- หน้าแรก
- วีรบุรุษนอกคอกแห่งโลกอเมริกันคอมมิค
- บทที่ 15 การทำตัวเด่นเป็นครั้งคราว คือการเยียวยาสุขภาพกายและใจ
บทที่ 15 การทำตัวเด่นเป็นครั้งคราว คือการเยียวยาสุขภาพกายและใจ
บทที่ 15 การทำตัวเด่นเป็นครั้งคราว คือการเยียวยาสุขภาพกายและใจ
บทที่ 15 การทำตัวเด่นเป็นครั้งคราว คือการเยียวยาสุขภาพกายและใจ
รุ่งอรุณกำลังมาเยือน เส้นแสงสีเงินยวบยาบพาดผ่านเส้นขอบฟ้า
ภายในห้องพักทางด้านขวาของโถงทางเดินชั้นสิบเจ็ดของโรงแรมก๊อธแธมรอยัล หลัวจี เคลย์เฟซ และเดดช็อต ยืนอยู่ด้วยกัน
ทั้งสามคนมารวมตัวกันที่นี่โดยมีรูปลักษณ์ที่ดูราวกับมาจากโลกที่แตกต่างกันสามใบ
หลัวจีแต่งกายด้วยชุดเนื้อผ้าบางเบา สวมทับด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวสีน้ำเงินเข้ม ในขณะที่เดดช็อตยอมถอดชุดเกราะออกในที่สุด และสวมชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับที่เห็นราคาแล้วต้องหนาว
ส่วนทางด้านเคลย์เฟซ หลังจากถูกหลัวจีสั่งว่าเขาต้องสวมบทบาทเป็นมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย เจ้าตัวก็เข้าถึงตัวละครในทันที
เขาเปลี่ยนร่างเป็นชายที่สวมเสื้อเชิ้ตลายฮาวายไว้ด้านใน ทับด้วยเสื้อคลุมขนนกสีชมพูฟลามิงโก สวมกางเกงวอร์มตัวหลวม และรองเท้าหนังสีทองอร่ามที่เท้า
รูปลักษณ์ทั้งหมดของเขาดูเหมือนจะตีความคำกล่าวที่ว่า "ความเชยขั้นสุดคือความหรูหรา" ออกมาได้อย่างชัดเจน
การที่ทั้งสามคนแต่งตัวเช่นนี้ย่อมไม่ได้ทำไปโดยไร้จุดหมาย แต่มันคือแผนการที่จะเปลี่ยนคิลเลอร์ คร็อค ให้มาเป็นหนึ่งในสมุนมือขวาของเขา
"หลัวจี มันจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ" เดดช็อตดึงข้อมือเสื้อขึ้น เผยให้เห็นนาฬิกาหรูระยิบระยับที่สวมเรียงกันเป็นตับบนท่อนแขน หากนับคร่าวๆ มีไม่ต่ำกว่าแปดเรือน
"เจ้าไม่เข้าใจหรอก นี่เขาเรียกว่าการควบคุมเวลาโลก" หลัวจีสะบัดแขนขยับข้อมือเสื้อให้ร่นลง เผยให้เห็นหน้าปัดนาฬิการาคาแพงบนข้อมือที่ส่องประกายวับแวม นาฬิกาแต่ละเรือนแสดงเวลาที่แตกต่างกัน ทั้งเวลาก๊อธแธม เวลาฮาวาย และเขตเวลาอื่นๆ
"ให้อภัยลอว์ตันเถอะ" เคลย์เฟซเม้มริมฝีปากพลางเอ่ยชื่อจริงของเดดช็อต "เขาชินกับการเป็นคนจนน่ะ"
เคลย์เฟซกำลังสวมบทบาทเป็นมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งอย่างขยันขันแข็งและกระตือรือร้น ด้วยวิธีการพูดที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งนั่นทำให้เดดช็อตเดือดดาล เขาตบไปที่หัวของอีกฝ่ายหนึ่งที จนศีรษะมนุษย์ที่เคลย์เฟซสร้างขึ้นอ่อนตัวกลายเป็นโคลน หมุนติ้วอยู่สองสามรอบก่อนจะกลับคืนรูปเดิมโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
