- หน้าแรก
- วีรบุรุษนอกคอกแห่งโลกอเมริกันคอมมิค
- บทที่ 12 เจ้านาย ท่านเสื่อมทรามลงแล้ว
บทที่ 12 เจ้านาย ท่านเสื่อมทรามลงแล้ว
บทที่ 12 เจ้านาย ท่านเสื่อมทรามลงแล้ว
บทที่ 12 เจ้านาย ท่านเสื่อมทรามลงแล้ว
อย่างที่ทุกคนทราบกันดี ห้องทำงานที่ได้มาตรฐานมักจะมีสองสิ่งนี้เสมอ นั่นคือเลขานุการที่มีความสามารถและตู้เซฟล้ำค่าสักใบ
หลัวจีมีอย่างหลังเรียบร้อยแล้ว เขาโยนตู้เซฟใบเดิมของกาแลนต์ทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยใบที่ใหญ่กว่าเดิม
ภายในอัดแน่นไปด้วยเงินดอลลาร์ ซึ่งปกติเขามักจะใช้สำหรับจ่ายเงินรางวัลให้เหล่าลูกน้องเพื่อซื้อความจงรักภักดี
แต่สำหรับอย่างแรกนั้น... หลัวจีเพียงแค่ต้องการเลขานุการที่มีทักษะทางวิชาชีพที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ว่าชาร์ลีไม่เอาไหน แต่หมอนั่นเริ่มต้นมาจากการเป็นนักเลง มีความเชี่ยวชาญในการใช้ปืนกลและการต่อสู้ด้วยมือเปล่า แต่กลับไม่มีความรู้เรื่องการเก็บรวบรวมข้อมูลหรือการจัดตารางนัดหมายเลยแม้แต่น้อย
รูปถ่ายและเอกสารบนโต๊ะในตอนนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ชาร์ลีและลูกน้องอีกโขยงหนึ่งช่วยกันรวบรวมมา ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาล
หลัวจีไม่อยากเปลี่ยนชาร์ลีให้กลายเป็นพนักงานเสมียน หากในอนาคตหมอนั่นลืมวิธีเหนี่ยวไกปืนหรือวิธีปล่อยหมัดจะทำอย่างไร เขาควรจะลาออกจากตำแหน่งนักเลงแล้วมาเป็นเลขานุการจริงๆ หรือ
นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง หากในอนาคตเขาต้องออกไปพบปะกับผู้นำคนอื่นๆ แล้วพวกเขามีเลขานุการสาวสุดเซ็กซี่อยู่ข้างกาย ในขณะที่เขากลับมีชายร่างบึกบึนยืนอยู่ข้างๆ มันคงจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงที่น่ากระอักกระอ่วนใจได้ง่าย
หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว ความคิดที่จะจ้างเลขานุการสาวจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก ข้อกำหนดของหลัวจีไม่ได้สูงส่งอะไรนัก แค่มีความสามารถก็เพียงพอแล้ว
เอิ่ม ความสามารถในความหมายปกติ นั่นคือทักษะการทำงานต้องแข็งแกร่งพอ สงครามในตอนนี้กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ทุกอย่างตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับล่างล้วนต้องการการบริหารจัดการ เขาไม่สามารถจ้างแค่แจกันประดับที่เอาไว้ดูเล่นได้
หลัวจีถือว่าตนเองเป็นผู้ที่มีศีลธรรมสูงส่งและมีคุณธรรมอันดีงาม การจ้างเลขานุการสาวก็เพื่อทำงาน เขาจะไม่ข้องแวะกับเรื่องชู้สาวในที่ทำงานเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาแล้ว... หากอีกฝ่ายเป็นฝ่ายเริ่มก่อนล่ะ
หลัวจีนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน ความคิดของเขาล่องลอยไปชั่วขณะ
คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากได้ยินสิ่งที่หลัวจีพูด และเครื่องหมายคำถามในหัวของพวกเขาก็สลายไปในที่สุด
คำขอนี้สมเหตุสมผล หากเป็นพวกเขา เมื่อเทียบกับการต้องทนฟังนักเลงหน้าโหดอย่างชาร์ลีรายงานด้วยใบหน้าที่ประจบสอพลอแล้ว การได้ฟังเลขานุการสาวที่มีน้ำเสียงนุ่มนวลไพเราะย่อมดีกว่ากันมาก
ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังเคลิบเคลิ้มและปล่อยใจให้ล่องลอยไป ชาร์ลีที่อยู่ข้างๆ กลับไม่ได้มีอารมณ์สุนทรีย์เช่นนั้น เขามุ่นคิ้วแล้วถามว่า
"เจ้านาย ท่านมีข้อกำหนดอะไรเป็นพิเศษไหมครับ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลัวจีก็ตอบกลับไปโดยไม่ลังเล "ขอคนที่ดูดีหน่อย เจ้าก็รู้ ประเภทที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดๆ น่ะ"
ทันทีที่เขาพูดจบ ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
เจ้านาย ท่านเสื่อมทรามลงแล้ว
