- หน้าแรก
- สกิลข้า ได้มาจากมอนสเตอร์
- บทที่ 164 ต่างคนต่างมีแผนการในใจ
บทที่ 164 ต่างคนต่างมีแผนการในใจ
บทที่ 164 ต่างคนต่างมีแผนการในใจ
บทที่ 164 ต่างคนต่างมีแผนการในใจ
"หา? ระดับเหล็กดำขั้นสองงั้นรึ?"
"ใช่เจ้าค่ะ ท่านไรอัน ระดับเหล็กดำขั้นสองจะได้รับสิทธิพิเศษจากสมาคมมากขึ้น อย่างเช่น หากเทียบกับนักผจญภัยระดับเหล็กดำขั้นหนึ่ง การซื้อเสบียงหรือซื้ออุปกรณ์เวทมนตร์รวมถึงโพชั่น จะได้รับส่วนลดเพิ่มจาก 5% เป็น 7% เจ้าค่ะ"
"นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมช่องทางการประมูลของสมาคม ก็จะลดลงจากเดิม 5% เหลือ 4.8% ด้วยเจ้าค่ะ"
ฟังคำแนะนำของเลียจบ ไรอันก็พยักหน้ารับ
แม้ว่าอัตราส่วนลดจะไม่ได้สูงมากนัก แต่มันก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย และสำหรับภารกิจต่อสู้ระดับเหล็กดำสองครั้งนั้น ตอนนี้ก็มีโอกาสอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
ก่อนหน้านี้สมาคมได้ออกภารกิจต่อสู้เกี่ยวกับพวกมนุษย์หมูป่าในหุบเขามรณะมาไม่น้อย แถมยังปรับเพิ่มค่าตอบแทนภารกิจติดต่อกันถึงสองครั้งอีกด้วย
ดังนั้น ไรอันจึงถามขึ้นทันที "จริงสิ ตอนนี้สมาคมยังมีภารกิจอะไรเกี่ยวกับหุบเขามรณะเหลืออยู่บ้าง"
"เอ่อ... หุบเขามรณะหรือเจ้าคะ? ท่านไรอัน ท่านถามช้าไปหน่อย ภารกิจแบบจำกัดกลุ่มรับส่วนใหญ่ถูกปาร์ตี้นักผจญภัยกลุ่มอื่นรับไปหมดแล้วเจ้าค่ะ" เลียมีสีหน้ารู้สึกผิด
"ตอนนี้ที่เหลืออยู่ ก็มีแค่ภารกิจแบบไม่จำกัดกลุ่มรับแล้วล่ะเจ้าค่ะ"
ภารกิจแบบจำกัดกลุ่มรับ หมายถึงภารกิจที่หากมีปาร์ตี้นักผจญภัยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งรับไปแล้ว ปาร์ตี้นักผจญภัยหรือนักผจญภัยคนอื่นจะไม่สามารถรับภารกิจนั้นได้อีก
ส่วนภารกิจแบบไม่จำกัดกลุ่มรับ ก็คือภารกิจที่ปาร์ตี้หรือนักผจญภัยหลายกลุ่มสามารถรับพร้อมกันได้ อย่างเช่นพวกภารกิจรวบรวมวัตถุดิบก็ถือเป็นภารกิจประเภทนี้ รวมถึงภารกิจขนาดใหญ่บางภารกิจด้วยเช่นกัน
"ไม่เป็นไร ลองเล่าภารกิจแบบไม่จำกัดกลุ่มรับมาสิ" เดิมทีมันก็เป็นแค่เรื่องผลพลอยได้อยู่แล้ว ไรอันย่อมไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้
"อืม เริ่มจากรหัสภารกิจ D-3934 จากเมืองดอร์นนะเจ้าคะ..." ไม่นานนัก เลียก็เริ่มอธิบายอย่างคล่องแคล่ว
ไม่กี่นาทีต่อมา ไรอันก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ภารกิจที่เหลืออยู่ของหุบเขามรณะคร่าวๆ แล้ว:
【รหัสภารกิจ】: D-3934 จากเมืองดอร์น 【ประเภท】: กวาดล้าง 【ค่าตอบแทน】: 1 เหรียญทอง / ตัว 【รายละเอียดภารกิจ】: ช่วงนี้พวกมนุษย์หมูป่าในหุบเขามรณะได้บุกโจมตีหมู่บ้านมนุษย์ในละแวกใกล้เคียงหลายครั้ง อาณาจักรโซลาดินต้องการเอาเลือดล้างเลือด ตาต่อตาฟันต่อฟัน ขอให้สังหารมนุษย์หมูป่านักรบให้ได้มากที่สุด
【หลักฐานยืนยัน】: ต้องส่งมอบค้อนศึกของมนุษย์หมูป่านักรบ, ซากศพของมนุษย์หมูป่านักรบ หรือสิ่งของอื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้
【ระยะเวลาจำกัด】: ภายในเดือนนี้
ถ้าไรอันจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเขาสังหารมนุษย์หมูป่านักรบ ค่าตอบแทนที่ได้คือ 70 เหรียญเงิน เห็นได้ชัดว่าราคา 1 เหรียญทองนี้เป็นราคาที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว
จุดประสงค์ของสมาคม ย่อมหนีไม่พ้นการดึงดูดปาร์ตี้นักผจญภัยให้มากวาดล้างพวกมนุษย์หมูป่ามากขึ้นนั่นเอง
ทว่า สำหรับนักผจญภัยที่อยู่บนชั้นสอง พวกมนุษย์หมูป่านักรบที่มีระดับความท้าทายระดับสองนั้น เป็นเพียงภารกิจระดับต่ำสุดเท่านั้น
แม้ว่ารางวัลจะถูกปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังเรียกไม่ได้ว่าดึงดูดใจเลยสักนิด
สิ่งที่ดึงดูดใจพวกเขา ย่อมต้องเป็นพวกมนุษย์หมูป่าที่มีระดับความท้าทายสูงกว่านี้ อย่างเช่นภารกิจนี้:
【รหัสภารกิจ】: D-3938 จากเมืองดอร์น 【ประเภท】: กวาดล้าง 【ค่าตอบแทน】: 20 เหรียญทอง / ตัว 【รายละเอียดภารกิจ】: ช่วงนี้พวกมนุษย์หมูป่าในหุบเขามรณะได้จัดตั้งหน่วยทะลวงฟันบุกโจมตีหมู่บ้านมนุษย์ในละแวกใกล้เคียงหลายครั้ง ขอให้สังหารหัวหน้าหน่วยทะลวงฟันอย่างมนุษย์หมูป่าจีโอแมนเซอร์ให้ได้มากที่สุด
【หลักฐานยืนยัน】: ต้องส่งมอบไม้เท้าทำนายของมนุษย์หมูป่าจีโอแมนเซอร์, ซากศพของมนุษย์หมูป่าจีโอแมนเซอร์ หรือสิ่งของอื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้
【ระยะเวลาจำกัด】: ภายในเดือนนี้
รางวัลของภารกิจนี้เห็นได้ชัดว่าสูงกว่ามาก
ในทำนองเดียวกัน ภารกิจแบบไม่จำกัดกลุ่มรับอีกห้าภารกิจที่เหลือ ก็มีทั้งการสังหารมนุษย์หมูป่านักรบชั้นสูง, มนุษย์หมูป่าชาแมน และอื่นๆ
เนื่องจากภารกิจแบบไม่จำกัดกลุ่มรับไม่มีบทลงโทษในกรณีที่ทำภารกิจไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงไม่มีการจำกัดจำนวนการรับภารกิจด้วย
และแน่นอนว่าไรอันเหมาเรียบรับทั้งเจ็ดภารกิจเลย
แม้ว่ารางวัลจากการฆ่ามนุษย์หมูป่านักรบจะได้เพียงแค่ 1 เหรียญทอง แต่ยุงตัวเล็กแค่ไหนมันก็คือเนื้อแหละนะ
"จริงสิ ท่านไรอัน ท่านเวสตันคนนั้นยังทิ้งคำขอแบบเจาะจงไว้ให้ท่านด้วยนะเจ้าคะ ค่าตอบแทนคือสอง... สองพันห้าร้อยเหรียญทองเจ้าค่ะ"
แม้ตอนที่ลงทะเบียนจะช็อกไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ตอนที่พูดถึงตัวเลขนี้ เลียก็ยังอดเดาะลิ้นด้วยความทึ่งไม่ได้ นางกะพริบตากลมโตจ้องมองไรอัน
ราวกับอยากจะมองให้ออกว่า ไรอันที่เพิ่งจะเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับเหล็กดำมาได้ไม่นานคนนี้ ไปเอาความสามารถที่ไหนไปทำภารกิจที่มีค่าตอบแทนสูงลิบลิ่วขนาดนี้ได้?
ต้องรู้ไว้ว่า ต่อให้เป็นปาร์ตี้นักผจญภัยระดับทองแดง ภารกิจหนึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ค่าตอบแทนแค่ร้อยสองร้อยเหรียญทองเท่านั้นแหละ
ส่วนปาร์ตี้นักผจญภัยระดับเหล็กดำทั่วไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึง วนเวียนอยู่กับเงินรางวัลแค่ไม่กี่เหรียญทองจนถึงหลักสิบเหรียญทองเป็นส่วนใหญ่
ภารกิจที่มีค่าตอบแทนสูงถึงสองพันห้าร้อยเหรียญทองแบบนี้ ต้องยอมรับเลยว่า นี่คือจำนวนเงินที่สูงที่สุดเท่าที่เลียเคยเห็นมาตั้งแต่ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนชั้นสองของสมาคมเมืองมิลเลอร์เลยทีเดียว
"ขอบใจที่เตือนนะ งั้นช่วยกดรับภารกิจนั้นให้ข้าด้วยเลยก็แล้วกัน" ไรอันยิ้มรับ
"ได้เลยเจ้าค่ะ ท่านไรอัน"
จังหวะนั้น พนักงานต้อนรับหญิงที่นำเกราะอกของไรอันไปที่ห้องอุปกรณ์ก็เดินกลับมา และกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับเลีย
เลียพยักหน้ารับเบาๆ แล้วรีบหันมาพูดกับไรอัน "ท่านไรอัน อักขระภายในเกราะอกของท่านได้รับความเสียหาย ทางเราต้องใช้เวลาซ่อมแซมอย่างเร็วที่สุดก็เจ็ดวัน ท่านสะดวกไหมเจ้าคะ?"
"นานเกินไป ไม่มีวิธีอื่นที่เร็วกว่านี้แล้วเหรอ?" สำหรับเวลาซ่อมแซมที่นานขนาดนี้ ไรอันย่อมไม่พอใจ
"มีก็มีอยู่หรอกเจ้าค่ะ หากใช้ค่ายกลเวทเคลื่อนย้ายขนาดเล็กส่งตรงไปที่เมืองดอร์น แล้วติดต่อให้ปรมาจารย์ช่างตีเกราะเป็นคนซ่อมแซม น่าจะซ่อมเสร็จได้ภายในพรุ่งนี้เช้าเจ้าค่ะ"
"เพียงแต่ว่าเรื่องเงิน..."
"ตกลง" ยังไม่ทันที่เลียจะพูดจบ ไรอันก็โบกมือตัดบททันที
เพิ่งจะได้เงินมาตั้ง 1,200 เหรียญทอง นานๆ ทีจะได้ทำตัวเป็นเศรษฐีกระเป๋าหนักกับเขาสักครั้ง
ไม่กี่นาทีต่อมา
"ทั้งหมดเท่าไหร่?"
