- หน้าแรก
- มนุษย์ผู้ทรงปัญญา
- บทที่ 26 เดินเข้ากับดัก
บทที่ 26 เดินเข้ากับดัก
บทที่ 26 เดินเข้ากับดัก
บทที่ 26 เดินเข้ากับดัก
ในขณะเดียวกัน ณ ร้านทากาสุกิซูชิ ในกรุงมะนิลา
หลังจากทากาสุกิ เฮอิ ได้รับอีเมลจากวาตานาเบะ โมโตจิ เขาไม่ได้เฉลียวใจเลยแม้แต่น้อยว่าวาตานาเบะได้ถูกจัดการย้อนศรไปเรียบร้อยแล้ว
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปอีกครึ่งเดือน
นั่นคือในวันที่ 11 กันยายน ทากาสุกิ เฮอิ ได้รับโทรศัพท์จากวาตานาเบะ โมโตจิ
"รุ่นพี่ทากาสุกิ ช่วงนี้สบายดีไหมครับ"
"ข้าสบายดี แล้วเรื่องสืบสวนที่ดาเวาล่ะเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าได้ข้อมูลเบื้องลึกของบริษัทนั้นมาหรือยัง"
คำตอบจากปลายสายถูกส่งกลับมาอย่างรวดเร็ว "ได้ผลลัพธ์แล้วครับ แต่ผมอยากให้รุ่นพี่เดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง ทางฝั่งนั้นดูเหมือนยังลังเลอยู่ ผมต้องการให้รุ่นพี่พามิตรสหายที่ไว้ใจได้มาด้วย เพื่อทำให้พวกเขาได้เห็นความเป็นจริงเสียที"
"โอ้ เจ้ามีการเตรียมการอย่างไรบ้าง" ทากาสุกิ เฮอิ ทราบดีว่างานนี้ไม่มีทางพลาด
"รุ่นพี่พอจะรู้จักทายาทของตระกูลเฟอร์นันโดบ้างไหมครับ พวกเขามีกองกำลังมากมายทั้งในคาามารีเนสเหนือ (พื้นที่ซึ่งเมืองดาเว่าตั้งอยู่) และคาามารีเนสใต้"
"ตระกูลเฟอร์นันโดงั้นหรือ" ทากาสุกิ เฮอิ ขมวดคิ้ว "ตระกูลนี้รับมือยากเอาการ เราคงต้องแบ่งผลประโยชน์ให้พวกเขาไม่น้อยเลย บริษัทนั้นมันคุ้มค่าขนาดนั้นเชียวหรือ"
"คุ้มแน่นอนครับ และรุ่นพี่อย่าเพิ่งรีบรายงานไปที่สำนักงานใหญ่เลย ผมเกรงว่าพวกนั้นจะทำเรื่องเสียของ รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนค่อยรายงานความดีความชอบไปที่สำนักงานใหญ่ดีกว่าครับ"
ทากาสุกิ เฮอิ ครุ่นคิดตาม หากเขารายงานไปทันที ความดีความชอบก็อาจจะไม่ใช่ของเขาคนเดียว
เนื่องจากสมาพันธ์การค้าบูรพาก็มีการชิงดีชิงเด่นกันภายใน ทากาสุกิ เฮอิ และวาตานาเบะทั้งสองคนนั้นสังกัดกลุ่มฟูโย ส่วนคนจากกลุ่มธุรกิจอื่นคงไม่ยอมให้พวกเขารวบหัวรวบหางผลประโยชน์นี้ไว้เพียงฝ่ายเดียวแน่
และแน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะกีดกันกลุ่มธุรกิจอื่นออกไปอย่างสิ้นเชิง
"ข้าต้องเตรียมการเสียหน่อย"
"รุ่นพี่ครับ ทำไมไม่พาฟุกุดะกับทากาฮาชิมาด้วยล่ะครับ พวกเขาคล่องตัวกว่า เราต้องจัดการทุกอย่างให้จบโดยเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่จะตามมา" วาตานาเบะจากปลายสายเอ่ยเตือน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทากาสุกิ เฮอิ ก็ตัดสินใจทันที ซึ่งก็เป็นจริงตามที่วาตานาเบะว่า ฟุกุดะและทากาฮาชิมีความสัมพันธ์ทางสังคมในลูซอนที่เรียบง่าย แม้พวกเขาจะมาจากกลุ่มธุรกิจมิตซุยและคังอิน แต่ขอเพียงเขาเตรียมการให้ดีก่อนออกเดินทาง ข้อมูลก็คงไม่รั่วไหลออกไปได้ง่ายๆ
"ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง และจะรีบเจรจากับตระกูลเฟอร์นันโดให้เร็วที่สุด"
"ถ้าอย่างนั้นเรากำหนดเวลากันเลยดีไหมครับ อีกสามวันหลังจากนี้ เรามาพบกันที่ร้านอาหารสตาร์ฟิชในเมืองดาเว่า"
"ตกลง"
หลังจากทากาสุกิ เฮอิ วางสาย เขาได้เรียกทากาฮาชิ เซนสุเกะ ผู้ช่วยของเขามาพบ และสั่งให้ไปแจ้งฟุกุดะ ชิน ซึ่งเป็นครูสอนที่โรงเรียนภาษาญี่ปุ่นให้มาหา
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทากาฮาชิและฟุกุดะก็ปรากฏตัวที่สวนหลังร้านซูชิ
ทากาสุกิ เฮอิ ไม่ได้บอกรายละเอียดเชิงลึกแก่พวกเขา เพียงแต่กล่าวว่ามีภารกิจที่ต้องการให้พวกเขาร่วมเดินทางไปด้วย โดยกำหนดการออกเดินทางคือเช้ามืดของวันมะรืน ให้มาพบกันที่ร้านซูชิแห่งนี้
ทากาฮาชิและฟุกุดะไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับท่าทางลับลมคมในของทากาสุกิ เฮอิ เนื่องจากพวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง ภารกิจจำนวนมากย่อมต้องการความลับ ในเมื่อเขาไม่บอกรายละเอียด การไม่ถามซอกแซกจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
หลังจากจัดการคนของตนเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็เชิญ มาดา เฟอร์นันโด ทายาทของตระกูลเฟอร์นันโดมาที่ร้านซูชิทันที
หลังจากหารือกันนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ทั้งสองฝ่ายก็ได้ข้อสรุปคร่าวๆ เรื่องการแบ่งผลประโยชน์ และตกลงที่จะมาพบกันที่ร้านซูชิในเช้ามืดของวันมะรืน เพื่อเดินทางไปยังเมืองดาเว่าพร้อมกัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลาประมาณบ่ายสามโมงของอีกสามวันต่อมา ทากาสุกิ เฮอิ และผู้ติดตามอีกสองคน พร้อมด้วยมาดาและบอดี้การ์ดอีกห้าคน ก็มาปรากฏตัวที่หน้าทางเข้าร้านอาหารสตาร์ฟิชในเมืองดาเว่า
วาตานาเบะซึ่งเฝ้ารออยู่นานแล้วสวมหมวกปิดบังใบหน้าออกมารับทุกคนเข้าไปยังห้องรับรองส่วนตัว พวกเขาสนทนาเรื่องบริษัทโฮโมเซเปียนส์พลางรับประทานอาหารและดื่มกินกันอย่างสำราญ
ในช่วงเย็น สมาชิกตระกูลเฟอร์นันโดอีกสองคนที่ทำงานอยู่ในเมืองดาเว่าก็มาร่วมสมทบในห้องรับรองด้วย หลังจากกินดื่มกันจนอิ่มหนำ วาตานาเบะจึงจัดหารถบัสเพื่อพาทุกคนไปส่งที่โรงแรม
แต่ทันทีที่พวกเขาทั้งหมดก้าวขึ้นไปบนรถบัส ฝูงยุงพิษก็ได้เริ่มมอบบทเรียนให้แก่พวกเขาอย่างรวดเร็ว...
หลี่ชิงเย่จ้องมองเหยื่อในกรงด้วยสายตาเย็นเยียบ
ทากาสุกิ เฮอิ และผู้ติดตามสองคน สมาชิกตระกูลเฟอร์นันโดสามคน และบอดี้การ์ดอีกห้าคน
ทหารวาตานาเบะยืนรอรับคำสั่งอย่างนอบน้อมอยู่ข้างกาย หลี่ชิงเย่จึงสั่งการว่า "เจ้าจงกลับไปยังมะนิลานตามแผนที่วางไว้ และคอยควบคุมเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่เหลือให้อยู่ในความสงบ"
"ครับ บอส" วาตานาเบะพยักหน้าตอบรับทันที
ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มลงมือปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว
ยกตัวอย่างเช่น สมาชิกตระกูลเฟอร์นันโดสองคนในดาเว่า คนหนึ่งเป็นหัวหน้ากรมรักษาความสงบเรียบร้อย และอีกคนหนึ่งเป็นรองหัวหน้าแผนกภาษีในพื้นที่
หัวหน้ากรมรักษาความสงบเรียบร้อยใช้โทรศัพท์และเครื่องเปลี่ยนเสียงแจ้งไปยังหน่วยงานว่าตนเองจะเดินทางไปมะนิลาเพื่อธุระส่วนตัวประมาณครึ่งเดือน หากมีเรื่องด่วนให้โทรติดต่อได้ตลอดเวลา
ส่วนคนจากแผนกภาษีก็ได้ทำการลางานครึ่งเดือน โดยอ้างว่าเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ
ท้ายที่สุดคือ มาดา เฟอร์นันโด ซึ่งจัดการได้ง่ายที่สุด ทากาสุกิ เฮอิ เคยกำชับให้เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินทางมาเขาจึงบอกเพียงว่าจะไปพักผ่อนที่ดาเว่าสักพัก และขอเพียงแค่เปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้ก็พอ
แท้จริงแล้ว บทสนทนาระหว่างวาตานาเบะและทากาสุกิ เฮอิ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของหลี่ชิงเย่ แม้กระทั่งในตอนนั้นก็ยังมีทหารสามนายซุ่มซ่อนอยู่ไม่ไกลจากร้านซูชิของทากาสุกิ เฮอิ
หากทากาสุกิ เฮอิ โทรศัพท์รายงานสำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นทันทีหลังจากวางสายจากวาตานาเบะ เขาคงจะถูกทหารเหล่านั้นสังหารทิ้งก่อนที่จะทันได้เอ่ยปากพูดเสียด้วยซ้ำ
ในทำนองเดียวกัน บทสนทนาระหว่างทากาสุกิ เฮอิ กับมาดา รวมถึงทุกความเคลื่อนไหวของพวกเขาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ล้วนอยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตการณ์ของเหล่าทหาร
หลี่ชิงเย่ได้เตรียมแผนสำรองอื่นๆ ไว้พร้อมสรรพ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ความสูญเสียก็จะถูกจำกัดไว้ให้น้อยที่สุด
โชคดีที่ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การควบคุม แผนสำรองเหล่านั้นจึงไม่จำเป็นต้องนำมาใช้งาน
นอกจากนี้ คำแนะนำของวาตานาเบะที่ให้ร่วมมือกับตระกูลเฟอร์นันโดก็ไม่ใช่การสุ่มเลือก แต่เป็นเป้าหมายที่หลี่ชิงเย่พิจารณามาอย่างรอบคอบแล้วก่อนจะยืนยัน
แม้ว่าตระกูลนี้จะใช้นามสกุลภาษาสเปน แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเป็นตระกูลชนพื้นเมืองของลูซอนที่เปลี่ยนนามสกุลในช่วงการปกครองของอาณานิคมสเปน ซึ่งเรื่องเช่นนี้พบเห็นได้ทั่วไปในลูซอน
และการก้าวขึ้นสู่อำนาจของตระกูลนี้ก็เต็มไปด้วยบาปและคราบเลือด
แม้จะล่วงเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 พวกเขาก็ยังมีธุรกิจผิดกฎหมายอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น การร่วมมือกับแก๊งฮกเกี้ยนในมะนิลาเพื่อฉ้อโกงและลักพาตัวชาวจีน รวมถึงการควบคุมแก๊งนอกกฎหมายสามแห่งอย่างลับๆ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วทางตอนใต้ของลูซอน
มาดาที่ถูกจับตัวมาได้นั้น คือคนเลวระยำตัวจริงในมะนิลา เป็นที่รู้จักกันในฉายา "มาดามนุษย์" เขาข่มเหงรังแกผู้หญิงมาแล้วหลายร้อยคน บางคนถูกทรมานจนถึงแก่ความตาย
ส่วนเหล่าบอดี้การ์ดของเขาก็ล้วนคัดเลือกมาจากสมาชิกแก๊งและมีคดีฆ่าคนติดตัวกันทุกคน เพราะอย่างไรเสีย การติดตามคนเลวอย่างมาดาก็ยากที่จะรักษาความสะอาดของมือไว้ได้
หลี่ชิงเย่ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อยในการนำคนเหล่านี้มาทำการดัดแปลง
เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า กระบวนการดัดแปลงพันธุกรรมของคนเหล่านี้จึงเริ่มต้นขึ้นทันที โดยทากาสุกิ เฮอิ, ฟุกุดะ ชิน, มาดา เฟอร์นันโด และสมาชิกตระกูลเฟอร์นันโดอีกสองคน ถูกจัดอยู่ในอาสาสมัครทดลองกลุ่มแรก
สำหรับบอดี้การ์ดที่ไม่มีความสำคัญและทากาฮาชิ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่สอง
ห้าวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว การดัดแปลงคนเหล่านี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้แต่อายุขัยของพวกเขาก็ไม่ได้สูญเสียไปมากนัก อย่างน้อยก็ยังมีอายุขัยเหลืออยู่อีกสามสิบปี
หลังจากเสร็จสิ้นการดัดแปลงพันธุกรรม การผ่าตัดฝังชิปก็ถูกดำเนินการตามมาทันทีโดยไม่มีการรอช้า
บุคคลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาคือหัวใจสำคัญที่จะชี้ขาดว่าบริษัทโฮโมเซเปียนส์และหลี่ชิงเย่จะสามารถหยั่งรากฝังลึกในลูซอนได้หรือไม่ หากการดัดแปลงล้มเหลวเพียงรายเดียว แผนการทั้งหมดอาจหลุดพ้นจากการควบคุมได้
โชคดีที่ทุกอย่างราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง คนเหล่านี้มีอายุระหว่าง 30 ถึง 45 ปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับการดัดแปลง
เมื่อมองดูเหล่าทหารที่ถูกดัดแปลงเรียบร้อยแล้ว และข้อมูลข่าวกรองที่รีดออกมาจากสมองของพวกเขา ในที่สุดหลี่ชิงเย่ก็สามารถเผยเขี้ยวเล็บออกมาได้เสียที