เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 166 ปาร์ตี้ดรอว์

บทที่ 166 ปาร์ตี้ดรอว์

บทที่ 166 ปาร์ตี้ดรอว์


บทที่ 166 ปาร์ตี้ดรอว์

ในขณะเดียวกัน ที่หน้าถ้ำอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายไมล์

นักเวทย์โอดู กำลังพาปาร์ตี้ของคริสทั้งห้าคน รีบรุดเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว

"เร็วเข้า!"

เนื่องจากตอนที่เข้ามา เขาบังเอิญเห็นฝูงกริฟฟอนบนท้องฟ้าพอดี น้ำเสียงของนักเวทย์โอดูจึงฟังสั่นรัวและเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด

"เดี๋ยวก่อน เหมือนจะได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ นะ" ฟาเบียนหยุดเดินกะทันหัน แล้วพูดขึ้น

ตอนนี้พวกเขาเดินเข้ามาถึงบริเวณทางเดินที่มีผนังหินสูงชันขนาบทั้งสองข้าง แม้ทางเดินจะไม่ได้แคบมากนัก แต่ปัญหาคือ บนผนังหินทั้งสองข้างที่มีความสูงประมาณสองถึงสามเมตรนั้น ดูเหมือนจะมีชะง่อนผายื่นออกมาด้วย

ซึ่งนั่นหมายความว่า มันเป็นจุดซุ่มโจมตีที่เหมาะเจาะมาก

แน่นอนว่า ไม่ใช่พวกเขาหรอกที่จะไปซุ่มโจมตีคนอื่น แต่เป็นคนอื่นต่างหากที่จะซุ่มโจมตีพวกเขาจากชะง่อนผาทั้งสองข้างนั้น

คริสและแกรนท์สบตากัน ด้วยความที่ร่วมทีมกันมานาน ทั้งสามคนแค่ส่งสายตาก็รู้ใจกันแล้วว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

ทั้งคู่พยักหน้าให้กันเบาๆ ก่อนจะกระชับอาวุธในมือแน่นขึ้น

"โอ้? รู้ตัวแล้วงั้นรึ?"

"ช่างเถอะ เข้ามาถึงตรงนี้แล้วก็คงไม่เป็นไรหรอก"

จังหวะนั้นเอง นักเวทย์โอดูก็ค่อยๆ หันกลับมา มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับพูดขึ้น

"ท่านโอดู ท่านพูดว่าอะไรนะ?" ฮาล์ฟลิงวิลเบอร์ที่เดินรั้งท้ายสุดของขบวน ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายไม่ถนัดนัก จึงถามขึ้น

วินาทีต่อมา!

ยังไม่ทันที่นักเวทย์โอดูจะตอบคำถาม ปาร์ตี้ทั้งห้าคนก็ต้องรีบตั้งท่าป้องกันด้วยความตื่นตระหนก

เมื่อบนชะง่อนผาทั้งสองข้าง ปรากฏร่างของมนุษย์หมูป่าที่ถือธนูและลูกธนูเจ็ดแปดตัวเดินออกมา แถมด้านหลังของพวกมัน ยังมีร่างที่ใหญ่โตกว่าของมนุษย์หมูป่านักรบอีกหลายตนยืนอยู่ด้วย

"พวกมันคือมนุษย์หมูป่านักล่า!"

"บัดซบ! พวกเราถูกล้อมซะแล้ว! นีแก..."

ตอนนี้ ต่อให้เป็นคนที่ความรู้สึกช้าอย่างคนแคระบร็อคโตก็ยังรู้ตัวแล้วว่า นักเวทย์โอดูที่พวกเขาฝากความหวังเอาไว้ กลับมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับพวกมนุษย์หมูป่า

แต่ทำไมนักเวทย์ที่เป็นมนุษย์ถึงได้ทำเรื่องพรรค์นี้กันล่ะ?

