- หน้าแรก
- สกิลข้า ได้มาจากมอนสเตอร์
- บทที่ 167 การประยุกต์ใช้ท่ามอนสเตอร์แบบย้อนกลับ
บทที่ 167 การประยุกต์ใช้ท่ามอนสเตอร์แบบย้อนกลับ
บทที่ 167 การประยุกต์ใช้ท่ามอนสเตอร์แบบย้อนกลับ
บทที่ 167 การประยุกต์ใช้ท่ามอนสเตอร์แบบย้อนกลับ
"อืมๆ ข้าก็ได้ยินเหมือนกัน หรือว่าทางฝั่งมนุษย์หมูป่าชาแมนกำลังทำพิธีกรรมอะไรบางอย่างเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้พวกมนุษย์หมูป่าหรือเปล่านะ?"
"ก็เป็นไปได้นะ แต่ข้าว่าเรื่องมันคงไม่น่าจะง่ายดายขนาดนั้นหรอก"
"หลังจากนี้เราคงต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้วล่ะ"
แต่ละคนต่างก็แสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมา
หลังจากนั้น ไรอันก็ใช้วิธีเดิมอย่างรวดเร็ว ทั้งแปลงร่าง เข้าไปพูดคุยกับพวกลาดตระเวน ชี้เบาะแสปลอมๆ ว่ามีปาร์ตี้นักผจญภัยอยู่ตรงไหน แล้วก็พากันเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว...
แน่นอนว่า ระหว่างทางก็ใช่ว่าจะราบรื่นไปซะหมด
นั่นคือ เมื่อไหร่ที่พวกเขาเจอกับมนุษย์หมูป่าที่มียศสูงกว่า มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูง 'คาลุค' ที่ไรอันแปลงร่างอยู่ ไรอันก็จะต้องรีบเปลี่ยนร่างล่วงหน้าไปเป็น มนุษย์หมูป่าจีโอแมนเซอร์ 'อักฮ์ม' ทันที
สิบกว่านาทีต่อมา
ทั้งห้าคนก็เดินทางเข้ามาถึงส่วนลึกของทางเดินฝั่งตะวันออกในรังมนุษย์หมูป่า
น่าจะเดินต่อไปอีกแค่ร้อยสองร้อยเมตร ก็จะถึงเขตของรัมสตาร์ผู้เป็นหัวหน้าเผ่าแล้ว
ทว่า ในตอนนี้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคน คือโพรงถ้ำทรงวงรีที่ค่อนข้างกว้างขวาง มีขนาดพื้นที่กว่าร้อยตารางเมตร
ตรงกลางโพรงถ้ำมีกองไฟอยู่สามกอง แต่ละกองห่างกันเพียงไม่กี่เมตร สองกองที่อยู่ด้านข้างนั้นยังไม่เท่าไหร่ มีแค่มนุษย์หมูป่าธรรมดาสามถึงห้าตัวนั่งล้อมวงย่างอะไรสักอย่างอยู่
แต่กองไฟใหญ่ตรงกลางนี่สิ มีมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงรูปร่างกำยำล่ำสันผิดปกติสองตัวสะพายธงผืนเล็กๆ ไว้บนหลัง กำลังยืนขนาบข้างมนุษย์หมูป่าอีกตัวที่มีรูปร่างบึกบึนไม่แพ้กัน
เมื่อเห็นดังนั้น พวกของไรอันก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น พวกเขาค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง ไม่ว่าจะเป็นเอลิส, ไลซ่า หรือไอวี่ ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด
เพราะสำหรับพวกนางแล้ว จำนวนและระดับความแข็งแกร่งของพวกมนุษย์หมูป่ารอบๆ นี้ มันมีมากเกินไปแล้ว แถมยังดูแข็งแกร่งเกินไปอีกด้วย
"เอ๊ะ? ไม่เหมือนมนุษย์หมูป่าจีโอแมนเซอร์เลยแฮะ"
"หรือว่าเจ้านี่ก็คือมนุษย์หมูป่าชาแมนน่ะ?"
ไลซ่าที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนอยู่ข้างหน้าสุด สังเกตเห็นความผิดปกติของมนุษย์หมูป่าที่สวมชุดคลุมยาว มือถือโทเท็มความยาวประมาณครึ่งเมตรที่มีรูปร่างคล้ายเสาประดับลายเมฆ ที่กำลังยืนอยู่ตรงกองไฟใหญ่ตรงกลาง
ตรงข้ามกับความตึงเครียดของไลซ่า ไรอันกลับตาลุกวาว
สายตาของเขาจับจ้องไปที่โทเท็มในมือของมนุษย์หมูป่าตัวนั้นอยู่นานหลายวินาที
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่ามันคือโทเท็มอะไร แล้วเวทแต่ละบทจะต้องใช้โทเท็มต่างชนิดกันด้วยไหม แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ได้เห็นของจริงแล้ว
"เอาไงดี?" ไลซ่าหันมาถามไรอันเสียงกระซิบ
เพราะนางก็รู้ดีว่า ทั้งความแข็งแกร่งและสถานะของมนุษย์หมูป่าชาแมนนั้นเหนือกว่ามนุษย์หมูป่าจีโอแมนเซอร์มาก ดังนั้น แผนเดิมที่ไรอันเคยใช้มา ย่อมเอามาใช้กับเจ้านี่ไม่ได้แน่ๆ
"ท่านเบนิสเตอร์ เดี๋ยวพวกเราช่วยกันรุมโจมตีชาแมนตัวนี้พร้อมกันเลยนะ" ไรอันประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ก่อนจะหันไปพูดกับเบนิสเตอร์ที่อยู่ข้างๆ
หืม?
ตีเลยเรอะ?
หญิงสาวทั้งสามคนเบิกตากว้างมองไรอันด้วยความตกใจ
เดี๋ยวก่อนนะ
นั่นมันมนุษย์หมูป่าชาแมนเลยนะ?
พวกเขาไม่เคยเจอมันอยู่ข้างนอกถ้ำเลย
แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีเวทมนตร์หรือความสามารถอะไรบ้าง แล้วจะให้บุกเข้าไปตีโต้งๆ เลยเนี่ยนะ?
มันจะไม่เสี่ยงเกินไปหน่อยเหรอ?
"ข้าจะใช้วงแหวนน้ำแข็ง น่าจะแช่แข็งนักรบชั้นสูงสองตัวที่อยู่ข้างๆ ได้อย่างน้อยก็ห้าวินาที" ไรอันกะเวลาแช่แข็งจากการต่อสู้กับมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงครั้งก่อน
ตอนนี้ระดับของเขาเพิ่มขึ้นแล้ว
ระยะเวลาแช่แข็งก็ย่อมต้องนานขึ้นตามไปด้วย
ความจริง ห้าวินาทีนี่เขาตีเผื่อไว้แล้วนะ ถ้าให้เขาเดาน่าจะได้ตั้งหกวินาทีด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้ก่อน
"ท่านไรอัน แต่พวกเรายังไม่รู้เลยนะว่ามนุษย์หมูป่าชาแมนมันมีความสามารถอะไรบ้างน่ะ?"
"ท่านมั่นใจแน่เหรอ?"
สำหรับคำถามที่ว่าปาร์ตี้ของพวกเขาจะสามารถเอาชนะมนุษย์หมูป่าชาแมนกับฝูงมนุษย์หมูป่าตรงหน้านี้ได้ไหม?
เอาเข้าจริง ทุกคนไม่ได้สงสัยในเรื่องนั้นหรอก
แต่ประเด็นก็คือ การจะจัดการกับมนุษย์หมูป่าชาแมนที่มีระดับความท้าทายอย่างน้อยระดับหกขึ้นไปภายในเวลาห้าวินาทีเนี่ย ความยากมัน...
ต้องเข้าใจก่อนนะว่านี่คือระดับความท้าทายระดับหกนะ ไม่ใช่ระดับอาชีพระดับหก
"ไม่น่ามีปัญหาหรอก เวทมนตร์โจมตีหลักของมนุษย์หมูป่าชาแมนคือศรสายฟ้าวงแหวนที่สาม เดี๋ยวข้าจะคอยขัดจังหวะมันเอง ส่วนอีกเวทหนึ่งก็คือพันธนาการปฐพี ถือเป็นเวทควบคุมสนามรบ"
"ซึ่งถ้าลองคำนวณดูแล้ว ปาร์ตี้ของพวกเราก็มีข้าแค่คนเดียวที่เป็นสายโจมตีระยะประชิด ดังนั้น เวทควบคุมกลุ่มของมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่"
"ถ้าเกิดข้าโดนเข้าไปจริงๆ เอลิสก็คอยร่ายเวทขจัดให้ข้าก็แล้วกัน"
"ส่วนท่านเบนิสเตอร์ก็ร่ายเวทดาบจันทร์เสี้ยววงแหวนที่สามใส่มนุษย์หมูป่าชาแมน ร่วมโจมตีประสานกับข้าไปเลย"
"พระเจ้าช่วย! ไรอัน เจ้ารู้ข้อมูลเวทมนตร์ของมนุษย์หมูป่าชาแมนได้ยังไงเนี่ย?" ไลซ่ากะพริบตาปริบๆ หน้าตาตื่นตะลึง
"ในฐานะที่เป็นระดับสูงของเผ่ามนุษย์หมูป่า มนุษย์หมูป่าชาแมนแทบจะไม่เคยก้าวเท้าออกจากส่วนลึกของหุบเขามรณะเลยนะ"
"ขนาดข้าไปค้นข้อมูลจากทางสมาคมมา ก็ยังไม่เจอรายละเอียดอะไรเลย"
ก็แหงล่ะ ไรอันย่อมมองเห็นข้อมูลเหล่านี้ได้จาก 'สายเลือดมนุษย์หมูป่าชาแมน' ที่เขาหลอมรวมขึ้นมาได้นั่นแหละ
นี่แหละคือการประยุกต์ใช้ท่ามอนสเตอร์อีกรูปแบบหนึ่ง—การคิดย้อนกลับ
นั่นก็คือ การอาศัยการสังเกตสายเลือดมอนสเตอร์ระดับสูงที่หลอมรวมขึ้นมาได้ เพื่อคิดค้นกลยุทธ์การสังหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดออกมา!
"ตกลง!"
และเมื่อเห็นท่าทีมั่นใจเกินร้อยของไรอัน ประกอบกับผลงานอันน่าทึ่งที่เขาแสดงให้เห็นมาโดยตลอด ทุกคนรวมถึงเบนิสเตอร์ก็ไม่มีข้อโต้แย้งอะไร พยักหน้าตกลงทันที
"เอาล่ะ เตรียมตัวนะ!" พูดจบ ไรอันก็เปลี่ยนจาก 'สายเลือดตัวจำแลง' มาเปิดใช้งาน 'สายเลือดวิญญาณน้ำแข็งสะท้อนกลับ' แทน
ครั้งนี้ เขาจำเป็นต้องใช้เวทวงแหวนน้ำแข็งของวิญญาณน้ำแข็ง
"ขยายร่างระดับหนึ่ง!"
ร่างของไรอันขยายใหญ่ขึ้นพรวดพราด กล้ามเนื้อปูดโปน เส้นเลือดที่คอปูดนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"ฟุ่บ!"
ร่างสีเทาเงินพุ่งทะยานเข้าใส่มนุษย์หมูป่าชาแมนที่อยู่ตรงกองไฟตรงกลางด้วยความเร็วสูงประดุจแรดคลั่ง!
ไรอันถือผู้พิทักษ์ออบซิเดียนไว้ในมือ เอียงไหล่ซ้ายลง เขาแหลมบนชุดเกราะไหล่ผู้กล้าชิ้นใหม่ ผสานเข้ากับเขาแหลมตรงกลางโล่ผู้พิทักษ์ออบซิเดียน กลายเป็นเขารูปแบบคู่คล้ายเขาแรด
และผลลัพธ์การลดน้ำหนักบรรทุกลงจากชุดเซ็ตผู้กล้าทั้งหกชิ้น ก็ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้เขาในทางอ้อมอีกด้วย
ในมุมมองของพวกมนุษย์หมูป่า
"ตูม!!"
ทันทีที่มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงสองตัวที่อยู่ด้านข้างรู้สึกตัว ยังไม่ทันจะได้หันกลับไปมองให้ถนัดตา ก็สัมผัสได้ถึงกระแสลมรุนแรงที่พัดผ่านร่างไป จากนั้นกองไฟทั้งกองก็ระเบิดกระจายราวกับถูกจุดชนวน ประกายไฟและเถ้าถ่านปลิวว่อนไปทั่ว!
ส่วนมนุษย์หมูป่าชาแมนที่เพิ่งจะลุกขึ้นยืน ก็ถูกพุ่งชนจนกระเด็นลอยละลิ่ว กลายเป็นลูกขนไก่กลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้น
"มนุษย์..."