"ท่านไรอัน ชุดเกราะไหล่ผู้กล้า 50 เหรียญทอง บวกแต้มสะสม 8 แต้ม, ปลอกแขนผู้กล้า 40 เหรียญทอง บวกแต้มสะสม 6 แต้ม, ม้วนคัมภีร์เวทประตูมิติคือ... รวมทั้งหมดเป็น 782 เหรียญทอง กับอีก 62 แต้มสะสมเจ้าค่ะ"
เลียแจกแจงราคาสินค้าแต่ละรายการอย่างคล่องแคล่ว
ในที่สุด เมื่อคำนวณราคาสุทธิออกมา มันก็ทำเอาไรอันถึงกับลอบถอนหายใจ
ถ้าเขาไม่ได้ขายดาบสองเล่มนั้นไปล่ะก็ เขาคงไม่มีปัญญาจ่ายเงินก้อนนี้อย่างแน่นอน
ไรอันยื่นถุงสีดำที่บรรจุเงินสองร้อยเหรียญทองส่งให้ พร้อมกับวางบัตรผลึกเวทมูลค่าหนึ่งพันเหรียญทองลงบนเคาน์เตอร์
การพกเหรียญทองจำนวนมากติดตัว สำหรับไรอันที่ไม่มีผู้ติดตามคอยรับใช้แล้ว มันช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย ดังนั้นจึงเลือกใช้เงินก้อนนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
ในขณะเดียวกัน
ที่โรงเตี๊ยมโอ๊ค
ภายในห้องสวีทที่หรูหราที่สุด
"เวสตัน เจ้าซื้อดาบยาวคู่นี้มา คงไม่ได้มีจุดประสงค์แค่เอามาใช้เองเฉยๆ หรอกใช่ไหม?" นักบวชโอลิสเตอร์มองดูเวสตันที่กำลังเช็ดทำความสะอาดผู้แทงทะลวงเงินแท้อยู่ ก่อนจะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถามขึ้น
"โดนเจ้ามองออกซะแล้วรึ?"
สำหรับการที่โอลิสเตอร์มองเรื่องนี้ออก เวสตันไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด เขากลับยิ้มและยอมรับออกมาอย่างตรงไปตรงมา
โอลิสเตอร์ทำงานรับใช้มาร์ควิสกาเร็ธเหมือนกับเขา และได้กลายมาเป็นนักบวชประจำตระกูลของท่านมาร์ควิสมาหลายปีแล้ว
เนื่องจากเส้นทางความก้าวหน้าในอนาคตของทั้งสองคนไม่ได้ขัดผลประโยชน์กันแต่อย่างใด ซ้ำในบางเรื่องยังส่งเสริมซึ่งกันและกันได้อีกต่างหาก ดังนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจึงถือว่าค่อนข้างดีมาโดยตลอด
นอกจากนี้ ยังมีอีกจุดหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นก็คือโอลิสเตอร์ไม่ใช่นักบวชธรรมดาทั่วไป แต่เป็นผู้มีอาชีพสายพิเศษระดับห้า—นักบวชแห่งเงา
นักบวชแห่งเงาไม่ได้มุ่งแสวงหาความมืดมิด แต่เป็นการรักษาสมดุลระหว่างแสงสว่างและความมืด มีเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์อย่างเนตรแห่งเงาที่คล้ายคลึงกับวิสัยทัศน์ความมืด เป็นต้น
ความสามารถในการต้านทานพลังจิตของเขาก็เหนือกว่านักบวชทั่วไปมาก และเหนือกว่าสายอาชีพอื่นๆ อย่างเทียบไม่ติด นี่คือเหตุผลว่าทำไมท่านมาร์ควิสถึงส่งเขามาทำภารกิจร่วมด้วย
เพราะแต่ไหนแต่ไรมา อีกฝ่ายก็คือกำลังหลักของทีมในการรับมือกับพวกสมองปีศาจอยู่แล้ว
แน่นอนว่า หากต้องเผชิญหน้ากับสมองปีศาจที่มีระดับความท้าทายสูงๆ อันตรายที่โอลิสเตอร์จะต้องเผชิญก็มีไม่น้อยเช่นกัน
และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมหลังจากที่เวสตันเห็นหมวกกันเวทย์แล้ว เขาถึงเป็นฝ่ายเข้าหาและขอความร่วมมือจากไรอัน
"มันก็จริงที่ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเอามาใช้เองทั้งหมดหรอก"
"วันนี้เจ้าสังเกตเห็นท่าทางอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างของนักผจญภัยหญิงสองคนที่อยู่ข้างๆ ไรอันคนนั้นไหมล่ะ"
"ข้ามั่นใจอยู่เจ็ดแปดส่วนเลยล่ะ ว่าอีกฝ่ายน่าจะได้ของสำคัญบางอย่างจากเจ้าของเดิมของดาบเล่มนี้มาแน่ๆ"
"เจ้าของเดิมของดาบเล่มนี้ เคยประมูลรองเท้าเหาะเหินไป ตอนนั้นข้าลองสืบดูคร่าวๆ แล้ว ดูเหมือนว่าหมอนั่นจะเดินทางไปที่อันเดอร์ดาคเพื่อขโมยสมบัติบางอย่าง"
"ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่จากดาบสองเล่มนี้ ทางฝั่งซอร์ดโคสต์จะต้องมีนักผจญภัยหลายคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้เป็นอย่างดีแน่ๆ ลองสืบดูสักหน่อย ก็คงเดาเป้าหมายที่เป็นไปได้ของอีกฝ่ายได้ไม่ยากหรอก"
"สมบัติงั้นรึ?"
"อืม ถ้าอีกฝ่ายทำสำเร็จ ตอนนี้สมบัตินั่นก็น่าจะตกไปอยู่ในมือของไรอันแล้วล่ะ เจ้าเห็นรอยแผลบนเกราะอกของไรอันไหม ทั้งสองฝ่ายน่าจะเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดเลยทีเดียว"
"เจ้าคิดจะลงมือกับไรอันคนนั้นงั้นรึ?" โอลิสเตอร์นึกอะไรขึ้นมาได้ทันที เขาขมวดคิ้วถาม
"ไม่ๆ ข้าจะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน!" เวสตันรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน แล้วพูดต่อ "ภารกิจหลักในตอนนี้คือการนำลูกแก้วเวทมนตร์มรกตกลับมาให้ได้ นี่คือเรื่องสำคัญอันดับแรก"
"เรื่องสืบหาสมบัติ เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง"
"ถึงตอนนั้น ถ้าสืบจนรู้ความจริงแล้วล่ะก็ บางทีท่านมาร์ควิสอาจจะสนใจก็ได้"
พูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าอันหล่อเหลาของเวสตันก็ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างผู้มีชัยขึ้นมา
"อืม ทุกอย่างต้องถือเอาการนำลูกแก้วเวทมนตร์มรกตกลับมาให้ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด"
นักบวชแห่งเงาโอลิสเตอร์พยักหน้ารับ แล้วไม่พูดอะไรอีก
ทว่า ในฐานะนักบวชแห่งเงา เขามีสัมผัสที่ค่อนข้างเฉียบแหลมในด้านพลังจิต
เขามักจะรู้สึกอยู่เสมอว่า ชายหนุ่มที่ชื่อไรอันคนนั้นไม่ธรรมดาเอาเสียเลย และน่าจะเป็นตัวอันตรายที่รับมือได้ยากด้วย
หากมีเหตุให้ต้องบาดหมางกับอีกฝ่ายในระหว่างทำภารกิจ เขาจะต้องพูดจาหว่านล้อมให้เลิกคิดเรื่องนั้นอย่างแน่นอน
แต่ถ้าเป็นหลังจากที่ภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้วล่ะก็...
เขาก็ขี้เกียจจะเข้าไปยุ่งวุ่นวายเรื่องของคนอื่นแล้วเหมือนกัน
"จริงสิ กริฟฟอนที่พันเอกเทสซ่าติดต่อไป เดินทางมาถึงหรือยัง?"
