เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 คนมีเจตนาแอบแฝงก็คือฉัน

ตอนที่ 13 คนมีเจตนาแอบแฝงก็คือฉัน

ตอนที่ 13 คนมีเจตนาแอบแฝงก็คือฉัน


“เธอถูกนิติเวชใช้มีดตัดลิ้น ถูกตำรวจตัดแขน ถูกผู้พิพากษาขู่ห้ามออกจากอาคารศาล ถูกญาตินักธุรกิจส่งคนมาตีแขนขาจนหัก เดินเหินแทบไม่ได้”

“ถึงฉันจะไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องราว แต่ฉันรู้แล้วว่าศัตรูคือ… ผู้พิพากษา ตำรวจ นิติเวช และญาตินักธุรกิจ”

“เพื่อนร่วมทีมของฉันน่าจะเป็นคนร้าย บางทีฝ่ายของฉันอาจจะเป็นฝ่ายคนร้ายด้วย”

“และสิ่งที่ฉันจะทำก็คือ... ใช้มีดผ่าตัดเปื้อนเลือดของนิติเวชฆ่าสิ่งลี้ลับทั้งหมดที่นี่ ยกเว้นเธอ และญาติคนร้าย”

ในขณะที่จอห์นคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดจนกระจ่าง

ผู้ชมชาวอเมริกันต่างทึ่งในสติปัญญาระดับเทพของจอห์น

ทันใดนั้น เด็กผู้หญิงตรงหน้าพลันมีสีหน้าหวาดผวา ส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง จ้องมองจอห์น “อื้อ อื้อ อื้อ... อื้อ อื้อ อื้อ...”

ราวกับจอห์นพูดอะไรผิดพลาด หรือราวกับเด็กผู้หญิงสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวบางอย่าง

“เป็นอะไรไป”

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงกลัวขนาดนี้ล่ะ”

สิ้นเสียงพูดของเขา ประตูก็ถูกพังเข้ามาอย่างรุนแรง

“ศัตรู ไปตายซะ”

ชายวัยกลางคนค่อนไปทางสูงอายุร่างยักษ์สูงสามเมตรที่มีปากฉีกกว้างพุ่งเข้ามาคว้าตัวจอห์นไว้ ไม่เปิดโอกาสให้จอห์นตอบโต้ บีบคอจอห์นจนแหลกละเอียดในพริบตา

จอห์นสิ้นใจตายคาที่ ณ ตรงนั้น

ผู้ชมชาวอเมริกันต่างตะลึงงันเมื่อเห็นฉากนี้

“กะ... กะ... เกิดอะไรขึ้น”

“คำตอบของจอห์นก็คล้ายๆ กับเจียงเจ๋อไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาถึงตาย”

“จำคำพูดของเจียงเจ๋อก่อนหน้านี้ได้ไหม ‘ถ้าฉันเลือกเข้าร่วมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ฉันคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้’”

“หรือว่า? เมื่อกี้จอห์นตื่นเต้นเกินไปเลยเผลอเข้าร่วมฝ่ายคนร้าย ผู้พิพากษาเลยฆ่าเขา”

“ต้องเป็นแบบนั้นแน่ มิน่าเด็กผู้หญิงถึงได้ตกใจขนาดนั้น พยายามจะให้เขาถอนคำพูดที่เข้าร่วมฝ่ายคนร้าย บ้าเอ๊ย พลาดท่าจนได้”

“...”

[ผู้ถูกเลือกประเทศสหรัฐฯ: จอห์น สมิธ ระยะเวลาที่รอดชีวิต 25 ชั่วโมง ในไม่ช้าสิ่งลี้ลับจะบุกรุกนิวยอร์กเป็นเวลา 48 ชั่วโมง!]