คำพูดยังไม่ทันหลุดออกจากปากได้เป็นคำ ไรอันก็หมุนตัวกลับ ปรับองศาให้อยู่ตรงข้ามกับพวกมันทั้งสามตัว แล้วใช้ค้อนศึกในมือฟาดลงบนพื้นอย่างแรง
"ครืน!"
คลื่นกระแทกรูปพัดกวาดกระจายไปทั่วบริเวณกองไฟทันที
มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงสองตัวกับมนุษย์หมูป่าชาแมนอีกหนึ่งตัว ติดสถานะมึนงงไปในทันที
ส่วนไรอันก็เล็งไปที่กลางกระหม่อมของมนุษย์หมูป่าชาแมน แล้วเงื้อค้อนศึกในมือขึ้นสูงอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ดาบรูปจันทร์เสี้ยวสีเงินสามเล่มก็พุ่งเข้าใส่มนุษย์หมูป่าชาแมน ซึ่งก็คือเวทดาบจันทร์เสี้ยววงแหวนที่สามฉบับเสริมพลังของเบนิสเตอร์นั่นเอง
"เปรี้ยง!"
ทักษะทลายเกราะถูกเถาวัลย์หนามสามเส้นที่ผุดขึ้นมาปกป้องร่างของเป้าหมายสกัดกั้นเอาไว้ แต่เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีจากค้อนศึกระดับมหากาพย์อย่างผู้โต้กลับ เถาวัลย์พวกนั้นก็ถึงกับปริแตกเป็นเสี่ยงๆ
นั่นก็หมายความว่า เวทป้องกันตัวอย่างเกราะหนามของมนุษย์หมูป่าชาแมน ถูกการโจมตีของไรอันทำลายลงอย่างราบคาบ!
"ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!"
ดังนั้น ดาบรูปจันทร์เสี้ยวสีเงินจึงฟันฉับๆ เข้าใส่ร่างของมนุษย์หมูป่าชาแมนที่ไร้ทางสู้ประหนึ่งถูกฟันด้วยดาบยาวสีเงิน
ในพริบตาเดียว มันก็ฉีกกระชากชุดคลุมขาดวิ่น และฝากบาดแผลลึกถึงกระดูกไว้บนร่างของอีกฝ่าย
เมื่อเห็นเช่นนั้น ไรอันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วง้างผู้โต้กลับในมือขว้างใส่หัวของมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงที่อยู่ข้างๆ อย่างแรง!
"ค้อนแห่งความโกรธเกรี้ยว!"
บวกกับบัฟเพิ่มความเร็วในการโจมตีอีก 20%
ผู้โต้กลับพุ่งแหวกอากาศราวกับดาวตกสีเงิน ก่อนจะกระแทกเข้าที่หัวของมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงที่เพิ่งจะหลุดจากอาการมึนงงเพราะคลื่นกระแทกดัง "ปัง"
ขมับอีกข้างของมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงบวมเป่งขึ้นมาทันที เนื่องจากทนรับแรงดันมหาศาลจากภายในไม่ไหว จนปริแตกและมีเลือดพุ่งปรี๊ดออกมา!
การระเบิดพลังจากการขยายร่างระดับหนึ่งบวกกับความเร็วในการโจมตีที่เพิ่มขึ้น ผนวกกับพลังทำลายล้างของค้อนศึกระดับมหากาพย์ ส่งผลให้มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงตัวนี้ที่ตั้งตัวไม่ทัน ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ
ในขณะที่ผู้โต้กลับหมุนควง "วูบๆ" กลับมาเข้ามือไรอันด้วยความเร็วสูง ร่างของมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงตัวนี้ก็ล้มตึงกระแทกพื้นดัง "ตึง" สนั่น
แต่ทันใดนั้นเอง!
ม่านตาของไรอันก็หดเกร็งวูบ!
เพราะมนุษย์หมูป่าชาแมนที่อยู่ข้างๆ เขา ซึ่งน่าจะตายไปแล้ว กลับยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
สายตาของไรอันกวาดมองไปที่บาดแผลลึกยาวกว่าครึ่งเมตรทั้งสามรอยบนร่างของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว กลับพบว่ามีเพียงเลือดสีแดงคล้ำไหลซึมออกมาเป็นทางยาวเท่านั้น ไม่ได้มีเลือดสาดกระเซ็นเป็นน้ำตกอย่างที่เขาจินตนาการไว้เลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น บนใบหน้าของมันในตอนนี้ก็ไม่มีร่องรอยของความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาที่ค่อนข้างซีดขาวของมันกำลังจ้องเขม็งไปที่เบนิสเตอร์ที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งเป็นตัวการที่สร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับมัน
นี่มัน...
วินาทีต่อมา!
จู่ๆ มันก็ยกมือขึ้น แล้วกระดูกท่อนสีขาวสามท่อนก็ปรากฏขึ้นหมุนวนรอบตัวมัน ดูจากความยาวแล้ว น่าจะเป็นกระดูกต้นขาของมนุษย์ไม่มีผิด
"นี่มัน!"
ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ ทำเอาสีหน้าของไรอันตึงเครียดขึ้นมาทันที
และเขาก็เริ่มจะเข้าใจแล้วว่า ที่พวกมนุษย์หมูป่าพูดถึงเรื่องความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้ มันหมายความว่ายังไง
หรือว่ากองกำลังระดับสูงของมนุษย์หมูป่าแห่งหุบเขามรณะ จะถูกเนโครแมนเซอร์มาคิเลจับไปดัดแปลงหมดแล้วงั้นเหรอ?
ในเวลาเดียวกัน
ณ ทางเดินฝั่งตะวันตกของหุบเขามรณะ
"(ภาษาดรอว์) ท่านนายพล ทำไมต้องเก็บเจ้าสามคนนี้ไว้ด้วยล่ะขอรับ?" ดรอว์ชายที่กำลังหิ้วร่างของคริสที่ถูกมัดด้วยใยแมงมุมสีขาวจนเหมือนบ๊ะจ่างถามขึ้น
และดรอว์ชายอีกสองคนที่อยู่ข้างหลังเขา ก็กำลังหิ้วร่างของฟาเบียนกับแกรนท์ที่ถูกมัดด้วยใยแมงมุมเหมือนกันอยู่
"(ภาษาดรอว์) ถ้าเป็นไมด์เฟลเยอร์ล่ะก็ มันก็ต้องมีพวกสมองปีศาจอยู่ด้วยสิ ถ้าไม่เอาสมองของพวกมนุษย์นี่ไปล่อ จะให้ใช้สมองของเจ้าแทนหรือไง?"
ต่างจากพวกดุรการ์ที่ยังคงใช้ภาษาคนแคระอยู่ พวกดรอว์เลิกใช้ภาษาของเอลฟ์บนผิวดินมานานแล้ว แต่หันมาใช้ภาษาดรอว์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่าพันธุ์แทน
เหตุผลประการแรกคือ ถึงแม้ว่าดรอว์กับเอลฟ์บนผิวดินจะมีต้นกำเนิดเดียวกัน แต่การแยกตัวออกจากกันของพวกเขานั้นเกิดขึ้นก่อนที่ดุรการ์จะแยกตัวออกจากคนแคระเสียอีก
เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของเทพเจ้า เทพีโรลธ์ เทพเจ้าแห่งแมงมุมที่พวกดรอว์ส่วนใหญ่นับถือ มีความบาดหมางอย่างรุนแรงกับคอเรลลอน เทพเจ้าสูงสุดของเหล่าเอลฟ์ ซึ่งทั้งคู่เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน
ดังนั้น พวกเขาจึงไม่มีทางใช้ภาษาเอลฟ์ต่อไปอย่างแน่นอน
"(ภาษาดรอว์) เข้าใจแล้วขอรับ ท่านนายพล"
"อืม เจ้าคนทรยศเมเรดิธ น่าจะซ่อนตัวอยู่ข้างในนั้นแหละ"
ปาร์ตี้ดรอว์ชั้นยอดที่นำโดยเวโรนิก้าจากเมืองเบลรันดานในอันเดอร์ดาค ได้รับภารกิจสำคัญในการตามล่าสังหารเมเรดิธ ผู้ทรยศต่อตระกูล
อันที่จริง ทั้งเวโรนิก้าและเมเรดิธต่างก็เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของตระกูลบรีแกนด้วยกันทั้งคู่
แต่นางคาดไม่ถึงเลยว่า เมเรดิธที่มีศักยภาพยอดเยี่ยมขนาดนั้น จะกล้าทรยศต่อเทพีโรลธ์ และแอบไปเข้าร่วมเป็นผู้ร่ายรำดาบของเทพีไอลีสตราย
นี่มันเป็นความอัปยศของตระกูลบรีแกนอันยิ่งใหญ่ชัดๆ
และปาร์ตี้นี้ก็สะกดรอยตามมาจากอันเดอร์ดาค จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็พบว่าเป้าหมายหายตัวไปแถวๆ รังมนุษย์หมูป่าในหุบเขามรณะ
และในฐานะนักเวทย์ซึ่งหาได้ยากในหมู่ดรอว์ เวโรนิก้าก็รู้สึกมาตลอดว่ารังมนุษย์หมูป่าตรงหน้านี้มันมีอะไรแปลกๆ และหลังจากเฝ้าสังเกตการณ์อยู่พักหนึ่ง นางก็พบข้อพิรุธเข้าจริงๆ
และตอนนี้ทุกอย่างก็ชัดเจนแล้ว
ที่นี่มีรังของพวกไมด์เฟลเยอร์ซ่อนอยู่นี่เอง
"ท่านนายพล ท่านเมเรดิธ... ไม่สิ... เจ้าคนทรยศนั่น จะร่วมมือกับพวกไมด์เฟลเยอร์หรือเปล่าขอรับ?"
