เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 169 ชาแมนชั้นสูงกลายพันธุ์?

บทที่ 169 ชาแมนชั้นสูงกลายพันธุ์?

บทที่ 169 ชาแมนชั้นสูงกลายพันธุ์?


บทที่ 169 ชาแมนชั้นสูงกลายพันธุ์?

และสถานการณ์นี้ก็ทำให้ไรอันตระหนักได้ว่า การจะใช้วิธีหลอกล่อมนุษย์หมูป่าชาแมนออกมาฆ่าอย่างง่ายดายเหมือนเมื่อกี้ คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

"ใช้ม้วนคัมภีร์เวทล่องหนแบบกลุ่ม แล้วไปทางขวา มุ่งหน้าเข้าเขตแกนกลางเลย!"

ตอนนี้กองไฟสองกองทางฝั่งขวาของโถงถ้ำถูกเคลียร์จนโล่งเตียนแล้ว ถือเป็นจังหวะเหมาะเจาะที่สุดในการเดินผ่าน

ส่วนไอคอนสายเลือดมนุษย์หมูป่าชาแมนที่ยังขาดอยู่อีกหนึ่งอันนั้น คงต้องรอให้ช่วยคนเสร็จก่อน หรือไม่ก็เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน

เมื่อเอลิสฉีกม้วนคัมภีร์ออก คลื่นพลังไร้รูปก็แผ่กระจายออกจากม้วนคัมภีร์ เข้าครอบคลุมเหนือศีรษะของทั้งห้าคนอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตา ร่างของทั้งห้าก็หายวับไปกับตา

ความรู้สึกตอนล่องหนนี่มันแปลกพิลึก

เหมือนกับว่ากำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในฟองสบู่ใสๆ ที่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายนอกผ่านฟิล์มฟองสบู่ได้อย่างชัดเจน แต่ไม่สามารถลงมือโจมตีได้

เพราะถ้าโจมตีเมื่อไหร่ ฟองสบู่นี้ก็จะแตกโพละ และผลของการล่องหนก็จะหายไปทันที

และในขณะที่ทั้งห้าคนในสภาพล่องหน กำลังลัดเลาะไปตามผนังถ้ำฝั่งขวา เพื่อเข้าสู่โถงถ้ำขนาดยักษ์นั่นเอง

"หืม!"

จู่ๆ หูของไรอันก็กระดิก

ด้วยความสามารถของท่ามอนสเตอร์หูทิพย์ LV2 ทำให้เขาเหมือนจะได้ยินเสียงแว่วๆ ดังมาจากทางเดินข้างหลัง

เป็นเสียงฝีเท้าที่เบาแสนเบา

ไม่ใช่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของพวกมนุษย์หมูป่าแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นไลซ่าตอนที่ยังไม่ได้ใส่รองเท้าเหาะเหิน เสียงย่องฝีเท้าของนางยังดังกว่าเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากข้างหลังในตอนนี้ซะอีก

ใครกันนะ?

หรือว่าจะเป็นลูกน้องของพันเอกเทสซ่า?

ในฐานะนักสืบสวนระดับสูง การจะมีลูกน้องที่เก่งเรื่องการสะกดรอยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่อีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ที่ทำแบบนี้?

ชั่วขณะนั้น มีความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัวของไรอัน

แต่เนื่องจากตอนนี้เขาอยู่ในสภาพล่องหนแบบกลุ่ม แถมรอบๆ ก็ยังมีพวกมนุษย์หมูป่าที่หันซ้ายหันขวาคอยระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินกลับไปตรวจสอบ

"ท่านหัวหน้าเผ่า เมื่อกี้ข้าเห็นท่านซูลัคโดนท่านโกรนอสเรียกตัวไปข้างหน้า แล้วท่านรอมก์ก็โดนท่านซูลัคเรียกตัวไปอีกทีนึงขอรับ" จังหวะนั้นเอง มนุษย์หมูป่านักรบที่ทำหน้าที่เฝ้ายามก็พูดขึ้นด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

มันรู้ดีว่าหัวหน้าเผ่าของมันอารมณ์ร้ายแค่ไหน

มันไม่อยากจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนหรอก แต่ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้

"ไอ้โง่! แล้วทำไมไม่รีบบอกตั้งแต่แรกวะ" หัวหน้าเผ่ารัมสตาร์ยังคงอารมณ์ค้าง

"ไอ้พวกบ้าเอ๊ย จะไปไหนมาไหนทำไมไม่ยอมมารายงานข้าก่อนวะ"

"แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?" รัมสตาร์ชี้ไปที่กองไฟทั้งสองกอง แล้วถามซ้ำ

"ก็โดนพวกท่านๆ เรียกตัวไปเหมือนกันขอรับ"

"หืม? ชักจะทะแม่งๆ แฮะ ไป! ไปดูหน่อยสิ!"

ถึงรัมสตาร์จะตัวใหญ่ล่ำบึ้ก แต่สมองไม่ได้ทึบตามตัวหรอกนะ ไม่งั้นคงไม่ได้นั่งแท่นหัวหน้าเผ่าหรอก มันรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ช่วงนี้หุบเขามรณะมีเรื่องปะทะกับพวกนักผจญภัยเผ่ามนุษย์แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นซูลัคหรือรอมก์ ก็ไม่มีทางกล้าพอที่จะพาลูกน้องหายตัวไปดื้อๆ แบบนี้หรอก

ว่าแล้ว ฝูงมนุษย์หมูป่ากลุ่มใหญ่ก็เดินกรูกันไปทางช่องทางเดินที่ไรอันเพิ่งเดินผ่านมา

ในทางเดินอันมืดสลัวห่างออกไปหลายสิบเมตร

ปาร์ตี้ดรอว์ชั้นยอดหกชีวิตกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ดรอว์ชายสองคนเดินนำหน้า ตรงกลางคือดรอว์หญิงในชุดคลุมเวทผ่าข้างสูง นามว่าเวโรนิก้า ส่วนดรอว์ชายอีกสามคนข้างหลัง ก็กำลังหิ้วก้อนใยแมงมุมสีขาวสามก้อนที่ดิ้นกระแด่วๆ อยู่

ดูจากโครงร่างศีรษะของมนุษย์ที่โผล่ออกมาจากด้านบนของก้อนใยแมงมุม ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าข้างในนั้นก็คือพวกฟาเบียนทั้งสามคนนั่นแหละ

เสียงกระซิบกระซาบของยอดฝีมือดรอว์ชายสองคนที่เดินนำหน้าดังแว่วมา "แปลกจังแฮะ การป้องกันของพวกมนุษย์หมูป่าแถวนี้ทำไมมันหละหลวมจัง"

"นั่นสิ พวกเราเข้ามาลึกขนาดนี้แล้วนะ ตามหลักก็น่าจะใกล้ถึงเขตของหัวหน้ามนุษย์หมูป่าแล้วนี่นา ทำไมถึงแทบไม่เจอพวกมนุษย์หมูป่าระดับสูงคอยคุ้มกันเลยล่ะ?"

ทั้งสองคนต่างก็ขมวดคิ้ว ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย

หลังจากเปลี่ยนเส้นทางจากฝั่งตะวันตกมาเป็นฝั่งตะวันออก พวกเขาเพิ่งจะเจอกับกลุ่มลาดตระเวนแค่สองกลุ่มเท่านั้น แถมยังเป็นแค่มนุษย์หมูป่านักรบธรรมดากับมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงอีกต่างหาก

ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาจัดการส่งพวกมันไปลงนรกอย่างรวดเร็ว

แต่ประเด็นก็คือ นี่มันใกล้จะถึงเขตแกนกลางของรังมนุษย์หมูป่าแล้วนะ แต่กลับไม่เจอพวกมนุษย์หมูป่าระดับสูงโผล่มาเลยสักตัว มันผิดปกติเกินไปแล้ว

"หรือว่าท่านเวโรนิก้าจะใช้เวททำนายเลือกเส้นทางที่การป้องกันอ่อนแอที่สุดให้พวกเรางั้นรึ?"

