- หน้าแรก
- เมื่อผมเกิดใหม่เป็นเมียแต่งของท่านประธานจอมเจ้าเล่ห์
- บทที่ 19 ผู้หญิงคือสิ่งมีชีวิตที่แสนประหลาด
บทที่ 19 ผู้หญิงคือสิ่งมีชีวิตที่แสนประหลาด
บทที่ 19 ผู้หญิงคือสิ่งมีชีวิตที่แสนประหลาด
ผู้หญิงช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากจริงๆ
เห็นๆ อยู่ว่าเธอเป็นคนบอกเองว่าไม่เป็นไร แถมยังใช้น้ำเสียงเยาะเย้ยท้าทายราวกับคิดว่าเขาคงไม่กล้าทำ
แต่พอเขาลงมือทำจริงๆ เธอกลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
อารมณ์แปรปรวนเหมือนสภาพอากาศ วินาทีแรกยังเห็นฟ้าใสเมฆขาว แต่วินาทีต่อมากลับกลายเป็นพายุโหมกระหน่ำ
แน่นอนว่า ต่อให้อันเมิ่งจะพุ่งเข้าโจมตีอย่างสุดกำลัง แต่ในสายตาของลู่หลินเหอ มันก็เป็นแค่การเล่นซนของเด็กเท่านั้น
เขาคว้ามือของเด็กสาวแล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด โดยไม่คาดคิดเลยว่าจะโดนเธอกัดเข้าที่มือ
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ใช้มือข้างหนึ่งบีบแก้มของอันเมิ่ง ออกแรงเบาๆ จนปากของเธอจู๋เข้าหากันเหมือนปลาทอง
"เธอทำอะไรเนี่ย?" เขาเอ่ยถาม
"นายยังมีหน้ามาถามฉันอีกเหรอ?!" เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กสาวก็ยิ่งของขึ้น
จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมันคือเรื่องจริง
เธอถูกผู้ชายจูบเข้าให้แล้วจริงๆ!
ไม่คิดเลยว่า 'ฝันร้าย' เมื่อสามวันก่อนจะกลายเป็นลางบอกเหตุ
"ก็เธอเป็นคนขอเองไม่ใช่เหรอ?" ลู่หลินเหอถามด้วยความงุนงง
"ฉันไปตกลงตอนไหน! ไอ้หมาบ้า ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมนายถึงได้กล้าขนาดนี้ ที่แท้นายก็ใช้วิธีสกปรกแบบนี้มาแก้แค้นฉันนี่เอง! นั่นมันจูบแรกของฉันเลยนะ! เอาคืนมาเลย!"
จูบแรกของเธอยังอยู่งั้นเหรอ?
หมายความว่าเธอไม่เคยคบใครมาก่อนเลยสิ?
ก็จริงนะ ผู้หญิงที่อารมณ์ร้ายแบบนี้ คงมีน้อยคนนักที่จะรับมือไหว
มุมปากของลู่หลินเหอยกขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นจุดบอดบางอย่าง
ไม่สิ
เธอบอกว่านี่คือจูบแรก แต่คืนนั้นเมื่อสามวันก่อน เธอจูบเขาไปแล้วครั้งหนึ่งนี่นา
ทั้งสองครั้งก็เป็นวิธีการจูบแบบเดียวกัน แล้วทำไมเธอถึงบอกว่านี่คือจูบแรกล่ะ?
หลังจากคิดทบทวนเพียงครู่เดียว ลู่หลินเหอก็ได้ข้อสรุป
เขาต้องเข้าใจผิดไปเองแน่ๆ
เป็นไปได้ว่าสิ่งที่อันเมิ่งเพิ่งพูดไปนั้น ไม่ได้หมายถึงเรื่องคืนนั้น แต่เป็นเรื่องอื่นที่เขายังไม่รู้
ขณะที่เขากำลังสงสัย เถียนฮุ่ยฟางก็เดินเข้ามา
"หลินเหอ ลูกกลับมาแล้วเหรอ?!" เถียนฮุ่ยฟางได้ยินเสียงอันเมิ่งเอะอะโวยวายอยู่ในห้องโถง ตอนแรกตั้งใจจะออกมาสั่งสอนสักหน่อย แต่พอกลายเป็นลูกชาย เธอก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง
"ครับแม่"
เถียนฮุ่ยฟางปรายตามองอันเมิ่ง แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบฟ้องลู่หลินเหอทันที "หลินเหอ รีบหย่ากับนังผู้หญิงคนนี้ซะ วันนี้หล่อนเพิ่งจะมารีดไถเงินแม่ แล้วก็กะจะไปหย่ากับลูก หล่อนมันเห็นแก่เงินชัดๆ!"
หลังจากที่เถียนฮุ่ยฟางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง ลู่หลินเหอก็ยิ่งมั่นใจว่าเขาเข้าใจผิดไปจริงๆ
"หย่าก็หย่าสิ ใครไม่ยอมหย่าก็เป็นหมา... อื้อ!" อันเมิ่งที่กำลังหงุดหงิดได้ที่เตรียมจะสวนกลับ แต่ยังไม่ทันได้ระบายอารมณ์ ลู่หลินเหอก็เอามือปิดปากเธอไว้เสียก่อน
"เธอกลับไปที่ห้องก่อน เดี๋ยวฉันตามไป"
"ไม่ไป!"
"ถ้าไม่อยากเดินขึ้นไปเอง ฉันก็ยินดีจะอุ้มขึ้นไปส่งนะ"
"..."
เมื่อต้องเผชิญกับคำขู่ของลู่หลินเหอ เธอก็ได้แต่ทำเสียงฟึดฟัดด้วยความโมโห ก่อนจะยอมเดินขึ้นบันไดไปอย่างว่าง่าย
ยังไงซะ หมอนี่ก็ไม่ได้แค่ขู่แน่ๆ ขืนเธอไม่ฟัง มีหวังเขาได้อุ้มเธอท่าเจ้าหญิงขึ้นไปต่อหน้าทุกคนจริงๆ
ให้ตายสิ เธอต้องหาวิธีไปจากขุมนรกนี่ให้ได้!
อันเมิ่งกลับมาที่ห้อง หลังจากรออยู่ประมาณสิบนาที ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง
อันเมิ่งไม่พูดอะไร นัยน์ตาคู่สวยเพียงแค่จ้องเขม็งไปยังผู้ชายที่เดินเข้ามา ในเมื่อเธอสู้เขาไม่ได้ แถมยังโดนห้ามด่า เธอก็ทำได้แค่ใช้สายตาในการแสดงความไม่พอใจเท่านั้น
ทว่า การประท้วงของเธอก็ดำเนินไปได้ไม่นาน ก่อนที่สายตาของเธอจะถูกดึงดูดด้วยถาดในมือของลู่หลินเหอ
"นี่คืออะไร?" อันเมิ่งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ชิฟฟอนชีสเค้กเย็น" ลู่หลินเหอเปิดฝาออก เผยให้เห็นเค้กสีเหลืองนวลที่ถูกตัดแบ่งออกเป็นสี่ชิ้น
อ้อ หมอนี่กะจะเอาเค้กมาง้อเธอสินะ
อันเมิ่งเลิกคิ้ว "ทำอะไรของนาย? คิดจะติดสินบนนักรบแห่งรักแท้อย่างฉันงั้นเหรอ? นักรบแห่งรักแท้ที่ไหนจะทนบททดสอบแค่นี้ไม่ได้กัน!"
ขณะที่อันเมิ่งพูด ลู่หลินเหอก็ยกเค้กมาวางตรงหน้าเธอแล้ว กลิ่นหอมหวานยั่วน้ำลายโชยมาแตะจมูก จนเธออดไม่ได้ที่จะสูดดมเข้าไป
พระเจ้าช่วย นี่มันอะไรกัน? ทำไมถึงหอมขนาดนี้เนี่ย?
"เอ่อ... มันอร่อยไหม?" เธอชี้ไปที่เค้ก
"เมื่อก่อนเธอชอบกินนี่ที่สุดเลยนะ จะเอาสักชิ้นไหมล่ะ?"
เมื่อมองดูเค้กที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะหันหน้าหนีอย่างแน่วแน่เพื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง
"ไม่! เอาไปให้พ้นเลยนะ!"
"อ้อ งั้นก็ช่างเถอะ" ลู่หลินเหอพยักหน้า แล้วเอาส้อมจิ้มเค้กชิ้นนั้นยัดเข้าปากตัวเองหน้าตาเฉย
"เฮ้ นายทำอะไรน่ะ!" เด็กสาวถึงกับอ้าปากค้าง
"ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะไม่กิน? ของพวกนี้มันเสียเร็วนะ ไม่กินก็เสียของแย่สิ" ลู่หลินเหอจัดการเค้กชิ้นนั้นหมดภายในไม่กี่คำ แล้วก็ยื่นส้อมอันชั่วร้ายไปหาเค้กเหยื่อชิ้นต่อไป
จังหวะที่เค้กกำลังจะเข้าปาก ชายหนุ่มก็ถูกเด็กสาวที่อยู่ด้านหลังกระโจนเข้าใส่ เธอคว้าตัวเขาไว้ ชะโงกหน้าออกมา อ้าปากกว้าง แล้วก็ฮุบเค้กชิ้นนั้นเข้าไปทั้งชิ้นในคำเดียวรวด
"อ้าว ทำไมตอนนี้ถึงยอมกินล่ะ?" ลู่หลินเหอแกล้งถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
"ก็เพราะว่าให้นายกินมันเสียของกว่าไง" อันเมิ่งเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วกลืนเค้กลงไปในเวลาอันรวดเร็ว
"รสชาติเป็นไงบ้างล่ะ?"
