เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 การแสดงของเจียงเจ๋อ

ตอนที่ 12 การแสดงของเจียงเจ๋อ

ตอนที่ 12 การแสดงของเจียงเจ๋อ


ภายหลังจากความโกลาหลครั้งนี้ผ่านไป ทั้งสนามแข่งขันก็เหลือกันเพียงสามประเทศเท่านั้น

ประเทศจีน ประเทศสหรัฐฯ ประเทศอังกฤษ

เจียงเจ๋อได้รับความช่วยเหลือจากโคนัน จึงกลับมาสงบจิตสงบใจได้อีกครั้ง

จอห์น สมิธ โชคดีเดินสะดุดบันได จึงรอดพ้นวิกฤตและกลับมาสงบใจได้เช่นกัน

วอลเตอร์ ทหารหน่วยรบพิเศษจากอังกฤษขังตัวเองไว้ในสำนักงานทนายความตอนกลางวัน เตรียมตัวปฏิบัติการตอนกลางคืน หลังจากสถานการณ์สงบลง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยมีด ยังดีที่รักษาชีวิตเอาไว้ได้ครึ่งหนึ่ง

สิบชั่วโมงต่อมา ในห้องประชุมทีมผู้เชี่ยวชาญประเทศจีน พวกเขากำลังวิเคราะห์คำพูดของผู้ถูกเลือกที่ตายไปในตอนกลางวัน

ผู้ถูกเลือกเกือบทุกคนมีแรงจูงใจเพียงหนึ่งเดียว ‘ฆ่าคนร้าย พาลูกสาวกลับบ้าน’

ยกเว้นเจียงเจ๋อ เพราะจากปากของเจียงเจ๋อไม่เคยมีคำว่า ‘ลูกสาว’ หลุดรอดออกมาเลย

แต่นี่ก็ไม่เพียงพอที่จะบ่งบอกว่าเจียงเจ๋อไม่มีลูกสาว

จนกระทั่งก่อนจะเข้าสู่ช่วงหกโมงเย็นของวันที่สอง ผู้เชี่ยวชาญก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้

หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญหันไปมองลูกน้อง แล้วก้มมองนาฬิกาข้อมือ ใกล้จะหกโมงแล้ว “บางทีเจียงเจ๋ออาจจะให้คำตอบเราได้”

ทันทีที่ถึงเวลาหกโมงเย็น โคนันก็หยิบน้ำแร่บนโต๊ะที่ใช้เลือดแลกมาเมื่อตอนเที่ยงสาดใส่เจียงเจ๋อเพื่อปลุกให้ตื่น

เจียงเจ๋อลุกขึ้น พอเห็นว่าตัวเองถูกมัดมือและเท้าก็ได้คำตอบทันที

“ตอนที่ฉันสับสนเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

โคนันมองเจียงเจ๋ออย่างหวาดระแวง หลังจากมั่นใจว่าเป็นเจียงเจ๋อตัวจริงจึงเข้าไปคลายเข็มขัดยืดหดให้

“คุณอยากไปฆ่าคนร้ายครับ”

ได้ยินดังนั้น เจียงเจ๋อก็เงยหน้าขึ้นทันควัน สีหน้าฉายแววสงสัย

ไม่ถูกต้อง วันที่สองไม่น่าจะเป็นขั้นตอนของการสังหารคนร้ายสิ

ในชาติก่อน กิจวัตรของวันที่สองควรจะเป็นการล่องลอยไปรอบๆ ศาลเหมือนดวงวิญญาณ เพื่อตามหาเด็กหญิงที่ยังไม่ปรากฏตัว จนถึงหกโมงเย็น ถึงจะกลับมามีสติสัมปชัญญะ

ถ้าตัวเขาคิดจะไปห้องขังเพื่อฆ่าคนร้ายตั้งแต่วันที่สองจริงๆ แสดงว่าลำดับกฎในโลกนี้ถูกเร่งให้เร็วขึ้น

เพราะแรงจูงใจแห่งความโกลาหลที่ทำให้อยากสังหารคนร้ายจะเกิดขึ้นในวันที่หกของชาติที่แล้ว

นอกจากแรงจูงใจที่อยากจะฆ่าคนร้ายในวันที่หก ยังมีเรื่องช่วยลูกสาวอีก

เจียงเจ๋อพูดอย่างเด็ดขาด “ฉันรู้แล้ว วันนี้พวกเราต้องเป็นฝ่ายรุก ไล่ล่าพวกมันเรียงตัวแบบไม่ให้เหลือซาก”

“วันนี้? วันนี้เพิ่งจะวันที่สองเองนะ ยังเหลืออีกตั้งหลายวัน”

“ไม่เป็นไร มันเร็วขึ้นแล้ว” เจียงเจ๋อลุกขึ้น ย้ายมานั่งลงบนเก้าอี้ทนายความ ก่อนจะสั่งการโคนัน “วันนี้เป้าหมายของพวกเราคือปกป้องเด็กผู้หญิง ฆ่านิติเวช ตำรวจ และญาตินักธุรกิจให้หมด”

“แล้วผู้พิพากษาล่ะ” โคนันถามด้วยความสงสัย

“ต่อให้พวกเรารวมหัวกันก็สู้มันไม่ได้หรอก ถึงตอนนั้นจะมีคนจัดการมันเอง”

“ใคร”

“ไม่ใช่นายกับฉัน”

“หรือว่ายังมีสิ่งลี้ลับตัวอื่นอีก” โคนันขมวดคิ้วครุ่นคิด แต่ก็จนปัญญาจะคิดออก ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “ปัง ปัง ปัง!”

ทั้งสองสบตากัน พยักหน้าอย่างรู้ใจ

“เชิญครับ!”

ประตูถูกผลักออก เด็กผู้หญิงผมยาวตาสีดำ สวมชุดกระโปรงสีแดงเดินเข้ามา

เพียงแต่บนใบหน้าของเธอไม่มีปาก มือทั้งสองข้างถูกคนจงใจตัดขาดแล้วพันด้วยผ้าพันแผล แถมยังเดินขากะเผลก

หลังจากนั่งลงตรงเก้าอี้ปรึกษาความ เด็กผู้หญิงก็จ้องเขม็งไปที่เจียงเจ๋อ

เห็นฉากนี้แล้ว ผู้ชมพากันคาดเดาไปต่างๆ นานา

“มือเด็กขาดไปแล้ว พระเจ้า ใครทำเนี่ย”

“จำกันได้ไหม เธอพูดไม่ได้”

“ใช่ ก่อนหน้านี้ญาติคนร้ายบอกว่าเด็กผู้หญิงจะพูดไม่ได้ เพราะถ้าพูดเมื่อไหร่ผู้พิพากษาต้องรู้ตัวแน่”

“ถ้าผู้พิพากษารู้ตัว เจียงเจ๋อกับโคนันก็จะถูกฆ่า”

“แล้วเขาจะหาเบาะแสยังไง”

“...”

ในภาพ

เจียงเจ๋อมองเด็กผู้หญิง กำชับเสียงเข้ม “ไม่ต้องพูด ฟังฉันพูดก็พอ”

เด็กผู้หญิงพยักหน้าเบาๆ

“เธอเป็นพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์”

พอได้ยินคำนี้ ดวงตาสีดำของเด็กผู้หญิงพลันเบิกกว้าง เธอพยักหน้าระรัว

เธอแทบไม่อยากเชื่อว่าเจียงเจ๋อจะพูดความลับออกมาได้ในประโยคเดียว

“เธอเห็นคนร้ายฆ่านักธุรกิจ”

เด็กผู้หญิงพยักหน้า

เจียงเจ๋อถามหยั่งเชิงอีกครั้ง “คนร้ายเป็นคนดี”

เด็กผู้หญิงพยักหน้า

ถ้าพูดได้ เด็กผู้หญิงคงอยากตะโกนดังๆ ว่า [พี่ชาย พี่สุดยอดไปเลย!]

“นักธุรกิจเป็นคนเลว”

เด็กผู้หญิงพยักหน้าหงึกหงักเหมือนไก่จิกข้าวสาร

“ความขัดแย้งระหว่างนักธุรกิจกับคนร้าย เป็นเรื่องที่ตอนนี้ฉันอาจจะยังคาดเดาไม่ถูก”

เด็กผู้หญิงเผยแววตาเทิดทูน ยกแขนทำท่าปรบมือด้วยความตื่นเต้น

“หลังจากคนร้ายฆ่านักธุรกิจก็ไม่ได้ทิ้งหลักฐานไว้ในที่เกิดเหตุ”

เด็กผู้หญิงพยักหน้าอีกครั้ง

“พอคนร้ายไม่ได้ทิ้งหลักฐานไว้ ญาตินักธุรกิจเลยรู้ว่าเป็นฝีมือคนร้าย”

ศีรษะของเด็กผู้หญิงแทบจะหลุดออกมาเพราะการพยักหน้าสุดแรง

“ญาตินักธุรกิจซื้อตัวผู้พิพากษา ตำรวจ นิติเวช และกลุ่มพนักงานให้จับกุมคนร้ายล่วงหน้า”

บนใบหน้าของเด็กผู้หญิงถึงกับเผยรอยยิ้มตื่นเต้นออกมา เธออยากพูดจริงๆ แต่ชาตินี้เธอพูดไม่ได้อีกแล้ว

“ฉันเป็นคนเลว”

ได้ยินคำถามนี้ เด็กผู้หญิงเอียงคอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ส่ายหน้า แล้วจึงพยักหน้า

นี่เป็นคำตอบที่คลุมเครือ บางทีคนอื่นอาจดูไม่ออก แต่เจียงเจ๋อนั้นรู้ดีอยู่แก่ใจ

“จริงๆ แล้วหลักฐานพยานที่เธอมีนำขึ้นชั้นศาลไม่ได้”

เด็กผู้หญิงชะงัก แล้วพยักหน้าอีกครั้ง

“ต่อให้เป็นการพิจารณาคดีในวันที่เจ็ด สุดท้ายคนร้ายก็ต้องตายอยู่ดี”

เด็กผู้หญิงเผยรอยยิ้มลึกลับ พยักหน้าติดต่อกัน

“คนร้ายตาย ฉันก็จะตายด้วย”

เด็กผู้หญิงพยักหน้า

“ฉันต้องช่วยคนร้ายออกมา”

“กฎข้อที่ 5 ช่วยผู้พิพากษาหาหลักฐานการก่อเหตุของคนร้าย ตัดสินประหารชีวิตสิ่งลี้ลับ 9 ดาวในห้องขัง กฎข้อนี้ผิด การหาหลักฐานการก่อเหตุของคนร้ายก็คือการฆ่าเธอที่กุมพยานหลักฐานไว้ ขอแค่เธอตาย ผู้พิพากษาก็จะฆ่าคนร้ายก่อน แล้วค่อยฆ่าฉัน สุดท้ายค่อยสั่งประหารคนร้าย”

เด็กผู้หญิงถึงกับยกแขนขึ้น ทำท่าเหมือนจะชูนิ้วโป้งให้

เห็นฉากนี้ เจียงเจ๋อก็แค่นหัวเราะ

เป็นอย่างที่เขาเดาจริงๆ เด็กผู้หญิงคนนี้ก็มีปัญหาเหมือนกัน

ความจริงแล้วเจียงเจ๋อช่วยคนร้ายออกมาไม่ได้เลย ถ้าเขาอยากช่วยคนร้ายออกมา มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น และเป็นวิธีที่มีแค่เจียงเจ๋อเท่านั้นที่รู้

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เด็กผู้หญิงอาจจะถูกปนเปื้อนไปแล้ว

ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงถามต่อ

“ตอนนี้ฉันช่วยคนร้ายออกมาไม่ได้”

เด็กผู้หญิงพยักหน้า

“ถ้าอยากช่วยคนร้ายออกมา ต้องฆ่าสิ่งลี้ลับฝ่ายผู้พิพากษาให้หมด แล้วรอจนถึงวันที่เจ็ดที่กฎอ่อนแอลง”

เด็กผู้หญิงพยักหน้าต่อไป

“นอกจากนี้ ฉันยังต้องใช้เครื่องมือชิ้นหนึ่ง เช่น มีดผ่าตัดของนิติเวช ถึงจะฆ่าสิ่งลี้ลับส่วนใหญ่ได้ ตอนนั้นฉันถึงจะช่วยคนร้ายออกมาได้ และต้องลงมือช่วยคนร้ายในวันที่เจ็ด”

สิ้นเสียงพูด เด็กผู้หญิงก็ลุกขึ้น โค้งคำนับให้เจียงเจ๋ออย่างซาบซึ้ง

สองประโยคสุดท้ายของเขาโดนใจเด็กผู้หญิงเข้าเต็มเปา

โคนันที่อยู่ข้างๆ เห็นฉากนี้ก็ถึงกับอึ้ง

การอนุมานขั้นเทพของเจียงเจ๋อนี่มันอะไรกัน

เขาถามไม่ผิดเลยแม้แต่ข้อเดียว แถมยังถูกต้องทุกข้อ

การอนุมานในฉากนี้ยิ่งกว่าเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ที่เป็นไอดอลของเขาซะอีก

จนถึงตอนนี้ โคนันเพิ่งตระหนักได้ว่าเจียงเจ๋อในตอนกลางคืนน่ากลัวขนาดไหน

นอกจากนี้คนที่ตกใจยิ่งกว่าคือเหล่าผู้ชม

“จะบ้าตาย”

“เจียงเจ๋อยังเป็นคนอยู่ไหมเนี่ย ได้เบาะแสมาแค่นิดเดียว แต่รู้รายละเอียดทั้งหมดได้ยังไง”

“ว้าว อย่าบอกนะว่าหยั่งรู้อนาคตได้ เขาคงไม่ได้ปลุกพรสวรรค์มาสองอย่างหรอกนะ”

“พระเจ้าช่วย มิน่าล่ะเขาถึงรู้เบื้องลึกเบื้องหลังเยอะขนาดนี้ ที่แท้หมอนี่ก็มีไอคิวระดับปีศาจ”

“...”

ความสงสัยในตอนกลางวัน ถูกผู้เชี่ยวชาญไขกระจ่างอย่างสิ้นเชิงในวินาทีนี้

นี่คือคดีที่เด็กผู้หญิงเห็นเหตุการณ์คนร้ายฆ่านักธุรกิจ แล้วถูกตำรวจจับกุมโดยไม่มีหลักฐาน

หลังจากนั้น เด็กผู้หญิงคนนี้ก็ถูกผู้ไม่หวังดีทำลายปากและมือ

ถ้าเด็กผู้หญิงไม่สามารถพูดและใช้ปากกาเขียนเล่าเหตุการณ์ได้ คดีนี้ก็จะไม่มีใครพลิกคดีได้

ที่น่าพิศวงยิ่งกว่าคือ... เจียงเจ๋อสามารถอนุมานจากร่องรอยเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างแม่นยำไม่มีผิดเพี้ยน

ทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดต่างตกตะลึงกับการกระทำของเจียงเจ๋อ

“อัจฉริยะ อัจฉริยะชัดๆ”

“พวกเราทุกคนประเมินเขาต่ำไป”

นักสืบอาวุโสในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญรู้สึกละอายใจ

“พ่อหนุ่มเจียงเจ๋อคนนี้ความสามารถในการอนุมานแข็งแกร่งมาก ไปสอบเป็นตำรวจสืบสวนสอบสวนก็ได้นี่นา ทำไมถึงไปเป็นคนจรจัดกัน ไม่เข้าใจเลย”

......

ในขณะนี้ ผู้ถูกเลือกจากประเทศสหรัฐฯ และประเทศอังกฤษต่างตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงต้องการอะไร พอเด็กผู้หญิงเข้ามาในสำนักงานก็นั่งเงียบๆ อยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

ยื้อกันอยู่อย่างนี้ 30 นาที วอลเตอร์จากประเทศอังกฤษก็ตัดสินใจให้เด็กผู้หญิงออกไป ไม่สนใจแล้ว

ด้วยเหตุนี้ วอลเตอร์จึงเลือกที่จะเท ปล่อยผ่านไปจนถึงวันที่เจ็ด

ด้วยสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขา ประคองอาการไปถึงวันที่เจ็ดได้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว

จอห์นมองสีหน้าน้อยใจของเด็กผู้หญิง พลันนึกถึงกฎที่ว่า ‘สิ่งที่เห็นคือภาพลวง สิ่งที่ได้ยินคือคำลวง ความรู้สึกต่างหากคือความจริง’ เขาไม่แน่ใจว่ากฎจริงหรือเท็จ จึงเอ่ยถาม “ในเมื่อฉันเป็นคนที่จะช่วยเธอได้ งั้นขอสัมผัสความรู้สึกของเธอหน่อยสิ”

เด็กผู้หญิงตาเบิกกว้าง แล้วพยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง

“ฉันต้องทำยังไง”

เด็กผู้หญิงยืดคอยื่นหัวออกมา เผชิญหน้ากับจอห์นในระยะหนึ่งเมตร จ้องมองจอห์นอย่างละเอียดแล้วหลับตาลง

จอห์นเห็นดังนั้น แม้ร่างจริงของเด็กหญิงจะชวนสยอง แต่เพราะเขาฉลาดเป็นกรด จึงไม่ได้ตกใจกลัว ยอมหลับตาลงตามน้ำ

ถ้าไม่หลับตาก็ยังพอทน แต่พอหลับตา เขาก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ความกลัวและความตกใจที่แผ่ออกมาจากเงาดำของเด็กผู้หญิงตรงหน้า มันถาโถมเข้ามาใส่ จนทำให้จอห์นรู้สึกเสมือนได้ประสบพบเจอกับตัวเอง

ครู่ต่อมา เขาก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดของเด็กหญิง

ในเวลานี้ จอห์นหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นไหลพราก

...................................................................

จบบทที่ ตอนที่ 12 การแสดงของเจียงเจ๋อ

คัดลอกลิงก์แล้ว