"ไม่รู้สิ"

ระหว่างที่พูด ดรอว์ชายทั้งสองก็แอบใช้หางตาชำเลืองมองเวโรนิก้าที่เดินอยู่ข้างหลัง

เสียงกระซิบกระซาบของลูกน้องทั้งสองคนด้านหน้า ย่อมไม่พ้นหูของเวโรนิก้าไปได้หรอก เพียงแต่ตอนนี้คิ้วเรียวสวยของนางก็กำลังขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยเช่นกัน

นางรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ได้ใช้เวททำนายอะไรเลย

และก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะฟลุ๊คเลือกเส้นทางที่มีพวกมนุษย์หมูป่าน้อยที่สุดให้ปาร์ตี้เดินผ่านมาได้

ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณการรับรู้อันเฉียบแหลมที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของนักเวทย์ระดับสูง ก็ทำให้เริ่มนางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีขึ้นมาตงิดๆ

จังหวะที่นางกำลังลังเลว่าจะสั่งหยุดพักการเดินทางก่อนดีไหม ทันใดนั้นเอง

ลูกน้องสองคนที่เดินนำหน้าก็หยุดชะงักลง

"เดี๋ยวก่อน ดูนั่นสิ รอยเลือด!"

ด้วยสายตาที่สามารถมองเห็นในความมืดได้เป็นอย่างดี พวกดรอว์จึงสังเกตเห็นรอยเลือดหลายหยดที่ปาร์ตี้ของไรอันจงใจเช็ดออกลวกๆ บนพื้นได้อย่างง่ายดาย

โถงถ้ำกว้างขวางแห่งนี้ ก็คือจุดที่ไรอันสังหารมนุษย์หมูป่าชาแมนตัวแรกพร้อมกับลูกน้องของมันนั่นเอง

"อืม ยังได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้งอยู่เลยแฮะ" ดรอว์ชายคนที่สองจมูกขยับฟุดฟิด ก่อนจะพูดเสริม

เนื่องจากปาร์ตี้ของไรอันทำแค่ลากศพพวกมนุษย์หมูป่าไปกองๆ รวมกันไว้ตรงซอกหลืบของผนังถ้ำอย่างลวกๆ แถมหลังจากนั้นก็ยังฆ่ามนุษย์หมูป่าชาแมนกับลูกน้องของมันไปอีกตั้งสองกลุ่ม ดังนั้น การจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่นี่ให้หมดจด ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

ไม่นานนัก พวกดรอว์ก็พบศพของพวกมนุษย์หมูป่าสิบเจ็ดสิบแปดตัวที่ถูกกองสุมทับกันไว้

กำแพงศพมนุษย์หมูป่าปรากฏขึ้นต่อสายตาของพวกดรอว์ที่มองเห็นในความมืดได้อย่างชัดเจน

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ต่อให้เป็นนักเวทย์ดรอว์ที่เจนโลกอย่างเวโรนิก้า ม่านตาก็ยังอดหดเกร็งวูบไม่ได้

"โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! ฆ่าแล้วก็แล้วไปสิ ยังจะเอาศพมากองสุมทับกันไว้อีก" ดรอว์ชายคนหนึ่งอุทานด้วยความตกตะลึง

"พวกเจ้าคิดว่าเป็นฝีมือใคร?" ดรอว์อีกคนถามขึ้น

"เลือดยังไม่ทันแข็งตัวเลย แถมยังอุ่นๆ อยู่ด้วย น่าจะเพิ่งตายมาไม่เกินสิบห้านาทีหรอก" จังหวะนั้น ดรอว์ชายคนหนึ่งก็ก้มตัวลง เอามือไปสัมผัสที่กำแพงศพ นิ้วมือของเขารับรู้ได้ถึงความอุ่นของเลือด จึงพูดขึ้น

"สิบห้านาทีก่อนงั้นรึ?"

เมื่อได้ยินข้อมูลนี้ พวกดรอว์คนอื่นๆ ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

นั่นก็หมายความว่า คนที่ก่อเรื่องนี้ อยู่ห่างจากพวกเขานำหน้าไปไม่ไกลนี่เอง

"อืม รอยแผลดูแปลกๆ นะ ไม่เหมือนฝีมือของคนทรยศเมเรดิธเลย"

"ดูเหมือนจะเป็นรอยแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากค้อนศึกหรืออาวุธหนักประเภททุบมากกว่านะ"

พวกเขารู้จักเมเรดิธดี อาวุธที่นางใช้คือดาบแทงเล่มบางเฉียบสองเล่ม ถ้าเป็นฝีมือของนาง รอยแผลก็น่าจะเป็นรอยถูกแทงทะลุด้วยของมีคมสิ

"ไม่ใช่ฝีมือเมเรดิธแน่ๆ!" เวโรนิก้าพยักหน้า ยืนยันข้อสันนิษฐานของลูกน้อง

เมเรดิธคนนั้นถือเป็นแกะดำในหมู่พวกเขาเลยล่ะ ยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ว่าถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ฆ่าฟัน ไม่อย่างนั้น นางคงไม่ได้รับความโปรดปรานจากเทพีไอลีสตราย ธิดาแห่งความมืด จนได้เป็นผู้ร่ายรำดาบหรอก

บางที การฆ่ามนุษย์หมูป่าสักตัวสองตัวก็อาจจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่การฆ่าเยอะขนาดนี้ แถมยังเอาศพมากองสุมทับกันไว้อีก เวโรนิก้ามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า นี่ไม่ใช่สไตล์การทำงานของเมเรดิธอย่างแน่นอน

"ตรงนี้มันใกล้กับเขตของหัวหน้ามนุษย์หมูป่ามากเลยนะ ฆ่ามนุษย์หมูป่าไปตั้งเยอะขนาดนี้ แต่หัวหน้ามนุษย์หมูป่ารัมสตาร์กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยเนี่ยนะ?"

"คนที่ลงมือจะต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกันเนี่ย?"

"อย่าบอกนะว่า... หัวหน้ามนุษย์หมูป่าก็ถูกฆ่าตายไปแล้วเหมือนกันน่ะ?"

พวกดรอว์ชายหลายคนรู้สึกทั้งตกใจและหวั่นใจ จึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหน้าเวโรนิก้า ผู้เป็นหัวหน้าปาร์ตี้ของตน

"ไป ไปดูให้รู้กันไปเลย!"

เวโรนิก้าหรี่ตาลง

ถ้าอีกฝ่ายสามารถสังหารหัวหน้ามนุษย์หมูป่าได้โดยที่ไม่ทันให้มันรู้ตัวล่ะก็ แผนการหลังจากนี้ก็คงต้องเอามาทบทวนกันใหม่ให้ดีๆ แล้วล่ะว่าจะเดินหน้าต่อไปดีไหม

เพราะระดับฝีมือขนาดนั้น ต่อให้เป็นนางเองก็คงจะ...

แต่ทันใดนั้นเอง!

เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากทางเดินข้างหน้า เป็นเสียงฝีเท้าของพวกมนุษย์หมูป่าหลายสิบตัวที่วิ่งกันตึงตัง ปะปนกับเสียงพูดคุยดังสนั่นหวั่นไหว

"เร็วเข้า! ไปตามหาพวกมันให้เจอ!"

และยังมีเสียงภาษากลางที่พูดรัวเร็วแทรกขึ้นมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน

น้ำเสียงทุ้มต่ำดังกังวานที่เปล่งออกมาจากหน้าอกนั้น ก็เป็นเครื่องการันตีถึงพละกำลังอันมหาศาลของเจ้าของเสียงได้เป็นอย่างดี

"แย่แล้ว!"

"รีบหลบเร็ว!"

พวกดรอว์ต่างหน้าถอดสีไปตามๆ กัน

"ลนลานอะไรกัน!" เวโรนิก้าดุเสียงเรียบ

นางเพียงแค่ตวัดมือวูบเดียว ม่านแสงใสๆ ก็กางออกคลุมร่างของลูกน้องทุกคนที่อยู่รอบตัวในทันที

เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของคนทั้งหมดก็หายวับไปจากตรงนั้น

นี่ก็คือเวทล่องหนแบบกลุ่มที่พวกไรอันทั้งห้าคนต้องพึ่งม้วนคัมภีร์เวทถึงจะใช้ได้นั่นแหละ แต่เวโรนิก้าสามารถร่ายเวทนี้ออกมาได้ด้วยตัวเองเลย ซึ่งก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความร้ายกาจของนางได้เป็นอย่างดี

แต่จังหวะนั้นเอง

ภายใต้เสียงคำรามสั่งการของหัวหน้าเผ่ารัมสตาร์ผู้กำลังกราดเกรี้ยว ฝูงมนุษย์หมูป่าหลายสิบตัวก็พากันแห่กรูกันออกมาจากโถงถ้ำแกนกลางของรัง เข้ามาในถ้ำแห่งนี้เสียแล้ว

เมื่อฝูงมนุษย์หมูป่าแห่กันเข้ามา ถ้ำที่เคยดูโล่งกว้างก็พลันดูแคบและอึดอัดขึ้นมาถนัดตา

ก็แหงล่ะ พวกมนุษย์หมูป่าแต่ละตัวล่ำบึ้กซะขนาดนั้น ตัวนึงกินพื้นที่เท่ากับสองคนเลยทีเดียว

นี่จึงทำให้พวกดรอว์ที่ใช้เวทล่องหนถอยร่นไปหลบอยู่มุมกำแพงถ้ำได้แต่ถอยแล้วถอยอีก จนตอนนี้แผ่นหลังแนบชิดติดกำแพงถ้ำจนไม่มีที่ให้ถอยอีกแล้ว

ในเวลานั้นเอง

มนุษย์หมูป่าร่างยักษ์สูงถึงสองเมตรครึ่ง บนหลังเสียบธงผืนเล็กๆ ไว้สามผืน มือถือค้อนศึกสองมือสีดำทะมึน ก็เดินเข้ามาในถ้ำด้วยกลิ่นอายอันน่าเกรงขาม

"ไอ้พวกไร้น้ำยา! ยังหาคนที่หายไปไม่เจออีกเรอะ?"

"ตูม!"

หัวหน้าเผ่ารัมสตาร์ฟาดค้อนในมือลงพื้นอย่างลวกๆ ก็ทำเอาพื้นถ้ำยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึกเกือบครึ่งเมตร

และการกระทำนี้ก็ยิ่งทำให้พวกมนุษย์หมูป่านักรบหลายตัวถึงกับตัวสั่นงันงก รีบถอยกรูดออกห่างด้วยความหวาดกลัว

จังหวะนั้นเอง ก็มีมนุษย์หมูป่าตัวหนึ่งร้องลั่นด้วยความหวาดผวา "ตายแล้ว! พวกมันตายหมดแล้ว!"

ที่แท้ มุมกำแพงที่ปาร์ตี้ของไรอันใช้เป็นที่กองศพพวกมนุษย์หมูป่า ก็ถูกค้นพบเข้าจนได้

เมื่อพวกมนุษย์หมูป่าหลายสิบตัวเห็นสภาพอันน่าเวทนาของเผ่าพันธุ์เดียวกัน ก็พากันหน้าซีดเผือด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น พร้อมใจกันฮึกเหิมขึ้นมาทันที

แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น!

มนุษย์หมูป่าที่อยู่ทางขวามือตัวหนึ่ง จมูกของมันก็ขยับฟุดฟิดสองสามที ก่อนที่มันจะคว้าหมับเข้าที่อะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น และในวินาทีต่อมา ดรอว์ชายที่มีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ก็ถูกดึงกระชากหลุดออกมาจากสถานะล่องหน

เหตุผลส่วนหนึ่งก็เพราะจุดที่ถูกมนุษย์หมูป่าคว้าหมับเข้าให้อย่างไม่ตั้งใจนั้น ดันเป็นจุดยุทธศาสตร์ของผู้ชายพอดี

อีกส่วนหนึ่งก็คือ ซวยแล้วไงล่ะ!

แม้ว่าพวกดรอว์จะไม่เคยหวาดหวั่นพวกมนุษย์หมูป่าเลยแม้แต่น้อย

หรือจะให้พูดตรงๆ ก็คือ ในสายตาของพวกดรอว์นั้น พวกเขามองว่าเผ่าพันธุ์อย่างมนุษย์หมูป่ามันชั้นต่ำเกินกว่าจะเก็บมาใส่ใจด้วยซ้ำ

แต่ปัญหาคือ ที่นี่มันมีมนุษย์หมูป่าอยู่เยอะเกินไป แถมยังเป็นพวกระดับหัวกะทิของเผ่าที่มีพลังต่อสู้สูงที่สุดในรังเลยก็ว่าได้

ที่สำคัญคือ รัมสตาร์ หัวหน้าเผ่าของพวกมันก็อยู่ที่นี่ด้วย

แบบนี้มัน...

"พวกดรอว์!"

รัมสตาร์ผู้กำลังโกรธจัดปรายตามองกำแพงศพแวบหนึ่ง แล้วหันกลับมามองพวกดรอว์ที่จู่ๆ ก็โผล่มา มันไม่แม้แต่จะถามไถ่ให้มากความ ยกค้อนศึกสีดำทะมึนในมือขึ้นชี้หน้า พร้อมกับคำรามลั่น "ฆาตกรที่ฆ่าพวกพ้องของพวกเรา!!"

"ฆ่าพวกมันซะ!"

ถึงแม้พวกดรอว์จะฟังภาษากลางแบบลิ้นพันกันของหัวหน้ามนุษย์หมูป่ารู้เรื่อง และรู้ตัวว่ากำลังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าพวกมนุษย์หมูป่าสิบกว่าตัวนั้น

แต่ด้วยความที่ลึกๆ แล้วพวกเขาก็ดูถูกและเหยียดหยามเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำอย่างมนุษย์หมูป่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับเป้าหมายแอบแฝงของตัวเอง ทำให้พวกดรอว์ไม่อยากจะลดตัวลงไปอธิบายอะไรให้เสียเวลา

พวกดรอว์ชายต่างก็คิดแบบนี้กันทุกคน

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเวโรนิก้า นักเวทย์หญิงดรอว์ผู้มีสถานะสูงส่งกว่าเลย

นางจะไปมีอะไรให้ต้องเสวนากับไอ้พวกมนุษย์หมูป่าตัวเหม็นสาบพวกนี้กันล่ะ

เพียงแต่ว่า ความโกรธแค้นที่มีต่อไอ้ฆาตกรลึกลับนั่น ย่อมพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุดอย่างแน่นอน!

คนที่มันฆ่าแท้ๆ แต่สุดท้าย กลายเป็นพวกนางที่ต้องมาเป็นแพะรับบาปแทน!

แต่นางก็ไม่ได้มัวลังเลอะไร นางชูคทาเวทในมือขึ้นชี้ไปข้างหน้า ทันใดนั้น มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงห้าตัวที่พุ่งกระโจนเข้ามา ก็ถูกใยแมงมุมสีขาวที่โผล่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวพันธนาการร่างเอาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้

"(ภาษาดรอว์) ถ่วงเวลาให้ข้าสักสองสามวินาที"

"(ภาษาดรอว์) ข้าจะร่ายเวทเมฆมรณะ!"

เวทเมฆมรณะ ในฐานะเวทวงแหวนที่ห้า พลังทำลายล้างของมันนั้นไม่ต้องบรรยายให้มากความ

แต่เพราะมันมีพลังทำลายล้างมหาศาลนี่แหละ ต่อให้เป็นยอดฝีมืออย่างนักเวทย์หญิงดรอว์ เวโรนิก้า ก็ยังต้องใช้เวลาร่ายเวทนานหลายวินาที

พวกมนุษย์หมูป่าตัวอื่นๆ ยังพอทำเนา แต่ไอ้ความล่ำบึ้กของหัวหน้ามนุษย์หมูป่ารัมสตาร์นั่น ทำเอาเวโรนิก้าถึงกับหางตากระตุกยิกๆ

สำหรับนางแล้ว ไอ้ตัวที่ถึกทนขนาดนั้น ก็คงมีแค่เวทเมฆมรณะเท่านั้นแหละ ที่จะสามารถโจมตีมันให้สาหัสปางตายได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

ในเวลาเดียวกัน

ณ โถงถ้ำขนาดยักษ์ กลุ่มของไรอันทั้งห้าคนที่กำลังเดินลัดเลาะไปตามผนังถ้ำฝั่งขวา ก็ได้ยินเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดของหัวหน้ามนุษย์หมูป่ารัมสตาร์ดังมาจากข้างหลัง

ตามมาด้วยเสียงหอนของพวกมนุษย์หมูป่าและเสียงอาวุธโลหะปะทะกันดังกึกก้อง

ฟังจากเสียงแล้ว ดูเหมือนว่าพวกดรอว์จะไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่มากันเป็นปาร์ตี้เลยแฮะ

แถมฝีมือก็น่าจะฉกาจฉกรรจ์ไม่เบาด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่มีเสียงการต่อสู้ที่ดุเดือดขนาดนี้หรอก

"ดรอว์งั้นรึ?"

พวกของไรอันทั้งห้าคนถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ถ้ามีคนฟังผิดแค่คนเดียวมันก็เป็นไปได้อยู่หรอก แต่ถ้าฟังผิดพร้อมกันทั้งห้าคนเลยล่ะ?

ความเป็นไปได้มันแทบจะไม่มีเลย

ไรอันเองก็แอบงงอยู่เหมือนกัน

การบุกรังมนุษย์หมูป่าในครั้งนี้ ทำไมมันถึงได้รู้สึกเหมือนจะวุ่นวายจนเละเทะไปหมดยังไงก็ไม่รู้

พวกดรอว์โผล่มาได้ยังไง?

แล้วพวกมันมาทำอะไรที่นี่กัน?

ชั่วขณะนั้น ไรอันก็คิดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ

จังหวะที่ไรอันกวาดสายตาไปเห็นมนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์ร่างยักษ์สูงสามเมตรสองตัว ที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนอยู่ในโถงถ้ำนั่นแหละ

จู่ๆ ก็มีประกายความคิดสว่างวาบขึ้นมาในหัวของเขา!

แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมมนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์สองตัวนี้ถึงโดนล่ามไว้ที่นี่ อาจจะขัดคำสั่งของหัวหน้าเผ่ารัมสตาร์ หรือเพราะเหตุผลอื่นอะไรก็ตามแต่มันก็ไม่สำคัญหรอก

สิ่งสำคัญคือ ตอนนี้ในโถงถ้ำเหลือแค่มนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์ที่เต็มไปด้วยบาดแผลสองตัวนี้เท่านั้น

แถมยังโดนโซ่เหล็กเส้นเบ้อเริ่มล่ามไว้อีกต่างหาก

นอกจากนี้ หัวหน้ามนุษย์หมูป่ารัมสตาร์กำลังพาลูกสมุนไปตะลุมบอนกับปาร์ตี้ดรอว์ลึกลับนั่นอยู่

แบบนี้ก็แปลว่า ตอนนี้เป็นโอกาสทองที่จะได้ลงมือจัดการกับไอ้พวกมนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์สองตัวนี้งั้นสิ?

ถ้าเขาได้ไอคอนมนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์เพิ่มมาอีกสองอันล่ะก็...

คิดได้ดังนั้น ดวงตาของไรอันก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที

ชาแมนสามตัวบวกกับมนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์อีกหนึ่งตัว จะสามารถหลอมรวมเป็นสายเลือดชาแมนชั้นสูงได้หรือเปล่านะ?

ก็น่าจะเป็นไปได้สูงแหละมั้ง!

ก็นะ มนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์เนี่ย มันหาตัวจับยากจะตายไป

ของหายากก็ย่อมมีค่า!

แถมยังไม่แน่ว่า อาจจะหลอมรวมจนกลายเป็นสายเลือดชาแมนชั้นสูงกลายพันธุ์เลยก็ได้นะเออ!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 169 ชาแมนชั้นสูงกลายพันธุ์?

คัดลอกลิงก์แล้ว