เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 เหมือนไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!

บทที่ 170 เหมือนไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!

บทที่ 170 เหมือนไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!


บทที่ 170 เหมือนไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!

"พวกท่านไปกันก่อนเลยนะ"

"เดี๋ยวข้าจัดการพวกมันเสร็จแล้ว จะรีบตามไป"

ไรอันชี้มือไปยังมนุษย์หมูป่าร่างยักษ์สองตัวที่ถูกล่ามไว้กลางโถงถ้ำ แล้วกระซิบ

หืม?

พวกเอลิสทั้งสี่คนถึงกับทำหน้าเหวอ

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

ทั้งๆ ที่หลบหลีกไปได้แท้ๆ ทำไมต้องเอาตัวไปเสี่ยงฆ่ามนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์สองตัวนั้นด้วยล่ะ?

หรือว่าในตัวพวกมันมีของวิเศษอะไรซ่อนอยู่?

ก็ไม่เห็นจะมีเลยนี่นา

ทว่า "โอกาสทองมาถึงแล้ว ต้องรีบคว้าไว้"

ไรอันจึงไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ

เขาพุ่งตัวหลุดออกจากฟองสบู่ล่องหนทันที ร่างกายของเขากลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหามนุษย์หมูป่าร่างยักษ์ทั้งสองตัวนั้น

โชคดีที่ตำแหน่งของไรอันกับปาร์ตี้ตอนนี้ อยู่ทางด้านหลังเยื้องไปทางด้านข้างของพวกมันพอดี

ดังนั้น กว่าที่ไรอันจะใช้ทักษะพุ่งชนอย่างป่าเถื่อนไปโผล่ที่ด้านหลังของมนุษย์หมูป่าร่างยักษ์ตัวแรก กระโดดขึ้นสูงจนตัวโก่งเป็นคันศร ง้างค้อนศึกในมือไปด้านหลังสุดแขน แล้วฟาดลงมาสุดแรงเกิดพร้อมกับเสียงลมกรรโชกดังสนั่น มันก็เพิ่งจะรู้สึกตัว

หัวโตๆ ที่เต็มไปด้วยแผงคอหนาเตอะค่อยๆ หันขวับมามองด้วยความงุนงง

แล้วมันก็เห็นจุดสีเงินเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นในพริบตา!

"พลั่ก!"

ผู้โต้กลับ ค้อนศึกระดับมหากาพย์ในมือของไรอัน ฟาดเข้ากลางแสกหน้าของมนุษย์หมูป่าร่างยักษ์ตัวนี้เข้าอย่างจัง

ความจริงไรอันตั้งใจจะทุบเข้าที่ท้ายทอยของมันหรอก แต่ความเร็วในการหันกลับมามองของมันดันเร็วเกินคาด เลยกลายเป็นฟาดเข้าที่หน้าผากแทนซะอย่างนั้น

แต่จะว่าไป ไม่ว่าจะหน้าหรือหลัง มันก็คือหัวเหมือนกันนั่นแหละ ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อความไม่ประมาท เพราะไรอันเกรงว่ามนุษย์หมูป่าที่ตัวใหญ่ขนาดนี้ น่าจะมีพลังชีวิตที่ถึกทนพอสมควร

ดังนั้น ตอนที่พุ่งชาร์จเข้ามา เขาจึงเปิดใช้งานทักษะขยายร่างระดับสองทันที

ใช่แล้ว

ไม่ใช่การขยายร่างระดับหนึ่ง

แต่เป็นการขยายร่างระดับสอง

ตอนที่สู้กับมนุษย์หมูป่าชาแมนก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้งัดมาใช้เลย แต่คราวนี้เขาต้องใช้มันแล้วล่ะ

ด้วยแรงเหวี่ยงจากทักษะพุ่งชน ผสานกับทักษะทลายเกราะระดับเชี่ยวชาญ และฟรอสต์สไตรค์ บวกกับพลังช้างสารจากการขยายร่างระดับสอง ทำให้ไรอันสามารถส่งมนุษย์หมูป่าร่างยักษ์ตัวนี้ไปเกิดใหม่ได้ในทีเดียว ตอนที่มันยังไม่ทันได้ตั้งตัว!

ผู้โต้กลับที่ดูเหมือนค้อนธรรมดาๆ แต่แฝงไปด้วยเวทมนตร์วงแหวนที่สาม ทะลวงกะโหลกที่แข็งที่สุดของมนุษย์หมูป่าร่างยักษ์เข้าไปเกินครึ่งหัว

ถึงกะโหลกมันจะไม่ได้แหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ แต่ไรอันก็มั่นใจว่าสมองของมันข้างในคงจะเละเป็นโจ๊กไปแล้วแน่ๆ

อืมม เต้าฮวยสมองหมูของแท้!

ถ้าจะให้พูดให้ถูก ก็คงต้องเรียกว่า — สมองเหลว

เพื่อความมั่นใจ ไรอันเหลือบมองไปที่ช่องเก็บของ 16 ช่องของเขา

เมื่อเห็นไอคอนใหม่เอี่ยมอ่องปรากฏขึ้นในช่องเก็บของ ไรอันก็ดีใจจนเนื้อเต้น พร้อมกับหันขวับไปมองมนุษย์หมูป่าร่างยักษ์อีกตัวที่เหลือทันที

ส่วนมนุษย์หมูป่าร่างยักษ์อีกตัวที่ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กเส้นเขื่อง ก็เบิกตาโพลง จ้องมองไรอันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงุนงง ตกใจ และแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

เหมือนมันอยากจะถามว่า — แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไงวะ?

มาถึงจุดนี้ ไรอันย่อมไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา

เขายันเท้าที่สวมรองเท้าเหล็กเกราะลงบนพื้นอย่างแรง

"ตึง!"

ดินโคลนกระจายกระเด็น ทิ้งรอยยุบไว้เป็นหลุมตื้นๆ ส่วนไรอันก็อาศัยแรงดีดตัวพุ่งเข้าหามนุษย์หมูป่าร่างยักษ์ตัวที่สองอย่างรวดเร็ว

"เคร้งแคร้ง!" โซ่เหล็กกองโตถูกแรงมหาศาลของมนุษย์หมูป่ากระชากจนสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

วินาทีนั้นเอง มนุษย์หมูป่าร่างยักษ์ก็รู้ตัวแล้วว่าหายนะกำลังมาเยือน!

เพราะตามสัญชาตญาณ มันอยากจะคว้าระบองหนามขึ้นมาฟาดไรอันให้แหลกคามือ แต่พริบตาต่อมา มันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองถูกโซ่เหล็กมัดเอาไว้อยู่

ไอ้มนุษย์หน้าหนอน...

มนุษย์หมูป่าร่างยักษ์สบถด่าในใจ แต่ภาษากลางแบบลิ้นพันกันเพิ่งจะหลุดออกจากปากได้ไม่กี่คำ

"กร๊อบ!"

ค้อนศึกสีเงินเทาก็พุ่งทะลวงเข้ากลางหน้าผากของมันเช่นเดียวกัน

ลูกตาขนาดเท่าผลแอปเปิลของมันถลนออกนอกเบ้า จ้องเขม็งมาที่ไรอัน จากนั้น ร่างอันใหญ่โตของมันก็ชักกระตุกอยู่สองสามทีก่อนจะแน่นิ่งไป

เมื่อเห็นไอคอนสายเลือดมนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์ 2 อันในช่องเก็บของ 16 ช่อง ไรอันก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก!

แต่เขาก็ไม่มีเวลามามัวรื้อค้นหาสมบัติของหัวหน้าเผ่าหรอกนะ ไรอันรีบพุ่งตัวไปสมทบกับคนอื่นๆ ในเขตแกนกลางทันที

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง

บริเวณที่พวกของเอลิสซ่อนตัวอยู่ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ไรอันลงมือเพียงไม่ถึงสามสิบเมตร พวกเขาก็เพิ่งจะมาถึงปากทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังเขตแกนกลาง

แน่นอนว่า ระหว่างที่ทั้งสี่คนค่อยๆ เคลื่อนตัวไป พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะจับตาดูลู่ทางฝั่งของไรอันไปด้วย

เมื่อเห็นไรอันจัดการมนุษย์หมูป่าร่างยักษ์ทั้งสองตัวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากจะทึ่งในฝีมือแล้ว พวกเขาก็ยังถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ไรอัน ดูเจ้าจะอารมณ์ดีจังเลยนะ?"

จังหวะนั้น ไลซ่าที่สังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากของไรอันที่เพิ่งจะรีบวิ่งมาสมทบ ก็อดถามขึ้นไม่ได้

เพราะโดยปกติแล้ว หลังจากผ่านการต่อสู้ที่ทั้งดุเดือดและตื่นเต้นขนาดนี้ มันก็ควรจะหอบแฮกๆ แล้วก็มีอาการตึงเครียดให้เห็นบ้างสิ ทำไมไรอันถึงได้ยิ้มหน้าระรื่นเหมือนแอบไปกิ๊กกับใครมาแล้วจับไม่ได้แบบนั้นล่ะ

"อะแฮ่ม~" ไรอันแกล้งกระแอมแก้เก้อ แล้วหาข้ออ้างแบบส่งเดชไปว่า "เมื่อกี้ข้าลองคิดดูน่ะ ถ้าเกิดหัวหน้าเผ่ารัมสตาร์กลับมาแล้วปล่อยไอ้สองตัวนี้ให้มาไล่ล่าพวกเราล่ะก็ คงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ"

พอคนอื่นๆ ได้ยินข้ออ้างนี้ ก็พากันพยักหน้าเข้าใจทันที

จากนั้น สายตาของทุกคนที่มองมาที่ไรอันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใส

แน่นอนว่า เหตุผลที่แท้จริงน่ะมีแค่ไรอันคนเดียวเท่านั้นแหละที่รู้

ก็ได้สายเลือดมนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์สุดแกร่งมาตั้งสองอันฟรีๆ แบบนี้ จะไม่ให้ดีใจได้ยังไงล่ะ?

ไรอันมั่นใจเลยว่า ถ้าไอ้สองตัวนั้นไม่ได้โดนโซ่เส้นเบ้อเริ่มล่ามเอาไว้ล่ะก็

โอกาสที่เขาจะเอาชนะพวกมันได้ คงมีไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ

ความจริงแล้ว ถ้าพวกมันไม่ได้โดนล่ามไว้ ไรอันก็คงไม่คิดจะเข้าไปบวกกับพวกมันตั้งแต่แรกหรอก

ก็ดูระบองหนามยักษ์ที่วางอยู่ข้างๆ ตัวพวกมันสิ วัสดุสีดำๆ นั่นมันโลหะชัดๆ ความยาวก็ตั้งเกือบสองเมตร ส่วนหัวก็ใหญ่พอๆ กับต้นขาคน แถมยังมีหนามแหลมๆ ยื่นออกมาเต็มไปหมด

ต่อให้ไรอันจะมีผู้พิทักษ์ออบซิเดียนป้องกันอยู่ แต่เขาก็ไม่อยากจะลองลิ้มรสชาติการโดนระบองยักษ์นั่นฟาดใส่หรอกนะ

ความแตกต่างของขนาดตัวมันทำให้ไรอันรู้ซึ้งดีว่า ต่อให้เขาจะใช้ทักษะขยายร่างระดับสอง เขาก็ยังตกเป็นรองพวกมันอยู่ดี

แต่การที่เขาได้มาเจอกับมนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์สุดแกร่งสองตัวในสภาพที่เหมือนจับวางมาให้เชือดแบบนี้ มันก็เหมือนกับส้มหล่นทับชัดๆ จนเขาแทบจะหุบยิ้มเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

จริงสิ ไอ้มนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์สองตัวนี้ ชื่อสายเลือดของมันคือ "มนุษย์หมูป่ากลายพันธุ์" จริงๆ งั้นเหรอ?

จู่ๆ ไรอันก็นึกขึ้นได้ว่า ตัวเองเอาแต่เรียกพวกมันว่ามนุษย์หมูป่าร่างยักษ์มาตลอด ยังไม่ได้ดูชื่อไอคอนสายเลือดของพวกมันเลยว่าชื่ออะไรกันแน่

ว่าแล้ว ไรอันก็รีบเพ่งสายตาไปที่ไอคอนใหม่สองอันนั้น

สายเลือด "มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ" — ตัวอักษรเหล่านี้ปรากฏขึ้นในสายตาของไรอัน

ไรอันตาโตเบิกกว้าง ความยินดีปรีดาเอ่อล้นทะลักพรั่งพรู!

"โอ้โห! เอาเรื่องเลยว่ะ! มนุษย์หมูป่าโคตรเทพ!"

แข็งแกร่งเป็นพิเศษงั้นเรอะ?!

คงไม่มีผู้ชายคนไหนต้านทานเสน่ห์ของคำคำนี้ได้หรอกมั้ง

ทว่า จู่ๆ คิ้วของไรอันก็ขมวดมุ่น

'แบบนี้ชักจะยุ่งแล้วสิ'

สายเลือดแต่ละชนิดสามารถใช้หลอมรวมได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำกลับมาหลอมรวมซ้ำได้อีก และตอนนี้เขามีสายเลือดมนุษย์หมูป่าชาแมนอยู่ 3 อัน บวกกับสายเลือดมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษอีก 2 อัน...

ทีนี้เขาต้องเลือก 4 อันจากทั้งหมด 5 อัน นั่นก็หมายความว่าต้องตัดออกไปอันนึง

เดิมที แผนของไรอันคือใช้สูตร 3+1 เพื่อหลอมรวมให้ได้สายเลือดชาแมนชั้นสูง

แต่ปัญหาคือ คำนำหน้าชื่อที่ว่า "แข็งแกร่งเป็นพิเศษ" เนี่ย มันช่างยั่วยวนใจผู้ชายอย่างเขาซะเหลือเกิน

ถ้าเกิดเขาใส่ "แข็งแกร่งเป็นพิเศษ" ลงไปแค่อันเดียว แล้วพอนำไปหลอมรวม ผลของการกลายพันธุ์นี้มันดันหายไปล่ะก็ เขาคงต้องช้ำใจตายแน่ๆ!

แต่ถ้าใส่ "แข็งแกร่งเป็นพิเศษ" ลงไปทั้งสองอันล่ะก็... สัดส่วนของสายเลือดชาแมนก็จะเหลือแค่สองส่วน มันจะยังสามารถหลอมรวมออกมาเป็นสายเลือดชาแมนชั้นสูงได้อยู่อีกเหรอ?

ความสุขที่มาพร้อมกับความหนักใจนี้ทำเอาไรอันถึงกับกุมขมับ

พอมีสายเลือดให้เลือกเยอะเกินไป มันก็ปวดหัวแบบนี้แหละ

กลุ้มโว้ย!

แต่ปัญหานี้ก็กวนใจไรอันอยู่ได้ไม่นานหรอก

เพราะตอนที่เขาหลอมรวมสายเลือดของพวกดุรการ์ก่อนหน้านี้ เขาก็เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาแล้วเหมือนกัน

ไรอันจำได้แม่นยำว่า ตอนนั้นเขาใช้สายเลือดปุโรหิตดุรการ์สองส่วน บวกกับสายเลือดราชันย์ดุรการ์อีกสองส่วน ถึงได้หลอมรวมออกมาเป็นสายเลือดปุโรหิตศึกดุรการ์

ถ้าอิงจากสมมติฐานนี้ล่ะก็ การใส่ "แข็งแกร่งเป็นพิเศษ" ลงไปสองอัน ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง

ต่อให้หลอมรวมออกมาแล้วไม่ได้เป็นสายเลือดชาแมนชั้นสูง มันก็น่าจะเป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ในสายเลือดชาแมนอยู่ดี พลังต่อสู้ก็คงไม่หนีกันเท่าไหร่หรอก

พอคิดตกเรื่องนี้ ไรอันก็พยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง เขาตั้งใจว่าจะทำการหลอมรวมเดี๋ยวนี้เลย

เพราะถึงแม้ว่าหากพวกเขาหาเครื่องฟักไข่เจอ เบนิสเตอร์จะสามารถอัญเชิญยอดฝีมือระดับเหนือมนุษย์อย่างเรนฟริเออร์มาช่วยได้ แต่ไรอันก็ยังเชื่อว่า สิ่งที่พึ่งพาได้มากที่สุด ก็คือความแข็งแกร่งของตัวเองต่างหาก

ถ้าเกิดมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น การมีสายเลือดที่เพิ่งหลอมรวมมาใหม่ ก็จะช่วยให้เขามีความมั่นใจในการรับมือกับปัญหาที่อาจจะตามมาได้มากขึ้น

แต่ในจังหวะนั้นเอง

จู่ๆ ทุกคนในปาร์ตี้รวมถึงตัวเขาด้วย ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ทั้งเร่งรีบ หนักหน่วง และดูเหมือนจะเดินกะเผลกๆ ดังมาจากโถงถ้ำใหญ่นั่น

ทุกคนจึงรีบพิงหลังเข้ากับผนังทางเดิน แล้วชะโงกหน้าออกไปดู

และวินาทีต่อมา ทั้งห้าคนก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด

ภาพที่เห็นคือ เจ้าของเสียงฝีเท้าหนักๆ นั่น — หัวหน้ามนุษย์หมูป่ารัมสตาร์ กำลังเดินโซซัดโซเซกลับมา

แต่สภาพของมันในตอนนี้ ช่างแตกต่างจากตอนที่มันเดินออกไปด้วยท่าทางองอาจห้าวหาญราวกับหน้ามือเป็นหลังเท้า รัมสตาร์ในตอนนี้มีสภาพที่ดูไม่ได้เลยจริงๆ

บางที คำว่าดูไม่ได้อาจจะยังน้อยไป

ไรอันคิดว่า คำว่า "น่าอนาถ" น่าจะเหมาะกับสภาพของมันในตอนนี้มากกว่า

ชุดเกราะสีทองแดงที่เคยส่องประกายแวววาวของรัมสตาร์ ตอนนี้ถูกกัดกร่อนจนเป็นหลุมเป็นบ่อไปทั่ว บางจุดถึงกับทะลุเป็นรูโหว่ แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุด

เพราะเมื่อเทียบกับบาดแผลตามร่างกายแล้วล่ะก็...

ผิวหนังของมันเหวอะหวะจนเห็นกล้ามเนื้อสีแดงสด แถมตาก็บอดไปข้างหนึ่ง บาดแผลแต่ละแห่งล้วนสาหัสสากรรจ์ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ด้านหลังของรัมสตาร์ ก็ยังมีร่างของมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงอีกสามตัวที่เดินโซเซตามมา ในสภาพที่ผิวหนังเหวอะหวะเหมือนกัน ราวกับกำลังจะขาดใจตายรอมร่อ

เวลาผ่านไปแค่ไม่ถึงนาที รัมสตาร์ที่พากองกำลังระดับหัวกะทิของเผ่าหลายสิบตัวออกไป กลับมีสภาพน่าสมเพชกลับมาขนาดนี้เลยงั้นรึ?

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

คำถามตัวเบ้อเริ่มผุดขึ้นในหัวของทุกคน

"พวกดรอว์เก่งกาจขนาดนั้นเลยรึ?"

"นี่มันรอยแผลจากเวทเมฆมรณะนี่นา" เบนิสเตอร์ผู้มากประสบการณ์หรี่ตามองรัมสตาร์อย่างพิจารณา ก่อนจะกระซิบเบาๆ

"เวทเมฆมรณะ? เวทวงแหวนที่ห้าอย่างเวทเมฆมรณะน่ะเหรอคะ?" เอลิสยกมือขึ้นปิดปาก ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

เวทวงแหวนที่ห้างั้นรึ?

พอได้ยินคำนี้ ไรอันก็ถึงกับสะดุ้ง

ก็แหงล่ะ ท่ามอนสเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดที่เขามีอยู่ในตอนนี้ อย่าง ลมหายใจเหมันต์ (ฉบับไม่สมบูรณ์) ก็เป็นแค่เวทวงแหวนที่สี่ ต่อให้บวกบัฟพรสวรรค์ทางสายเลือดเข้าไป พลังทำลายของมันก็เต็มที่แค่ระดับสี่บวกๆ เท่านั้นแหละ

"นั่นก็แปลว่า ในปาร์ตี้ของพวกดรอว์มียอดฝีมือที่สามารถร่ายเวทวงแหวนที่ห้าได้งั้นสิ?"

"อืม น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ"

"แล้วคนล่ะ?"

เบนิสเตอร์จึงกวาดสายตามองไปรอบๆ ทันที

ใช่แล้วล่ะ

มันน่าแปลกจริงๆ นะ

ในเมื่อหัวหน้ามนุษย์หมูป่าโดนอัดซะยับเยินขนาดนี้ ตามหลักแล้ว นักเวทย์ดรอว์ก็น่าจะตามมาซ้ำเติมให้ตายไปเลยถึงจะถูกสิ

"หรือว่า พวกดรอว์เองก็จะบาดเจ็บสาหัส หรือไม่ก็ตายเรียบกันหมดแล้ว?" หญิงสาวทั้งสามคนมองหน้ากัน ก่อนจะโพล่งออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

"เรื่องนั้น..." เบนิสเตอร์ครุ่นคิดอย่างหนัก แล้วก็พบว่าไม่มีคำอธิบายไหนที่ฟังดูมีเหตุผลไปกว่านี้อีกแล้ว

เดี๋ยวก่อน!

บาดเจ็บสาหัสทั้งสองฝ่ายงั้นรึ?

ความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นในหัวของไรอัน

แบบนี้ก็เท่ากับว่า เขาจะได้เป็นตาอินกะตานาที่ฉวยโอกาสงาบปลาไปกินน่ะสิ?

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย สภาพของหัวหน้ามนุษย์หมูป่ารัมสตาร์ในตอนนี้ พลังต่อสู้ของมันคงเหลือไม่ถึงครึ่งของตอนปกติแน่ๆ

เผลอๆ จะเหลือแค่สามส่วนด้วยซ้ำ

ในสถานการณ์ปกติ ไรอันคงไม่เคยคิดที่จะต่อกรกับมันหรอก

เพราะหัวหน้ามนุษย์หมูป่าที่มีระดับความท้าทายอยู่ที่แปดหรือเก้า แถมยังมีลูกสมุนระดับหัวกะทิอีกเพียบ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เขาจะสามารถเอาชนะได้เลย

ต่อให้รวมพลังกับพวกเบนิสเตอร์ทั้งสี่คน ก็ยังห่างชั้นกันอยู่ดี

การจะจัดการกับมอนสเตอร์ที่มีระดับความท้าทายระดับเก้าได้นั้น ปาร์ตี้ของนักผจญภัยทุกคนจะต้องอยู่ในระดับแปดหรือเก้าเท่านั้น ถึงจะมีความเป็นไปได้สูง

ต่อให้มีอุปกรณ์เสริมพลัง ทุกคนก็ต้องอยู่ในระดับเจ็ดเป็นอย่างต่ำ นี่ยังไม่นับรวมลูกสมุนของมันอีกนะ

แต่ตอนนี้ล่ะ? นี่มันโอกาสทองชัดๆ! หัวหน้าเผ่าที่กำลังบาดเจ็บสาหัส กับมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงที่ร่อแร่ใกล้ตายอีกสามตัว จะมีโอกาสไหนดีไปกว่านี้อีกล่ะ?

คิดได้แบบนั้น ไรอันก็อดนึกขอบคุณปาร์ตี้ดรอว์ลึกลับที่โผล่มาเป็นฮีโร่ม้ามืดกลุ่มนั้นไม่ได้

แต่ช่างตรงข้ามกับความรู้สึกของไรอันในตอนนี้ซะเหลือเกิน

เพราะเวโรนิก้า นักเวทย์หญิงดรอว์ที่กำลังซ่อนตัวอยู่ภายใต้เวทล่องหนขั้นสูงนั้น

ตอนนี้ นางก็เข้ามาอยู่ในโถงถ้ำนี้แล้วเหมือนกัน

เพียงแต่นางกำลังเอามือกุมท้องอยู่ เลือดไหลซึมมุมปาก ชุดคลุมเวทที่ผ่าข้างสูงก็ขาดรุ่งริ่งจนแทบจะกลายเป็นชุดซีทรู ดูสภาพแล้วก็บาดเจ็บสาหัสไม่แพ้กัน ตอนนี้นางกำลังพิงหลังเข้ากับผนังถ้ำด้านขวาอยู่

ส่วนพวกดรอว์ชายยอดฝีมือที่คอยคุ้มกันนางมาตลอด ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ข้างกายนางเลยสักคน

เห็นได้ชัดเลยว่า!

ดรอว์ชายยอดฝีมือทั้งห้าคนนั้น คงจะม่องเท่งกันไปหมดแล้วแน่ๆ

"ไอ้สารเลวเอ๊ย!" เวโรนิก้าจ้องมองรัมสตาร์ด้วยสายตาเคียดแค้น แต่นางก็ไม่กล้าผลีผลามเข้าไปใกล้

ถึงมันจะบาดเจ็บสาหัส แต่นางก็สาหัสเหมือนกัน

นางยังไม่อยากจะตายตกไปตามกันหรอกนะ!

แต่ถ้านับดีๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้เวโรนิก้าเกลียดชังยิ่งกว่าหัวหน้ามนุษย์หมูป่าที่อยู่ตรงหน้า ก็คือไอ้ 'คนลึกลับ' ที่แอบมาฆ่าพวกมนุษย์หมูป่านั่นแหละ

ถ้าไม่ใช่เพราะมัน นางคงไม่ต้องมาบาดเจ็บหนักขนาดนี้หรอก ส่วนลูกน้องยอดฝีมือทั้งห้าคน ก็คงไม่ต้องมาตายเรียบแบบนี้ด้วย

ถ้ำที่เห็นว่ากว้างขวางเมื่อกี้นี้ พอมีมนุษย์หมูป่าหลายสิบตัวแห่กันเข้ามา ความคล่องแคล่วว่องไวซึ่งเป็นจุดเด่นของลูกน้องนางก็แทบจะไร้ประโยชน์ ทำได้แค่ยืนปักหลักสู้เท่านั้น

แน่นอนว่า ในดีก็มีเสีย ในเสียก็มีดีแหละนะ

นางใช้เวทเมฆมรณะแค่ครั้งเดียว ก็กวาดล้างพวกมนุษย์หมูป่าระดับหัวกะทิไปได้แทบจะเกลี้ยง เหลือรอดมาแค่หัวหน้าเผ่ารัมสตาร์กับมนุษย์หมูป่าอีกไม่กี่ตัวเท่านั้น

เพียงแต่เวโรนิก้าดันลืมไปเรื่องนึง

นั่นก็คือ นอกจากพวกมนุษย์หมูป่าแล้ว ก็ยังมีคนอื่นที่รอดชีวิตมาได้เหมือนกัน

ณ ตอนนี้

ภายในโถงถ้ำที่เพิ่งเป็นสมรภูมิเลือดระหว่างพวกมนุษย์หมูป่ากับพวกดรอว์ ท่ามกลางความเงียบสงัด จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มๆ ดังแทรกขึ้นมา

"ฮ่าๆ... ฮ่าๆ..."

ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจหนักๆ ราวกับคนจมน้ำที่ถูกกระชากตัวขึ้นมาผิวน้ำอย่างกะทันหัน

"แค่ก... แค่ก..." กลิ่นเหม็นเน่าที่ลอยเข้าจมูก ทำเอาทั้งสามคนไอสำลักออกมา

"เหม็นฉิบเป๋งเลย!"

"ฟาเบียน แกรนท์ พวกนายสองคนไม่เป็นไรใช่ไหม?" คริสที่กำลังพยายามแกะตัวออกจากรังไหมสีขาว หันไปถามเพื่อนอีกสองคนที่กำลังดิ้นรนแกะตัวอยู่เหมือนกัน

ความจริงแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะไอจากเวทเมฆมรณะวงแหวนที่ห้าได้ไปกัดกร่อนใยแมงมุมพวกนี้ล่ะก็ ลำพังแค่เรี่ยวแรงของพวกคริสทั้งสามคน คงไม่มีทางดิ้นหลุดออกมาจากข้างในได้หรอก

"ไม่เป็นไร!"

"เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย โห!" จู่ๆ ฟาเบียนก็เบิกตาโตเท่าไข่ห่าน อ้าปากค้างมองภาพตรงหน้า!

คริสกับแกรนท์ก็หันไปมองตาม แล้วก็ต้องยืนอึ้งเป็นสากกะเบือ เหมือนโดนฟ้าผ่าเข้าให้ ภาพศพมนุษย์หมูป่าที่นอนตายเกลื่อนกลาดปะปนกับอาวุธที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ทำเอาพวกเขาถึงกับพูดไม่ออก

ถึงแม้จะมีศพพวกดรอว์รูปร่างสูงโปร่งปะปนอยู่บ้างประปราย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นศพของพวกมนุษย์หมูป่าทั้งนั้น

ผ่านไปครู่ใหญ่

ฟาเบียนถึงจะรวบรวมสติแล้วพูดขึ้นมาได้ "เอ่อ... ภารกิจเลื่อนขั้นของพวกเรา คือต้องเอาอาวุธของพวกมนุษย์หมูป่ากลับไปคนละชิ้นใช่ไหม?"

คริสมองดูอาวุธของพวกมนุษย์หมูป่าที่หล่นเกลื่อนพื้น แล้วก็พยักหน้าอย่างหมดคำจะพูด "อืม ใช่"

เอาล่ะ!

ภารกิจเลื่อนขั้นก็จบลงง่ายๆ แบบนี้แหละ

แต่พอลองนึกทบทวนดูดีๆ แล้ว เหมือนพวกเราจะไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!

ตอนแรกก็โดนตัวจำแลงหลอก แล้วก็โดนพวกดรอว์จับเป็นเชลย สุดท้ายก็...

ได้อาวุธมาเพียบเลย

โชคดีจัง...

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 170 เหมือนไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว