เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เงินทุนก้อนแรก

บทที่ 13 เงินทุนก้อนแรก

บทที่ 13 เงินทุนก้อนแรก


โจวเสวียนมองตามหลังหวางเถิงที่เดินจากไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง

แม่งเอ๊ย!

พลาดไปจริงๆ!

เขาประเมินความโอหังและหน้าไม่อายของพวกศิษย์สายในต่ำไป และประเมินขีดความสามารถในการรับมือของตัวเองสูงเกินไป

คนสามัญไร้ความผิด ผิดที่มีหยกในครอบครอง

ด้วยฐานะศิษย์รับใช้ แต่กลับนำอุปกรณ์วิญญาณป้องกันที่มีสภาพสมบูรณ์ขนาดนั้นออกมาขาย มันสะดุดตาเกินไปจริงๆ

ในสายตาของพวกที่ยกตนข่มท่านเหล่านั้น เขาก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะอ้วนที่ยื่นคอเข้าไปหาปังตอเอง

ไม่ถูกหมายหัวสิแปลก!

ดูท่า ของที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้ ก่อนที่เขาจะมีความแข็งแกร่งเพียงพอ คงไม่สามารถนำออกมาแสดงให้ใครเห็นได้อีก

เมื่อคิดได้ดังนั้น โจวเสวียนไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเก็บโล่เหล็กนิลเข้าถุงจักรวาลทันที

ไอ้สิ่งนี้ ต่อไปจะเป็นไพ่ตายในการรักษาชีวิตของเขา และเขาจะไม่ขายมันอีกเด็ดขาด!

แต่ถ้าไม่ขายโล่ แล้วสินค้าอื่นๆ ล่ะ?

สายตาของโจวเสวียนตกอยู่ที่กระบี่ชิงเฟิงและยันต์คมโลหะ

ของพวกนี้แม้จะนับว่าดี แต่คุณค่าของมันยังห่างไกลจากโล่เหล็กนิลมากนัก ไม่น่าจะดึงดูดปัญหาใหญ่โตแบบนั้นเข้ามาอีก

เขานั่งอยู่ที่แผงลอย แต่สมองกลับหมุนวนด้วยความเร็วสูง

เส้นทางเก็บขยะมารีไซเคิล แม้จะทำเงินได้ แต่ความเสี่ยงสูงเกินไป อีกทั้งแหล่งสินค้าก็ไม่มั่นคง เขาคงไม่สามารถหวังให้จางหลิง ยัยเซียนนักระเบิดคนนั้นปรุงยาพลาดได้ทุกวันหรอกใช่ไหม?

ต้องหาวิธีที่มั่นคงกว่านี้ เงียบเชียบกว่านี้ และได้กำไรมากกว่านี้!

จะทำยังไงดี?

ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับยันต์คมโลหะที่ซ่อมแซมเสร็จแล้ว

ยันต์!

ความคิดหนึ่งแล่นผ่านสมองประดุจสายฟ้าฟาด ทะลายม่านหมอกในหัวของเขาจนสิ้น!

จริงด้วย!

ยันต์ไงล่ะ!

ในบรรดาอุตสาหกรรมการผลิตหลักของโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน ทั้งการปรุงโอสถ การหลอมอุปกรณ์ การเขียนยันต์ และการวางค่ายกล อะไรคือสิ่งที่เข้าถึงง่ายที่สุด มีคนทำมากที่สุด และเป็นสินค้าที่เกลื่อนตลาดที่สุด?

คำตอบก็คือยันต์!

ยันต์ระดับหนึ่งขั้นต่ำสุดหนึ่งแผ่น มีต้นทุนเท่าไหร่กันเชียว?

กระดาษยันต์เปล่าหนึ่งแผ่น ชาดที่ผสมเลือดสัตว์อสูรนิดหน่อย รวมกันแล้วยังไม่ถึงครึ่งหินวิญญาณระดับล่างด้วยซ้ำ!

และไอ้สิ่งนี้มันก็แฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณเพียงน้อยนิด

นั่นหมายความว่า...

หัวใจของโจวเสวียนเริ่มเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้

เขาไม่จำเป็นต้องไปคุ้ยกองขยะเพื่อหาเศษยันต์พังๆ มาซ่อมเลยสักนิด!

เขาสามารถเขียนมันขึ้นมาเองได้!

ด้วยพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปจากการที่เป็นผู้ทะลุมิติ บวกกับความเข้าใจที่ล้ำยุค การวาดลวดลายยันต์พื้นฐานตามแบบอย่างส่งๆ คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปใช่ไหม?

ต่อให้เขาวาดออกมาเละเทะจนเหมือนยันต์ผีหลอก และไม่สามารถชักนำพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินได้เลย แล้วมันจะทำไม?

บิดามีระบบโว้ย!

