- หน้าแรก
- No.1 Speedrunner ฉันเคลียร์เกมจบแล้ว ยังดึงเข้ามิติพิศวงอีก
- ตอนที่ 11 หนีไม่พ้นความตาย
ตอนที่ 11 หนีไม่พ้นความตาย
ตอนที่ 11 หนีไม่พ้นความตาย
ภายในห้องประชุมที่ประเทศจีน ผู้เชี่ยวชาญต่างไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืน ไม่กล้าแม้แต่จะงีบหลับ
ผู้นำในชุดสูทที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยถามเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา “ลองบอกมาซิว่าพวกคุณวิเคราะห์กันว่ายังไง ผู้ถูกเลือกของเราจะรอดไปได้อีกนานแค่ไหน”
แม้พวกเขาจะเห็นถึงความสมบูรณ์แบบของเจียงเจ๋อ แต่กลับไม่มีใครเชื่อว่าเจียงเจ๋อจะมีชีวิตรอดไปจนจบด่าน
ผู้เชี่ยวชาญหญิงสวมแว่นคนหนึ่งยกมือตอบ “หัวหน้าคะ ฉันวิเคราะห์ได้ว่าหลังผ่านด่านเด็กผู้หญิงที่ยังไม่ปรากฏตัว ทั้งศาลอลหม่านจะเริ่มเข้าสู่สภาวะการแบ่งฝ่ายและเกิดการฆ่าฟันกันครั้งใหญ่ค่ะ”
ผู้เชี่ยวชาญร่างท้วมอีกคนยกมือเสริม “ผมก็ได้คำตอบแบบเดียวกัน เจียงเจ๋อบอกว่าความแข็งแกร่งในความมืดของเขาอยู่อันดับสามจากตัวตนทั้งหมด ถึงจะมีความช่วยเหลือจากญาติคนร้าย แต่โดยรวมแล้วพวกเขายังเอาชนะด่านผู้พิพากษาไม่ได้ ถ้าจะผ่านด่านนี้ เจียงเจ๋อจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากญาติคนร้าย”
การประชุมครั้งนี้ผ่านการถกเถียงกันยาวนานหลายสิบนาที ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปหนึ่ง
เจียงเจ๋อจะท้าทายล้มเหลว แต่เขาอาจจะเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวที่ยื้อไปได้จนถึงวาระสุดท้าย
เพราะความแข็งแกร่งของผู้พิพากษา เท่ากับความแข็งแกร่งของคนร้าย จัดอยู่ในเทียร์ 1
เทียร์ 2 คือเจียงเจ๋อ
เทียร์ 3 นิติเวช ตำรวจ ญาตินักธุรกิจ และญาติคนร้าย
เทียร์ 4 เด็กผู้หญิง
เพราะคนร้ายถูกผู้พิพากษาขังไว้ในห้องขัง
พอถึงคราวตะลุมบอนครั้งสุดท้ายจะขาดกำลังหลักระดับแถวหน้าอย่างคนร้ายไป หากต้องการพลิกเกมก็ต้องเริ่มลงมือที่ตัวคนร้าย
แต่ถ้าพยายามเข้าไปในห้องขังก่อนวันที่เจ็ด จะมีจุดจบเช่นเดียวกับผู้เล่นจากประเทศเล็กๆ ก่อนหน้านี้ที่รับปากนิติเวชว่าจะนำมีดผ่าตัดไปทำให้เปื้อนเลือด แค่ก้าวเข้าไปในห้องขัง ยังไม่ทันได้เห็นหน้าคนร้ายก็จะถูกกฎลบหายไปเสียก่อน
“ดูท่าผลลัพธ์คงออกมาประมาณนี้ ทุกคนเตรียมอพยพประชาชนล่วงหน้า พยายามลดความสูญเสียจากการรุกรานของสิ่งลี้ลับให้เหลือน้อยที่สุด”
“รับทราบ”
ทันใดนั้น มีผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งถามคำถามที่ทำให้ทุกคนจนปัญญาที่จะตอบ “ทำไมเจียงเจ๋อถึงให้โคนันฆ่าเขาในวันที่เจ็ดล่ะ แรงจูงใจคืออะไร”
สิ้นคำถาม ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความงุนงง
เพราะคำตอบคือ ‘ไม่มีใครรู้’
......