คำถามนี้ไม่ใช่แค่บร็อคโตคนเดียวที่คิดไม่ตก สมาชิกอีกสี่คนในปาร์ตี้ก็คิดไม่ตกเช่นกัน

"ยอมจำนนซะดีๆ!"

"วางอาวุธลง แล้วพวกแกจะรอดตาย"

"ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวโดนยิงพรุนเป็นรังผึ้ง จะหาว่าไม่เตือนนะ" นักเวทย์โอดูหัวเราะอย่างได้ใจ

แต่ทันใดนั้นเอง!

จู่ๆ ก็มีลูกธนูพุ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ เข้าใส่พวกมันอย่างต่อเนื่อง

พวกมนุษย์หมูป่าที่อยู่บนชะง่อนผาทั้งสองข้างต่างร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและล้มลงไปกองกับพื้น ต่อให้เป็นพวกมนุษย์หมูป่านักรบที่หนังเหนียวทนทาน ก็ไม่มีข้อยกเว้น ถูกยิงเข้าที่เบ้าตาหรือลำคอซึ่งเป็นจุดอ่อน จนตายคาที่ทุกตัว

เพิ่งจะพูดไปหยกๆ ว่าจะยิงให้พรุนเป็นรังผึ้ง สุดท้ายกลับเป็นพวกมนุษย์หมูป่าเองที่โดนยิงพรุนเป็นรังผึ้งซะงั้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของนักเวทย์โอดูแข็งค้างไปทันที เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล จึงรีบหันหลังเตรียมจะวิ่งหนี

"ฉึก!"

"อ๊าก!"

ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งทะลุขาซ้ายของเขา ทำเอาเขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

แต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือ เลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลของเขา ไม่ใช่เลือดสีแดงสด แต่กลับเป็นของเหลวเรืองแสงสีฟ้า

หลังจากที่พวกมนุษย์หมูป่าล้มลงไปทีละตัว บนชะง่อนผาทั้งสองข้างก็ปรากฏร่างสูงโปร่งที่ถือธนูอยู่ในมือหลายคน

"พวกเอลฟ์!"

"เยี่ยมไปเลย! พวกเรามีคนช่วยแล้ว!" ฮาล์ฟลิงวิลเบอร์ร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจสุดขีด

"ฉึก!"

จู่ๆ ก็มีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งลงมาจากด้านบน!

แล้วเสียบทะลุขมับของวิลเบอร์ไปอย่างแรง

แรงกระแทกอันมหาศาล ทำให้ร่างของเขาล้มพับไปทับคนแคระบร็อคโตที่ยืนอยู่ข้างๆ

บร็อคโตถูกเลือดสาดกระเซ็นเต็มหน้า พอเขาปาดเลือดออกจากตา ก็พบว่าในอ้อมแขนของเขามีศพที่กำลังชักกระตุกเพิ่มมาซะแล้ว

พระเจ้าช่วย!

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์การต่อสู้ที่พลิกผันไปมาแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นคริส, ฟาเบียน หรือแม้แต่คนที่มีความเยือกเย็นเป็นเลิศอย่างแกรนท์ ตอนนี้ต่างก็หนังตากระตุกยิกๆ เหงื่อแตกพลั่ก กระชับอาวุธในมือแน่นขึ้นอีก

ทั้งสามคนยืนหันหลังชนกัน ตั้งท่าป้องกันอย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า

จังหวะนั้นเอง ชายรูปร่างสูงผอม ถือคันธนูยาวสลักลวดลายงดงาม สวมชุดเกราะประณีต ก็เดินออกมาจากมุมมืด

เขายิงลูกธนูอีกดอกพุ่งเข้าใส่ต้นขาอีกข้างของนักเวทย์โอดูที่ยังดีอยู่อย่างแม่นยำ พร้อมกับพูดด้วยภาษากลางว่า "ข้าเกลียดที่สุดเลย เวลาโดนเข้าใจผิดว่าเป็นพวกเอลฟ์"

คล้ายกับเป็นการอธิบายเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงลงมือสังหารฮาล์ฟลิง

และเมื่อเขากล่าวจบ

นัยน์ตาที่เบิกโพลงของทั้งสามคนก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ชายรูปร่างสูงโปร่งที่อยู่ตรงหน้านี้ นอกจากจะมีหูแหลมเหมือนพวกเอลฟ์แล้ว ผิวสีเทาเข้มกับผมสีเงินของเขา ก็บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาเป็นคนละเผ่าพันธุ์กัน

"ดรอว์นี่นา!"

