู่ตั้งนาน นางนี่มัน... โง่เง่าเต่าตุ่นเสียจริงๆ!

"ติ๊ด เย่ชิงฉานรักฝังรากลึก ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับค่าชะตาสวรรค์หนึ่งร้อยแต้ม ช่วงชิงค่าชะตาสวรรค์จากบุตรแห่งสวรรค์เย่ฝานหนึ่งร้อยแต้ม และแต้มตัวร้ายเพิ่มขึ้นหนึ่งพันแต้ม"

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ หลิงเซียวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

รักฝังรากลึกงั้นหรือ?

นี่ก็เรียกว่ารักฝังรากลึกแล้วหรือ?

คำหวานก็ยังไม่ได้พ่น เพลงรักก็ยังไม่ได้แต่ง เรื่องโรแมนติกก็ยังไม่ได้ทำเลยสักอย่าง แต่โฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแดนร้างเหนือผู้นี้ กลับรักเขาจนหมดหัวใจแล้วเนี่ยนะ?

โอ้ บ้าจริง!

เสน่ห์อันล้นเหลือของข้านี่มันช่างรับมือยากเสียจริง

"คุณชาย..."

"หืม? ชิงฉาน มานี่สิ นี่คือชาที่ข้าต้มเอง เป็นชาที่ข้านำมาจากเซิ่งโจวเชียวนะ ลองชิมดูสิ"

บนใบหน้าของหลิงเซียวปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของเย่ชิงฉาน แล้วดึงนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนทันที

ในเวลานี้ เย่ชิงฉานรู้สึกเพียงแค่ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นแรง ชั่วขณะหนึ่ง นางถึงกับรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนไร้ความหมาย

มีเพียงอ้อมกอดของคุณชายเท่านั้น ที่เป็นที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของนาง!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 39 รักฝังรากลึก

คัดลอกลิงก์แล้ว