ตอนนี้ทีมผู้เชี่ยวชาญของประเทศสหรัฐฯ ต่างตื่นตระหนกกันถ้วนหน้า

ก่อนหน้านี้ยังคาดการณ์ว่าจอห์นน่าจะรอดชีวิตได้นานที่สุด หรือมีความเป็นไปได้ที่จะผ่านด่าน นึกไม่ถึงว่าจะมาด่วนจากไปอย่างกะทันหันในวันที่สอง

ผู้เชี่ยวชาญร่างท้วมคนหนึ่งสบถด้วยความโกรธเกรี้ยว “บ้าเอ๊ยๆ เขาจะมาตายตอนนี้ไม่ได้นะ”

ผู้เชี่ยวชาญผมขาวอีกคนจ้องมองหน้าจอ ก่อนจะปาถ้วยกาแฟในมือทิ้ง ก่นด่าด้วยความเดือดดาล “ไอ้เวรจอห์น นักสืบท็อปเท็นของอเมริกา ถึงกับใช้อารมณ์ชั่ววูบเข้าร่วมฝ่ายคนร้าย ยายแมรี่ข้างบ้านฉันยังเก่งกว่าเขาอีก”

ผู้เชี่ยวชาญหญิงผิวดำคนที่สามพูดเหยียดหยาม “เทียบคนจรจัดของประเทศจีนไม่ได้ด้วยซ้ำ ตายๆ ไปซะก็ดี”

แม้ปากจะก่นด่า แต่พวกเขาก็ยังคงปฏิบัติงานต่อไป

การตายของจอห์นที่เป็นความหวังสูงสุด สร้างความสะเทือนใจให้กับประเทศอื่นๆ ที่นำโดยสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก

มีเพียงทีมผู้เชี่ยวชาญประเทศจีนเท่านั้นที่เผยสีหน้าสมน้ำหน้าออกมา

“นักสืบท็อปเท็นของอเมริกา เทียบเจียงเจ๋อที่ลาออกจากมัธยมปลายของพวกเราไม่ได้เลย ขายขี้หน้าชะมัด”

“นี่มันเกมเอาชีวิตรอด ไม่ใช่เกมสืบสวนสอบสวน ต่อหน้าความอยู่รอด ศักยภาพที่คนคนหนึ่งจะแสดงออกมาได้นั้นเหนือกว่าจอห์นที่เป็นนักสืบท็อปเท็นเยอะ”

“ทำได้สวย เจียงเจ๋อ”

“ต่อไปเจียงเจ๋อน่าจะเริ่มลงมือแล้วสินะ”

ผู้นำที่นั่งหัวโต๊ะมองดูคอมเมนต์เยาะเย้ยถากถางจากทีมผู้เชี่ยวชาญของตัวเองที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้ในใจจะสะใจแค่ไหน แต่ปากก็ยังพูดว่า “เงียบหน่อย เงียบหน่อย วางตัวให้สมกับเป็นประเทศมหาอำนาจ วางตัวให้สมกับเป็นประเทศมหาอำนาจ”

หลังจากห้องถ่ายทอดสดของประเทศสหรัฐฯ จอดับไป จำนวนผู้ชมทั่วโลกก็ถูกแบ่งไปยังประเทศจีนและประเทศอังกฤษ

เนื่องจากวอลเตอร์แห่งประเทศอังกฤษเอาแต่วิดพื้นอยู่ในห้องถ่ายทอดสด ไม่ค่อยทำอะไร ยอดคนดูเลยค่อนข้างต่ำ

ในขณะนี้ ยอดผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดของเจียงเจ๋อพุ่งสูงถึง 6,200 ล้านคน

พอเห็นเจียงเจ๋อในภาพที่ดูมั่นใจในชัยชนะ คอมเมนต์ก็เริ่มไม่เป็นมิตรขึ้นมาทันที

“จอห์นของพวกเราตายแล้ว เขาก็คงไม่รอดหรอกมั้ง”

“แน่นอน ต่อให้เขารอดวันนี้ไปได้ พรุ่งนี้ก็ไม่รอดหรอก”

“ทำไมฉันรู้สึกคาดหวังให้เขาผ่านด่านได้จังนะ”

“ผ่านด่าน? ไอ้คนขายชาติ เขาอยู่กับโคนันแค่สองคนจะไปฆ่าสิ่งลี้ลับฝ่ายผู้พิพากษาตั้งเยอะแยะได้ยังไง”

“นั่นสิ ทั่วโลกจะตายกันหมดอยู่แล้ว เขาเนี่ยนะจะผ่านด่าน นอกจากเขาจะรู้อนาคตจริงๆ และรับประกันได้ว่าทุกย่างก้าวจะไม่ผิดพลาด แต่มันจะเป็นไปได้เหรอ”

“...”