คนแคระบร็อคโตอุทานออกมา

"ฉึก!"

ลำแสงสีเทาหม่นสว่างวาบขึ้น แล้วพุ่งทะลุปากของคนแคระบร็อคโตไปอย่างรวดเร็ว!

บร็อคโตตายคาที่!

ช่องว่างของความแข็งแกร่งที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว ทำให้พวกของคริสทั้งสามคนตระหนักได้ว่า หากพวกเขาขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว จุดจบของพวกเขาก็คงไม่ต่างอะไรกับศพของคนแคระบร็อคโตที่นอนอยู่บนพื้นแน่ๆ

แต่ยังไงซะ

อย่างน้อยตอนนี้อีกฝ่ายก็ไม่ได้รีบร้อนจะฆ่าพวกเขาทันที บางที สถานการณ์อาจจะยังมีทางพลิกผันได้

"แล้วก็เกลียดพวกเตี้ยๆ ด้วย" ชายเผ่าดรอว์พูดพลางเก็บธนูและลูกธนูลงไป

จากนั้น เขาก็หันหลังกลับไปโค้งคำนับเล็กน้อย

ท่ามกลางสายตาเบิกโพลงของพวกคริสทั้งสามคน ร่างอรชรสูงโปร่งร่างหนึ่งก็เดินก้าวออกมา

นางสวมชุดคลุมนักเวทย์อันวิจิตรตระการตาที่ทอด้วยด้ายเงินสลับทอง บริเวณหน้าอกมีลวดลายแมงมุมสีดำขนาดใหญ่ ชุดคลุมของนางผ่าข้างสูง ทุกย่างก้าวที่เดินจึงเผยให้เห็นเรียวขายาวเรียบเนียน

ผู้หญิงตรงหน้านี้คือดรอว์หญิงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ไม่รู้ว่านางเป็นนักเวทย์ หรือเป็นนักบวชหญิงที่มีสถานะสูงส่งกว่ากันแน่

"ท่านเวโรนิก้า ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องเลยขอรับ ภายในรังของพวกมนุษย์หมูป่ามีปัญหาจริงๆ ด้วย ไอ้หมอนี่มันคือตัวจำแลง"

ดรอว์ชายเตะนักเวทย์โอดูที่กำลังร้องโอดโอยครวญครางไปทีหนึ่ง พร้อมกับรายงานให้ดรอว์หญิงผู้นี้ฟัง

เวโรนิก้าปรายตามองพวกคริสทั้งสามคนแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะหันไปจ้องมองตัวจำแลงด้วยดวงตาที่เปล่งประกายสีแดงจางๆ "บอกมาสิ ตัวจำแลง เจ้านายของแกคือใคร?"

"แล้วแกเคยเห็นดรอว์หญิงที่ชื่อเมเรดิธบ้างไหม?"

สายตาของพวกคริสทั้งสามคน ก็มองตามคำถามของนางไปที่นักเวทย์โอดูด้วยเช่นกัน

แล้วพวกเขาก็เห็นว่าร่างกายของอีกฝ่ายกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง จากรูปลักษณ์ของนักเวทย์เฒ่า ค่อยๆ กลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดผิวสีฟ้า ภาพที่เห็นทำเอาทั้งสามคนถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน!

ในขณะเดียวกัน

กลุ่มของเทสซ่าและเวสตันทั้งแปดคน ก็เดินทางมาถึงปากถ้ำแห่งหนึ่งตรงทางเดินหลักฝั่งตะวันตกแล้ว

"นายท่าน พวกเราตรวจสอบดูแล้ว พบว่าถ้าเข้าทางนี้ การคุ้มกันของพวกมนุษย์หมูป่าจะหละหลวมกว่าทางอื่นขอรับ"

"อืม งั้นก็เข้าไปทางนี้แหละ!"

ไม่นานนัก ร่างอันปราดเปรียวทีละร่างก็ทยอยมุดเข้าไปในถ้ำ

สิบนาทีต่อมา

หลังจากที่จัดการพวกยามมนุษย์หมูป่าที่เดินลาดตระเวนเป็นคู่ไปได้สองกลุ่มแล้ว ข้างหน้าก็ปรากฏกลุ่มลาดตระเวนของพวกมนุษย์หมูป่าห้าตัวโผล่มา ทำให้ปาร์ตี้ต้องหยุดชะงักลงทันที

เวสตันหรี่ตาลง มองดูพวกลาดตระเวนทั้งห้าที่มีมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงเป็นผู้นำ ก่อนจะหันไปพูดกับลูกน้องที่อยู่ข้างๆ ว่า "เอซร่า ตรงนี้คงต้องพึ่งเจ้าให้ไปล่อพวกมนุษย์หมูป่าพวกนั้นออกไปแล้วล่ะ มีม้วนคัมภีร์เวทล่องหนอยู่ใช่ไหม?"

มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงตัวสูงเกินสองเมตรที่เป็นหัวหน้านั้น ต่อให้เป็นพวกเขาเอง ก็ยากที่จะสังหารมันได้ในพริบตา หากปล่อยให้มันส่งเสียงร้องก่อนตาย พวกเขาอาจจะถูกพวกมนุษย์หมูป่าแห่กันมาล้อมกรอบเอาได้

และการตัดสินใจของเวสตันนั้นช่างเด็ดขาด หรือจะพูดให้ถูกก็คือ... เลือดเย็นสิ้นดี

นั่นก็คือการให้ลูกน้องของตัวเองไปเป็นเหยื่อล่อ

จริงอยู่ที่เขาแจกม้วนคัมภีร์เวทล่องหนให้ทุกคนแล้ว แต่เวลาที่ต้องหนีการไล่ล่าของฝูงมนุษย์หมูป่าหัวซุกหัวซุนในถ้ำที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้ จะมีโอกาสได้หยิบออกมาใช้ทันหรือเปล่า นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

และถึงแม้จะใช้ได้สำเร็จ แต่จะสามารถรอดพ้นจากจมูกอันไวเป็นเลิศของพวกมนุษย์หมูป่าไปได้ไหม นั่นก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งเช่นกัน

"ขอรับ! หัวหน้า!"

บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาต่างก็เป็นอัศวินประจำตระกูลของมาร์ควิสกาเร็ธ ชะตากรรมของตัวเอง ครอบครัว และเกียรติยศ ล้วนผูกติดอยู่กับตระกูลของมาร์ควิสอย่างแยกไม่ออก อัศวินหนุ่มผู้นี้ แม้ว่าในแววตาจะมีความหวาดกลัวแฝงอยู่บ้าง แต่สุดท้ายมันก็แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอย่างรวดเร็ว

"อืม! ไปเถอะ"

"ขอรับ!"

อัศวินหนุ่มหยิบหน้าไม้ที่แขวนอยู่ข้างเอวออกมา แล้วรีบวิ่งไปที่ทางแยก ก่อนจะยกหน้าไม้ขึ้นเล็งและยิงไปที่กลุ่มลาดตระเวนมนุษย์หมูป่าที่อยู่ไม่ไกลทันที

"ฉึก!"

"บัดซบ! มีมนุษย์บุกรุก!" ทันทีที่กระชากลูกดอกหน้าไม้ที่ปักไหล่อยู่ออก มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงก็คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว แล้วพาลูกน้องพุ่งทะยานตามไปทันที

ส่วนอัศวินหนุ่มก็รีบวิ่งหนีไปตามทางเดินอีกฝั่งของทางแยกอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นว่ากลุ่มลาดตระเวนของมนุษย์หมูป่าถูกล่อออกไปแล้ว เวสตันก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขาโบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนรีบเร่งฝีเท้าผ่านไปทันที

แต่ยังไม่ทันจะผ่านไปได้ครึ่งนาที เสียงการปะทะกันของอาวุธโลหะอย่างดุเดือดก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง ทำให้เทสซ่ามีสีหน้าเวทนา นางพูดขึ้นว่า "ท่านเวสตัน คนของท่าน..."

"การเสียสละบางอย่าง ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกนะ"

สิ้นเสียงของเวสตัน

เสียงการต่อสู้ดิ้นรนที่ดังมาจากไม่ไกลนัก ก็เงียบลงอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงฮึดฮัดอย่างได้ใจของพวกมนุษย์หมูป่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เทสซ่าส่ายหัวเบาๆ แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก

อีกด้านหนึ่ง

กลุ่มของไรอันก็เดินทางมาถึงด้านขวาของภูเขาแล้วเช่นกัน

หลังจากที่ค่อยๆ ลัดเลาะผ่านป่าหนามอันรกทึบมาได้ ไม่นานนัก ภูเขาลูกย่อมๆ ที่ยังมีเถาวัลย์หนามปกคลุมอยู่แต่ความหนาแน่นลดลงมาก ก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของทุกคน

ทว่าในเวลานี้ ตรงบริเวณที่ไม่ไกลนักทางด้านขวา มีปาร์ตี้นักผจญภัยกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังปรึกษาหารือวางแผนการต่อสู้กันอยู่

เมื่ออีกฝ่ายเห็นการมาเยือนของกลุ่มไรอัน ก็แสดงอาการประหลาดใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อพวกเขาได้พิจารณาดูสมาชิกทั้งห้าคนของกลุ่มไรอันอย่างละเอียดแล้ว ความประหลาดใจบนใบหน้าก็ยิ่งฉายชัดเจนขึ้นไปอีก

ไรอันกวาดสายตามองคนทั้งห้าของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

ไรอันยิ้มและพยักหน้าให้ ส่วนนักรบที่เป็นหัวหน้าปาร์ตี้ของอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบกลับมาทันที ปาร์ตี้สองกลุ่มที่ไม่รู้จักกันเลย เดินสวนทางกันไป

คนที่ถือโล่สองคนนั้น น่าจะเป็นนักรบ คนที่ถือมีดสั้นใส่ชุดเกราะหนังคนเดียวน่าจะเป็นโร้ก ส่วนคนที่ถือธนูอีกสองคน น่าจะเป็นเรนเจอร์ล่ะมั้ง?

ดูจากความเข้มข้นของกลิ่นอายพลัง น่าจะอยู่ประมาณระดับสาม แต่การจัดวางตำแหน่งของปาร์ตี้มันดูแปลกๆ แฮะ... แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความคิดในใจของไรอัน เขาไม่ได้พูดมันออกมาหรอก

เพียงแต่ว่า หลังจากที่พวกของไรอันเดินคล้อยหลังไปได้ระยะหนึ่ง เสียงกระซิบกระซาบของปาร์ตี้นั้นก็ดังไล่หลังมา "ให้ตายสิ! หัวหน้า เห็นนั่นไหม? ดูปาร์ตี้ของพวกเขาสิ มีทั้งดรูอิดแล้วก็นักบวช มีผู้ใช้เวทมนตร์สายรักษาตั้งสองคนเชียวนะ?"

"นั่นสิ แถมยังเป็นสาวสวยๆ ทั้งนั้นเลยด้วย!"

"แล้วคนที่ถือคทาเวทนั่น ก็น่าจะเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ด้วยนะ" อีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้น

"แม่งเอ๊ย พอลองเอามาเปรียบเทียบกับปาร์ตี้ของเราแล้ว มันช่างดูอนาถาซะจริงๆ! อย่าว่าแต่ผู้ใช้เวทมนตร์หรือผู้ใช้เวทมนตร์สายรักษาเลย สาวสวยๆ สักคนก็ไม่มีให้ชื่นใจ" เสียงแรกที่พูดบ่นอุบอิบขึ้นมาอีก

"ปากมากนักนะเอ็ง! เอาล่ะ ไว้กลับไปเมื่อไหร่ เจ้าก็ลาออกจากปาร์ตี้ไปซะ เดี๋ยวข้าจะหาสาวๆ มาแทนเอง" เสียงที่ดูสุขุมนุ่มลึกดังขึ้น

แต่ก็ฟังออกว่า เจ้าของเสียงสุขุมที่เป็นหัวหน้าปาร์ตี้คนนี้ ไม่ได้โกรธเคืองอะไรจริงๆ หรอก

"โธ่! หัวหน้า ข้าก็แค่เสนอแนะเฉยๆ เสนอแนะน่ะ แฮะๆ"

"น่าอิจฉาชะมัดเลยโว้ย!"

เสียงพูดคุยของอีกฝ่าย ไม่ได้เบาจนถึงขนาดที่คนอื่นจะไม่ได้ยิน และเมื่อได้ยินบทสนทนานั้น เอลิสกับไอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคัก

ส่วนมุมปากของไลซ่าก็แอบกระตุกยิ้มขึ้นมาเหมือนกัน

หลายนาทีต่อมา

กลุ่มของไรอันก็เดินลัดเลาะเข้าไปตามทางเดินที่ทั้งมืดสลัวและคดเคี้ยวอย่างเงียบเชียบ

ด้วยความช่วยเหลือจากรองเท้าเหาะเหิน ไลซ่าสามารถล่อลวงนักรบมนุษย์หมูป่าที่อยู่ตามลำพังออกไปได้ถึงสองตัวอย่างราบรื่น

ไม่ใช่ว่าไม่สามารถลงมือสังหารได้ในพริบตาหรอกนะ แต่ถ้าลงมือฆ่า กลิ่นคาวเลือดของพวกมัน จะต้องดึงดูดพวกมนุษย์หมูป่าตัวอื่นๆ ที่มีจมูกไวให้แห่กันมาอย่างรวดเร็วแน่นอน

ดังนั้น ยิ่งลงมือช้าเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้พวกมนุษย์หมูป่ารู้ตัวช้าลงเท่านั้น

ซึ่งนั่นย่อมเป็นผลดีต่อการทำภารกิจในขั้นต่อไปด้วย

จู่ๆ ร่างอรชรของไลซ่าก็พุ่งตัวกลับมาจากทางด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

นอกจากจะไม่มีเสียงฝีเท้าแล้ว ร่างที่ดูราวกับกลุ่มเงาสีเทานั้น ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บริเวณที่มืดสลัว ก็กลมกลืนหายไปกับความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย ราวกับหยดน้ำที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมหาสมุทร

"มีพวกมนุษย์หมูป่าเดินมาทางนี้ห้าตัว หลบไม่พ้นแน่!"

"ตัวหัวหน้าน่าจะเป็นมนุษย์หมูป่านักรบ" ไลซ่าขมวดคิ้วเรียวสวย พร้อมกับรายงานอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากเพิ่งจะเข้ามาในรังได้ไม่นาน ระยะทางจากจุดที่พวกเขาซุ่มซ่อนตัวอยู่ ไปจนถึงจุดที่คาดว่าจะเกิดการปะทะกันนั้น ยังห่างอยู่อีกตั้งหลายร้อยเมตร

"จะใช้ม้วนคัมภีร์เวทล่องหนแบบกลุ่มเลยไหม?" เอลิสอดถามไม่ได้

ในปาร์ตี้นี้ ถึงแม้ว่าเบนิสเตอร์จะเชี่ยวชาญเวทมนตร์มากมาย แต่เขาก็ยังใช้เวทล่องหนแบบกลุ่มซึ่งเป็นเวทวงแหวนที่สี่ไม่ได้ และม้วนคัมภีร์ม้วนนี้ก็เป็นเงินของเอลิสที่ซื้อมาด้วย

"นี่กะจะเก็บไว้ใช้ตอนหลังน่ะ อีกอย่าง ใช้ตรงนี้ผลลัพธ์อาจจะออกมาไม่ดีเท่าไหร่" เบนิสเตอร์ส่ายหน้า

การล่องหน ไม่ได้แปลว่าจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหรอกนะ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกมนุษย์หมูป่าที่มีประสาทรับกลิ่นอันยอดเยี่ยม หากเข้าไปใกล้เกินไป ก็ต้องถูกจับได้อยู่ดี

"งั้นเดี๋ยวข้าไปล่อพวกมันออกไปเองก็แล้วกัน" เบนิสเตอร์อาสา

สถานการณ์ตรงหน้านี้เป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว ในฐานะผู้ที่มีระดับอาชีพสูงที่สุดในปาร์ตี้ แถมยังเชี่ยวชาญเวทมนตร์อีกหลากหลายแขนง การล่อพวกมันออกไปจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับเขา

และต่อให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในทางเดินที่คับแคบแบบนี้ เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถเอาตัวรอดออกมาได้

ถึงแม้ว่าวิธีนี้อาจจะทำให้พวกมนุษย์หมูป่ารู้ตัว แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีวิธีไหนที่ดีกว่านี้อีกแล้วล่ะ

"ไม่ต้องหรอก ให้ข้าจัดการเองดีกว่า" ไรอันยิ้มบางๆ แล้วโบกมือปฏิเสธ

เขาหลับตานึกถึงใบหน้าของมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงที่เขาเคยฆ่าไปก่อนหน้านี้ เพียงอึดใจ ร่างกายของเขาก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงรูปร่างสูงใหญ่เกินสองเมตร สวมใส่ชุดเซ็ตผู้กล้า ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน

นอกจากไอวี่ที่เคยเห็นท่านี้ของไรอันมาแล้วจะดูมีสติที่สุด

อีกสามคนที่เหลือ โดยเฉพาะเอลิสและไลซ่า ต่างก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ทำหน้าเอ๋อเหรอราวกับคนสติหลุดไปแล้ว

"นี่เจ้า... ไรอัน นี่เจ้า..." ไลซ่าที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้ ร้องอุทานด้วยความตกตะลึง

ในพริบตานั้น นางก็เข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่า ทำไมก่อนหน้านี้ไรอันกับไอวี่ถึงสามารถแทรกซึมเข้าไปในเมืองดาร์คฟอร์จได้อย่างราบรื่นขนาดนั้น

"นี่คือคาถาแปลงโฉมวงแหวนที่หนึ่งฉบับปรับปรุงน่ะ" มนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงนามว่า ไรอัน ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"ท่านไรอัน แล้วชุดเซ็ตผู้กล้าที่ท่านสวมอยู่ล่ะ ไม่เป็นไรแน่เหรอ?"

"ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีปัญหา"

"พวกเจ้ารอดูสัญญาณมือจากข้าก็แล้วกันนะ"

พูดจบ ไรอันก็ก้าวเท้ายาวๆ เดินตรงเข้าไปหาพวกมนุษย์หมูป่ากลุ่มนั้นทันที

"ใครน่ะ!"

"เดี๋ยวก่อน นั่นมันท่านคาลุคนี่นา!"