ในขณะเดียวกัน ห้องถ่ายทอดสดของประเทศจีนเริ่มเกิดความเคลื่อนไหว
แม้ภายนอกศาลจะมืดสนิท แต่ภายในห้องโถงกลับเข้าสู่ช่วงเวลากลางวันอย่างสมบูรณ์แล้ว
‘เจียงเจ๋อ’ มองโคนันที่กำลังหลับสนิท เผยรอยยิ้มไม่เป็นมิตร ก่อนค่อยๆ อุ้มโคนันขึ้นมา
จากนั้น...
เขาก็เดินมุ่งหน้าไปทางห้องขัง
พอเห็นดังนั้น ผู้ชมทุกคนต่างเบิกตาโพลงโดยไม่รู้ตัว
“เจียงเจ๋อทำอะไรน่ะ”
“เจียงเจ๋อเคยบอกว่าตอนกลางวันความทรงจำเขาจะสับสน หรือว่ากฎเริ่มทำงานแล้ว”
“ถ้าเข้าห้องขังไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”
“ก็ตายน่ะสิ จะถูกด้ายสีดำนับไม่ถ้วนตัดร่างเป็นชิ้นๆ เหมือนจุดจบของผู้ถูกเลือกห้องอื่นที่รับปากนิติเวชว่าจะไปฆ่าคนร้ายนั่นแหละ”
“...”
เหล่าผู้เชี่ยวชาญเพิ่งจะถกเถียงกันเรื่องระยะเวลาการรอดชีวิตของเจียงเจ๋อจบหมาดๆ
แต่นึกไม่ถึงว่าเพิ่งจะวันที่สอง เจียงเจ๋อที่ได้รับผลกระทบจากกฎก็ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องขังเสียแล้ว
พวกเขาเตรียมการไว้นานแล้ว พร้อมสั่งการผู้นำเมืองทั่วประเทศ ให้ประชาชนที่มีชั้นใต้ดินรีบเข้าไปหลบภัยทันที ส่วนคนที่ไม่มีชั้นใต้ดินให้รีบหนีไปยังเมืองรอบนอก
ส่วนทีมผู้เชี่ยวชาญของประเทศที่ผู้ถูกเลือกตายไปแล้ว เมื่อเห็นฉากที่เจียงเจ๋อได้รับผลกระทบจากกฎ
พวกเขากลับเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
[ผู้เชี่ยวชาญประเทศสหรัฐฯ] “ในที่สุดเขาก็จะตายแล้ว ถึงตอนนั้นประเทศสหรัฐฯ ของพวกเราก็จะกลายเป็นผู้นำ”
[ผู้เชี่ยวชาญประเทศเยอรมนี] “เขาตายก็ดี ถึงตอนนั้นเราจะได้เรียนรู้บทเรียนจากเขา แล้วเอาไปใช้ในรอบคืนชีพครั้งหน้า”
[...]
ไม่มีใครมีความสุขไปกว่าพวกเขา
เพราะเจียงเจ๋อรอดชีวิตมานาน สร้างความเป็นไปได้ในการผ่านด่านมาให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากพอแล้ว
ขอแค่ประเทศจีนไม่ชนะ ผู้นำประเทศต่างๆ ที่นำโดยประเทศสหรัฐฯ ล้วนยินดีปรีดา
ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่ทุกคนคาดการณ์
ในจังหวะที่ ‘เจียงเจ๋อ’ กำลังจะถึงหน้าประตูห้องขัง และเพิ่งจะผลักบานประตูเหล็กออก
“ไว้เจอกันใหม่ครับ”
จู่ๆ โคนันในอ้อมกอดก็ลืมตาขึ้น เผยรอยยิ้มที่น่าตกใจ แล้วยิงเข็มยาสลบปักเข้าที่คอของ ‘เจียงเจ๋อ’
เมื่อสัมผัสได้ถึงฤทธิ์ยาของเข็มยาสลบ ความวิงเวียนรุนแรงก็ถาโถมเข้ามา
‘เจียงเจ๋อ’ กุมคอตัวเอง มองโคนันด้วยความเหลือเชื่อ “โคนัน นายทำ... อะไร ฉันกำลังจะฆ่าคนร้ายได้แท้ๆ”
โคนันกระโดดลงพื้น พูดอย่างเด็ดขาด “ไปนอนซะ คุณเจียงเจ๋อ ตอนกลางคืนค่อยลงมือ”
สิ้นเสียงพูด ‘เจียงเจ๋อ’ ก็สลบเหมือดไปกับพื้น
จากนั้นโคนันก็ปลดเข็มขัดยืดหดได้ที่ดอกเตอร์อากาสะประดิษฐ์ให้จากเอว ทำการมัดมือมัดเท้าเจียงเจ๋อ แล้วลากเขากลับไปที่สำนักงานทนายความอย่างทุลักทุเล
เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้ชมชาวประเทศจีนก็วางใจลง
“เกือบไป เกือบไปแล้ว”
“โคนัน ทำได้สวย”
“เด็กคนนี้ฉลาดจังแฮะ”
“ฉลาดจริงๆ ของวิเศษช่วยชีวิตบนตัวก็เยอะด้วย”
“...”
ในเวลานี้ ผู้เชี่ยวชาญประเทศจีนต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทุกคนวางสายโทรศัพท์ที่สั่งให้ประชาชนเตรียมอพยพทั่วประเทศชั่วคราว รอดูสถานการณ์เพื่อวางแผนการอพยพต่อไป
“เด็กคนนี้ยอดเยี่ยมมาก”
“เจียงเจ๋อขาดความช่วยเหลือจากเด็กคนนี้เพื่อผ่านด่านไม่ได้เลย”
“ถ้าไม่มีพรสวรรค์อัญเชิญ หลายคนคงตายตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วมั้ง”
เป็นไปตามที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์
พอถึงหกโมงเช้าวันนี้ ผู้ถูกเลือกจาก 11 ประเทศที่เหลือต่างประสบกับความโกลาหลกันถ้วนหน้า
.....
ห้องถ่ายทอดสดผู้ถูกเลือกประเทศสหรัฐฯ
จอห์น สมิธ ลุกจากโซฟาเดินออกไปข้างนอกอย่างสะลึมสะลือ
แววตาของเขาเหม่อลอย ราวกับถูกใครทำของใส่ แถมยังเดินตรงดิ่งไปทางห้องขัง
ปากก็พึมพำไม่หยุด “ลูกพ่อ ไม่ต้องกลัวนะ ขอแค่ฆ่าคนร้ายได้ พ่อก็จะพาลูกกลับบ้านได้แล้ว”
ผู้ชมชาวอเมริกันเห็นดังนั้นต่างก็ตื่นตระหนก พิมพ์คอมเมนต์เตือนกันรัวๆ
น่าเสียดาย ไม่ว่าพวกเขาจะทำยังไง จอห์นก็มองไม่เห็น
ในจังหวะที่จอห์นเดินมาถึงทางเดินสองฝั่งของศาล กำลังจะก้าวลงบันไดขั้นที่หนึ่ง
ทันใดนั้น จอห์นก็สะดุดแล้วกลิ้งตกลงมาจากบันได
การกลิ้งตกลงมาครั้งนี้ทำให้จอห์นตื่นจากความสับสนด้วยความเจ็บปวด เขามองดูห้องโถงพิจารณาคดีที่ว่างเปล่าด้วยความตกใจ
“เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เมื่อกี้นอนอยู่ในสำนักงานไม่ใช่เหรอ”
ไม่นานเขาก็ตระหนักได้ ความทรงจำเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่มีความทรงจำตอนเดินออกจากสำนักงานเลย ราวกับเป็นคนที่มีบุคลิกภาพแตกแยก
“อย่างนี้นี่เอง”
จอห์นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พูดด้วยความหวาดหวั่นที่ยังหลงเหลืออยู่ “เราถูกกฎครอบงำ ดูท่าคราวหน้าคงต้องหามาตรการป้องกันตัวเองหน่อยแล้ว โดยเฉพาะตอนกลางวัน”
จากนั้นเขาก็เดินขากะเผลกกลับไปที่สำนักงานทนายความ
ผู้ชมชาวอเมริกันเห็นฉากนี้แล้วต่างถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เกือบไปแล้ว”
“ดีนะที่จอห์นตอนสับสนเดินไปทางโถงทางเดิน ถ้าเดินไปทางด้านข้างแบบเจียงเจ๋อ สุดท้ายต้องตายแน่”
“อิจฉาเจียงเจ๋อชะมัด เขามีโคนันคอยช่วย โชคดีเกินไปแล้ว”
“ถ้าไม่มีโคนันอยู่ เมื่อกี้เจียงเจ๋อคงโดนกฎฆ่าตายไปแล้ว”
“ยิ่งใกล้จบ ยิ่งรู้สึกว่ามีพรสวรรค์ดีๆ สู้มีคนมาเพิ่มอีกคนไม่ได้เลย”
“...”
ส่วนผู้ถูกเลือกจากประเทศเกาหลีใต้ ในที่สุดก็เป็นอันต้องจบเห่ที่นี่
......
ห้องถ่ายทอดสดผู้ถูกเลือกประเทศเกาหลีใต้
ณ สำนักงานทนายความ
เมื่อถึงเวลาหกโมงเช้า พัคเมกอนลุกขึ้น กระโดดตบหนึ่งร้อยครั้งตามสัญชาตญาณกล้ามเนื้อ จากนั้นหันหลังวิ่งลงบันไดไปอย่างเป็นระเบียบ ตรงดิ่งไปที่ห้องขัง
เขาวิ่งไปพลาง ยิ้มกว้างจนหน้าบาน “ในที่สุดก็ถึงวันที่เจ็ดแล้วสินะ เราคือที่หนึ่ง เราคือที่หนึ่ง ขอแค่เปิดประตูแล้วฆ่าคนร้ายได้ ฉันก็จะได้กลับบ้านแล้ว ไม่รู้ว่าทางประเทศจะเตรียมงานเลี้ยงอะไรไว้ให้บ้าง”
ชั่ววินาทีที่เขาเปิดประตูรั้วเหล็ก เตรียมจะอ้าแขนรับแสงแฟลชจากนักข่าวประเทศเกาหลีใต้
เส้นแสงสีดำชุดหนึ่งก็พุ่งเข้ามาตรงหน้า ฟันร่างเขาเป็นชิ้นเนื้อนับไม่ถ้วนทันที
พัคเมกอนเผชิญหน้ากับความตายด้วยรอยยิ้ม
“บ้าเอ๊ย พัคเมกอนตายแล้ว”
“ตายทั้งที่ยังยิ้มอยู่เลย”
“ฮึ ประเทศเกาหลีใต้เก่งมากแล้ว ยื้อมาได้จนเหลือไม่กี่ประเทศสุดท้าย เก่งกว่าเจียงเจ๋อประเทศจีนอีก ถ้าไม่มีโคนัน หมอนั่นจะรอดมาถึงตอนนี้เหรอ”
......
ณ ห้องถ่ายทอดสดผู้ถูกเลือกประเทศญี่ปุ่น
โมริคามิ ยามาชิตะเป็นจ่าทหารเรือ
ด้วยเหตุผลทางอาชีพ เขาต้องนั่งเรือบ่อยๆ พอเรือโคลงเคลง ตอนกลางคืนจึงต้องมัดตัวเองนอน
ขณะนี้เขานอนอยู่บนโซฟาที่มัดมือตัวเองไว้ กำลังหัวเราะอย่างน่าสยดสยอง “วันที่เจ็ดแล้ว ในที่สุดก็ฆ่าคนร้ายได้แล้ว ลูกพ่อ ขอแค่ฆ่าคนร้ายได้ พ่อจะช่วยลูกกลับบ้าน รอพ่อนะ”
โมริคามิ ยามาชิตะ พูดประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา ข้อมือถูกเชือกบาดจนเป็นแผลเหวอะหวะ
ทันใดนั้น โมริคามิ ยามาชิตะก็ออกแรงสุดตัว
“กร๊อบ”
กระดูกมือขวาหักจนแหลกละเอียด เลือดสดๆ ไหลทะลักลงมาตามท่อนแขน แต่สีหน้าเขากลับดูไม่เจ็บปวดเลยสักนิด แขนซ้ายกระชากแล้วกระชากอีกราวกับเครื่องจักร และสุดท้ายโมริคามิ ยามาชิตะก็นอนตายจมกองเลือดพร้อมรอยยิ้ม
ฉากนี้ทำเอาผู้ชมชาวญี่ปุ่นหนังศีรษะชาวาบ
วงในรู้ดีว่าโมริคามิ ยามาชิตะ... ไม่มีลูกเลยสักคน
สำหรับปรากฏการณ์นี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญประเทศจีนได้ให้คำอธิบายที่น่าสะพรึงกลัวเอาไว้
“บางทีด่านศาลอลหม่านนี้อาจถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้วว่าจะไม่มีผู้ถูกเลือกคนใดรอด”
................................................................