- หน้าแรก
- เฝ้าห้องโอสถร้างห้าปี ข้าพลิกขยะเป็นสมบัติจนบรรลุวิถีเซียน
- บทที่ 38 การให้อาหารเสี่ยวฮวา
บทที่ 38 การให้อาหารเสี่ยวฮวา
บทที่ 38 การให้อาหารเสี่ยวฮวา
ความโหยหาในเลือดเนื้อที่รุนแรงอย่างยิ่ง!
"เกือบจะลืมไปเลยว่าเจ้ามันกินเนื้อ"
โจวเสวียนตระหนักได้ในที่สุด
พงหนามกระหายเลือด... ชื่อมันก็บอกคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว
การที่รากของมันจะดูดซับสารอาหารจากดินคงเป็นเพียงส่วนน้อย อาหารที่แท้จริงของมันก็คือเนื้อนั่นเอง
โจวเสวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่างของเขาจะวูบไหว หายตัวออกจากกระท่อมมุ่งหน้าไปยังโรงครัวของแผนกศิษย์รับใช้อย่างไร้สุ้มเสียง
ด้วยตบะระดับหลอมกายาขั้นเก้าในตอนนี้ ผนวกกับสัมผัสอันเฉียบคมจากการที่จิตวิญญาณกล้าแกร่งขึ้น ทำให้เขาสามารถเข้าออกสถานที่อย่างแผนกศิษย์รับใช้ได้ราวกับเดินอยู่ในที่รกร้างไร้ผู้คน
เขาแอบเข้าไปในครัวด้านหลังอย่างชำนาญ คว้าเนื้อไก่ที่ยังสดอยู่สองสามชิ้นแล้วรีบกลับมาทันที
"เอ้า กินซะ" โจวเสวียนโยนเนื้อไก่ที่มันเยิ้มของโลกปุถุชนเหล่านั้นลงไปที่โคนรากของเสี่ยวฮวา
ทว่า เสี่ยวฮวาเพียงแค่ใช้ปลายเถาวัลย์แตะดูเบาๆ แล้วก็หดกลับด้วยความรังเกียจ
ดอกไม้ที่ส่วนยอดเหี่ยวเฉาลง ทำท่าทีไม่สนใจใยดี อารมณ์ที่ส่งผ่านมานั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและดูแคลน
"เฮ้ ยังจะเลือกกินอีกรึ?" โจวเสวียนหัวเราะออกมา
เขาสรุปความได้ในพริบตา กะแล้วเชียว... แมเสี่ยวฮวาจะเป็นผลผลิตจากการกลายพันธุ์ แต่ในร่างกายของมันก็มีพลังวิญญาณโกลาหลไหลเวียนอยู่ โดยเนื้อแท้แล้วมันก้าวข้ามขอบเขตของสิ่งมีชีวิตปุถุชนไปแล้ว
การจะให้มันกินเนื้อธรรมดาที่ไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย ก็ไม่ต่างอะไรกับการให้เศรษฐีที่กินแต่อาหารเลิศรสไปแทะเปลือกไม้
"ยุ่งยากนิดหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะมีวิธีแก้"
มุมปากของโจวเสวียนยกยิ้มขึ้น เขาหยิบเนื้อไก่ขนาดเท่าฝ่ามือชิ้นหนึ่งขึ้นมา พลางขยับความคิดในใจ
"ระบบ จุดแต้มมันซะ!"
[ติ๊ง! ยืนยันการใช้ 0.1 แต้มแปลงสมบัติ เพื่อจุดแต้มเนื้อไก่ปุถุชนหรือไม่?]
"ตกลง!"
ทันทีที่โจวเสวียนยืนยัน แสงสีทองที่ยากจะสังเกตเห็นก็วาบผ่านเนื้อไก่ชิ้นนั้นไป
เนื้อไก่ที่เดิมทีแสนธรรมดาพลันเกิดความเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์
เนื้อเยื่อมีความแน่นและละเอียดขึ้น หนังไก่เปลี่ยนเป็นสีทองอ่อนดูน่ากิน พร้อมกับมีกลิ่นหอมของเนื้อโชยออกมาหอมกว่าเดิมถึงสิบเท่า!
[ติ๊ง! จุดแต้มสำเร็จ! ได้รับเนื้อไก่ดินแดนวิญญาณคุณภาพสูง!]
โจวเสวียนยื่นเนื้อไก่ที่ดูดีชิ้นนี้ไปตรงหน้าเสี่ยวฮวาอีกครั้ง
คราวนี้เสี่ยวฮวามีปฏิกิริยาตอบรับ
เถาวัลย์ของมันยื่นเข้ามาดมๆ ดูที่เนื้อไก่ ดอกไม้ตรงส่วนยอดขยับเปิดออกเล็กน้อย
ดูเหมือนมันจะเริ่มสนใจ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ยอมกิน อารมณ์ที่ส่งผ่านมายังคงเป็นคำว่า "ยังไม่พอ"
"ยังไม่พออีกรึ?" โจวเสวียนเลิกคิ้ว ในแววตาฉายแววเข้าใจ
ดูท่าว่าการยกระดับเพียงแค่คุณภาพภายนอก ยังไม่เพียงพอจะตอบสนองความต้องการของเจ้าตัวนี้ได้
สิ่งที่มันโหยหาจริงๆ คือพลังงานที่อัดแน่นอยู่ในอาหาร... พลังวิญญาณนั่นเอง!
"ก็ได้ วันนี้ข้าจะให้เจ้ากินให้อิ่ม!"
โจวเสวียนเกิดความใจป้ำขึ้นมา อย่างไรเสียเขากำลังจะมีแต้มแปลงสมบัติก้อนโตเข้าบัญชี การเสียสละแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้!
"ระบบ จุดแต้มต่อไป!"
[ติ๊ง! ยืนยันการใช้ 1 แต้มแปลงสมบัติ เพื่อจุดแต้มเนื้อไก่ดินแดนวิญญาณคุณภาพสูงหรือไม่?]
"ตกลง!"
การใช้แต้มครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าจากเมื่อครู่
เห็นเพียงเนื้อไก่ในมือโจวเสวียนพลันเปล่งแสงสีขาวนวลตาออกมา เมื่อแสงจางลง เนื้อไก่ชิ้นนั้นก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ทั่วทั้งชิ้นดูใสกระจ่างราวกับถูกแกะสลักมาจากหยกงาม มีไอหมอกสีขาวบางๆ วนเวียนอยู่รอบผิวเนื้อ นั่นคือพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์นั่นเอง!
[ติ๊ง! จุดแต้มสำเร็จ! ได้รับเนื้อไก่เซียนที่เปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณ!]
ยังไม่ทันที่โจวเสวียนจะโยนเนื้อไปให้ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
วืด!
เงาร่างสีเขียวสายหนึ่งพุ่งออกมาดุจสายฟ้าฟาดจากพื้นดิน!
คือเสี่ยวฮวา!
มันไม่อาจสะกดกั้นสัญชาตญาณความโหยหาพลังวิญญาณได้อีกต่อไป
เถาวัลย์เส้นหนึ่งพุ่งออกมาประดุจศรหลุดจากคัน พริบตาเดียวก็ม้วนพันเนื้อไก่เซียนในมือโจวเสวียนไว้ แล้วกระชากกลับไปอย่างแรง!
โจวเสวียนรู้สึกถึงแรงมหาศาลจนเกือบจะรั้งเนื้อไว้ไม่อยู่
เขาเห็นชัดเจนว่า เมื่อเนื้อไก่เซียนชิ้นนั้นถูกเถาวัลย์ของเสี่ยวฮวาม้วนพันไว้ มันก็เหมือนกับเนยที่ถูกโยนลงบนเหล็กเผาไฟ
มันละลายหายไปอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า เปลี่ยนเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุด และถูกเสี่ยวฮวาดูดซับจนเกลี้ยงเกลา!
หลังจากได้กินเนื้อที่เปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณชิ้นนั้น เสี่ยวฮวาทั้งต้นก็ส่งกระแสความรู้สึกยินดีปรีดาออกมา
กิ่งก้านใบที่เคยเป็นสีเขียวมรกต ในตอนนี้กลับดูเหมือนถูกชำระล้างด้วยน้ำจนเขียวขจีสดใสและเป็นมันวาว
กระทั่งยังมีแสงวิญญาณจางๆ พาดผ่านไปมา ทั้งต้นดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก!
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง"
โจวเสวียนมองภาพตรงหน้าแล้วเข้าใจอย่างถ่องแท้
เมนูอาหารของเสี่ยวฮวา ไม่ใช่เนื้อธรรมดา แต่เป็นเนื้อที่แฝงพลังวิญญาณ!
ในสมองของเขาพลันผุดสิ่งหนึ่งขึ้นมาทันที... เนื้อสัตว์อสูร!
สัตว์อสูรเติบโตมาในที่ที่มีพลังวิญญาณหนาแน่น ดูดซับแก่นแท้แห่งฟ้าดิน ในเนื้อหนังของพวกมันย่อมมีพลังวิญญาณแฝงอยู่มากน้อยตามระดับของมัน
สิ่งนั้นแหละ สำหรับเสี่ยวฮวาแล้วถึงจะนับเป็นอาหารอันโอชะที่แท้จริง!
"ตลาดอวิ๋นไหล"
แววตาของโจวเสวียนสั่นไหวเล็กน้อย
เขาจำได้ว่า ในตลาดอวิ๋นไหลซึ่งเป็นแหล่งค้าขายภายในสำนัก ดูเหมือนจะมีร้านค้าที่ขายวัสดุจากสัตว์อสูรโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีเนื้อสัตว์อสูรปริมาณมหาศาลด้วย
ของพวกนั้น สำหรับศิษย์สายในที่ต้องการใช้ส่วนประกอบสัตว์อสูรไปปรุงยาหรือหลอมอาวุธอาจจะถือเป็นสมบัติ
แต่สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ การนำมากินโดยตรงให้ผลลัพธ์ไม่ดีนัก ราคาจึงไม่นับว่าสูงจนเกินไป
"ดูท่า วันหลังถ้าว่างคงต้องไปเดินเล่นที่ตลาดบ่อยๆ เสียแล้ว"
โจวเสวียนเริ่มวางแผนในใจ
การจะเลี้ยงเจ้าตัวกินจุตัวนี้ ดูเหมือนจะต้องใช้จ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว
ทว่า เมื่อนึกถึงศักยภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่สามารถวิวัฒนาการได้ไม่จำกัดของเสี่ยวฮวา การลงทุนเพียงเท่านี้จะนับเป็นอะไรได้?
หลังจากย่อยเนื้อชิ้นนั้นจนหมด เสี่ยวฮวาก็ตกอยู่ในสภาวะสงบนิ่งอย่างประหลาด
มันไม่ได้ส่งความรู้สึกใดๆ ออกมาอีก เพียงแต่ปักรากลึกอยู่ในดินนิ่งๆ ราวกับกำลังหลับใหล
ทว่าโจวเสวียนอาศัยสายใยเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณที่มีต่อมัน
เขาสัมผัสได้ชัดแจ้งว่า ภายในต้นของมันมีพลังงานบริสุทธิ์กำลังหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว เพื่อหล่อเลี้ยงทุกอณูเนื้อ
เถาวัลย์ของเสี่ยวฮวาที่เดิมทียาวเพียงสามสี่เมตร กำลังยืดยาวออกไปทีละนิดด้วยความเร็วที่เชื่องช้าแต่ทว่ามั่นคง
สีเขียวมรกตบนผิวเถาวัลย์เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีแสงสีซ่อนอยู่ภายใน หนามแหลมที่เคยหดเก็บไว้ก็ดูเหมือนจะคมกริบและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
"อัตราการเติบโตของเจ้านี่ ออกจะเกินจริงไปหน่อยนะ"
โจวเสวียนลูบคางพลางใช้ความคิด
นี่ขนาดกินไปเพียงนิดเดียวเองนะ แค่เนื้อชิ้นเดียวเท่านั้น
หากวันหน้าได้กินเนื้อสัตว์อสูรทุกวัน มันจะไม่โตจนคุมไม่อยู่เลยรึ?
หากเติบโตด้วยความเร็วระดับนี้ ผ่านไปเพียงสิบวันหรือครึ่งเดือน เถาวัลย์ของเจ้านี่คงยาวได้ถึงสิบกว่าเมตร หรืออาจจะหลายสิบเมตรเลยก็ได้
ถึงตอนนั้น อย่าว่าแต่จะซ่อนไว้ในมุมกระท่อมไม้เล็กๆ นี่เลย เกรงว่าทั่วทั้งแผนกศิษย์รับใช้ก็คงไม่มีที่ไหนซ่อนสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาขนาดนี้ได้
"ถึงตอนนั้น ขคงต้องเอามันมาพันรอบเอวแล้วพาเดินไปไหนมาไหนด้วยรึเปล่าวะ?"
ความคิดพิลึกพิลั่นแวบผ่านสมองของโจวเสวียน ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าไล่มันไป
อย่างไรเสียไอ้สิ่งนี้ก็คือพืชกลายพันธุ์ ไม่ใช่อสูรที่แท้จริง
ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเหมือนพวกยอดอสูรในตำนานที่พอฝึกตนถึงขอบเขตหนึ่งแล้ว จะสามารถสลัดร่างเดิมแล้วกลายร่างเป็นมนุษย์ได้หรือไม่
ถ้ากลายร่างเป็นคนได้ ปัญหาทุกอย่างก็จะหมดไปทันที
แต่ตอนนี้เรื่องพวกนั้นยังไกลตัวเกินไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลี้ยงมันให้โตเสียก่อน
ในขณะที่โจวเสวียนกำลังครุ่นคิด เขาก็สังเกตเห็นว่า บริเวณช่วงกลางของเถาวัลย์ที่ยาวประดุจแส้ของเสี่ยวฮวา ตรงจุดที่ไม่สะดุดตาจุดหนึ่ง กลับมีตุ่มงอกออกมาขนาดเท่าเล็บมือโดยไร้สุ้มเสียง
นั่นคือดอกตูมสีเขียวมรกตขนาดเล็ก
"หืม? จะออกดอกงั้นรึ?" โจวเสวียนใจกระตุกวูบ รีบขยับเข้าไปจ้องมองอย่างละเอียดทันที
เขาค่อนข้างสงสัยว่า ดอกตูมที่งอกออกมาใหม่นี้ สุดท้ายจะกลายเป็นปากที่เหมือนดอกไม้กินคนตรงส่วนยอด เพื่อทำหน้าที่เป็นอวัยวะในการโจมตีอันใหม่?
หรือว่า... มันจะเบ่งบานเป็นดอกไม้ปกติ และอาจจะถึงขั้นออกผลให้เขาได้กันแน่?
หากเป็นอย่างหลังล่ะก็ เรื่องนี้คงจะน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
(จบบท)