พวกเขานึกว่าเจ้านายจะเป็นผู้ที่มีศีลธรรมสูงส่งและมีคุณธรรมอันดีงามเสียอีก แต่สุดท้ายเขาก็เป็นพวกแพ้ทางคนสวยเหมือนกัน
เมื่อเห็นสีหน้าแปลกๆ ของทุกคน หลัวจีก็ส่ายหัวพลางเดาะลิ้น
"เหตุผลที่ข้าต้องมีข้อกำหนดแบบนี้ ก็เพราะพวกเจ้าน่ะมันขี้เหร่กันไปหมดน่ะสิ มันทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายตาเวลาต้องมองพวกเจ้าทุกวัน มีเพียงเดดช็อตเท่านั้นที่หล่อเหลา แต่เขาก็ดันสวมหน้ากากไว้ตลอดเวลา"
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ผู้นำคนอื่นๆ ต่างถูกรายล้อมไปด้วยสาวงาม เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว เขาแทบจะเหมือนพระธุดงค์เลยทีเดียว
เดดช็อตที่ถูกเอ่ยชื่อถึงกับอึ้งไป มือสังหารหน้าตายยิ้มออกมาอย่างเขินอาย แต่ในวินาทีต่อมาเขาก็รู้สึกตัวและรู้สึกละอายใจอย่างยิ่งที่ภาพลักษณ์อันเยือกเย็นของเขาพังทลายลง โชคดีที่ภายใต้หน้ากากนั้นไม่มีใครล่วงรู้ได้
ชาร์ลีที่อยู่ข้างโต๊ะทำงานปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผากตามความเคยชินแล้วพยักหน้า "รับทราบครับ"
สวยและมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ข้อกำหนดสองอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคัดกรองในเมืองก๊อธแธม
หลัวจีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า "อืม ถ้าจะพูดให้จริงจัง เรื่องนี้ยังต้องทำให้รอบคอบ"
"อย่างแรก ทักษะการทำงานของเธอต้องยอดเยี่ยม ข้าหมายถึงในระดับแถวหน้า นอกจากนี้ความอดทนทางจิตใจต้องแข็งแกร่ง พวกหญิงสาวไร้เดียงสานี่คัดออกได้เลย ต้องเป็นคนที่ชินกับความตายและคาวเลือดเท่านั้นถึงจะอยู่รอด"
ความตายและคาวเลือด ฟังดูเหมือนคำพูดเท่ๆ แต่สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเช่นนั้นจริงๆ สงครามระหว่างแก๊งยังคงดำเนินต่อไป
แม้ว่าด้วยการแบ่งขั้วอำนาจระหว่างหลัวจีกับฟัลโคน จะทำให้กลุ่มระดับรองที่นำโดยโรมัน ไซโอนิส ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันที่ทั้งสองขั้วแผ่ออกมาได้ จนต้องเริ่มเลือกข้างกันบ้างแล้ว
โดยทั่วไปการต่อสู้จะเบาบางลงกว่าเมื่อก่อนมาก แต่เหตุการณ์นองเลือดก็ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ ในฐานะเลขานุการของหนึ่งในสองผู้นำขั้วอำนาจ เธอจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับเรื่องนี้ให้ได้
หลัวจีมีสีหน้าจริงจังขณะที่เอ่ยข้อกำหนดออกมาทีละข้อ และชาร์ลีที่อยู่ข้างกายเขาก็หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจดบันทึกไว้ทีละอย่าง
บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายในห้องทำงานค่อยๆ จางหายไป และกลับมาสู่ความเคร่งขรึมอีกครั้ง
นอกหน้าต่าง ฝนเยือกแข็งยังคงโปรยปราย เมืองก๊อธแธมในเดือนธันวาคมนั้นหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ สมาชิกแก๊งที่อยู่ในที่นั้น รวมถึงเดดช็อตและเคลย์เฟซที่เคยหัวเราะไปกับคำพูดของหลัวจีก่อนหน้านี้ ต่างก็เงียบเสียงลงและกลับไปยังตำแหน่งของตน
คฤหาสน์ที่เปิดไฟสว่างจ้าตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายฝนที่บาดผิว หมู่เมฆครึ้มหนาทึบบนศีรษะส่องประกายสายฟ้าและเสียงฟ้าร้องราวกับสัตว์ร้ายกำลังคำราม พร้อมกับลมและฝนที่โหมกระหน่ำเทลงมา
ณ ใจกลางของหมู่เมฆสีดำทะมึน มีเส้นใยสีทองบางๆ ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ส่งผลให้ความเข้มข้นของฝนระหว่างที่คฤหาสน์และในตัวเมืองมีความแตกต่างกัน ในขณะที่มันคอยดูดซับพลังงานธรรมชาติจากพายุฝนฟ้าคะนองนี้อย่างต่อเนื่อง
นี่คือร่องรอยอันเบาบางของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่หลัวจีได้ปล่อยออกไปก่อนหน้านี้ เมื่อมันดูดซับพลังจากสายฟ้าและพายุได้เพียงพอแล้ว มันจะกลับมาหาเขาโดยอัตโนมัติ
...
