- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้าย ขอแย่งบทพระเอกมันซะเลย
- บทที่ 37 สุขสันต์วันเกิด
บทที่ 37 สุขสันต์วันเกิด
บทที่ 37 สุขสันต์วันเกิด
บทที่ 37 สุขสันต์วันเกิด
"ผู้ใด?"
จู่ๆ วานรมารก็เอ่ยภาษามนุษย์ออกมา ร่างกายหดเล็กลงจากความว่างเปล่า และกลายร่างเป็นมนุษย์ในเวลาเพียงสั้นๆ
"โอ้? เจ้าสามารถแปลงกายได้ด้วยหรือ?"
เย่ฝานเลิกคิ้วขึ้น พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"เช่นนั้นก็หมายความว่าเจ้ายอมตกลงแล้วสินะ?"
"เจ้าพูดจริงทำจริง จะคืนอิสรภาพให้ข้าแน่หรือ?"
วานรมารในร่างมนุษย์มีความสูงถึงเก้าฉื่อ มัดกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างนูนเด่น กลิ่นอายมารพุ่งทะยานฟ้า
"ตอนนี้เจดีย์แก้วปราบมารแปดทิศยอมรับข้าเป็นนายแล้ว ข้าจะฆ่าหรือจะปล่อยเจ้า ล้วนขึ้นอยู่กับความคิดของข้าเพียงวูบเดียวเท่านั้น"
เย่ฝานยิ้มเย็น แต่วานรมารกลับเงยหน้าคำรามลั่น "ไอ้เด็กเมื่อวานซืน เจ้าคิดว่าแค่ครอบครองเจดีย์พังๆ นามนี่ได้ ก็จะสามารถชี้เป็นชี้ตายพวกข้าได้อย่างนั้นหรือ?"
"อย่าว่าแต่มนุษย์ตัวจ้อยอย่างเจ้าเลย แม้แต่เจ้านายคนเดิมของเจดีย์พังๆ นามนี่ ก็ยังไม่สามารถสังหารพวกข้าได้ ทำได้เพียงจองจำพวกข้าไว้ในนี้เท่านั้น ทางที่ดีเจ้าจงรักษาสัจจะเสียเถอะ มิเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าต้องอยู่ไม่สู้ตาย"
"หึหึ ขอเพียงเจ้าช่วยข้าสังหารคนผู้นั้น ข้ารับรองว่าจะคืนอิสรภาพให้เจ้าทันที"
ภายในดวงตาของเย่ฝานมีความมืดมนวาบผ่าน
ตั้งแต่เล็กจนโต สิ่งที่เขาต้องทนรับมากที่สุดก็คือสายตาดูถูกและคำขู่เข็ญจากคนรอบข้าง
เขาเคยสาบานเอาไว้แล้ว ว่าทุกคนที่เคยดูถูกเขา จะต้องตายทั้งหมด
วานรมารตนนี้ถูกสะกดข่มอยู่ในเจดีย์มานานนับพันปีแล้ว
หากมันมีวิธีดิ้นหลุดจากพันธนาการในเจดีย์นี้ได้จริงๆ มันก็คงไม่ต้องรอมาจนถึงป่านนี้หรอก
เย่ฝานตระหนักถึงเรื่องนี้ดีตั้งแต่วันที่หลอมรวมกับเจดีย์โบราณนี้แล้ว
ดังนั้น เขาจึงไม่ได้สนใจคำขู่ของวานรมารเลยแม้แต่น้อย
"ตกลงตามนี้ แค่ยอดฝีมือระดับหุนไห่กระจอกๆ ข้าหมีหยง สะบัดมือเดียวก็ฆ่าทิ้งได้แล้ว"
วานรมารแค่นเสียงเย็น กลิ่นอายมารนอกกายพวยพุ่ง คล้ายกับจอมมารจุติลงมาก็ไม่ปาน
"ดี ถ้าเช่นนั้นข้าจะคลายผนึกให้เจ้าสองชั้น ให้จิตวิญญาณของเจ้าออกจากร่าง ไปสังหารเด็กหนุ่มที่ชื่อหลิงเซียวเสีย"
เย่ฝานเปลี่ยนมุทราบนฝ่ามือ
โซ่สีดำที่พันธนาการอยู่บนร่างของวานรมาร พลันเปล่งแสงสีแดงเจิดจ้า ก่อนจะหรี่แสงลงในพริบตา
ในขณะเดียวกัน เงาร่างที่ค่อนข้างเลือนรางสายหนึ่ง เพียงแค่ดิ้นรนเล็กน้อย ก็หลุดออกจากร่างเนื้อได้สำเร็จ
"ไปเถอะ"
เย่ฝานขมวดคิ้ว มองดูจิตวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า เจดีย์สีดำในมือหมุนวนเบาๆ
เขาย่อมไม่เชื่อว่ามารร้ายพวกนี้จะรักษาสัจจะ ดังนั้นจึงได้เตรียมรับมือเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
หากวานรมารตนนี้กล้าตุกติกแม้แต่นิดเดียว เขาก็จะไม่ลังเลที่จะกระตุ้นพลังของเจดีย์แก้วปราบมารแปดทิศ เพื่อสังหารจิตวิญญาณมารตนนี้ทันที
เป็นไปตามคาด แสงสีแดงในดวงตาของวานรมารเปล่งประกายเจิดจ้า มันจ้องมองเย่ฝานเขม็ง เห็นได้ชัดว่ากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะฉวยโอกาสนี้สังหารเจ้านายคนใหม่ของเจดีย์โบราณทิ้งเสียดีหรือไม่
