- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกท่านประธาน พร้อมระบบสุดโกง
- บทที่ 23 มารายงานกับฉันตอนนี้ได้เลย
บทที่ 23 มารายงานกับฉันตอนนี้ได้เลย
บทที่ 23 มารายงานกับฉันตอนนี้ได้เลย
"หืม?"
พนักงานชายชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของเขา ก่อนที่สีหน้าจะมืดครึ้มลงและเอ่ยช้าๆ ว่า "อย่าคิดว่าจะมาทำตัวกร่างได้เพียงเพราะแกเป็นลูกค้าเก่านะ กลุ่มบริษัทเวชภัณฑ์อมตะไม่เคยขาดแคลนลูกค้าหรอกโว้ย!"
"???"
ลู่เสี่ยวไป๋มองประเมินอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "คู่แข่งส่งมาป่วนรึไง? ช่างเถอะ ฉันขี้เกียจสืบสาวราวเรื่อง ไปเก็บของเตรียมตัวไสหัวไปได้เลย"
"ไสหัว?"
พนักงานชายอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเยาะ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม "แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? กล้าดียังไงมาสั่งให้ฉันไสหัวไป!"
"แล้วนายเป็นใครล่ะ?"
"ฟังให้ดีนะเว้ย ฉันชื่อหลี่มู่ เป็นบัณฑิตจากสถาบันห้วงดาราระดับชั้นแนวหน้า และตอนนี้ก็เป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์อันด้วย!"
แววตาของหลี่มู่ฉายความหยิ่งยโสขณะเอ่ยอย่างไม่แยแสว่า "ที่ฉันมาเฝ้าเคาน์เตอร์ตอนนี้ ก็เพื่อทำความคุ้นเคยกับระบบการทำงานของร้านเท่านั้นแหละ แกคิดจริงๆ เหรอว่าฉันเป็นแค่พนักงานบริการน่ะ?"
"อ้อ"
ลู่เสี่ยวไป๋ตอบรับสั้นๆ ว่า "อ้อ" และไม่ได้แสดงท่าทีสนใจอะไรอีก
"น้องชาย พวกเราไปกันเถอะ..."
เมื่อชายหนุ่มได้ยินชื่อของอีกฝ่าย เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ และถึงขั้นอยากจะหนีไปจากที่นี่เสียเดี๋ยวนี้
แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าลู่เสี่ยวไป๋ออกโรงปกป้องเขา และยังตั้งใจจะพาเขาไปด้วย แต่น่าเสียดายที่ไม่เป็นไปตามนั้น
"ฉันให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้าย ไสหัวไปซะ!"
หลี่มู่หรี่ตาลงเล็กน้อยและกล่าวเสียงเรียบ "ไม่อย่างนั้น แกจะไม่มีแม้แต่โอกาสให้เสียใจเลยล่ะ!"
ลู่เสี่ยวไป๋ยิ้มบางๆ ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพดังขึ้น "นายน้อยลู่ ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่ครับเนี่ย?"
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งรีบวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามาหา
"ลุงฮวา ผมมาเอายาหน่อยน่ะครับ"
ลู่เสี่ยวไป๋มองผู้มาเยือนและเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
"ทำไมต้องลำบากมาเอาเองด้วยล่ะครับ? ให้ผมจัดคนเอาไปส่งให้ที่บ้านก็ได้นี่นา"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเพิ่งเลิกเรียนก็เลยแวะมาเดินเล่นด้วยน่ะ"
เมื่อเห็นบทสนทนาของทั้งสอง พนักงานที่เคาน์เตอร์ก็ถึงกับยืนอึ้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ
ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือผู้จัดการร้าน ซึ่งปกติจะต้อนรับเฉพาะแขกคนสำคัญเท่านั้น และไม่เคยมีท่าทีนอบน้อมถ่อมตนขนาดนี้มาก่อนเลย!
เขาตระหนักได้ในทันทีว่าดูเหมือนเขาจะไปล่วงเกินคนที่ไม่สมควรล่วงเกินเข้าให้แล้วจริงๆ...
"ลุงฮวา เดี๋ยวนี้มาตรฐานการรับพนักงานของเรามันตกต่ำลงขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
ลู่เสี่ยวไป๋ชี้ไปที่พนักงานชายที่เคาน์เตอร์ข้างๆ และเอ่ยว่า "คนคนนี้ดูถูกลูกค้าอย่างหน้าไม่อาย ขืนขืนปล่อยให้อยู่ต่อ ร้านของเราคงเจ๊งในไม่ช้าแน่ๆ"
เฉินฮวาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ในทันที และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "หลี่มู่ แกเก็บข้าวของแล้วไสหัวไปซะ!"
"ผู้จัดการครับ ผม..."
"ไสหัวไป!"
