เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 เตรียมผงาด

บทที่ 25 เตรียมผงาด

บทที่ 25 เตรียมผงาด


บทที่ 25 เตรียมผงาด

"ความรุ่งโรจน์ของตระกูลเย่? ท่านประมุข นี่หมายความว่าอย่างไรกัน! อาหลานตระกูลเย่หลิวอวิ๋นบอกอะไรมางั้นหรือ?"

เย่เหวินเทียน ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเย่ขมวดคิ้ว เอ่ยถามเย่หลิวเฟิงด้วยความไม่เข้าใจอยู่บ้าง

"หลิวอวิ๋นบอกว่า มีคุณชายจากเซิ่งโจวลงมาเยือน และอีกไม่กี่วันจะมาเป็นแขกที่ตระกูลเย่ของเรา! ส่วนบรรดาอัจฉริยะและสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่มาปรากฏตัวในเมืองชิงเฟิงอย่างกะทันหัน ส่วนใหญ่ก็คงจะมุ่งหน้ามาหาเขานั่นแหละ"

เย่หลิวเฟิงมีสีหน้าฮึกเหิม บนใบหน้าแฝงรอยยิ้มอย่างลำพองใจ

หากไม่ใช่เพราะยามนี้เย่หลิวอวิ๋นเป็นถึงประมุขสำนักเสวียนเจี้ยน เกรงว่าตระกูลเย่ของเขาคงจะตกต่ำไปนานแล้ว

แต่ถึงกระนั้น ในบริเวณใจกลางแดนร้างเหนือแห่งนี้ ตระกูลเย่ก็ยังเป็นเพียงตระกูลผู้ฝึกตนเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจอยู่ดี

แต่ทว่า...

ขอเพียงครั้งนี้ตระกูลเย่ปรนนิบัติคุณชายจากเซิ่งโจวท่านนี้ให้ดี ของวิเศษ โชคลาภวาสนา หรือวรยุทธ์ต่างๆ ก็แค่เอื้อมมือคว้าเท่านั้น!

"อะไรนะ?!"

"คุณชายจากเซิ่งโจวลงมาเยือนงั้นหรือ?"

"ที่แท้ข่าวลือเรื่องเซิ่งโจวก็เป็นเรื่องจริงงั้นหรือ? นอกเหนือจากสี่ดินแดนร้างแล้ว ยังมีดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นอยู่จริงๆ ด้วย!"

ทั่วทั้งตระกูลเย่ตกอยู่ในความโกลาหลทันที

ลูกหลานตระกูลเย่หลายคนเริ่มครุ่นคิดอย่างลับๆ ว่าจะทำอย่างไรถึงจะโดดเด่นท่ามกลางพี่น้องทั้งหมดได้

"ท่านประมุข ท่านพูดจริงหรือ? คุณชายจากเซิ่งโจวท่านนั้น จะมาที่ตระกูลเย่ของเราจริงๆ หรือ?"

บนใบหน้าชราของเย่เหวินเทียนก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกัน

เขาติดอยู่ในระดับซิ่งเสินขั้นสูงสุดมาหลายสิบปีแล้ว

หากได้รับการชี้แนะจากคุณชายเซิ่งโจวท่านนั้น การทะลวงผ่านระดับการฝึกฝนก็คงอยู่แค่เอื้อม

"จะปลอมได้อย่างไร ตอนนี้ชิงฉานหลานข้า ก็ติดตามอยู่ข้างกายคุณชายหลิงเซียว เล่าลือกันว่าแม้แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งเจียวเอ๋อร์แห่งสำนักเชียนเม่ย ก็ถูกคุณชายหลิงเซียวรับไว้เป็นสาวใช้แล้ว และครั้งนี้ก็จะเดินทางมาด้วยกัน"

เมื่อเย่หลิวเฟิงกล่าวจบ สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่เย่ฝานแวบหนึ่ง

เรื่องที่ตระกูลเฟิ่งมาขอถอนหมั้นในวันนั้น ทำให้คนทั้งตระกูลเย่ต้องเสื่อมเสียเกียรติ

แต่สำนักเชียนเม่ยมีอำนาจล้นฟ้า ตระกูลเย่จึงไม่กล้าแข็งข้อ

ดังนั้น คนตระกูลเย่ทุกคนจึงไปลงความแค้นนี้กับเย่ฝาน

หากไม่ใช่เพราะเขาเกิดมามีเส้นชีพจรพิการ เป็นเพียงคนไร้ค่าคนหนึ่ง มีหรือจะถูกคนมาขอถอนหมั้น จนทำให้ตระกูลเย่ต้องกลายเป็นตัวตลกเช่นนี้

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเยาะเย้ยถากถางจากคนรอบข้าง สีหน้าของเย่ฝานก็บิดเบี้ยวไปชั่วขณะอย่างเงียบๆ

คุณชายจากเซิ่งโจวงั้นหรือ?

คุณชายเซิ่งโจวแล้วมีอะไรดีนักหนา ดูพวกเจ้าแต่ละคนสิ ตกใจจนขี้หดตดหายกันหมดแล้ว

ในวันที่เขาปลุกสายเลือดตื่นขึ้นตอนอายุสิบหกปี เขาเคยเห็นเศษเสี้ยวความทรงจำที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ในทะเลวิญญาณ

ท่านแม่เคยบอกว่า เจดีย์โบราณในทะเลวิญญาณของเขา ต่อให้อยู่บนแผ่นดินเซิ่งโจว ก็ยังถือเป็นสุดยอดของวิเศษระดับสูงสุด

เคล็ดวิชาและวรยุทธ์ที่สืบทอดอยู่ภายในนั้น ล้วนเป็นของระดับสูงสุดของเซิ่งโจวทั้งสิ้น

ขอเพียงแค่เขาฝึกฝนไปตามลำดับขั้น ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับพั่วหวัง และเหยียบย่างเข้าสู่เซิ่งโจวได้อย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกันท่านแม่ก็เตือนเขาด้วยว่า ก่อนที่จะถึงระดับเติงเซียน ห้ามไปสืบหาเบาะแสของนางเด็ดขาด

เมื่อพิจารณาจากเรื่องนี้แล้ว ภูมิหลังของท่านแม่ย่อมต้องน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่งแน่นอน

สิ่งที่น่าขันก็คือ พวกมดปลวกตระกูลเย่ที่อยู่ตรงหน้านี้ กลับมองข้ามเขา แล้วแห่กันไปประจบสอพลอคนนอกที่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งไม่รู้แม้กระทั่งที่มาที่ไป

แต่ก็ดีเหมือนกัน ยิ่งพวกเจ้าดูถูกข้ามากเท่าไหร่ วันข้างหน้าที่ข้ากลับมาแก้แค้นพวกเจ้า ข้าก็จะได้ไม่รู้สึกผิด

"อะแฮ่ม เย่ฝาน ข้ารู้ว่าเรื่องถอนหมั้นในตอนนั้นมันกระทบกระเทือนจิตใจเจ้ามาก แต่ครั้งนี้เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ติดตามคุณชายหลิงเซียวมาด้วย เจ้าก็ระวังท่าทีของตัวเองหน่อยก็แล้วกัน"

เย่หลิวเฟิงปรายตามองเย่ฝานอย่างเย็นชา โดยเฉพาะแววตาอาฆาตแค้นในดวงตาของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้เขาคิดว่าเย่ฝานยังคงไม่ลืมความอัปยศจากการถูกถอนหมั้น

"ระวังท่าทีของตัวเองงั้นหรือ?"

เย่ฝานอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ

คนที่ถูกถอนหมั้นก็คือข้า คนที่ถูกด่าก็คือข้า คนที่ถูกคนในตระกูลหัวเราะเยาะก็ยังเป็นข้า

ตอนนี้พอนางตามคนใหญ่คนโตกลับมา ข้ายังต้องปั้นหน้ายิ้มคอยปรนนิบัตินางอีกหรือ?

คนเราจะต่ำต้อยได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

พวกเจ้าอาจจะทำได้ แต่เย่ฝานอย่างข้าทำไม่ได้!!

"เย่ฝาน ท่านพ่อข้ากำลังพูดกับเจ้าอยู่นะ เจ้าหูหนวกหรือไง?"

ด้านหน้าฝูงชน ชายหนุ่มรูปงามในชุดสีม่วงขมวดคิ้ว หันไปตวาดใส่เย่ฝาน

เขาชื่อเย่เซิ่ง เป็นนายน้อยคนปัจจุบันของตระกูลเย่

ตัวเขานั้นพอจะมีพรสวรรค์อยู่บ้าง ตอนนี้บรรลุระดับซวีหลิงแล้ว พอจะมีชื่อเสียงในเมืองแถบภูเขาแห่งนี้อยู่บ้าง

'แค่ระดับซวีหลิงกระจอกๆ ก็กล้ามาพูดจาสามหาวกับข้า หึ รอข้าทะลวงผ่านระดับซิ่งเสินเมื่อไหร่ วันนั้นแหละคือวันตายของตระกูลเย่พวกเจ้า'

เย่ฝานแค่นเสียงเย็นในใจ แต่ภายนอกกลับทำสีหน้าเรียบเฉย แล้วพยักหน้ารับ "เข้าใจแล้ว"

ท่านแม่เคยสอนไว้ ว่าคนเราต้องรู้จักอดทน

สิบแปดปีที่ผ่านมาข้ายังทนมาได้ แล้วจะมาทนไม่ได้กับเวลาแค่ไม่กี่วันงั้นหรือ?

ขอเพียงแค่หญ้าปิงซินอายุพันปีอีกสักต้น ข้าก็จะสามารถหลอมโอสถเซิงหลิงได้สำเร็จ เมื่อถึงเวลานั้น การทะลวงผ่านระดับซิ่งเสินก็คงไม่ใช่ปัญหา

เมืองชิงเฟิงแห่งนี้เขาอยู่มาพอแล้ว ก้าวต่อไปก็คือการมุ่งหน้าไปยังสี่ราชวงศ์ เพื่อตามหาโชคลาภวาสนา

ได้ยินมาว่าอีกแค่ครึ่งปี ก็จะถึงงานประลองร้อยราชวงศ์ที่สี่ราชวงศ์ร่วมกันจัดขึ้นแล้ว

ครั้งนี้ ข้าจะต้องทำให้ทุกคนในแดนร้างเหนือได้รู้จักชื่อของเย่ฝานให้จงได้!

เพียงแต่...

น้องหญิงชิงฉาน ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะ

ภายในดวงตาของเย่ฝาน ค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา

หากจะบอกว่าในตระกูลเย่มีใครที่ควรค่าแก่การให้เขาระลึกถึง ก็คงมีเพียงคุณหนูใหญ่แห่งสำนักเสวียนเจี้ยนผู้นี้เท่านั้น

แม้ทั้งสองคนจะไม่ค่อยได้พบเจอกันนัก แต่ต่างก็ดึงดูดซึ่งกันและกัน

เย่ฝานไม่มีวันลืมภาพที่เย่ชิงฉานชักกระบี่ชี้หน้าเย่เซิ่ง เพื่อปกป้องเขาได้เลย

วันนั้นเป็นวันฝนตก เย่ฝานถูกพวกเย่เซิ่งรุมรังแก

เย่ชิงฉานก็เหมือนกับเทพธิดาที่จุติลงมาจากสวรรค์ชั้นเก้า จู่ๆ ก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขา

หยาดฝนสาดกระเซ็นจนเส้นผมของนางเปียกปอน แต่ก็ไม่อาจปกปิดใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของนางได้เลย

อาภรณ์สีเขียวพลิ้วไหว มือเรียวงามดั่งหยก

นางยื่นมือมาจับมือที่เปื้อนโคลนของเย่ฝาน ช่วยเช็ดคราบเลือดที่มุมปากให้เขา จากนั้นก็หันหลังกลับไปชักกระบี่หันเข้าหาเย่เซิ่ง