แน่นอนว่าเจียงเจ๋อมองไม่เห็นคอมเมนต์จากโลกภายนอก

เพื่อรอจนถึงช่วงเช้าตรู่ของวันที่สาม เจียงเจ๋อจงใจเลือกเริ่มลงมือเวลา 23:50 น. ก่อนจะลงมือ เขาปลอบโยนเด็กหญิงให้นิ่งสงบ พาไปนั่งที่โซฟา แล้วกำชับด้วยความเป็นห่วง “อยู่ที่นี่ ห้ามไปไหนเด็ดขาด ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ห้ามออกไป เข้าใจไหม”

แม้จะไม่รู้ว่าเจียงเจ๋อจะทำอะไร แต่เด็กผู้หญิงก็พยักหน้ารับปาก

“โคนัน ไปห้องนิติเวช”

เจียงเจ๋อยกมือ เรียกโคนันให้ออกปฏิบัติการด้วยกัน

ทั้งสองคนถือไฟฉายคนละกระบอก ออกจากประตู ลงกลอนประตูจากด้านนอกอย่างแน่นหนา แล้วเดินไปตามทางเดินมืดมิด

สำนักงานของเขาอยู่ชั้นสอง ตรงหัวมุมทางซ้ายของชั้นสองยังมีตำรวจตาสีแดงยืนอยู่สี่นาย

เมื่อเห็นการมาถึงของเจียงเจ๋อ ตำรวจตาสีแดงทั้งสี่มองหน้ากัน แล้วตัดสินใจออกมาขวาง

เพราะก่อนหน้านี้พวกมันเห็นเด็กผู้หญิงเข้าไปในสำนักงาน ถ้าครั้งนี้ไม่ขวาง ไม่แน่ว่าท่านผู้พิพากษาอาจจะด่าพวกมันได้

ตำรวจตาสีแดงสี่นายเอียงคอ แสงสีแดงในดวงตาจ้องเขม็งไปยังเจียงเจ๋อที่ถือไฟฉาย

แม้จะสู้เจียงเจ๋อไม่ได้ แต่ก็สามารถสืบดูความเคลื่อนไหวของเจียงเจ๋อได้

“ทนายเจียง ดึกดื่นป่านนี้จะไปไหนเหรอครับ”

“ถ้าไม่รังเกียจ ให้พวกเราไปเป็นเพื่อนไหม”

“คนเยอะขึ้นก็มีแรงเยอะขึ้น คุณว่าไหม”

“...”

ได้ยินดังนั้น โคนันมองเจียงเจ๋ออย่างระมัดระวัง เจียงเจ๋อออกคำสั่ง “โคนัน ปิดไฟ”

โคนันได้ยินดังนั้นจึงกดปุ่มปิดไฟทันที เขารู้ว่าเจียงเจ๋อจะลงมือแล้ว แต่ลงมืออย่างไรนั้นยังไม่รู้

ในพื้นที่แคบๆ ตรงหัวมุมแบบนี้ ถ้าต่อสู้กันต้องเกิดเสียงดังจนผู้พิพากษาสังเกตเห็นแน่ๆ

เมื่อแสงไฟดับลง ทันใดนั้น ท่ามกลางความมืด โคนันรู้สึกเพียงแค่วูบวาบตรงหน้า ลมแรงพัดมาวูบหนึ่งจนชายเสื้อสะบัด ราวกับมีอะไรบางอย่างพุ่งออกไป จากนั้นก็ได้ยินเสียงอู้อี้ดิ้นรนที่แผ่วเบามากๆ ดังขึ้นสี่ครั้ง

“อื้อ...”

“...”

เจียงเจ๋อพูดเสียงเบาและเย็นชา “พวกแกอยู่ไม่ถึงวันที่เจ็ดหรอก เพราะจะถูกคนที่มีเจตนาแอบแฝงฆ่าตาย และคนที่มีเจตนาแอบแฝงคนนั้นก็คือฉันไงล่ะ”

เมื่อเสียงเงียบลง โคนันเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ ถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความหวาดผวา “เกิดอะไรขึ้น”

ในจังหวะที่เขาถอยหลัง เหมือนจะชนเข้ากับวัตถุที่เย็นเฉียบ โคนันนึกว่าชนกำแพงเลยไม่ได้สนใจ

ยังไม่ทันที่โคนันจะตอบสนอง ก็ได้ยินเสียงเจียงเจ๋อดังมาจากข้างหน้า “เปิดไฟ”