น้ำเสียงของเฉินฮวาเกรี้ยวกราด ไร้ซึ่งความปรานีหรือพื้นที่ให้ต่อรอง
"ผู้จัดการเฉิน ผมมีความรู้ด้านเภสัชกรรมขั้นพื้นฐานระดับ 3 และปรมาจารย์อันก็เป็นคนรับผมเข้าเป็นลูกศิษย์ด้วยตัวเอง ถ้าท่านรู้ว่าคุณไล่ผมออก เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ แน่!"
"ยังไม่ไสหัวไปอีกรึไง?"
เฉินฮวาหรี่ตาลง แววตาฉายรังสีอันตราย และเอ่ยช้าๆ ว่า "อย่าบีบให้ฉันต้องลงมือนะ!"
หลี่มู่กำหมัดแน่น ยังคงไม่ยอมแพ้ และเอ่ยต่อว่า "ผมไม่สนหรอกว่าเขาจะเป็นนายน้อยลู่มาจากไหน การที่คุณไล่ผมออกแบบง่ายๆ เพียงเพราะคำพูดของคนนอก ผมจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานให้ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัททราบแน่นอน!"
ลู่เสี่ยวไป๋เลิกคิ้วและเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม "งั้นก็ไปรายงานเลยสิ มารายงานกับฉันตอนนี้ได้เลย"
"แกเป็นใครวะ?!"
ทันทีที่หลี่มู่พูดจบ เฉินฮวาก็ซัดหมัดเข้าที่จมูกของเขาทันที จนเลือดกำเดาไหลอาบหน้า ดูน่าสมเพชสุดๆ
เฉินฮวาเอ่ยด้วยสีหน้าถมึงทึง "ไอ้ตาบอด นี่คือนายน้อยสี่แห่งตระกูลลู่ของเราโว้ย!"
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น
หลี่มู่ก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง รู้สึกหนาวสันหลังวาบตั้งแต่ฝ่าเท้าพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง!
นายน้อยสี่แห่งตระกูลลู่ สายเลือดสายตรงของตระกูลลู่งั้นเหรอ?!
เขาดันไปล่วงเกินบุคคลสำคัญระดับนี้เข้าให้แล้ว...
"ผม..."
"ยังไม่ไสหัวไปอีกรึไง?!"
เฉินฮวาไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรอีก เพราะกลัวว่าเขาจะไปทำให้ลู่เสี่ยวไป๋โมโหขึ้นมาอีก
ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าแกอยากจะตายก็เชิญไปตายคนเดียวเถอะ อย่าลากฉันไปซวยด้วยเลย...
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่มู่ก็ทำได้เพียงมองลู่เสี่ยวไป๋ด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอามือกุมจมูกแล้วเดินคอตกจากไปอย่างทุลักทุเล
ไปล่วงเกินสายเลือดสายตรงของตระกูลลู่เข้าให้แล้ว ต่อให้เขาจะเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของปรมาจารย์ฮวา เขาก็ยังต้องไสหัวไปอยู่ดี...
"นายน้อยลู่ อย่าไปเก็บเอาคนพรรค์นี้มาใส่ใจเลยนะครับ..."
เฉินฮวารีบเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มประจบประแจง
"ผมไม่ได้โกรธหรอก ผมแค่สงสัยว่าคนแบบนี้เข้ามาทำงานในร้านของกลุ่มบริษัทเวชภัณฑ์อมตะได้ยังไงต่างหาก"
ลู่เสี่ยวไป๋ปรายตามองเฉินฮวาเป็นนัยๆ "ลุงฮวา หมอนี่คงไม่ใช่เด็กเส้นของใครหรอกใช่ไหมครับ?"
ร่างของเฉินฮวาสั่นสะท้าน เขารีบตอบกลับทันที "นายน้อยลู่ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาดครับ!"
เขามองซ้ายมองขวา ก่อนจะกระซิบว่า "ไอ้หนุ่มนี่มันหน่วยก้านดี ปรมาจารย์อันก็เลยถูกใจและรับเข้ามาทำงานโดยตรง จริงๆ แล้วผมยังไม่ได้สัมภาษณ์เขาเลยด้วยซ้ำ..."
ถึงแม้เขาจะเป็นผู้จัดการร้าน แต่ปรมาจารย์อันก็เป็นถึงเภสัชกรอันดับหนึ่งของร้าน เรียกได้ว่ายาเกือบทั้งหมดในร้านล้วนเป็นฝีมือการปรุงยาของท่านทั้งสิ้น และสถานะของท่านก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้จัดการร้านเลย
"วันหลังไม่ว่าจะรับพนักงานตำแหน่งไหน ลุงต้องตรวจสอบพวกเขาทุกคนให้ดีว่านิสัยใจคอเป็นยังไง"
ลู่เสี่ยวไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ "กลุ่มบริษัทเวชภัณฑ์อมตะของเราเติบโตมาจนยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ ไม่ใช่แค่เพราะคุณภาพของยาที่เรากล้ารับประกันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาตรฐานการบริการของเราด้วย!"
"เขื่อนยาวหมื่นลี้พังทลายลงได้เพราะรังมดเพียงรังเดียว ผมไม่อยากให้กลุ่มบริษัทของเราต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียงเพียงเพราะคนแค่คนสองคนหรอกนะ"
"นายน้อยลู่ ผมเข้าใจแล้วครับ!"
เฉินฮวารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ และในขณะเดียวกันก็กระซิบถามว่า "จะให้ผมไปเชิญปรมาจารย์อันมาพบคุณไหมครับ?"
"ช่างเถอะ"
ลู่เสี่ยวไป๋ส่ายหน้าและกล่าวว่า "ปรมาจารย์อันท่านเป็นพวกบ้าปรุงยา สายตาของท่านก็จับจ้องอยู่แต่เรื่องเภสัชกรรมเท่านั้น การที่ท่านจะมองข้ามนิสัยใจคอของคนคนนั้นไปบ้างก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ในฐานะผู้จัดการร้าน วันหลังลุงต้องใส่ใจเรื่องนี้ให้มากๆ นะ"
เขาเข้าใจปรมาจารย์อันดี เขานับถือผู้ที่อุทิศทั้งชีวิตให้กับวิชาชีพเภสัชกรรม และแน่นอนว่าเขาจะไม่ไปตำหนิติเตียนท่านหรอก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินฮวาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
"จริงสิ พี่ชาย พี่ตั้งใจจะมาซื้อยาอะไรเหรอ?"
สีหน้าของลู่เสี่ยวไป๋เปลี่ยนไป เขาหันไปมองชายหนุ่มที่พาเขาเข้ามา
ในเวลานี้ ชายหนุ่มคนนั้นกำลังยืนอึ้งกิมกี่ สมองตื้อไปหมด ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี
จนกระทั่งเสียงของลู่เสี่ยวไป๋ดังก้องขึ้น เขาก็ได้สติและพูดตะกุกตะกักว่า "ผม... ผมอยากจะมาซื้อ... ซื้อ... ยารักษาอาการบาดเจ็บภายในน่ะครับ!"
"ลุงฮวา จัดยาที่ดีที่สุดให้เขาทีนะ"
"ไม่ ไม่..."
ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกและรีบปฏิเสธ "ผม... ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกครับ"
"นายไม่ต้องจ่ายหรอก"
ลู่เสี่ยวไป๋เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม "ยาวันนี้นายเอาไปได้เลย ถือซะว่าเป็นการขอโทษจากฉันก็แล้วกัน"
"นี่... จะดีเหรอครับ?"
"รับไปเถอะน่า"
ลู่เสี่ยวไป๋ตบไหล่เขา ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นไปชั้นบน
"นายน้อยลู่... นายน้อยลู่ครับ!"
จู่ๆ ชายหนุ่มก็ตะโกนเรียกเขา ก่อนจะยื่นนามบัตรใบหนึ่งให้ พร้อมกับเอ่ยว่า "ถ้าคุณต้องการคู่ซ้อม ติดต่อผมได้ทุกเมื่อเลยนะครับ รับรองว่าราคาถูกแถมคุณภาพคับแก้วแน่นอน!"
ตอนที่เขาแนะนำบริการของตัวเอง เขาไม่พูดตะกุกตะกักเลยสักนิด เห็นได้ชัดว่าเขาคงพูดประโยคนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
"จ้าวหนานกวงงั้นเหรอ?"
ลู่เสี่ยวไป๋มองดูนามบัตร ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋า แล้วยิ้มตอบว่า "ถ้ามีอะไรให้ช่วย ฉันจะติดต่อไปนะ"
"ขอบคุณครับ... ขอบคุณครับ..."
จ้าวหนานกวงเอ่ยด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ
ลู่เสี่ยวไป๋พยักหน้าให้เขา ก่อนจะรีบเดินขึ้นชั้นบนไปอย่างกระตือรือร้น เขาไม่ลืมหรอกนะว่าเขาตั้งใจมาเอายาไปตุนไว้เผื่อฉุกเฉิน
ไม่นานนัก
ลู่เสี่ยวไป๋ก็เดินขึ้นมาถึงชั้นบนสุด และมุ่งตรงไปยังโกดังเก็บของ
จะมามัวหยิบของจากเคาน์เตอร์ทีละชิ้นสองชิ้นมันเสียเวลา ไปเหมาสต็อกมาจากโกดังเลยสะใจกว่าเยอะ...