- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้าย ขอแย่งบทพระเอกมันซะเลย
- บทที่ 26 เย่ฝานคือใครกัน?
บทที่ 26 เย่ฝานคือใครกัน?
บทที่ 26 เย่ฝานคือใครกัน?
บทที่ 26 เย่ฝานคือใครกัน?
สองวันต่อมา เมื่อเรือนบินที่พวกหลิงเซียวทั้งสามคนโดยสารมา ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าตระกูลเย่
ทั่วทั้งเมืองชิงเฟิงก็ตกอยู่ในความโกลาหลทันที!
อัจฉริยะและสตรีศักดิ์สิทธิ์จากขุมกำลังนับไม่ถ้วนต่างก็ออกมายืนอออยู่เต็มท้องถนน แหงนหน้ามองเงาร่างในชุดดำที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่เหนือเรือนบิน
แม้พวกเขาจะมองไม่เห็นใบหน้าของหลิงเซียว แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความเคารพเลื่อมใสที่คุณชายจากเซิ่งโจวผู้นี้มีเลย
"คุณชายหลิงเซียว ข้ารักท่าน!"
"คุณชายหลิงเซียว โปรดปรานข้าด้วยเถิด!"
"คุณชายหลิงเซียว... โปรดย่ำยีข้าด้วยเถิด!"
โดยเฉพาะบรรดาสตรีผู้เย่อหยิ่งที่มั่นใจในความงามของตนเอง ในเวลานี้พวกนางราวกับแมวที่กำลังติดสัด พากันส่งเสียงกรีดร้องเรียกเงาร่างที่อยู่บนเรือนบินอย่างเอาเป็นเอาตาย
ชาวเมืองชิงเฟิงจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้เรื่องราว ต่างมองดูสตรีผู้สูงส่งในยามปกติ ที่ตอนนี้กลับทำตัวเหมือนหญิงงามเมืองคอยอวดเรือนร่าง พวกเขาแต่ละคนต่างอ้าปากค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"คุณชายหลิงเซียวคือใครกันนะ?"
เพียงชั่วพริบตา ชื่อของหลิงเซียวก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกหนทุกแห่งในแดนร้างเหนือ
แม้แต่คนธรรมดาที่ยังไม่เคยเหยียบย่างเข้าสู่วิถีแห่งเซียน ก็ยังรู้ว่าคุณชายที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในแดนร้างเหนือยามนี้ แซ่หลิงนามว่าเซียว
"ขอต้อนรับคุณชายหลิงเซียวสู่ตระกูลเย่ขอรับ!!"
"ขอต้อนรับคุณชายหลิงเซียว!!"
ณ โถงใหญ่ตระกูลเย่
หลิงเซียวนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน เย่ชิงฉานและเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ยืนอยู่เคียงข้างเขา ท่าทางว่านอนสอนง่ายราวกับสาวใช้สองคน
ต้องรู้ก่อนว่า ด้วยฐานะของสองคนนี้ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด ล้วนเป็นตัวตนที่มีแต่ผู้คนคอยตามประจบสอพลอทั้งสิ้น
แต่ในเวลานี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณชายหลิงเซียว บนใบหน้าของพวกนางกลับไม่หลงเหลือความหยิ่งยโสเลยแม้แต่น้อย
มีเพียงความรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างคุณชาย
"ทุกท่านไม่ต้องเกรงใจ"
หลิงเซียวแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน ไม่ได้มีท่าทีเย่อหยิ่งหรือวางอำนาจเหมือนอย่างที่เล่าลือกัน กลับทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่นใจเสียด้วยซ้ำ
'คุณชายหลิงเซียวจากเซิ่งโจว กำลังยิ้มให้พวกเรางั้นหรือ?'
คนตระกูลเย่หลายคนรู้สึกตื่นเต้นจนเลือดลมสูบฉีด ใบหน้าแดงก่ำ แทบจะบรรลุจุดสุดยอดอยู่แล้ว
"ลูกหลานตระกูลเย่ของพวกท่าน มากันครบแล้วหรือยัง?"
หลิงเซียวทอดสายตามองไปทั่วโถงใหญ่ พบว่าในหมู่คนรุ่นเยาว์เหล่านี้ ไม่มีผู้ใดมีโชคชะตาสวรรค์เลยแม้แต่คนเดียว เขาจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เหตุใดข้าถึงไม่เห็นท่านพี่เย่ฝานเลยล่ะเจ้าคะ?"
เย่ชิงฉานเองก็หันไปมองเย่หลิวเฟิงด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน
"หา? เย่ฝาน... เย่ฝานบอกเมื่อเช้านี้ว่าจะเก็บตัวฝึกฝนน่ะ ข้าจะรีบส่งคนไปตามตัวเขาเดี๋ยวนี้เลย เจ้านี่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง!"