ขอแค่บนกระดาษยันต์ที่วาดออกมานั้นมีเศษชาดที่แฝงพลังวิญญาณติดอยู่เพียงนิดเดียว ระบบก็น่าจะตัดสินได้ว่ามันคือสิ่งของที่สามารถจุดแต้มได้ใช่ไหม?

ถึงเวลานั้น เขาแค่เขียนยันต์เสียขึ้นมาสักแผ่น แล้วยอมเสียแต้มแปลงสมบัติเพียงหนึ่งหรือสองแต้ม เพื่อจุดแต้มให้มันกลายเป็นยันต์ชั้นเลิศที่สมบูรณ์แบบและอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณ!

นี่แหละคือการลงทุนน้อยแต่ได้กำไรมหาศาลที่แท้จริง!

นี่แหละคือการจับเสือมือเปล่าของจริง!

ยิ่งโจวเสวียนคิด เขาก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นความเป็นไปได้!

เขาราวกับมองเห็นแต้มแปลงสมบัติมหาศาลกำลังโบกมือเรียกเขาอย่างบ้าคลั่ง!

"ฮี่ๆ..."

เขานั่งอยู่ที่แผงลอย พลางระเบิดความยินดีอยู่ในใจ

ศิษย์ที่เดินผ่านไปมาเห็นท่าทางของเขา ต่างก็มองเหมือนมองไอ้โง่คนหนึ่งแล้วรีบเดินเลี่ยงไป

"ศิษย์พี่ กระบี่ชิงเฟิงเล่มนี้ขายยังไงหรือ?"

เสียงที่ฟังดูขลาดเขลาดังขึ้น ขัดจังหวะความฝันอันแสนหวานของโจวเสวียน

โจวเสวียนเงยหน้าขึ้น เห็นศิษย์คนหนึ่งที่สวมชุดศิษย์รับใช้เหมือนเขา ในแววตาเต็มไปด้วยความโหยหาขณะจ้องมองกระบี่ยาวบนพื้น

โจว-พ่อค้าเจ้าเล่ห์-เสวียน สลัดรอยยิ้มโง่งมทิ้งไปทันที แทนที่ด้วยสีหน้าใจดีมีเมตตา

"ศิษย์น้องก็มาเดินตลาดเหมือนกันรึ? อยากได้กระบี่เล่มนี้งั้นรึ? ไม่แพงหรอก เห็นแก่ที่เราเป็นพี่น้องสำนักเดียวกัน ข้าให้เจ้าสี่หินวิญญาณระดับล่าง รับไปได้เลย!"

ด้วยบทเรียนเมื่อครู่ ทำให้ไม่มีพวกไม่ดูตาม้าตาเรือคนไหนกล้ามาหาเรื่องที่แผงของโจวเสวียนอีก

สินค้าใหม่ในมือเขา แม้ระดับจะไม่สูง แต่สภาพดีเยี่ยมและราคายุติธรรม

สำหรับศิษย์ชั้นล่างที่มีเงินจำกัด ของพวกนี้คือสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม

กระบี่ชิงเฟิง ยันต์คมโลหะ และอุปกรณ์วิญญาณชิ้นเล็กชิ้นน้อยอื่นๆ ก็ถูกกว้านซื้อไปจนเกลี้ยง

โจวเสวียนเก็บแผงลอยด้วยความพึงพอใจ แอบไปที่มุมลับเพื่อแอบนับผลกำไร

หนึ่งก้อน... สองก้อน... สามก้อน...

ทั้งหมดสามสิบสามหินวิญญาณระดับล่าง!

รวยแล้ว!

โจวเสวียนตื่นเต้นจนมือสั่น!

สามสิบสามหินวิญญาณระดับล่าง เงินจำนวนนี้เพียงพอที่จะเริ่ม "แผนการเครื่องพิมพ์เงินยันต์" ของเขาได้แล้ว!

เขาเก็บหินวิญญาณทั้งหมดเข้าถุงจักรวาลอย่างระมัดระวัง ไม่รั้งรอช้า มุ่งหน้าตรงไปยังโซนร้านค้าในตลาดทันที

เป้าหมายของเขาชัดเจนมาก

ร้านขายของชำ!

กระดาษยันต์ ชาด พู่กันขนหมาป่า!

และที่สำคัญที่สุดคือแกนอสูร!

บิดามาแล้วโว้ย!

โจวเสวียนเดินลัดเลาะไปตามพื้นที่วุ่นวายชั้นนอกของตลาด ไม่นานเขาก็หาร้านที่ดูธรรมดาสามัญร้านหนึ่งเจอ

หน้าร้านมีขนาดไม่ใหญ่ ป้ายชื่อเขียนไว้ว่า "หอสรรพสิ่ง" ตัวอักษรดูดาษดื่น ไม่ได้ดูหรูหราหรือลึกลับอะไร แต่จุดเด่นคือมีสินค้าครบครัน

โจวเสวียนชะโงกหน้าเข้าไปดู บนชั้นวางมีตั้งแต่สมุนไพรและแร่ระดับต่ำ ไปจนถึงกระดาษยันต์เปล่า ขวดใส่โอสถ กระทั่งหนังสัตว์และกระดูกสัตว์อสูร เรียกได้ว่ามีทุกอย่างที่ต้องการ

ที่นี่แหละ คือแหล่งขุดสมบัติของผู้บำเพ็ญเพียรชั้นล่างอย่างเขา

เขาสูดลมหายใจลึก ข่มความตื่นเต้นไว้ แล้วก้าวเดินเข้าไป

"แขกผู้มีเกียรติ ต้องการซื้ออะไรหรือ?"

หลังเคาน์เตอร์ เถ้าแก่หนวดแพะวัยกลางคนกำลังดีดลูกคิดอย่างเกียจคร้าน เมื่อได้ยินเสียงก็ถามขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง

แต่เมื่อเขาปรายหางตาเห็นชุดศิษย์รับใช้สีเทาซีดของโจวเสวียน ความกระตือรือร้นเพียงน้อยนิดที่มีก็อันตรธานหายไปทันที

พวกไอ้กระจอกที่มาเดินดูแต่ไม่ซื้ออีกแล้วสิ

โจวเสวียนเห็นท่าทางนั้นทั้งหมดแต่ก็ลอบยิ้มในใจ ไม่ได้โต้ตอบอะไร

เขาตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์ เอ่ยเสียงไม่ดังแต่น่าเกรงขาม "เถ้าแก่ แกนอสูรระดับหนึ่ง ขายยังไง?"

นิ้วที่กำลังดีดลูกคิดของเถ้าแก่ชะงักลง ในที่สุดเขาก็ยอมเงยหน้าขึ้นมามองโจวเสวียนตรงๆ

"แกนอสูรระดับหนึ่ง หนึ่งหินวิญญาณระดับล่างต่อหนึ่งลูก ห้ามต่อราคา"

น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อว่าศิษย์รับใช้คนหนึ่งจะมีปัญญาซื้อได้สักกี่ลูก

แกนอสูรน่ะรึ ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนมันคือวัสดุพื้นฐานและราคาถูกที่สุดอย่างหนึ่ง

แม้พลังวิญญาณข้างในจะบ้าคลั่งและผสมปนเปจนไม่สามารถดูดซับได้โดยตรง แต่มันคือวัตถุดิบสำคัญในการปรุงโอสถและหลอมอุปกรณ์

โอสถระดับหนึ่งขั้นต่ำสุดสักเม็ด เช่น โอสถรวบรวมปราณที่โจวเสวียนได้จากจางหลิง ในตลาดอย่างน้อยก็ขายได้สามหินวิญญาณระดับล่าง

ส่วนแกนอสูรระดับหนึ่งที่เป็นวัตถุดิบ ราคาย่อมต้องถูกกว่ามาก

ราคานี้ใกล้เคียงกับที่โจวเสวียนสืบมา

เขาพยักหน้า ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ชูสองนิ้วขึ้นมาทันที

"เอามาให้ข้ายี่สิบลูก"

"เท่าไหร่นะ?"

เถ้าแก่หนวดแพะถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ลูกคิดในมือแทบจะร่วงลงพื้น

เขาเงยหน้าขึ้นมองสำรวจโจวเสวียนใหม่อย่างละเอียดอีกครั้ง ในแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและสงสัย

ยี่สิบลูก?

นั่นมันตั้งยี่สิบหินวิญญาณระดับล่างเชียวนะ!

ศิษย์รับใช้คนหนึ่ง ไปเอาเงินมหาศาลขนาดนี้มาจากไหน?

เขาเปิดร้านที่นี่มาสิบกว่าปี เห็นศิษย์รับใช้มานับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่แค่หินวิญญาณระดับล่างเต็มๆ สักก้อนยังไม่มีปัญญาหามาได้เลย

แต่เจ้าหนุ่มตรงหน้านี่ ท่าทางก็ธรรมดาๆ กลับอ้าปากจะเอาแกนอสูรทีเดียวตั้งยี่สิบลูก?

"แขกท่านนี้ ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่ไหม?"

น้ำเสียงเถ้าแก่เริ่มมีความไม่แน่ใจแฝงอยู่

โจวเสวียนขี้เกียจจะพูดจาไร้สาระกับเขา เขาขยับความคิดเรียกหินวิญญาณระดับล่างออกมาจากถุงจักรวาลกองเล็กๆ จนเกิดเสียงกรุ๊งกริ๊ง แล้ววางกองไว้บนเคาน์เตอร์

"เถ้าแก่ ท่านนับดู นี่คือยี่สิบหินวิญญาณระดับล่าง พอไหม?"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 13 เงินทุนก้อนแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว