เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ผู้ชายที่หมาเสียยิ่งกว่าหมา

บทที่ 18 ผู้ชายที่หมาเสียยิ่งกว่าหมา

บทที่ 18 ผู้ชายที่หมาเสียยิ่งกว่าหมา


รถคัลลิแนนสีดำสนิทจอดเทียบหน้าประตูคฤหาสน์ ก่อนที่ประตูรถจะค่อยๆ เปิดออก

บรรดารปภ. หน้าประตูที่กำลังจับกลุ่มคุยเล่นหัวเราะร่วน เมื่อเห็นผู้มาเยือนก็รีบยืนตัวตรงแหน่วทันที

"ประธานลู่ กลับมาแล้วหรือครับ!"

"อืม" ลู่หลินเหอส่งเสียงตอบรับในลำคอ

จะว่าไปก็แปลก ตลอดสามวันที่เขาออกจากบ้านมา เขากลับมีอาการเหม่อลอยอยู่ตลอดเวลา ขนาดตอนประชุมก็ยังเหม่อไปหลายครั้ง จนลูกน้องพากันคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดจนเขาไม่พอใจหรือเปล่า

ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เคยชินกับการนอนค้างที่บริษัทบ่อยๆ อย่างเขา กลับรู้สึกนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายพลิกตัวไปมาทั้งคืน

ขนาดเสิ่นม่อเหวินยังเอามาแซวอีกว่า "วันนั้นนายไปจัดหนักมากี่รอบเนี่ย? อาการหลังศึกหนักถึงได้สาหัสขนาดนี้?"

ลู่หลินเหอขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับเขา ทว่าสภาพของเขาในช่วงนี้มันก็ดูผิดปกติไปจริงๆ

ขณะที่เขากำลังสงสัยว่าเป็นอะไรไป เถียนฮุ่ยฟาง ผู้เป็นแม่ก็โทรศัพท์มาหาพอดี

"หลินเหอ เมื่อไหร่ลูกจะกลับบ้าน? แม่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เป็นเรื่องของอันเมิ่งน่ะ"

อันเมิ่ง?

เมื่อได้ยินชื่อนี้ เขาก็รีบบึ่งรถกลับบ้านทันที

เมื่อมาถึงคฤหาสน์ เขาก็มุ่งตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง

ทว่าเมื่อผลักประตูเข้าไป เขากลับไม่พบร่างอรชรที่คาดหวังว่าจะได้เจอ

เขากวาดตามองไปรอบๆ ชั้นนั้น ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังรั้งเขาเอาไว้

"ประธานลู่?!"

เขาหันกลับไปและพบซินซียืนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าประหลาดใจ

"เพิ่งกลับมาหรือคะ?"

"เมื่อกี้นี้เอง" ลู่หลินเหอหันไปถาม "อันเมิ่งไปไหนแล้ว?"

ซินซีมีท่าทีอึกอัก "คุณผู้หญิง เธอ..."

"เธออยู่ที่ไหน?"

"เธออยู่ที่... ตึกหอพักพนักงานค่ะ"

"เธอไปทำอะไรที่นั่น?"

"เอ่อ... พูดยากจังเลยค่ะ ประธานลู่ไปดูด้วยตาตัวเองดีกว่าค่ะ"

ลู่หลินเหอเลิกคิ้วขึ้น เดินออกจากตัวบ้านและมุ่งหน้าไปยังตึกหอพักพนักงาน

คฤหาสน์แห่งนี้ไม่ได้มีแค่บ้านพักของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังมีตึกแยกต่างหากสำหรับเป็นหอพักให้พนักงาน โดยแบ่งเป็นห้องพักเดี่ยวสำหรับทุกคน

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีใครอยากถูกไล่ออกเลย

เมื่อเดินเข้าไปในตึกหอพัก ยังไม่ทันจะได้เห็นตัวเด็กสาว เขาก็ได้ยินเสียงร่าเริงของเธอดังแว่วมาเสียก่อน

"เป็นอะไรไปเนี่ย? ทำไมถึงยอมแพ้ไวจัง แค่ไม่กี่วินาทีเองนะ?"

"คุณผู้หญิงคะ นี่เป็นครั้งแรกของฉัน..."

"โธ่ รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า ฉันยังสนุกไม่พอเลยนะ"

"ไม่เอาแล้วค่ะคุณผู้หญิง ฉันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ!"

"เป็นผู้ชายจะมาบอกว่าไม่ไหวไม่ได้นะ ลุกขึ้นมาสิ!" เสียงร่าเริงของเด็กสาวดังเจื้อยแจ้ว

"คุณอันเมิ่งดุดันเกินไปแล้ว! คนที่หกร่วงไปแล้ว เธอยังเรี่ยวแรงเหลือเฟืออยู่อีก!"

"หนีเร็ว! คุณอันพุ่งเข้ามาอีกแล้ว!"

"ช่วยด้วย!"

เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างใน ทำเอาลู่หลินเหอขมวดคิ้วมุ่น

นี่พวกเขากำลังทำบ้าอะไรกันอยู่เนี่ย?

ทำไมฟังดูแล้วมัน... ทะแม่งๆ พิกล?

ลู่หลินเหอรีบผลักประตูเข้าไปทันที และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำเอาชายหนุ่มผู้เจนโลกถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ

เขาเห็นพนักงานหลายคนนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ในขณะที่อันเมิ่งกำลังถือหมอนกระหน่ำฟาดหัวพวกเขาอย่างเมามัน

บรรดาพนักงานไม่กล้าแม้แต่จะตอบโต้ ทำได้เพียงกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นพร้อมกับยกมือขึ้นกุมหัวป้องกันตัว

"ฮ่าๆ ฉันบอกแล้วไง ว่าเรื่องสงครามหมอนในหอพักเนี่ย ฉันไม่เคยแพ้ใครหรอกนะ!"

บางทีอาจจะเป็นเพราะการอุดอู้อยู่แต่ในคฤหาสน์มันน่าเบื่อเกินไป วันนี้อันเมิ่งก็เลยนึกสนุก วิ่งมาที่หอพักพนักงานเพื่อเล่นตีหมอนกับพวกเขา

แต่น่าเสียดาย ไม่รู้ว่าคนพวกนี้แกล้งยอมแพ้หรือว่าอ่อนแอกันจริงๆ แค่โดนหมอนของเธอฟาดไปไม่กี่ทีก็ร่วงกันหมดแล้ว

ขณะที่เธอกำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังเดินเข้ามาทางประตู

อ้อ คงจะเป็นซินซีกลับมาแล้วล่ะมั้ง

อันเมิ่งหันไปมองที่ประตู แต่เมื่อเห็นชัดเจนว่าเป็นใคร รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็แข็งค้าง ราวกับดอกกุหลาบที่ถูกแช่แข็งในไซบีเรีย แม้จะยังคงสีสันสดใส ทว่ากลับแข็งทื่อไปหมด

"บ้าฉิบ นายมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย?"

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลู่หลินเหออีกครั้ง อันเมิ่งก็รู้สึกได้เพียงความประหม่าและความตื่นตระหนก

ก็แหม วันนี้เธอเพิ่งจะหลอกเอาเงินจากเถียนฮุ่ยฟางมาหมาดๆ และเธอก็รู้ดีว่าเถียนฮุ่ยฟางจะต้องเอาเรื่องนี้ไปฟ้องลู่หลินเหอแน่ๆ

เรื่องเพิ่งจะเกิดตอนกลางวันแท้ๆ แต่ลู่หลินเหอที่ไม่ได้กลับบ้านมาพักใหญ่กลับรีบบึ่งมาในคืนนี้เลย ดูท่าเขาคงจะมา "ลงโทษ" เธอสินะ

ยังไงซะ เธอก็คิดจะรีดไถเงินจากครอบครัวของเขาเพื่อเอามาจ่ายค่าปรับให้เขานี่นา... แบบนี้มันก็เข้าข่ายจับเสือมือเปล่าชัดๆ

ถึงแม้ในสัญญาจะไม่ได้ระบุว่าห้ามทำแบบนี้ แต่คนเจ้าเล่ห์อย่างลู่หลินเหอต้องหาข้ออ้างอื่นมาเล่นงานเธอแน่ๆ

ลู่หลินเหอไม่ตอบคำถาม แต่กลับถามสวน "แล้วเธอล่ะ? มาทำอะไรที่นี่?"

"ฉันก็มาเล่น... สงครามหมอนไง!"

ลู่หลินเหอเหลือบมองหมอนในมือของอันเมิ่ง สลับกับมองพนักงานที่ดูหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ตามฉันมา" แล้วเดินออกจากตึกหอพักไป

อันเมิ่งทำได้เพียงเดินตามหลังเขาไปอย่างว่าง่าย ทั้งสองคนเดินเงียบๆ ไปตลอดทางจนถึงห้องนั่งเล่นในคฤหาสน์

เมื่อเห็นเขายังคงปิดปากเงียบ เธอจึงเริ่มสงสัยว่าเขาอาจจะรู้เรื่องนั้นแล้วจริงๆ ดังนั้นเธอจึงลองหยั่งเชิงดู "นายกลับมาทำไมเหรอ?"

"ทำไมล่ะ? ฉันกลับบ้านตัวเองไม่ได้หรือไง?" ลู่หลินเหอรู้สึกขำเล็กน้อย มุมปากของเขายกขึ้นโดยไม่รู้ตัว

รอยยิ้มนั้นทำเอาดวงตาของอันเมิ่งเบิกกว้างขึ้นไปอีก

เวลาไอ้หมอนนี่ยิ้ม ไม่เคยมีเรื่องดีเกิดขึ้นเลยสักครั้ง นี่มันรอยยิ้มของซาตานชัดๆ

ดูเหมือนว่าเขาจะมาเพราะเรื่องนั้นจริงๆ ด้วย

เธอจึงรีบพูดขึ้นว่า "เรื่องนั้นน่ะ อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ! ฉันก็แค่ล้อเล่นเอง!"

เรื่องนั้น?

ลู่หลินเหอชะงักไปเล็กน้อย ความคิดของเขาหวนกลับไปถึงคืนนั้นทันที... คืนที่รอยจูบนั้นตามหลอกหลอนเขามาหลายคืนติด

แสดงว่าเธอจำได้งั้นสิ?

แต่คำว่า 'ล้อเล่น' ของเธอมันหมายความว่ายังไง?

นี่เธอกำลังร้อนรนที่จะตีตัวออกห่าง แล้วบอกไม่ให้เขาคิดมากอย่างนั้นเหรอ?

ลู่หลินเหอหรี่ตาลง "เธอเป็นคนละเมิดสัญญาก่อนนะ แล้วจะให้ฉันไม่ใส่ใจได้ยังไง?"

อย่างที่คิดไว้เลย ไอ้ผู้ชายที่หมาเสียยิ่งกว่าหมาคนนี้ ไม่มีทางปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอก

เมื่อเห็นว่าไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล อันเมิ่งก็เท้าสะเอวแล้วเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "แล้วนายจะเอายังไงล่ะ! ในสัญญาก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าฉันห้ามทำแบบนั้น!"

"อืม นั่นก็จริง"

"ใช่ไหมล่ะ? เพราะงั้น ในเรื่องนี้ ฉันมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ ถ้านายไม่พอใจนัก นายจะทำบ้างก็ได้นะ ฉันไม่ห้ามหรอก!"

อันเมิ่งรู้สึกว่าตัวเองฉลาดหลักแหลมสุดๆ ครอบครัวของเธอไม่มีเงินหรอก ต่อให้ประธานลู่จะคิดมาจับเสือมือเปล่ากับครอบครัวเธอ มันก็เหมือนกับการไปปล้นขอทานนั่นแหละ เผลอๆ เขาอาจจะต้องเป็นฝ่ายเสียเงินให้ครอบครัวเธอแทนซะด้วยซ้ำ

แต่พอพูดออกไปแบบนี้ มันก็ทำให้การกระทำของเธอดูชอบธรรมขึ้นมาทันที

ทว่าคำพูดของเธอกลับทำให้ลู่หลินเหอเลิกคิ้วขึ้น

"เธอแน่ใจนะ?"

"แน่นอน ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ขอแค่ประธานลู่สบายใจก็พอ" อันเมิ่งมีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องอย่างปิดไม่มิด สมองอันชาญฉลาดของเธอสามารถคลี่คลายวิกฤตนี้ได้อย่างงดงาม

แต่ลู่หลินเหอกลับเข้าใจผิด คิดว่าสีหน้าของเธอคือการเยาะเย้ย

เด็กสาวที่ยังไม่รู้ตัว ส่ายหัวไปมาแล้วพูดกับตัวเอง "ฉันน่ะแฟร์สุดๆ ไปเลย ในเมื่อนายไม่ทำ งั้นก็อย่าหาว่าฉัน... อื้อ!"

ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ริมฝีปากของเธอก็ถูกบางสิ่งบางอย่างปิดทับเอาไว้

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง จ้องมองชายหนุ่มที่อยู่ห่างไปเพียงปลายจมูกอย่างเหม่อลอย ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปในทันที

ริมฝีปากของเด็กสาวช่างนุ่มนวล ราวกับมาร์ชเมลโลว์ในวัยเด็ก หอมหวานและชวนให้เสพติด

แต่ลู่หลินเหอเพียงแค่ลิ้มรสสัมผัสอันแผ่วเบา ก่อนจะผละออกจากความหอมหวานนั้น

ลู่หลินเหอปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เอาล่ะ ตอนนี้เราหายกันแล้วนะ"

พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินต่อไป ทว่าเพิ่งจะก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว เด็กสาวที่อยู่ด้านหลังก็กระโจนเข้าใส่เขาราวกับเสือดาวพุ่งตะครุบเหยื่อ เธอกระโดดเกาะหลังแล้วรัดคอเขาไว้แน่น

"ลู่หลินเหอ ฉันจะฆ่านาย!"

จบบทที่ บทที่ 18 ผู้ชายที่หมาเสียยิ่งกว่าหมา

คัดลอกลิงก์แล้ว