เดดช็อตเลิกสนใจเคลย์เฟซที่ยังคงยิ้มกริ่ม แล้วถามออกมาด้วยความฉงนว่า
"จะว่าไป ข้าจำได้ว่านาฬิกาพวกนี้ปกติมักจะต้องจองล่วงหน้าไม่ใช่หรือ พวกที่วางโชว์ในห้างน่ะมันแค่ตัวอย่างและไม่มีไว้ขาย แล้วเจ้าไปกว้านซื้อมาได้มากมายขนาดนี้ในคืนเดียวได้อย่างไร"
เดดช็อตนึกถึงเมื่อคืนที่หลัวจีไล่ดูแผ่นพับที่มีรูปภาพนาฬิกาหรูต่างๆ แล้วต่อสายโทรศัพท์เพียงไม่กี่ครั้ง จากนั้นก็มีคนนำนาฬิกามาส่งให้ถึงที่
"เงินดอลลาร์ไง" หลัวจีเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
"แล้วรถลินคอล์นคันยาวเหยียดที่จอดอยู่หน้าโรงแรมนั่นล่ะ อยู่ๆ ก็มีคนขับมามอบให้เรา"
"นั่นใช้เงินดอลลาร์น้อยหน่อย"
"แล้วเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น..."
"ใช้เงินดอลลาร์มากหน่อย"
"แล้วเรือยอร์ชล่ะ..."
"ยิ่งมากกว่านั้นอีก" หลัวจีตบไหล่ลอว์ตันผู้ขี้สงสัย สังเกตเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นประหลาดใจ มองเขาเหมือนมองพวกเศรษฐีใหม่นิสัยเสียที่สมควรถูกจับแขวนคอประจานบนเสาไฟ
"ทั้งหมดนี้ก็เพื่อคิลเลอร์ คร็อค เขาจะเป็นผู้ช่วยที่มีความสามารถมาก!" หลัวจีอธิบาย "เจ้าก็รู้ คิลเลอร์ คร็อคไม่มีทางปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้หรอก"
เดดช็อตพยักหน้า ส่งสัญญาณว่าทุกสิ่งที่เขาพูดมานั้นถูกต้องที่สุด
หลัวจีรู้สึกจนปัญญา เดดช็อตพูดถูก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำเพื่อคิลเลอร์ คร็อคไปเสียทั้งหมด
การต้องรับมือกับสงครามแก๊งและฆ่าฟันกันทุกวันทำให้เขารู้สึกล้าทางจิตใจอยู่บ้าง และในเมื่อกระเป๋าของเขากำลังพองโต เขาจึงถือโอกาสนี้พักผ่อนหย่อนใจเสียหน่อย
แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เพื่อดึงคิลเลอร์ คร็อคมาเป็นพวกนั่นแหละ!
เขาเป็นคนสมถะ และการทำตัวโดดเด่นเป็นครั้งคราวก็เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี
หลัวจีนั่งลงบนโซฟานุ่มใกล้ๆ หยิบองุ่นจากถาดผลไม้มาเคี้ยว วินาทีต่อมาโทรศัพท์ของเขาก็สั่นเตือน เป็นชาร์ลีที่โทรเข้ามา
เขารับสาย และมีเสียงดังแว่วมาว่า "เจ้านาย เราตามรอยตำแหน่งของคิลเลอร์ คร็อคได้แล้วครับ เจ้าจระเข้ตะกละตัวนี้ถูกพบว่าลอบไปขโมยไก่ย่างที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง และตอนนี้หลบซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำครับ"
"ดีมาก นำใบปิดไปติดไว้ให้ทั่วบริเวณที่คิลเลอร์ คร็อคซ่อนตัวอยู่"
"รับทราบครับ!"
"แล้วก็ชาร์ลี หลังจากติดใบปิดเสร็จแล้ว ให้เจ้าไปที่เขตไดมอนด์เพื่อไปตกลงกับพวกเจ้าพ่อวงการบันเทิงที่นั่นไว้ล่วงหน้า พวกนั้นจะได้ไม่กล้ามีปัญหากับคิลเลอร์ คร็อค"
"แน่นอนครับ" ชาร์ลีรีบรับคำทันที "ทุกอย่างจะดำเนินการตามที่ท่านสั่งครับ"
เมื่อวางสาย หลัวจียืนขึ้นบิดขี้เกียจเพื่อยืดเส้นยืดสาย หลังจากที่อดตาหลับขับตานอนออกไปจับจ่ายใช้สอยมาทั้งคืน เขากลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย
สมรรถภาพทางกายที่เหนือมนุษย์ทำให้หลัวจีสามารถรักษาพลังงานไว้ได้นานถึงสามวันสามคืนโดยไม่ต้องนอน แต่หลังจากนั้นหากไม่ได้พักผ่อนเขาก็จะเริ่มล้า
เดดช็อตที่อยู่ข้างๆ หาวออกมาคำโต เมื่อคืนเขาก็ไม่ได้นอนเช่นกัน ได้แต่เดินตามหลัวจีไปทั่ว ดูอีกฝ่ายต่อสายโทรศัพท์ไม่หยุดหย่อนพร้อมกับกว้านซื้อนาฬิกา รถหรู และเครื่องบินไปทั่ว
เดดช็อตอยากจะพูดเหลือเกินว่า "นายจ้าง ท่านเสื่อมทรามลงจริงๆ" แต่ในระหว่างที่กำลังซื้อของอยู่นั้น หลัวจีกลับนึกถึงเงินงวดสุดท้ายขึ้นมาได้และจัดการโอนจ่ายให้เขาจนครบ
เดดช็อตจึงเม้มริมฝีปากและไม่พูดถึงเรื่องความเสื่อมทรามอีกต่อไป แต่กลับทำหน้าที่ให้คุณค่าทางอารมณ์อย่างเต็มที่ด้วยการส่งเสียงอุทานตื่นเต้นในทุกๆ ครั้งที่นาฬิกา รถหรู และเครื่องบินปรากฏขึ้น
"แล้วจะเอาอย่างไรต่อ" เดดช็อตถาม
"รอให้คิลเลอร์ คร็อคมาติดกับ เจ้าจระเข้ตัวโตสมองนิ่มนั่นกินขยะในท่อระบายน้ำมานานเกินไปแล้ว เขาไม่มีทางปฏิเสธเนื้อหาในใบปิดพวกนั้นได้แน่นอน" หลัวจีตอบ
ใบปิดพวกนั้นคือสิ่งที่เขาสั่งให้คนเร่งผลิตขึ้นมาข้ามคืน โดยมีคนนับสิบช่วยกันรุมทำงานจนเสร็จอย่างรวดเร็ว และเนื้อหาภายในนั้นถูกออกแบบมาเพื่อจู่โจมจิตวิทยาของคิลเลอร์ คร็อคโดยเฉพาะ
"ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือรอ รอให้คิลเลอร์ คร็อคเป็นฝ่ายติดต่อมาหาเราเอง" หลัวจีกล่าวต่อ
"อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าสองคนไปพักผ่อนก่อนเถอะ คืนนี้คงจะเป็นอีกคืนที่ไม่ได้นอน"
เดดช็อตพยักหน้า เขาไม่มีสมรรถภาพทางกายที่แข็งแกร่งเหมือนนายจ้าง จึงเดินไปที่โซฟาอีกตัว เอนหลังลงครึ่งหนึ่งแล้วเตรียมงีบหลับสักพัก
ส่วนทางด้านเคลย์เฟซ เขายังคงอินกับบทบาทมหาเศรษฐีไม่เลิก อีกทั้งมนุษย์โคลนก็ไม่จำเป็นต้องนอน เขาจึงร้องห่มร้องไห้ขอไปที่ร้านอาหารด้านล่างเพื่อลิ้มลองรสชาติอาหาร
หลัวจีพยักหน้าตกลง และครู่ต่อมาห้องพักก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เขาเดินออกไปยังโถงทางเดินที่มีกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม
แสงสว่างยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างทั้งสองด้านของโถงทางเดิน ทอดแสงสีแดงสลัว หลัวจีเดินไปที่หน้าต่างและทอดสายตามองไปยังเมืองขนาดมหึมาที่ถูกตัดสลับด้วยแสงสีหม่นและเงาเป็นแถบกว้าง สีหน้าของเขาดูครุ่นคิด
สงครามแก๊งยังคงดำเนินต่อไป และฟัลโคนกำลังซ่องสุมกำลังพล เนื่องจากการปฏิบัติการร่วมมือกับโรมัน ไซโอนิส เพื่อจู่โจมมาโรนีอย่างหนักหน่วงนั้นประสบความสำเร็จอย่างราบรื่น ทั้งสองจึงได้ประกาศเป็นพันธมิตรกัน
หากเดิมทีหลัวจีและฟัลโคนเปรียบเสมือนเรือลำใหญ่ที่สุดสองลำในมหาสมุทร โรมัน ไซโอนิส หรือแบล็คมาสก์ ก็คือเรือที่คุกคามที่สุดในบรรดาเรือที่เหลือ
ทั้งสองรวมพลังกัน และเป้าหมายของพวกเขาก็เล็งตรงมาที่หลัวจี
แต่เขากลับไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อย พวกนั้นก็แค่กลุ่มอันธพาลที่มารวมตัวกัน หากมีการจัดการที่ถูกต้อง การจะพลิกสถานการณ์ก็เป็นเรื่องง่าย
หากหลัวจีต้องการ เขาเพียงแค่ต้องใช้ร่างปีศาจเพื่อทำลายล้างพันธมิตรที่ฟัลโคนและแบล็คมาสก์คิดว่าแข็งแกร่งให้พินาศลงในคราวเดียว และอัดพวกมันทั้งคู่จนน่วม
แต่เขาไม่ทำเช่นนั้น เขายังคงทำตามกฎเกณฑ์ สะสมกำลังไปทีละขั้น ว่าจ้างผู้มีความสามารถ และเตรียมการที่จะหลอกใช้มาโรนี
ในไม่ช้า เขาจะต้องเข้าร่วมการประชุมระหว่างผู้นำแก๊ง และผู้ที่เข้าร่วมก็ล้วนแต่เป็นพวกที่ไม่พอใจทั้งฟัลโคนและแบล็คมาสก์
ซึ่งรวมถึงโคซอฟ ผู้นำของกลุ่มโอเดสซาม็อบ ผู้กุมอำนาจในวิสาหกิจผูกขาดอิสคาบูดี้ ตลอดจนคนจากตระกูลดิมิทรอฟ และคนอื่นๆ อีกมากมาย
ความยุ่งยากเช่นนี้ไม่ใช่สไตล์ของหลัวจีเลย
เหตุผลที่เขาทำตัวผิดปกติเช่นนี้ก็เรียบง่ายมาก สงครามแก๊งครั้งนี้ประทุขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด และไม่ใช่เหตุผลเรื่องการแย่งชิงเขตแดนอย่างที่สารวัตรกอร์ดอนเข้าใจเลยสักนิด
เมื่อประกอบกับข้อมูลที่ได้จากตู้เซฟของกาแลนต์ รวมถึงจากห้องทำงานหรือบ้านพักส่วนตัวของผู้นำแก๊งคนอื่นๆ ที่มาเข้าพวกกับเขา เบาะแสเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างชี้ให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา
แผนสมคบคิดขนาดมหึมากำลังปกคลุมเมืองก๊อธแธม ซึ่งสามารถทำให้ทั้งเมืองตกอยู่ในพายุแห่งคาวเลือดได้อย่างฉับพลัน เขาไม่อาจปล่อยให้กองกำลังลึกลับนี้หลุดรอดสายตาไปได้
ไพ่ตายอย่างร่างปีศาจจะต้องไม่ถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพรื่อในตอนนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ในการใช้งานมันยังมาไม่ถึง