- หน้าแรก
- เฝ้าห้องโอสถร้างห้าปี ข้าพลิกขยะเป็นสมบัติจนบรรลุวิถีเซียน
- บทที่ 13 เงินทุนก้อนแรก
บทที่ 13 เงินทุนก้อนแรก
บทที่ 13 เงินทุนก้อนแรก
โจวเสวียนมองตามหลังหวางเถิงที่เดินจากไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
แม่งเอ๊ย!
พลาดไปจริงๆ!
เขาประเมินความโอหังและหน้าไม่อายของพวกศิษย์สายในต่ำไป และประเมินขีดความสามารถในการรับมือของตัวเองสูงเกินไป
คนสามัญไร้ความผิด ผิดที่มีหยกในครอบครอง
ด้วยฐานะศิษย์รับใช้ แต่กลับนำอุปกรณ์วิญญาณป้องกันที่มีสภาพสมบูรณ์ขนาดนั้นออกมาขาย มันสะดุดตาเกินไปจริงๆ
ในสายตาของพวกที่ยกตนข่มท่านเหล่านั้น เขาก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะอ้วนที่ยื่นคอเข้าไปหาปังตอเอง
ไม่ถูกหมายหัวสิแปลก!
ดูท่า ของที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้ ก่อนที่เขาจะมีความแข็งแกร่งเพียงพอ คงไม่สามารถนำออกมาแสดงให้ใครเห็นได้อีก
เมื่อคิดได้ดังนั้น โจวเสวียนไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเก็บโล่เหล็กนิลเข้าถุงจักรวาลทันที
ไอ้สิ่งนี้ ต่อไปจะเป็นไพ่ตายในการรักษาชีวิตของเขา และเขาจะไม่ขายมันอีกเด็ดขาด!
แต่ถ้าไม่ขายโล่ แล้วสินค้าอื่นๆ ล่ะ?
สายตาของโจวเสวียนตกอยู่ที่กระบี่ชิงเฟิงและยันต์คมโลหะ
ของพวกนี้แม้จะนับว่าดี แต่คุณค่าของมันยังห่างไกลจากโล่เหล็กนิลมากนัก ไม่น่าจะดึงดูดปัญหาใหญ่โตแบบนั้นเข้ามาอีก
เขานั่งอยู่ที่แผงลอย แต่สมองกลับหมุนวนด้วยความเร็วสูง
เส้นทางเก็บขยะมารีไซเคิล แม้จะทำเงินได้ แต่ความเสี่ยงสูงเกินไป อีกทั้งแหล่งสินค้าก็ไม่มั่นคง เขาคงไม่สามารถหวังให้จางหลิง ยัยเซียนนักระเบิดคนนั้นปรุงยาพลาดได้ทุกวันหรอกใช่ไหม?
ต้องหาวิธีที่มั่นคงกว่านี้ เงียบเชียบกว่านี้ และได้กำไรมากกว่านี้!
จะทำยังไงดี?
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับยันต์คมโลหะที่ซ่อมแซมเสร็จแล้ว
ยันต์!
ความคิดหนึ่งแล่นผ่านสมองประดุจสายฟ้าฟาด ทะลายม่านหมอกในหัวของเขาจนสิ้น!
จริงด้วย!
ยันต์ไงล่ะ!
ในบรรดาอุตสาหกรรมการผลิตหลักของโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน ทั้งการปรุงโอสถ การหลอมอุปกรณ์ การเขียนยันต์ และการวางค่ายกล อะไรคือสิ่งที่เข้าถึงง่ายที่สุด มีคนทำมากที่สุด และเป็นสินค้าที่เกลื่อนตลาดที่สุด?
คำตอบก็คือยันต์!
ยันต์ระดับหนึ่งขั้นต่ำสุดหนึ่งแผ่น มีต้นทุนเท่าไหร่กันเชียว?
กระดาษยันต์เปล่าหนึ่งแผ่น ชาดที่ผสมเลือดสัตว์อสูรนิดหน่อย รวมกันแล้วยังไม่ถึงครึ่งหินวิญญาณระดับล่างด้วยซ้ำ!
และไอ้สิ่งนี้มันก็แฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณเพียงน้อยนิด
นั่นหมายความว่า...
หัวใจของโจวเสวียนเริ่มเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
เขาไม่จำเป็นต้องไปคุ้ยกองขยะเพื่อหาเศษยันต์พังๆ มาซ่อมเลยสักนิด!
เขาสามารถเขียนมันขึ้นมาเองได้!
ด้วยพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปจากการที่เป็นผู้ทะลุมิติ บวกกับความเข้าใจที่ล้ำยุค การวาดลวดลายยันต์พื้นฐานตามแบบอย่างส่งๆ คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปใช่ไหม?
ต่อให้เขาวาดออกมาเละเทะจนเหมือนยันต์ผีหลอก และไม่สามารถชักนำพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินได้เลย แล้วมันจะทำไม?
บิดามีระบบโว้ย!
ขอแค่บนกระดาษยันต์ที่วาดออกมานั้นมีเศษชาดที่แฝงพลังวิญญาณติดอยู่เพียงนิดเดียว ระบบก็น่าจะตัดสินได้ว่ามันคือสิ่งของที่สามารถจุดแต้มได้ใช่ไหม?
ถึงเวลานั้น เขาแค่เขียนยันต์เสียขึ้นมาสักแผ่น แล้วยอมเสียแต้มแปลงสมบัติเพียงหนึ่งหรือสองแต้ม เพื่อจุดแต้มให้มันกลายเป็นยันต์ชั้นเลิศที่สมบูรณ์แบบและอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณ!
นี่แหละคือการลงทุนน้อยแต่ได้กำไรมหาศาลที่แท้จริง!
นี่แหละคือการจับเสือมือเปล่าของจริง!
ยิ่งโจวเสวียนคิด เขาก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นความเป็นไปได้!
เขาราวกับมองเห็นแต้มแปลงสมบัติมหาศาลกำลังโบกมือเรียกเขาอย่างบ้าคลั่ง!
"ฮี่ๆ..."
เขานั่งอยู่ที่แผงลอย พลางระเบิดความยินดีอยู่ในใจ
ศิษย์ที่เดินผ่านไปมาเห็นท่าทางของเขา ต่างก็มองเหมือนมองไอ้โง่คนหนึ่งแล้วรีบเดินเลี่ยงไป
"ศิษย์พี่ กระบี่ชิงเฟิงเล่มนี้ขายยังไงหรือ?"
เสียงที่ฟังดูขลาดเขลาดังขึ้น ขัดจังหวะความฝันอันแสนหวานของโจวเสวียน
โจวเสวียนเงยหน้าขึ้น เห็นศิษย์คนหนึ่งที่สวมชุดศิษย์รับใช้เหมือนเขา ในแววตาเต็มไปด้วยความโหยหาขณะจ้องมองกระบี่ยาวบนพื้น
โจว-พ่อค้าเจ้าเล่ห์-เสวียน สลัดรอยยิ้มโง่งมทิ้งไปทันที แทนที่ด้วยสีหน้าใจดีมีเมตตา
"ศิษย์น้องก็มาเดินตลาดเหมือนกันรึ? อยากได้กระบี่เล่มนี้งั้นรึ? ไม่แพงหรอก เห็นแก่ที่เราเป็นพี่น้องสำนักเดียวกัน ข้าให้เจ้าสี่หินวิญญาณระดับล่าง รับไปได้เลย!"
ด้วยบทเรียนเมื่อครู่ ทำให้ไม่มีพวกไม่ดูตาม้าตาเรือคนไหนกล้ามาหาเรื่องที่แผงของโจวเสวียนอีก
สินค้าใหม่ในมือเขา แม้ระดับจะไม่สูง แต่สภาพดีเยี่ยมและราคายุติธรรม
สำหรับศิษย์ชั้นล่างที่มีเงินจำกัด ของพวกนี้คือสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
กระบี่ชิงเฟิง ยันต์คมโลหะ และอุปกรณ์วิญญาณชิ้นเล็กชิ้นน้อยอื่นๆ ก็ถูกกว้านซื้อไปจนเกลี้ยง
โจวเสวียนเก็บแผงลอยด้วยความพึงพอใจ แอบไปที่มุมลับเพื่อแอบนับผลกำไร
หนึ่งก้อน... สองก้อน... สามก้อน...
ทั้งหมดสามสิบสามหินวิญญาณระดับล่าง!
รวยแล้ว!
โจวเสวียนตื่นเต้นจนมือสั่น!
สามสิบสามหินวิญญาณระดับล่าง เงินจำนวนนี้เพียงพอที่จะเริ่ม "แผนการเครื่องพิมพ์เงินยันต์" ของเขาได้แล้ว!
เขาเก็บหินวิญญาณทั้งหมดเข้าถุงจักรวาลอย่างระมัดระวัง ไม่รั้งรอช้า มุ่งหน้าตรงไปยังโซนร้านค้าในตลาดทันที
เป้าหมายของเขาชัดเจนมาก
ร้านขายของชำ!
กระดาษยันต์ ชาด พู่กันขนหมาป่า!
และที่สำคัญที่สุดคือแกนอสูร!
บิดามาแล้วโว้ย!
โจวเสวียนเดินลัดเลาะไปตามพื้นที่วุ่นวายชั้นนอกของตลาด ไม่นานเขาก็หาร้านที่ดูธรรมดาสามัญร้านหนึ่งเจอ
หน้าร้านมีขนาดไม่ใหญ่ ป้ายชื่อเขียนไว้ว่า "หอสรรพสิ่ง" ตัวอักษรดูดาษดื่น ไม่ได้ดูหรูหราหรือลึกลับอะไร แต่จุดเด่นคือมีสินค้าครบครัน
โจวเสวียนชะโงกหน้าเข้าไปดู บนชั้นวางมีตั้งแต่สมุนไพรและแร่ระดับต่ำ ไปจนถึงกระดาษยันต์เปล่า ขวดใส่โอสถ กระทั่งหนังสัตว์และกระดูกสัตว์อสูร เรียกได้ว่ามีทุกอย่างที่ต้องการ
ที่นี่แหละ คือแหล่งขุดสมบัติของผู้บำเพ็ญเพียรชั้นล่างอย่างเขา
เขาสูดลมหายใจลึก ข่มความตื่นเต้นไว้ แล้วก้าวเดินเข้าไป
"แขกผู้มีเกียรติ ต้องการซื้ออะไรหรือ?"
หลังเคาน์เตอร์ เถ้าแก่หนวดแพะวัยกลางคนกำลังดีดลูกคิดอย่างเกียจคร้าน เมื่อได้ยินเสียงก็ถามขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง
แต่เมื่อเขาปรายหางตาเห็นชุดศิษย์รับใช้สีเทาซีดของโจวเสวียน ความกระตือรือร้นเพียงน้อยนิดที่มีก็อันตรธานหายไปทันที
พวกไอ้กระจอกที่มาเดินดูแต่ไม่ซื้ออีกแล้วสิ
โจวเสวียนเห็นท่าทางนั้นทั้งหมดแต่ก็ลอบยิ้มในใจ ไม่ได้โต้ตอบอะไร
เขาตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์ เอ่ยเสียงไม่ดังแต่น่าเกรงขาม "เถ้าแก่ แกนอสูรระดับหนึ่ง ขายยังไง?"
นิ้วที่กำลังดีดลูกคิดของเถ้าแก่ชะงักลง ในที่สุดเขาก็ยอมเงยหน้าขึ้นมามองโจวเสวียนตรงๆ
"แกนอสูรระดับหนึ่ง หนึ่งหินวิญญาณระดับล่างต่อหนึ่งลูก ห้ามต่อราคา"
น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อว่าศิษย์รับใช้คนหนึ่งจะมีปัญญาซื้อได้สักกี่ลูก
แกนอสูรน่ะรึ ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนมันคือวัสดุพื้นฐานและราคาถูกที่สุดอย่างหนึ่ง
แม้พลังวิญญาณข้างในจะบ้าคลั่งและผสมปนเปจนไม่สามารถดูดซับได้โดยตรง แต่มันคือวัตถุดิบสำคัญในการปรุงโอสถและหลอมอุปกรณ์
โอสถระดับหนึ่งขั้นต่ำสุดสักเม็ด เช่น โอสถรวบรวมปราณที่โจวเสวียนได้จากจางหลิง ในตลาดอย่างน้อยก็ขายได้สามหินวิญญาณระดับล่าง
ส่วนแกนอสูรระดับหนึ่งที่เป็นวัตถุดิบ ราคาย่อมต้องถูกกว่ามาก
ราคานี้ใกล้เคียงกับที่โจวเสวียนสืบมา
เขาพยักหน้า ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ชูสองนิ้วขึ้นมาทันที
"เอามาให้ข้ายี่สิบลูก"
"เท่าไหร่นะ?"
เถ้าแก่หนวดแพะถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ลูกคิดในมือแทบจะร่วงลงพื้น
เขาเงยหน้าขึ้นมองสำรวจโจวเสวียนใหม่อย่างละเอียดอีกครั้ง ในแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและสงสัย
ยี่สิบลูก?
นั่นมันตั้งยี่สิบหินวิญญาณระดับล่างเชียวนะ!
ศิษย์รับใช้คนหนึ่ง ไปเอาเงินมหาศาลขนาดนี้มาจากไหน?
เขาเปิดร้านที่นี่มาสิบกว่าปี เห็นศิษย์รับใช้มานับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่แค่หินวิญญาณระดับล่างเต็มๆ สักก้อนยังไม่มีปัญญาหามาได้เลย
แต่เจ้าหนุ่มตรงหน้านี่ ท่าทางก็ธรรมดาๆ กลับอ้าปากจะเอาแกนอสูรทีเดียวตั้งยี่สิบลูก?
"แขกท่านนี้ ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่ไหม?"
น้ำเสียงเถ้าแก่เริ่มมีความไม่แน่ใจแฝงอยู่
โจวเสวียนขี้เกียจจะพูดจาไร้สาระกับเขา เขาขยับความคิดเรียกหินวิญญาณระดับล่างออกมาจากถุงจักรวาลกองเล็กๆ จนเกิดเสียงกรุ๊งกริ๊ง แล้ววางกองไว้บนเคาน์เตอร์
"เถ้าแก่ ท่านนับดู นี่คือยี่สิบหินวิญญาณระดับล่าง พอไหม?"
(จบบท)