"อื้อ... ฉันยังไม่ทันได้รู้รสเลย" เธอกินเร็วเกินไป ถึงจะสัมผัสได้ถึงความหวานนิดหน่อย แต่ก็กลืนลงไปก่อนที่จะได้ลิ้มรสชาติเต็มๆ เสียอีก
"กินช้าๆ หน่อยสิ มันไม่ใช่ผลโสมคนในไซอิ๋วสักหน่อย"
"แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับผลโสมคนล่ะ?"
"คราวที่แล้วตอนกินผลโสมคน เธอไม่ได้กินแบบนี้หรอกเหรอ?"
"ฉันเคยไปกินผลโสมคนตอนไหนกัน?" อันเมิ่งตอบด้วยความงุนงง ก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"นี่นายลู่ นายกำลังหลอกด่าว่าฉันเป็นตือโป๊ยก่ายใช่ไหม!"
ลู่หลินเหอเม้มริมฝีปาก ใช้ส้อมจิ้มเค้กอีกชิ้น แล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของเด็กสาว
"เอ้า คราวนี้ก็กัดคำเล็กๆ หน่อยสิ"
เด็กสาวอ้าปากงับคำเล็กๆ อย่างให้ความร่วมมือ
หลังจากเคี้ยวไปได้ครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที
อร่อย!
เมื่อก่อนเธอไม่ได้ชอบกินของหวานเท่าไหร่นัก แต่น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากร่างกายนี้ ตอนนี้เธอกลับรู้สึกถูกปากกับรสชาตินี้เอามากๆ
เธอกัดกินเข้าไปอีกหลายคำจนแก้มตุ่ย เหมือนกับแฮมสเตอร์ที่กำลังกักตุนอาหารไม่มีผิด
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของอันเมิ่งเริ่มคงที่แล้ว ลู่หลินเหอจึงเริ่มอธิบาย "ความจริงแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะ"
อันเมิ่งกลืนเค้กลงคอ "เข้าใจผิดเหรอ? เข้าใจผิดเรื่องอะไร? ประธานลู่คงไม่ได้จะบอกว่า คุณรักโลกใบนี้เลยอยากจะจุ๊บโลกสักหน่อย แต่ดันบังเอิญมาจุ๊บโดนปากฉันหรอกนะ?"
"..." ลู่หลินเหออธิบายต่อ "เมื่อสามวันก่อน ตอนที่เธอกำลังนอนหลับตอนกลางคืน เธอเผลอมาจูบฉันครั้งหนึ่งน่ะสิ แล้วเมื่อกี้เธอก็บอกเองว่าให้ฉันทำแบบที่เธอทำได้ ฉันก็เลยคิดว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องนั้นอยู่ยังไงล่ะ"
อันเมิ่งถึงกับนิ่งอึ้งไป
อะไรนะ!?
งั้นเรื่องวันนั้นก็ไม่ใช่ฝันร้าย แต่เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ!?
เธอเป็นฝ่ายเข้าไปจูบผู้ชายคนนี้ก่อนเนี่ยนะ?!
นี่มันยิ่งกว่าฝันร้ายของฝันร้ายซะอีก!
งั้นก็แปลว่า... ความจริงแล้วเธอเป็นฝ่ายล่วงเกินลู่หลินเหอก่อนงั้นสิ?
ริมฝีปากของเด็กสาวกระตุกยิกๆ ความรู้สึกที่เพิ่งมาค้นพบว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดเอาตอนกลางคันของการทะเลาะเนี่ย มันเหมือนกับมัมมี่น้ำหนักสามร้อยปอนด์... จะพันผ้าปกปิดความอับอายไว้ยังไงก็ไม่มิดจริงๆ
"อะแฮ่ม—นั่นมันเรื่องตั้งชาติสางแล้ว ฉันจำไม่ได้สักหน่อย ฉันจำได้แค่ว่าเมื่อกี้มันคือจูบแรกของฉัน เรื่องนี้มันจะยอมความกันง่ายๆ ไม่ได้หรอกนะ ยกเว้นซะแต่ว่า..."
"ยกเว้นอะไรล่ะ?"
"เอามาให้ฉันอีกชิ้น"
"..."