"เป็นไปไม่ได้หรอก เมเรดิธไม่มีทางเลือกที่จะร่วมมือกับพวกไมด์เฟลเยอร์เด็ดขาด"
"ท่านนายพล ทำไมพวกเราถึงต้องเปลี่ยนเส้นทางด้วยล่ะขอรับ?"
ปาร์ตี้ดรอว์กำลังเคลื่อนตัวออกจากทางเดินอย่างรวดเร็ว ดรอว์ชายถามด้วยความไม่เข้าใจ
"ลูกสมุนโครงกระดูกของเนโครแมนเซอร์มีเยอะมาก แถมยังประสาทสัมผัสไวสุดๆ การที่พวกเราจะผ่านไปโดยไม่ให้พวกมันรู้ตัวแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย"
"เพราะงั้น เราต้องทิ้งทางเดินฝั่งตะวันตก แล้วไปทางตะวันออกแทน!"
หลังจากรู้ว่ามีเนโครแมนเซอร์อยู่จากปากของตัวจำแลง เวโรนิก้าก็ตัดสินใจเช่นนี้ทันที
เพียงแต่ว่า...
หากเดินลึกเข้าไปตามทางเดินที่พวกดรอว์เพิ่งจะเดินจากมา ก็จะพบว่ามีกลุ่มมนุษย์กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ซึ่งก็คือกลุ่มของพันเอกเทสซ่าและหัวหน้าอัศวินเวสตันนั่นเอง
แต่ตอนนี้ จากแปดคนก็เหลือแค่หกคนแล้ว
และหากมองเลยกลุ่มของเวสตันลึกเข้าไปอีกหลายร้อยเมตร ก็จะเห็นโถงถ้ำใต้ดินอันกว้างขวางตั้งอยู่ที่ปลายทางเดินที่ทั้งแคบและมืดมิด
รอบๆ โถงถ้ำเต็มไปด้วยโครงกระดูกและซอมบี้หลากหลายชนิด ซ้ำยังเห็นพวกผีดิบเดินป้วนเปี้ยนอยู่ด้วย
ณ ใจกลางโถงถ้ำใต้ดิน
นักเวทย์ในชุดคลุมสีดำใบหน้าซีดเผือดคนหนึ่ง กำลังถือมีดผ่าตัดง่วนอยู่กับการชำแหละศพมนุษย์ผู้ชาย ขณะที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีหญิงสาวพราวเสน่ห์ในชุดคลุมสีแดงกำลังยืนดูอยู่อย่างสนใจ
"มาคิเล การทดลองคืบหน้าไปถึงไหนแล้วล่ะ?" น้ำเสียงหวานหยดย้อยแฝงความดึงดูดดังขึ้น
"ลิลิธ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเลยล่ะ"
"วางใจเถอะ ข้าเตรียมการเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว แถมยังได้รับการสนับสนุนจากท่านเมนทัลอย่างเต็มที่ด้วย ข้าประสบความสำเร็จในการทดลองกับพวกนักผจญภัยเผ่ามนุษย์ คนแคระ และฮาล์ฟเอลฟ์ที่จับมาได้ตั้งนานแล้วล่ะ"
"แล้วเมื่อไม่นานมานี้ ข้าก็ทดลองกับพวกมนุษย์หมูป่าสำเร็จแล้วด้วย"
"พวกมนุษย์หมูป่าที่ร่างกายแข็งแรงเป็นพิเศษบางส่วน ก็สามารถผ่านช่วงการเปลี่ยนแปลงนี้ไปได้แล้ว"
ณ ทางเดินฝั่งตะวันออกของหุบเขามรณะ
"ฟุ่บ!"
ทันใดนั้น
ลำแสงสีเขียวเกลียวสว่านก็พุ่งวาบจากปลายนิ้วของมนุษย์หมูป่าชาแมน เข้าใส่ตัวไรอันในชั่วพริบตา
กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงโชยออกมาจากแสงสีเขียวนั้น และต่อให้มีเวทเกราะเหมันต์คุ้มครองอยู่ ก็ไม่อาจจะต้านทานความเสียหายนี้ได้ทั้งหมด
และไรอันก็รู้สึกได้ในทันทีว่า เรี่ยวแรงของเขากำลังหดหายไปจากร่างกาย
ชัดเจนเลยว่า ลำแสงสีเขียวนี่มีผลทำให้สภาพร่างกายอ่อนแอลง
"ท่านไรอัน ระวังนะคะ!"
ไอวี่ร้องเตือนเสียงหลง พร้อมกับรีบร่ายเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์วงแหวนที่หนึ่งอย่างเวทฟื้นฟูออกมาทันที
"ฟื้นฟูธรรมชาติ!"
พายุหมุนใบไม้สีเขียวพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของไรอันไว้ทันที แต่ใบไม้สีเขียวอ่อนโปร่งแสงจำนวนมหาศาล ก็ยังไม่สามารถขจัดแสงสีเขียวเข้มนั้นออกไปได้หมด
"แย่แล้ว มันคือคำสาป ข้ายังใช้เวทล้างคำสาปไม่เป็นด้วยสิ"
"เวทขจัด!"
จังหวะนั้นเอง เสาแสงสีเหลืองดินก็ปรากฏขึ้นบนร่างของไรอัน
ชั่วพริบตาเดียว ไรอันก็สัมผัสได้ว่ากลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงนั้นมลายหายไปจนหมดสิ้น และอาการอ่อนแรงก็ดีขึ้นทันตาเห็น
คนที่ลงมือก็คือเอลิสนั่นเอง
ในฐานะนักบวชระดับสอง เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์สองบทแรกที่นางใช้ได้ก็คือเวทขจัดและเกราะศิลาคุ้มครอง
และนั่นก็ทำให้นางตกอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่าอึดอัดใจมาพักใหญ่ นั่นก็คือ นางใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของสายซัพพอร์ตอย่างวจนะรักษาไม่ได้นั่นเอง
แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ล่ะก็
เอลิสกับดรูอิดสาวไอวี่ ถือว่าเป็นการผสมผสานสายซัพพอร์ตที่ลงตัวสุดๆ ไปเลย
คนหนึ่งเน้นรักษาเพื่อควบคุมสถานการณ์
ส่วนอีกคนเน้นลบล้างสถานะผิดปกติเพื่อการรักษา
"โพละ!"
และเมื่อพลังงานด้านลบถูกขจัดออกไป ไรอันก็ฉวยโอกาสใช้ค้อนทุบหัวของมนุษย์หมูป่าชาแมนจนเละเทะไปในพริบตา!
"ฟู่~ ฟู่~"
ถึงแม้ว่ากลิ่นที่สูดเข้าไปจะปะปนไปด้วยคาวเลือดและกลิ่นตัวเหม็นๆ ไปบ้าง แต่ไรอันก็ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้ ไรอันกำลังมองดูไอคอนที่เพิ่งจะโผล่ขึ้นมาใหม่ในช่องเก็บของสิบหกช่องของเขา
มันแทบจะเหมือนกับไอคอนของมนุษย์หมูป่าชาแมนที่เขาเพิ่งหลอมรวมไปก่อนหน้านี้ถึงเก้าส่วน แต่ใบหน้าที่ดูซีดเซียวจนเกินไปบนไอคอน กลับให้ความรู้สึกขัดหูขัดตา ราวกับเป็นสิ่งที่ก้ำกึ่งระหว่างคนเป็นกับคนตาย
เมื่อไรอันเพ่งความสนใจไปที่ไอคอนใหม่นั้น
"สายเลือดซากศพมนุษย์หมูป่าชาแมน" — ตัวอักษรตัวโตก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
(จบตอน)