"ใกล้จะถึงแล้วล่ะ"
"งั้นก็ดีเลย พวกเราต้องล่วงหน้าไปที่หุบเขามรณะก่อนสักก้าวหนึ่ง เพื่อตามหาร่องรอยของเนโครแมนเซอร์มาคิเลให้เจอ"
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ภายในบ้านพักสองชั้นหลังหนึ่งในเมืองมิลเลอร์
กลุ่มของไรอันทั้งห้าคนเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากสมาคมนักผจญภัย
จังหวะนั้น จู่ๆ ไลซ่าก็เดินเข้ามาในห้องของเอลิส
"เอลิส จะรีบนอนไปไหนเนี่ย เมื่อตอนกลางวันไรอันได้รับบาดเจ็บมาไม่เบาเลยนะ เจ้าไม่ไปตรวจดูอาการที่ห้องเขาหน่อยเหรอ?"
ไลซ่าจับมือเล็กๆ สีขาวผ่องของเอลิสไว้เบาๆ แล้วกะพริบตาปิ๊งๆ ถาม
"เอ๊ะ? ตอนนี้เลยเหรอ?"
เอลิสชำเลืองมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับนอกหน้าต่าง บางทีเวลานี้อาจจะยังไม่ถึงเวลานอนก็จริง แต่มันก็ดึกแล้วเหมือนกัน
แล้วการที่ผู้หญิงจะบุกไปหาผู้ชายถึงห้องในเวลาแบบนี้ นางไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต
ถึงแม้นางจะรู้สึกดีกับไรอันมากแค่ไหน แต่เรื่องน่าอายแบบนี้ จะให้นางหน้าด้านทำลงไปได้ยังไงกัน
แค่จินตนาการถึงเหตุการณ์บางอย่างที่อาจจะเกิดขึ้น ใบหน้าขาวผ่องของเอลิสก็แดงแปร๊ดขึ้นมาทันที
"คิดอะไรอยู่เนี่ย?"
"ไรอันได้รับบาดเจ็บมาใช่ไหมล่ะ?"
"เขาเป็นเพื่อนร่วมทีมของเจ้าใช่ไหม แล้วเป็นกำลังหลักในการต่อสู้สำหรับการเดินทางไปหุบเขามรณะในครั้งนี้ด้วยหรือเปล่าล่ะ?"
"ในฐานะที่เจ้าเป็นนักบวชของปาร์ตี้ การไปตรวจดูสภาพร่างกายให้เขา มันไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำหรอกเหรอ?"
แม้ว่าทุกคำพูดของไลซ่าจะมีเหตุผล แต่เอลิสก็ไม่ใช่เด็กอมมือ นางจึงยังคงส่ายหน้าด้วยใบหน้าแดงก่ำ
"เรื่องนี้... เอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่านะ"
"พรุ่งนี้อะไรล่ะ พรุ่งนี้พวกเราก็ต้องออกเดินทางแล้วนะ!"
"จริงสิ เอลิส ขืนเจ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ รู้หรือเปล่าว่าวันนี้ไอวี่ยังจงใจถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับไรอันเลยนะ..." ไลซ่ากระซิบที่ข้างหูเอลิส
บางทีคำพูดทิ้งท้ายของไลซ่า คงเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ลาหลังหัก
ไม่กี่นาทีต่อมา
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
เสียงเคาะประตูห้องของไรอันดังขึ้นเบาๆ
"เอลิสงั้นรึ?"
ด้วยสกิลมอนสเตอร์อย่างหูทิพย์และจมูกไว ต่อให้ไม่ต้องเปิดประตู แค่ไรอันตั้งสมาธิสัมผัสเพียงเล็กน้อย เขาก็รับรู้ได้ถึงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนที่อยู่หน้าประตู รวมถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของส้มโอได้ทันที
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนที่อยู่หน้าประตูก็คือเอลิสอย่างแน่นอน
"อืม... ท่านไรอัน ข้าอยากจะช่วยตรวจดูบาดแผลที่ตัวท่านสักหน่อยน่ะ" เสียงที่ดังพอๆ กับเสียงยุงบินดังแว่วมาจากนอกประตู
แม้ว่าไรอันจะเกิดมาสองชาติแล้วยังไม่เคยมีความรักเลยสักครั้ง แต่ถึงจะไม่เคยกินเนื้อหมู ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นหมูวิ่งสักหน่อย
ในเมื่อมีหญิงสาวแสนสวยที่คอยเป็นห่วงเป็นใยมายืนอยู่หน้าประตูห้องในเวลาแบบนี้ เขายังจะมีเหตุผลอะไรไปปฏิเสธไม่ให้หล่อนเข้ามาอีกล่ะ
ไรอันเปิดประตูรับทันที แล้วเชิญให้เอลิสที่มีใบหน้าแดงก่ำและเอาแต่ก้มหน้างุดๆ เดินเข้ามาในห้อง
ทว่าหลังจากนั้น เขากลับเผยธาตุแท้ของผู้ชายทื่อๆ ออกมา "คุณหนูเอลิส ข้าไม่เป็นไรแล้ว! ดึกป่านนี้แล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ"
คำพูดนั้นทำเอาหญิงสาวผู้ขี้อายเงยหน้าขึ้นมาทันที นางกะพริบตากลมโต จ้องมองไรอันอย่างอึ้งๆ
แต่ท่าทางแบบนี้ของเอลิส กลับทำให้ไรอันคิดไปเองว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อที่เขาพูด
ดังนั้น เขาจึงถอดเสื้อท่อนบนออกทันที เผยให้เห็นร่างกายกำยำล่ำสันที่ได้รับการเสริมพลังจากสกิลมอนสเตอร์อย่างหนังหนาและพละกำลังมหาศาล
เรือนร่างกำยำท่อนบนที่เปลือยเปล่า แผ่กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีออกมาอย่างเข้มข้น แล้วแบบนี้เอลิสจะไปต้านทานไหวได้ยังไง นอกจากหัวใจจะเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งแล้ว ใบหูของนางก็ยังแดงเถือกด้วยความเขินอายอีกด้วย
"เอ่อ... คือ... ท่านไรอัน ถ้างั้นท่านก็พักผ่อนให้สบายนะ"
เอลิสรู้สึกว่าถ้านางยังไม่รีบออกไปจากที่นี่ล่ะก็ ร่างกายของนางคงต้องทรุดฮวบลงไปกองกับอกของไรอันแน่ๆ นางจึงรีบพูดละล่ำละลัก ก่อนจะหันหลังวิ่งตึกตักออกไปอย่างรวดเร็ว
ไรอันสวมเสื้อกลับเข้าไปด้วยความรู้สึกงุนงงนิดๆ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่าดูเหมือนเหตุการณ์เมื่อครู่นี้มันชักจะแปลกๆ ทะแม่งๆ ชอบกล
ส่วนไลซ่าที่อยู่ห้องข้างๆ ก็กำลังเอาหูแนบกำแพงฟังอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ
พอแอบฟังมาถึงตรงนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวอย่างระอาใจกับความไม่เอาไหนของทั้งคู่
"ช่างเป็นคู่ที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลยจริงๆ!"
"ถ้าข้าเป็นไรอันนะ ป่านนี้พุ่งเข้าไปจูบตั้งนานแล้ว"
"แต่ถ้าข้าเป็นเอลิส ข้าจะต้องแกล้งทำเป็นสะดุดล้มลงไปซบอกไรอันแน่ๆ"
"เจ้าบื้อสองคนเอ๊ย"
"เอลิส ข้าคงช่วยเจ้าได้แค่นี้แหละนะ หลังจากนี้ ถ้าไอวี่เกิด... ข้าก็คงช่วยใครไม่ได้แล้วล่ะ" ไลซ่าหยิบรองเท้าเหาะเหินที่ไอวี่ยกให้ขึ้นมาดู พลางส่ายหัวแล้วรำพึงออกมา
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
เมื่อแสงแรกแห่งยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนชั้นสองของไรอัน
หลังจากบิดขี้เกียจไปทีหนึ่ง ไรอันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานก็รีบเด้งตัวลุกจากเตียงทันที
แม้ว่าเมื่อวานนี้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายและการต่อสู้ที่ดุเดือดมา แต่พอได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน ร่างกายก็ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้เกือบหมด
ต้องยอมรับเลยว่า เป็นวัยรุ่นนี่มันดีจริงๆ!
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
บนดาดฟ้าของสมาคมนักผจญภัยเมืองมิลเลอร์
พวกของเอลิสและเบนิสเตอร์ทั้งสี่คนมารออยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ไก่โห่
"กริฟฟอนเหรอเนี่ย นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ข้าจะได้ขี่มัน" เอลิสมีสีหน้าเฝ้ารอคอยอย่างตื่นเต้น
"ท่านเบนิสเตอร์ ท่านเป็นคนช่วยติดต่อให้เหรอคะ?"
เบนิสเตอร์ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ
"เป็นพันเอกเทสซ่าต่างหากล่ะที่ช่วยประสานงานให้"
"ท่านเบนิสเตอร์ ถ้าพวกเราขี่กริฟฟอนไป จะใช้เวลาเดินทางนานเท่าไหร่เหรอคะ?"
จังหวะนั้นเอง ยังไม่ทันที่เบนิสเตอร์จะได้ตอบคำถาม ก็มีสัตว์วิเศษหัวเป็นนกอินทรี ลำตัวเป็นสิงโต มีขนนกอินทรีสีน้ำตาลทองปกคลุมไปทั่วทั้งตัวอย่างกริฟฟอนบินตรงมาจากขอบฟ้าหลายตัว
ในขณะเดียวกัน
ห่างออกไปหลายร้อยไมล์ ณ บริเวณชายขอบของหุบเขามรณะ
เมื่อดวงอาทิตย์ยามเช้าทอแสง ควันจางๆ สายสุดท้ายจากกองไฟก็ลอยระเหยหายไป พวกของคริสทั้งหกคนที่นอนห่มผ้าหลับใหลกันอยู่ด้วยท่วงท่าต่างๆ นานา ก็เริ่มเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง
"ท่านโอดู พวกเราต้องไปทางนี้ใช่ไหม?"
"อืม แถบนี้มีถ้ำทั้งหมดยี่สิบหกแห่งที่เชื่อมต่อไปยังทางเดินหลักฝั่งตะวันตกในรังของพวกมนุษย์หมูป่าแห่งหุบเขามรณะ"
"แต่ส่วนใหญ่จะมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา มีแค่ถ้ำมนุษย์หมูป่าที่อยู่ตรงหน้านี้แหละ ถ้าข้าจำไม่ผิดล่ะก็ กองกำลังคุ้มกันของพวกมนุษย์หมูป่าที่นี่จะอ่อนแอที่สุด เหมาะกับให้พวกเจ้าเข้าไปทำภารกิจที่สุดแล้ว"
โอดูชี้ไปที่ปากถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก พร้อมกับพูดขึ้น
"ขอบคุณท่านโอดูมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงทำภารกิจสำเร็จได้ยากแน่ๆ" ฮาล์ฟลิงวิลเบอร์ตาเป็นประกาย รีบกล่าวขอบคุณทันที
เพียงแต่ สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ
ในเวลานี้และวินาทีนี้
ยังมีอีกอย่างน้อยสามแห่งในหุบเขามรณะ ที่เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับพวกเขา
นั่นก็คือ มีปาร์ตี้นักผจญภัยกลุ่มหนึ่งบังเอิญได้พบกับ "ผู้หวังดี" บางคน และกำลังถูกพาตัวมุ่งหน้าไปยังพื้นที่แกนกลางของหุบเขามรณะ
.......
(จบตอน)