พอพวกยามมนุษย์หมูป่าลาดตระเวนกลุ่มนี้เห็นมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงที่ไรอันแปลงร่างมา พวกมันก็รีบทำความเคารพทันที

บางที ในสายตาของมนุษย์ พวกมนุษย์หมูป่าพวกนี้ก็คงจะหน้าตาเหมือนๆ กันไปหมด จะมีที่ต่างกันก็แค่ส่วนสูงกับความล่ำบึ้กก็เท่านั้น

แต่ในความเป็นจริง ในสายตาของพวกมนุษย์หมูป่าด้วยกันเอง ความแตกต่างเหล่านั้นมันชัดเจนมาก

หัวหน้ากลุ่มยามลาดตระเวนจำมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูงที่ไรอันแปลงร่างมาได้ทันที และทั้งสองฝ่ายก็เริ่มพูดคุยกัน "ท่านไม่ได้..."

"เพิ่งกลับมาน่ะ"

"ชุดเกราะของท่านนี่มันช่างอลังการจริงๆ"

"โชคดีน่ะสิ ขากลับบังเอิญไปเจอปาร์ตี้นักผจญภัยมนุษย์เข้า ก็เลยจัดการพวกมันซะ นี่เป็นอุปกรณ์ของหัวหน้าพวกมันน่ะ หมอนั่นเป็นพวกลูกครึ่งออร์ค"

"จริงสิ ท่านคาลุค ท่านกลับมาได้ถูกเวลาพอดีเลย อีกไม่นาน ท่านก็น่าจะได้รับพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมแล้วล่ะ"

"หืม?" ไรอันพยายามใช้คำพูดให้น้อยและกระชับที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับผิด

"ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว มีนายท่านหลายคนเลยนะที่ได้รับพลังที่แข็งแกร่งขึ้น"

"พลังที่แข็งแกร่งขึ้นงั้นรึ?"

"ใช่แล้ว ไม่กลัวดาบแทง ไม่กลัวค้อนทุบ ร้ายกาจสุดๆ ไปเลย"

พวกมนุษย์หมูป่าไม่มีภาษาเฉพาะของตัวเอง ส่วนใหญ่จะใช้ภาษากลางแบบง่ายๆ หรือก็คือคำศัพท์ภาษากลางที่เข้าใจง่ายๆ นั่นเอง

เวลาจะอธิบายเรื่องซับซ้อนอะไรสักอย่าง ก็มักจะพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่

"อ้อ จริงสิ พวกเจ้าลองไปดูทางนั้นหน่อยสิ เมื่อกี้ข้าเห็นปาร์ตี้นักผจญภัยมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ด้อมๆ มองๆ อยู่แถวปากถ้ำแน่ะ"

ไรอันแกล้งพูดลอยๆ

"ได้เลยขอรับ ท่านคาลุค ไอ้นักผจญภัยมนุษย์พวกนี้ รนหาที่ตายแท้ๆ"

พอเห็นพวกมนุษย์หมูป่ากลุ่มนั้นวิ่งไปอีกทางหนึ่งแล้ว ไรอันก็หันมาโบกมือให้คนที่อยู่ข้างหลัง

ไม่นานนัก เบนิสเตอร์ก็พาหญิงสาวทั้งสามคนเดินเข้ามาหา

"ไรอัน เวทมนตร์บทนี้ของเจ้านี่มันช่างสะดวกสบายจริงๆ" ไลซ่าพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาตาร้อน

เบนิสเตอร์มองดูไรอันอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยปากชมว่า "คนที่สามารถปรับปรุงคาถาแปลงโฉมได้ จะต้องเป็นมหาจอมเวทย์ระดับตำนานที่ยอดเยี่ยมมากๆ แน่ๆ"

"ขอบคุณครับ ข้าก็แค่โชคดีบังเอิญได้มาน่ะ"

"อ้อ จริงสิ เมื่อกี้พวกท่านได้ยินไหม ที่พวกมนุษย์หมูป่าบอกว่าได้รับพลังอะไรนั่นน่ะ?"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 166 ปาร์ตี้ดรอว์

คัดลอกลิงก์แล้ว