...
ฝนเยือกแข็งในคืนนี้ยังคงโปรยปรายลงมา อุณหภูมิที่เกือบถึงจุดเยือกแข็งไม่ได้ทำให้บรรยากาศเทศกาลลดน้อยลงเลย เมื่อวันคริสต์มาสใกล้เข้ามา ตึกระฟ้าต่างก็เปิดไฟนีออนระยิบระยับ และมีการประดับประดาไฟสีสันสวยงามตามท้องถนนและตรอกซอกซอย
ในแถบชานเมืองก๊อธแธม คฤหาสน์เวย์นที่มีแสงไฟเพียงไม่กี่ดวงเปิดอยู่นั้น ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอันกว้างใหญ่ของยามค่ำคืน แสงไฟที่หาได้ยากนั้นช่างสลัวเหลือเกิน แทบจะมองไม่เห็นเงาร่างอันน่าเกรงขามของคฤหาสน์ที่ดูราวกับสัตว์ประหลาดขนาดมหึมา
ในฐานะบ้านมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองก๊อธแธม ซึ่งก็คือที่พักของบรูซ เวย์น คฤหาสน์แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางมหาศาล
การตกแต่งสไตล์ย้อนยุคเผยให้เห็นถึงร่องรอยของความลึกลับที่ไม่อาจล่วงรู้ ภายใต้ตัวคฤหาสน์นั้นมีถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ นั่นคือถ้ำค้างคาวที่เป็นฐานทัพลับของนายท่าน
ภายในถ้ำค้างคาวในขณะนี้ แบทแมนกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ค้างคาว นิ้วมือรัวพิมพ์ลงบนแป้นพิมพ์ค้างคาว สายตาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอค้างคาว ข้างกายเขามีกาแฟค้างคาวที่ชงโดยพ่อบ้านอัลเฟรด ซึ่งเสิร์ฟมาในถ้วยกาแฟค้างคาว
บนหน้าจอคือแผนที่เมืองก๊อธแธม ซึ่งครอบคลุมสี่เขตหลัก ได้แก่ เขตไดมอนด์, เขตอีสต์เอนด์, เขตเบิร์นลีย์ และโอติสเบิร์ก นอกจากนี้ยังรวมถึงเกาะแนร์โรวส์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเมืองก๊อธแธมด้วย
และเขตอีสต์เอนด์ซึ่งเป็นที่ตั้งของหลัวจี หรือถ้าจะเจาะจงให้แม่นยำกว่านั้นคือตำแหน่งคฤหาสน์ในแถบชานเมืองอีสต์เอนด์ซึ่งเดิมทีเป็นของกาแลนต์ ถูกทำเครื่องหมายเน้นไว้เป็นพิเศษ
อัลเฟรดซึ่งสวมชุดพ่อบ้านสีขาวดำตามมาตรฐานและถุงมือสีขาวคู่หนึ่ง เลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า
"กำลังคิดเรื่องฮีโร่เจ้าแห่งพายุอีกแล้วหรือครับ นายท่าน"
แบทแมนที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ค้างคาวพยักหน้า สีหน้าดูครุ่นคิดพร้อมกับขมวดคิ้ว กาแฟค้างคาวข้างตัวเขาค่อยๆ หยุดส่งไอความร้อนออกมา
อัลเฟรดมองไปที่ถ้วยกาแฟใบนั้นแล้วส่ายหัว ตระกูลเวย์นต้องสูญเสียกาแฟชั้นดีไปอีกหนึ่งถ้วยเสียแล้ว
"มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ" อัลเฟรดใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งขวาจับที่คาง น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่งไม่ไหวติง
"สภาพอากาศในบริเวณนี้น่ะสิ" แบทแมนตอบ "พื้นที่เล็กๆ ตรงที่หลัวจีอาู่อยู่นั้นมีปริมาณฝนตกลงมาหนาแน่นกว่าที่อื่นๆ ในเมืองมาก"
"ข้าไม่ยักษ์รู้เลยว่าท่านมีระบบสำหรับเฝ้าติดตามสภาพอากาศด้วย"
"ข้าไม่มีหรอก ข้าแค่มีสายข่าวอยู่มากมายในแถบชานเมืองอีสต์เอนด์น่ะ" แบทแมนกล่าวตามความเป็นจริง
สายข่าวเหล่านี้ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของฝนเหนือคฤหาสน์ในทันที จนกระทั่งหลังจากเกิดสายฟ้าฟาดหลายครั้ง พวกเขาถึงได้สังเกตเห็นว่าฝนที่นี่ดูเหมือนจะตกหนักกว่าที่อื่นมาก
สายข่าวรายงานสถานการณ์มาในทันที หลังจากได้รับข่าว แบทแมนก็รู้สึกสับสน ตอนนี้เขากำลังใช้คอมพิวเตอร์ค้างคาวตรวจสอบดู และได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติออกไปเรียบร้อยแล้ว