เย่หลิวเฟิงคิดไม่ถึงเลยว่า เย่ชิงฉานจะเอ่ยถึงเย่ฝานคนไร้ค่าผู้นั้นต่อหน้าคุณชายหลิงเซียว เขารีบส่งสายตาให้พวกเย่เซิ่งทันที
"คุณชายโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปตามตัวเย่ฝานมาเดี๋ยวนี้แหละขอรับ"
เย่เซิ่งโค้งคำนับให้หลิงเซียว ก่อนจะหันหลังเดินออกจากโถงใหญ่ไป
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลิงเซียวก็ค่อยๆ หลับตาลง คล้ายกับมีท่าทีเหนื่อยล้าอยู่บ้าง
ในเวลานี้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่า เย่ฝานผู้นี้ จะมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่กันแน่นะ?
เวลาที่ต้องรับมือกับบุตรแห่งสวรรค์ หลิงเซียวไม่กล้าประมาทแม้แต่วินาทีเดียว
ในช่วงแรก บุตรแห่งสวรรค์เหล่านี้ ล้วนได้รับการคุ้มครองจากวิถีสวรรค์
หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว คนที่ต้องตกตายอาจจะเป็นเขาเอง
ดังนั้น เขาจะต้องก้าวเดินอย่างระมัดระวัง และรับมืออย่างรอบคอบ
ต่อให้เป็นรายละเอียดเพียงเล็กน้อย ก็ไม่อาจมองข้ามได้
แน่นอนว่า ในตอนนี้ที่หลิงเซียวออกตามหาบุตรแห่งสวรรค์ในสี่ดินแดนร้าง การช่วงชิงโชคชะตาเป็นเรื่องรอง เป้าหมายหลักก็คือ การชิงเอาโชคลาภวาสนาที่กำลังเพรียกหาเขาอยู่ต่างหาก
หากโชคลาภวาสนานั้น มีความเกี่ยวข้องกับกายามารสวรรค์ของเขาจริงๆ มันก็ย่อมต้องเป็นของวิเศษระดับทงเทียนอย่างแน่นอน
ซึ่งมันมีค่ามากกว่าแต้มชะตาสวรรค์มากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น การจะช่วงชิงโชคชะตา ไปหาบุตรแห่งสวรรค์ในเซิ่งโจวย่อมได้มากกว่าอยู่แล้ว
ลองคำนวณเวลาดูแล้ว เขาก็ควรจะกลับตระกูลได้แล้ว
เพราะอีกเพียงไม่กี่วัน ก็จะถึงกำหนดการหมั้นหมายของเขาแล้ว
เมื่อนึกถึงใบหน้าที่งดงามดุจเทพธิดา เย็นชาและโดดเดี่ยว มุมปากของหลิงเซียวก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
เย่ชิงฉานงดงามมากจริงๆ เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ก็มีเสน่ห์ยั่วยวนไม่เบา
แต่ถ้าพูดถึงคู่หมั้นของเขาแล้วล่ะก็ นางคือเทพธิดาที่โบยบินอยู่เหนือสวรรค์ชั้นเก้าอย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน ณ ลานเล็กๆ อันห่างไกลบริเวณด้านหลังตระกูลเย่
พวกเย่เซิ่งถีบประตูไม้พังแล้วเดินเข้าไปด้านใน
"ไม่รู้จริงๆ ว่าน้องชิงฉานคิดอะไรอยู่ ถึงได้เอ่ยถึงเย่ฝานคนไร้ค่าผู้นี้ต่อหน้าคุณชาย หรือว่านางอยากจะทำให้ตระกูลเย่ของเราต้องขายหน้างั้นหรือ?"
เย่เม่ย ลูกหลานตระกูลเย่ผู้หนึ่ง บ่นพึมพำเสียงเบา
"เย่เม่ย ระวังคำพูดหน่อย!"
เย่เซิ่งถลึงตาใส่นาง แต่สีหน้าของเขากลับหม่นหมองลง
ความสัมพันธ์ระหว่างเย่ชิงฉานกับเย่ฝานนั้น สนิทสนมกว่าเขากับนางมากจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้เย่ชิงฉานเป็นถึงคนโปรดของคุณชายหลิงเซียว หากล่วงเกินนาง ย่อมไม่ส่งผลดีต่อตระกูลเย่แน่นอน
เย่ฝานเกิดมาพร้อมเส้นชีพจรพิการ ในเมื่อครั้งนี้คุณชายหลิงเซียวตั้งใจมาคัดเลือกยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับเย่ฝานได้เลย
เชื่อได้เลยว่า หากคุณชายหลิงเซียวได้พบเขาแล้ว จะต้องรู้สึกผิดหวังอย่างแน่นอน
"เย่เซิ่ง พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?"
ณ ลานกว้าง เย่ฝานในชุดขาวเดินออกมาจากในเรือน
"หืม? กล้าพูดแบบนี้กับนายน้อยได้อย่างไร? เชื่อไหมว่าข้าจะตบแกให้ตายเลย"
เย่เม่ยพุ่งพรวดเข้าไปหาเย่ฝาน ง้างมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าเขา
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง!!
นางเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในดวงตาของเย่ฝานมีประกายแสงลึกล้ำวาบผ่าน ความหนาวเหน็บพุ่งพล่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ใบหน้าของเย่เม่ยซีดเผือดลงอย่างอธิบายไม่ได้
ในชั่วพริบตา นางคล้ายกับเห็นจอมมารตนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า เพียงแค่สบตา ก็ทำให้นางสัมผัสได้ถึงความตายแล้ว
เป็นไปได้อย่างไร?
มันต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ!!!
เย่เม่ยเดินโซเซถอยหลังไปสองก้าว จ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวาดกลัว
นางจะไปกลัวคนไร้ค่าได้อย่างไร?
"เย่ฝาน น้องชิงฉานกับคุณชายหลิงเซียวมาถึงแล้ว บอกว่าอยากพบเจ้า"
เย่เซิ่งมองเย่เม่ยด้วยความสงสัย แต่ในเวลานี้เขาไม่ได้เอ่ยถามอะไร เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"น้องชิงฉานมาแล้วหรือ?!"
ดวงตาของเย่ฝานเปล่งประกายขึ้นมาทันที แต่แล้วสีหน้าก็กลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
หลิงเซียวผู้นั้นมาจากเซิ่งโจว ย่อมมีวิธีการที่เหนือกว่าคนในแดนร้างเหนืออยู่แล้ว เขาจำเป็นต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
ท่านแม่เคยบอกว่า เจดีย์แก้วแปดทิศในทะเลวิญญาณของเขา เป็นถึงสุดยอดของวิเศษระดับทงเทียน ต่อให้อยู่ในเซิ่งโจว ก็เพียงพอที่จะทำให้ยอดฝีมือชั้นแนวหน้าต้องแย่งชิงกัน
แม้ว่าเขาจะไม่ได้กลัวหลิงเซียว แต่หากความลับนี้ถูกเปิดเผย ย่อมต้องนำพาความยุ่งยากมาให้มากขึ้นอย่างแน่นอน
ตอนนี้ เขาต้องรู้จักอดทนรอ
รอจนกว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเพียงพอ เมื่อนั้นเขาถึงจะสามารถเหยียบย่ำพวกที่เคยดูถูกเขา ไว้ใต้ฝ่าเท้าได้อย่างสะใจ!
สามสิบปีฝั่งตะวันออก สามสิบปีฝั่งตะวันตก อย่ารังแกคนหนุ่มที่ยากไร้!
"เย่ฝาน ประเดี๋ยวต่อหน้าคุณชายหลิงเซียว เจ้าต้องทำตัวให้มีมารยาทหน่อยนะ ตอนนี้เฟิ่งเจียวเอ๋อร์เป็นสาวใช้ของคุณชายแล้ว เจ้า..."
"รู้แล้วน่า"
ไม่ทันที่เย่เซิ่งจะพูดจบ เย่ฝานก็เดินมุ่งหน้าออกจากลานไปอย่างรำคาญใจแล้ว
เฟิ่งเจียวเอ๋อร์อะไรนั่น นับเป็นตัวอะไรกัน?
อันที่จริง เย่ฝานไม่ได้อยากจะแต่งงานกับนางเลยสักนิด คนที่เขาชอบมาตลอดก็คือลูกพี่ลูกน้องของเขา เย่ชิงฉานต่างหาก
แต่การที่เฟิ่งเจียวเอ๋อร์มาขอถอนหมั้นต่อหน้าผู้คนมากมาย ทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าอย่างหนัก
ดังนั้น เขาจึงไม่คิดจะปล่อยนางไปง่ายๆ เช่นกัน
"แก!!"
เย่เซิ่งมองดูเงาร่างที่เดินจากไปของเย่ฝาน บนใบหน้าพลันมีจิตสังหารวาบผ่าน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เย่ฝานในวันนี้ ดูเหมือนจะไม่เหมือนกับวันปกติเลย
"ฮึ่ม ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะโอหังไปได้อีกนานแค่ไหน รอให้คุณชายหลิงเซียวกับน้องชิงฉานกลับไปก่อนเถอะ ข้าจะจัดการกับเจ้าให้ดู!"
[จบตอน]