แต่สุดท้าย มันก็ยังคงลังเล
ของวิเศษระดับทงเทียนชิ้นนี้ เป็นถึงของวิเศษศักดิ์สิทธิ์ของเผ่ามาร มีพลังอำนาจล้นฟ้า
และเหล่ามารร้ายที่ถูกสะกดข่มอยู่ภายใน ล้วนเป็นจอมมารที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังและดุร้ายที่สุดในเซิ่งโจวทั้งสิ้น
ยามนี้มันเป็นเพียงแค่จิตวิญญาณที่เผยโฉมออกมา พลังที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งในสิบ หากลงมือภายในเจดีย์แห่งนี้ เกรงว่าร้อยทั้งร้อยคงจะถูกเย่ฝานสะกดข่มลงไปอีกครั้งเป็นแน่
"ขอรับ"
สุดท้าย มันก็ค้อมกายทำความเคารพเย่ฝานอย่างนอบน้อม แล้วเลือนหายไป
จนกระทั่งกลิ่นอายของวานรมารจางหายไปจนหมดสิ้น เย่ฝานถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โดยไม่รู้ตัว เสื้อผ้าด้านหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเสียแล้ว
"ระดับการฝึกฝนยังต่ำเกินไป แค่มารร้ายในชั้นแรก ก็สร้างความกดดันให้ข้าได้ถึงเพียงนี้แล้ว ไม่รู้เลยว่าบนยอดเจดีย์ทั้งเก้าชั้นนั้น จะมีตัวตนที่ดุร้ายน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนถูกสะกดเอาไว้"
เย่ฝานก้มลงมองเจดีย์โบราณสีดำในมือ
ตั้งแต่วันที่เขาหลอมรวมของวิเศษระดับศักดิ์สิทธิ์ยุคโบราณชิ้นนี้ เขาก็รู้ถึงที่มาของเจดีย์นี้แล้ว
เจดีย์แก้วปราบมารแปดทิศ มีเก้าชั้น สะกดข่มมารร้ายไว้เก้าตน
ในอดีต ท่านแม่เคยกล่าวไว้ว่า ขอเพียงระดับการฝึกฝนของเขาทะลวงผ่านระดับพั่วหวัง ก็จะสามารถหลอมละลายมารร้ายในเจดีย์เหล่านี้ให้มารับใช้ได้
ในขณะเดียวกัน วรยุทธ์และเคล็ดวิชาที่มารร้ายทั้งเก้าตนฝึกฝนมา ก็จะตกทอดมาถึงเขาด้วย
หากวันนี้หลิงเซียวไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น เขาย่อมไม่กล้าปล่อยวานรมารตนนี้ออกไปง่ายๆ อย่างแน่นอน
มิเช่นนั้น หากไปดึงดูดความสนใจจากบรรดายอดฝีมือระดับสูงสุดในเซิ่งโจวเข้า เกรงว่าเขาคงตายโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
แต่พอคิดถึงความอัปยศที่น้องชิงฉานต้องเผชิญเมื่ออยู่ข้างกายหลิงเซียว เย่ฝานก็รู้สึกปวดร้าวราวกับถูกมดนับหมื่นกัดกินหัวใจ ทรมานเหลือแสน
"หลิงเซียว จะโทษก็ต้องโทษตัวเจ้าเอง ที่ไปตอแยกับคนที่ไม่ควรตอแย"
ทางด้านนี้ ทันทีที่วานรมารหมีหยงออกมาจากเจดีย์แก้วปราบมารแปดทิศ มันก็รู้สึกว่าแม้อากาศก็ยังหอมหวานเป็นพิเศษ
ในเวลานี้ มันไม่ได้ไปหาหลิงเซียวในทันที แต่กลับไปยืนอยู่บนหลังคาของโถงใหญ่ตระกูลเย่ หอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย
หนึ่งพันปีเต็มๆ หนึ่งพันปีที่ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ต้องเผชิญหน้ากับความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดมาโดยตลอด
แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลากลางดึก แต่แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาก็ช่างอบอุ่นและงดงามเหลือเกิน
หมีหยงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกวาดสายตามองหาทิศทางเล็กน้อย แล้วพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของหลิงเซียวพร้อมกับกลิ่นอายมารอันมหาศาล
ในเวลานี้ มันเป็นเพียงแค่จิตวิญญาณที่หลุดออกจากร่าง ร่างเนื้อยังคงถูกจองจำอยู่ในเจดีย์ปราบมาร
นี่ไม่ใช่อิสรภาพที่แท้จริง!
สิ่งที่มันต้องการ คือการปลดปล่อยทั้งจิตวิญญาณและร่างเนื้อต่างหาก
การเข่นฆ่า!
มีเพียงการเข่นฆ่าอย่างไม่สิ้นสุดเท่านั้น ที่จะสามารถฝังกลบความโดดเดี่ยวเกือบพันปีของมันได้
เหนือท้องฟ้าตระกูลเย่ จู่ๆ ก็มีเมฆดำทะมึนปกคลุม
ความหนาวเหน็บที่ชวนให้ผู้คนหวาดกลัวพัดม้วนมาจากทุกทิศทุกทาง
หากในเวลานี้มีใครแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็จะพบว่าพระจันทร์คล้ายกับถูกอะไรบางอย่างบดบังเอาไว้
แต่ทว่าในเวลานี้ หมีหยงกลับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
มันพบว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ ระดับการฝึกฝนช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหลือเกิน?
ที่นี่ไม่ใช่เซิ่งโจวอย่างแน่นอน แต่... เจดีย์แก้วปราบมารแปดทิศหลุดรอดมาอยู่ข้างนอกได้อย่างไร?
"ช่างเถอะ ไปฆ่าไอ้เด็กที่ชื่อหลิงเสียวก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
หมีหยงไม่ได้ปกปิดกลิ่นอายของตัวเองเลยแม้แต่น้อย มันปรากฏตัวขึ้นในห้องของหลิงเซียวอย่างโจ่งแจ้ง
แต่สิ่งที่ทำให้มันรู้สึกประหลาดใจก็คือ ในพริบตาที่มันปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ภายในห้องที่เคยมืดมิด จู่ๆ ก็สว่างไสวไปด้วยแสงเทียน
"แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู!"
คนตระกูลเย่นับไม่ถ้วนยืนอยู่ล้อมรอบห้อง มองดูเงาร่างอันน่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายมารอันมหาศาล
ทว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ บนใบหน้าของพวกเขาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย อย่างมากที่สุดก็แค่แปลกใจเท่านั้น
เมื่อครู่นี้ คุณชายหลิงเซียวเพิ่งจะส่งคนไปตามลูกหลานตระกูลเย่ทั้งหมดมารวมตัวกัน โดยบอกว่าประเดี๋ยวจะมีแขกคนสำคัญมาเยือน
ในขณะเดียวกัน ก็ยังสอนเพลงแปลกๆ ให้พวกเขาด้วย
เดิมทีเย่หลิวเฟิงคิดว่า แขกคนสำคัญของคุณชายหลิงเซียว ก็คงต้องเป็นยอดฝีมือจากเซิ่งโจวเช่นเดียวกันใช่ไหมล่ะ?
แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร เงาร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมารตรงหน้านี้ ก็ดูไม่เหมือน... คนดีเลยสักนิด
สีหน้าของหมีหยงตกตะลึงไปนานแล้ว
เมื่อเห็นมนุษย์ตัวกระจอกเหล่านี้ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้มัน หัวใจของมันก็สับสนวุ่นวายไปหมดแล้ว?
มารดามันเถอะ!
นี่ข้าตกยุคไปแล้วงั้นหรือ?
หรือว่าพวกเจ้าคิดว่าข้าถือดาบไม่ไหวแล้ว?
เมื่อก่อนขนาดพวกยอดฝีมือระดับเติงเซียนพอเห็นข้า ยังต้องตัวสั่นงันงก หวาดกลัวจนหัวหดเลย
แต่ตอนนี้ มดปลวกไม่กี่ตัว กลับกล้ามายิ้มให้ข้างั้นหรือ?!
แถมเมื่อกี้พวกมันร้องเพลงบ้าอะไรกัน?
แฮปปี้เบิร์ธเดย์งั้นหรือ?
"เย่ฝานส่งเจ้ามางั้นหรือ?"
มุมปากของหลิงเซียวประดับด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยอยู่เสมอ
จิตสัมผัสของยอดฝีมือระดับเติงเซียน ไม่รู้ว่าถ้ากลืนกินมันเข้าไป ระดับจิตวิญญาณของเขาจะทะลวงผ่านไปได้หรือไม่นะ?
"มดปลวกตัวจ้อย บังอาจมาพูดจาเช่นนี้กับเปิ่นหวังงั้นหรือ!"
หมีหยงแค่นเสียงเย็น แม้ว่ามันจะรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องนี้ดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่มดปลวกไม่กี่ตัว จะมาทำคลื่นลมอะไรได้?
"เปิ่นหวัง? น่าสนใจดี นี่คือไพ่ตายของเย่ฝานงั้นหรือ? เศษเสี้ยววิญญาณของยอดฝีมือระดับเติงเซียน? หรือว่าวิญญาณมาร?"
หลิงเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ภายในใจกลับมีความสงสัยผุดขึ้นมา
ทำไมก่อนหน้านี้ เขาถึงไม่เคยสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังสายนี้จากตัวเย่ฝานเลย?
[จบตอน]