โคนันรีบเปิดไฟ เห็นเจียงเจ๋อกำลังปัดฝุ่นที่เสื้อ เช็ดปาก ส่วนตำรวจตาสีแดงสี่ตนนั้นหายวับไปแล้ว

ลำแสงไฟฉายส่องไปที่พื้น เห็นเพียงเลือดสีดำนองพื้น แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของร่างตำรวจ

“เจียงเจ๋อ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ”

เจียงเจ๋อคว้ามือโคนันพาเดินข้ามหัวมุม พูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่มีอะไร เดี๋ยวพวกมันก็ฟื้นคืนชีพ มีแค่มีดผ่าตัดเท่านั้นที่ฆ่าพวกมันได้ เราไปห้องนิติเวชกันเถอะ”

แม้โคนันจะไม่เต็มใจที่ถูกปิดบัง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยปลอดภัยก็ดีแล้ว

ตอนที่เขาเดินข้ามกองเลือดสีดำนั่น เขาหันกลับมา แสงไฟในมือสาดไปที่พื้นอีกครั้ง พบเศษผ้าเครื่องแบบสีฟ้าอ่อนไม่กี่ชิ้น ราวกับตำรวจเมื่อครู่ถูกอะไรบางอย่างฉีกกระชากจนแหลกละเอียดในชั่วพริบตา

แข็งแกร่งขึ้นสิบเท่าในความมืด?

ความเร็วและพละกำลังระดับนี้คือการแข็งแกร่งขึ้นสิบเท่าของผู้ถูกเลือกจริงเหรอ?

ต่อให้แข็งแกร่งขึ้นแล้ว แต่อยู่ในขอบเขตที่เข้าใจได้ว่าฉีกคนเป็นสองท่อนได้ในพริบตาเลยหรือ

แล้วร่างกายของพวกตำรวจล่ะ หายไปไหน

โคนันไม่เข้าใจเลย

ในขณะนี้ บนระเบียงชั้นสี่จู่ๆ ก็ปรากฏดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่ง นัยน์ตาคู่นั้นจ้องมองความเคลื่อนไหวของเจียงเจ๋อที่กำลังลงบันได จากนั้นใต้ดวงตาคู่นั้นก็เผยรอยยิ้มอันตรายรูปพระจันทร์เสี้ยว ราวกับเส้นด้ายสีแดงที่โค้งขึ้น 45 องศาทั้งสองข้าง รอยยิ้มที่วาดขึ้นมานั้นชวนให้ใจสั่นสะท้าน

สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เจียงเจ๋อหันขวับกลับไปมองชั้นสี่ ชั้นสี่ว่างเปล่า เขาจึงตัดสินใจเดินลงบันไดต่อ

เวลานี้ผู้ชมทั่วโลกอ้าปากค้างกันถ้วนหน้า

“บ้าไปแล้ว...”

“พระเจ้า...”

“ใคร... ใครก็ได้บอกที... เกิดอะไรขึ้น?”

“ตำรวจ 4 ตนตายแล้ว ถูกฆ่าตายในพริบตาเดียว!”

“เจียงเจ๋อฆ่าเหรอ?”

“แล้วจะเป็นใครได้อีก ในที่เกิดเหตุมีแค่เจียงเจ๋อที่มีพลังต่อสู้ ไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร?”

“บัดซบ จัดการสิ่งลี้ลับสี่ตนในพริบตาเดียว ผู้ถูกเลือกแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?”

“...”

ผู้ชมบางส่วนรับไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ถูกเลือกจากประเทศอื่น

ถ้าผู้ถูกเลือกของทุกประเทศตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน คงไม่ตายเร็วขนาดนั้นหรอก!

ทีมผู้เชี่ยวชาญประเทศจีนจ้องหน้าจอด้วยความนิ่งอึ้ง

ต่อให้เสริมสมรรถภาพร่างกายในความมืดแล้วก็น่าจะยังเห็นศพของสิ่งลี้ลับสิ

นอกเสียจากสิ่งลี้ลับตายแล้วจะกลายเป็นไอสีดำสลายไป แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ บนพื้นก็ไม่ควรเหลือเลือดสีดำไว้

ถ้าอย่างนั้น...

สิ่งลี้ลับหายไปไหน?

ผู้เชี่ยวชาญเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน

....................................................................

จบบทที่ ตอนที่ 13 คนมีเจตนาแอบแฝงก็คือฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว