- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกท่านประธาน พร้อมระบบสุดโกง
- บทที่ 19 อารยธรรมโบราณ 1: เผ่าสมุทร
บทที่ 19 อารยธรรมโบราณ 1: เผ่าสมุทร
บทที่ 19 อารยธรรมโบราณ 1: เผ่าสมุทร
"อีกไม่กี่วัน ฉันก็น่าจะพัฒนาขึ้นได้อีก..."
ลู่เสี่ยวไป๋ครุ่นคิด ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง "แต่ความเร็วแค่นี้มันก็ยังช้าไปหน่อย หลินเหลยเอ๋อร์มีระดับพลังชีวิตตั้ง 9.5 เชียวนะ ดูเหมือนฉันต้องรีบอัปเกรดเคล็ดการขัดเกลาร่างกายให้ถึงขั้นสูงสุดซะแล้ว ไม่อย่างนั้นก่อนจะถึงการสอบระดับดารา ฉันคงตามพวกนี้ไม่ทันแน่ๆ"
ทันทีที่คิดได้เช่นนี้ เขาก็ยิ่งโหยหาแต้มดาราที่ต้องการมากยิ่งขึ้น
"วันนี้ไอ้ลิงน่าจะจัดการเรื่องนั้นเสร็จแล้วมั้ง..."
ลู่เสี่ยวไป๋ผิวปากอย่างอารมณ์ดี มุ่งหน้าตรงไปยังโรงเรียนมัธยมซิงกวงด้วยความคาดหวัง...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ทันทีที่ลู่เสี่ยวไป๋ก้าวเข้ามาในห้องเรียน สายตาแปลกประหลาดของคนกลุ่มหนึ่งก็จับจ้องมาที่เขา
"หืม? เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย?"
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเองอย่างใจเย็น
"พี่ลู่ ตกลงความแข็งแกร่งของพี่อยู่ระดับไหนกันแน่?"
อวี๋เวยรีบชะโงกหน้าเข้ามาถาม แววตาของเขาก็แฝงไปด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
"นายหมายความว่ายังไง?"
ลู่เสี่ยวไป๋ยังคงงุนงง ไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
"พี่ยังไม่ได้ดูเว็บบอร์ดของโรงเรียนเหรอ?"
อวี๋เวยแตะที่ชิปซึ่งห้อยอยู่บนคอ เพื่อเข้าสู่ระบบเว็บบอร์ดของโรงเรียนออนไลน์
เขาเห็นกระทู้หนึ่งที่มียอดคนดูหลักหมื่นพุ่งติดอันดับยอดฮิต
ต้องรู้ก่อนว่านี่คือเว็บบอร์ดภายในโรงเรียน และจำนวนนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนมัธยมซิงกวงก็มีแค่ราวๆ แสนคนเท่านั้น การที่กระทู้หนึ่งมียอดคนดูถึงหลักหมื่นก็ถือว่าฮือฮามากแล้ว
[กระทู้ทายใจ! ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของลู่เสี่ยวไป๋ ลูกชายประธานสภานั้นน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน?]
ลู่เสี่ยวไป๋จ้องมองชื่อกระทู้อย่างอึ้งๆ และพึมพำกับตัวเอง "ความแข็งแกร่งของฉันเนี่ยนะ? น่าสะพรึงกลัว?"
"พี่ลู่ ตอนนี้คนทั้งโรงเรียนกำลังเดาความแข็งแกร่งของพี่กันให้วุ่นเลย"
อวี๋เวยหัวเราะคิกคักแล้วพูดต่อ "บางคนก็บอกว่าพี่สามารถคว้าที่หนึ่งของระดับชั้นได้สบายๆ บางคนก็บอกว่าระดับพลังชีวิตของพี่ถึง 9.9 ไปแล้ว เผลอๆ อาจจะรั้งอันดับหนึ่งของดาวบรรพชนด้วยซ้ำ แถมบางคนยังลือกันว่าจริงๆ แล้วพี่ถูกตอบรับให้เข้าเรียนในสถาบันห้วงดาราระดับท็อปเท็นไปแล้วด้วย..."
"ฉันสุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ลู่เสี่ยวไป๋เริ่มรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจขึ้นมาทันที เขางุนงงและเอ่ยถาม "สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
อวี๋เวยลดเสียงลงแล้วถามว่า "พี่ลู่ เมื่อวานหลินเหลยเอ๋อร์ไปท้าประลองกับพี่มาใช่ไหม?"
"โอ้? เพราะหมอนั่นเหรอ?"
"ใช่แล้ว"
อวี๋เวยยิ้มและพูดว่า "มีคนไปถามผลการประลอง พี่เดาสิว่าหลินเหลยเอ๋อร์ตอบว่ายังไง?"
"เขาตอบว่ายังไงล่ะ?"
"เขาบอกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับพี่ เขายังไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะสู้กับพี่เลยด้วยซ้ำ!"
อวี๋เวยหัวเราะคิกคัก "พอเขาพูดแบบนั้น ทั้งระดับชั้นหรือแม้แต่ทั้งโรงเรียนก็แทบจะลุกเป็นไฟเลยล่ะ!"
"หลินเหลยเอ๋อร์เป็นถึงอัจฉริยะอันดับสองของระดับชั้นเราเลยนะ เรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้า แต่คนระดับนั้นกลับไม่มีความกล้าพอที่จะต่อสู้กับพี่ แล้วพี่คิดว่าคนอื่นเขาจะคิดกันยังไงล่ะ?"
"..."
ลู่เสี่ยวไป๋เงียบกริบไปในทันที
มิน่าล่ะ คนทั้งโรงเรียนถึงได้เอาแต่พูดเรื่องความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขากันใหญ่... เขานึกไปถึงอาวุธร้ายแรงสารพัดชนิดที่เขาทำร่วงพื้นเมื่อวาน แน่นอนสิว่าอีกฝ่ายย่อมไม่มีความกล้าที่จะลงมือหรอก คำพูดประโยคนี้ไม่ผิดเลยสักนิด...
"ลูกพี่ ช่วยบอกใบ้น้องชายคนนี้หน่อยสิ ตกลงว่าความแข็งแกร่งของพี่..."
อวี๋เวยถูมือไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลู่เสี่ยวไป๋ปรายตามองเขาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงแปลกๆ "ถ้าฉันแข็งแกร่งขนาดนั้นจริงๆ ฉันยังจะต้องไปติดสินบนคนอื่นให้ออมมือให้ในการสอบอีกหรือไง?"
"เอ่อ..."
อวี๋เวยชะงักไปเล็กน้อย
อันที่จริงนี่ก็เป็นข้อสงสัยที่ใหญ่ที่สุดของเขาเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เขาหรอก แต่นักเรียนคนที่ยอมตกลงว่าจะออมมือให้เมื่อวานต่างก็งุนงงไปตามๆ กัน ถึงขั้นสงสัยว่าลู่เสี่ยวไป๋ตั้งใจจะปั่นหัวพวกเขาเล่นหรือเปล่า...
"เอาล่ะ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว ไปจัดการงานที่สั่งให้เรียบร้อยก็พอ"
ลู่เสี่ยวไป๋ตบไหล่อวี๋เวย
"รับทราบ"
อวี๋เวยพยักหน้า ไม่ซักไซ้อะไรอีก
ส่วนเรื่องที่ลู่เสี่ยวไป๋คิดอะไรอยู่ ในฐานะลูกน้อง เขาไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอก แค่ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จก็พอแล้ว...
ตอนนั้นเอง เสียงออดเข้าเรียนก็ดังขึ้น
ชายชราผมขาวคนหนึ่งเดินเข้ามา เขากวาดสายตามองเหล่านักเรียนและเอ่ยอย่างใจดี "นักเรียนทุกคน วันนี้วิชาประวัติศาสตร์นะ ตั้งใจเรียนกันหน่อยล่ะ!"
พูดจบ เขาก็เปิดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมา บนนั้นปรากฏภาพของมนุษย์ที่มีผมยาวสีฟ้าน้ำทะเล รูปร่างหน้าตาของเธองดงามหมดจด ดวงตาบริสุทธิ์ดุจไพลิน ทว่าบนใบหน้ากลับมีครีบ และท่อนล่างของร่างกายก็เป็นหางปลาที่เต็มไปด้วยเกล็ด ดูประหลาดตายิ่งนัก
"คาบที่แล้วเราพูดถึงประวัติศาสตร์ของเผ่าแมลงดารากันไปแล้ว วันนี้ครูจะพาทุกคนไปเรียนรู้เกี่ยวกับหนึ่งในอารยธรรมโบราณ นั่นก็คือ อารยธรรมเผ่าสมุทร!"
ชายชราชี้ไปที่ภาพบนหน้าจอและเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม "นี่คือรูปร่างหน้าตาของเผ่าสมุทรในอดีต!"
ทุกคนมองดูความงามของนางเงือกบนหน้าจอด้วยความสนใจอย่างยิ่ง และต่างก็ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
"อารยธรรมเผ่าสมุทรเหรอ?"
สีหน้าของลู่เสี่ยวไป๋เปลี่ยนไป และเขาก็เริ่มตั้งใจฟังเช่นกัน
ชายชรากระแอมเบาๆ และกล่าวอย่างฉะฉาน "ก่อนจะเริ่มบทเรียน ครูขอทบทวนให้ทุกคนฟังก่อนว่าอารยธรรมโบราณคืออะไร!"
"อย่างที่พวกเรารู้กันดี ห้วงดาราเบื้องบนนั้นเป็นนิรันดร์และไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครรู้ว่ามันดำรงอยู่มานานกี่ปีแล้ว ในกระแสธารแห่งกาลเวลาอันกว้างใหญ่ไพศาล ย่อมไม่ได้มีแค่มนุษย์เราเท่านั้นที่สร้างอารยธรรมขึ้นมา มีอารยธรรมอื่นอีกนับไม่ถ้วนที่ถูกกลืนกินไปตามกงล้อของประวัติศาสตร์ และเราเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า อารยธรรมโบราณ!"
"แนวคิดเรื่องอารยธรรมโบราณไม่ใช่เพียงแค่การคาดเดา แต่มันมาจากซากปรักหักพังของอารยธรรมโบราณที่มนุษย์เราขุดค้นพบ ซึ่งนั่นเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดถึงการดำรงอยู่ของยุคสมัยเหล่านั้น!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ แววตาของทุกคนก็ฉายความโหยหาออกมา
พวกเขามักจะเห็นข้อมูลเกี่ยวกับซากอารยธรรมโบราณบนอินเทอร์เน็ตอยู่บ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเรื่องราวของใครบางคนที่ได้รับไอเทมสุดเจ๋งมาจากซากปรักหักพัง และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต
ข้อมูลประเภทนี้มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องแต่งปะปนกันไป แต่สำหรับนักเรียนมัธยมปลายปีสามที่กำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่เปี่ยมไปด้วยไฟฝัน ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากจะพบเจอโชคลาภแบบนั้น? ดังนั้น ซากอารยธรรมโบราณจึงเป็นเหมือนคำพ้องความหมายของขุมทรัพย์ในใจพวกเขามาโดยตลอด!
ชายชรามมองดูสีหน้าตื่นเต้นของทุกคนและกล่าวอย่างจริงจัง "วันนี้ อารยธรรมเผ่าสมุทรที่เรากำลังจะเรียนรู้กัน มีที่มาจากหลายสิบล้านปีก่อน อารยธรรมของพวกเขาดำรงอยู่ยาวนานนับล้านปี ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด พวกเขาครอบครองดินแดนในห้วงดาราอันกว้างใหญ่ไพศาล อย่างน้อยก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอารยธรรมมนุษย์ของเราในปัจจุบันเลย แต่น่าเสียดาย ที่ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็สูญสลายหายไปในกระแสธารแห่งประวัติศาสตร์"
"เผ่าสมุทรไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนมีรูปร่างหน้าตางดงามยิ่งนัก พวกเขามีครีบและหางปลา สามารถดำรงชีวิตได้ทั้งบนบกและในมหาสมุทรตามธรรมชาติ เมื่อพวกเขาเติบโตเต็มวัย ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็เทียบเท่าได้กับนักรบดาราระดับ 20 เรียกได้ว่าพวกเขาคือหนึ่งในอารยธรรมมหาอำนาจแห่งยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว!"
"แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ทุกคนมีสีหน้าประหลาดใจ
สำหรับพวกเขา นักรบดาราระดับ 20 ก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือแล้ว ท้ายที่สุดแล้ว จอมมารหนานกงก็มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนี้เช่นกัน...
ชายชรามมองดูสีหน้าของทุกคนและอธิบายพร้อมรอยยิ้ม "แน่นอนสิ แต่อายุขัยของพวกเขาคือสามร้อยปี ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาจะเติบโตเต็มวัยเมื่ออายุห้าสิบปี"
ทุกคนพยักหน้ารับ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่พอจะยอมรับได้
ชายชรากล่าวต่อ "อย่างไรก็ตาม ที่ครูเพิ่งพูดไปนั้นหมายถึงเผ่าสมุทรธรรมดาทั่วไป สำหรับราชวงศ์เผ่าสมุทร พวกเขาสามารถไปถึงระดับความแข็งแกร่งนั้นได้ภายในเวลาเพียงยี่สิบปี ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการควบคุมน้ำ ทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันอย่างเทียบไม่ติด!"
"เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ควบคุมน้ำงั้นเหรอ?"
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป บางคนถึงกับอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
พวกเขารู้ดีว่าอัตราส่วนของผู้ที่มีพรสวรรค์และร่างกายพิเศษนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดไหน อย่างน้อยในโรงเรียนมัธยมซิงกวงของพวกเขาก็ดูเหมือนจะไม่มีคนแบบนั้นเลยสักคน...
แต่ราชวงศ์เผ่าสมุทรกลับเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์กันทุกคน นี่มันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!