เลือดสาดกระเซ็นย้อมลานกว้างจนเป็นสีแดง เมฆครึ้มบนท้องฟ้าดูน่ากลัวและดุร้าย

แต่ภาพทั้งหมดนั้น ก็ไม่อาจเทียบได้กับจุดสีแดงเล็กๆ ที่หางตาของเย่ชิงฉาน

ปีนั้น เป็นปีแรกที่ทั้งสองคนได้พบกัน เย่ฝานอายุสิบสามปี เย่ชิงฉานอายุสิบสองปี

วันนั้น เย่ฝานสาบาน ชาตินี้ จะต้องยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับนางให้จงได้

"ได้ยินมาว่าตอนนี้เจ้ากลายเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแดนร้างเหนือไปแล้ว ชิงฉาน ขอเวลาให้ข้าอีกสักหน่อย ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น ว่ามีเพียงข้าเท่านั้น ที่คู่ควรจะยืนอยู่เคียงข้างเจ้า"

เย่ฝานเผยแววตาหลงใหล

คุณชายหลิงเซียวงั้นหรือ?

หึหึ ในเจดีย์แก้วปราบมารแปดทิศของข้า สะกดข่มจอมมารระดับแนวหน้าของเซิ่งโจวเอาไว้ตั้งมากมาย!

แล้วเจ้าล่ะ นับเป็นตัวอะไรได้?

"ฮึ่ม เจ้าจำเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน มิเช่นนั้น..."

เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งของเย่ฝาน ภายในแววตาของเย่เซิ่งก็มีความอำมหิตวาบผ่าน

เมื่อครู่นี้ ท่านพ่อเย่หลิวเฟิงแอบกระซิบบอกเขาว่า การที่คุณชายหลิงเซียวมาเยือนตระกูลเย่ในครั้งนี้ ก็เพื่อตามหายอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์

และคนเดียวในตระกูลเย่ที่คู่ควรกับคำว่าอัจฉริยะ ก็มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น

หากเย่ฝานไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไปล่วงเกินคุณชายหลิงเซียวเข้าเพราะเรื่องของเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ เย่เซิ่งก็ไม่รังเกียจที่จะชิงลงมือฆ่าเขาทิ้งก่อน

"ท่านประมุข ด้านนอกมีคนขอเข้าพบขอรับ"

ตอนนั้นเอง นอกศาลบรรพชนก็มีเสียงของบ่าวรับใช้ตระกูลเย่ดังขึ้น

เย่หลิวเฟิงและคนอื่นๆ ต่างก็ใจเต้นระรัว รีบเอ่ยถามขึ้นมาทันที "คุณชายหลิงเซียวกับชิงฉานมาถึงแล้วงั้นหรือ?"

"ไม่ใช่ขอรับ... ท่านประมุข"

"อ๋อ"

เย่หลิวเฟิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

"เขาบอกว่าเขาคือรัชทายาทแห่งราชวงศ์ต้าเหยียน มีนามว่าเซียวเหยียน ต้องการมาขอเข้าพบท่านขอรับ"

"อะไรนะ?! รัชทายาทจากสี่ราชวงศ์มาเยือนด้วยตัวเองเชียวหรือ! เร็วเข้า รีบเชิญเข้ามา!"

ในวินาทีนี้ บนใบหน้าของคนตระกูลเย่ทุกคนต่างก็ปรากฏแววตกตะลึง

รัชทายาทจากสี่ราชวงศ์มาเยือนตระกูลเย่ หากเป็นเมื่อก่อน เรื่องนี้ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน

นี่แสดงให้เห็นถึงอะไร?

แสดงให้เห็นว่า ตระกูลเย่กำลังจะผงาดขึ้นแล้วจริงๆ!!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 25 เตรียมผงาด

คัดลอกลิงก์แล้ว