เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 กฎต่อไปนี้เป็นของปลอมทั้งหมด

ตอนที่ 2 กฎต่อไปนี้เป็นของปลอมทั้งหมด

ตอนที่ 2 กฎต่อไปนี้เป็นของปลอมทั้งหมด


“ฉันคือ… ตอนนี้...”

พอเจียงเจ๋ออธิบายให้เอโดงาวะ โคนันฟังอยู่สิบนาที ในที่สุดเขาก็ยอมลดอาวุธในมือลง

โคนันก้มหน้าครุ่นคิดแล้วเอ่ย “พลังเหนือธรรมชาติบางอย่างดึงตัวผมจากเมืองเบกะมายังโลกที่แปลกประหลาดแห่งนี้ และโลกนี้ก็เป็นโลกที่มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ขอแค่ทำตามกฎ หลังจากนี้ก็จะสามารถรอดชีวิตไปได้”

“คุณคือผู้โชคดีจากประเทศจีนที่ถูกคัดเลือกเข้ามาในโลกแห่งกฎเกณฑ์นี้ ส่วนผมถูกอัญเชิญมาด้วยพรสวรรค์ที่คุณมี”

“ผมคือตัวละครที่จะช่วยคุณผ่านด่าน!”

“ถูกไหมครับ คุณเจียงเจ๋อ!”

ไม่รู้ทำไม พอเจียงเจ๋อเห็นความมั่นใจที่ปรากฏบนใบหน้าของเด็กคนนี้แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว ยอมรับความจริงเร็วเกินไปหรือเปล่า ฉลาดเกินไปแล้ว!

เพื่อทำลายความมั่นใจของเด็กน้อย เจียงเจ๋อลุกขึ้นแล้วยิ้มร้ายพร้อมอธิบายประโยคหนึ่ง “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนาย ขอแค่นายช่วยตายแทนฉันในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานก็พอ”

“ตายแทน? ล้อเล่นอะไรเนี่ย?” เอโดงาวะ โคนันโต้กลับอย่างมั่นใจ “นี่คุณไม่รู้เหรอว่าผมคือนักสืบชื่อดังของญี่ปุ่น ผมเคยลงหนังสือพิมพ์ด้วยนะ ด่านนี้คุณต้องพึ่งความช่วยเหลือจากผม!”

จู่ๆ เจียงเจ๋อที่เดินออกไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา ลูบหัวโคนันแล้วยิ้มอย่างลึกลับพร้อมพูด “ไม่จำเป็น คุโด้ ชินอิจิ ช่วยรับการโจมตีถึงตายในช่วงเวลาสำคัญแทนฉันสักครั้งก็พอ แล้วนายจะได้กลับไปที่ญี่ปุ่นปี 1996 ของนายเหมือนเดิม”

แน่นอนว่าเจียงเจ๋อโกหก

พอได้ยินคำนี้ โคนันก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ทันที

คนตรงหน้านี้!

ถึงกับรู้ตัวตนที่แท้จริงและยุคสมัยของเขา!

ทั้งที่เขาไม่เคยเผยพิรุธเลยว่าตัวเองเป็นใคร!

อีกฝ่ายรู้ได้ยังไงว่าเขาคือคุโด้ ชินอิจิ?

นี่เป็นการแกล้งกันเล่นหรือเปล่า?

แต่เขาได้รับข้อมูลมาอย่างหนึ่งว่าหลังจากตายที่นี่จะสามารถกลับไปญี่ปุ่นได้อย่างปลอดภัย จึงวางใจลงได้

ในขณะที่โคนันกำลังรู้สึกเหลือเชื่อ ในศาลก็มีตัวอักษรสีเลือดขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาเป็นชุด

ทั้งสองคนเงยหน้ามองกฎที่อยู่ตรงหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

[ติ๊ง เริ่มเกมอย่างเป็นทางการ โลกอาถรรพ์: เจ็ดวันมรณะ]

[ระดับความยากนรกภูมิ: 9 ดาว]

[ฉากอาถรรพ์: ศาลอลหม่าน]

[บทบาทตามกฎ: ทนายความ]

[กฎข้อที่ 1: กฎต่อไปนี้เป็นของปลอมทั้งหมด]

[กฎข้อที่ 2: คุณห้ามเชื่อญาตินักธุรกิจ ตำรวจ นิติเวช ผู้พิพากษา คณะลูกขุน ญาติคนร้าย เด็กผู้หญิง... และห้ามตอบคำถามใดๆ ของพวกเขา]

[กฎข้อที่ 3: เมื่อเจออันตราย คุณสามารถซ่อนตัวในตู้ ตู้ไหนก็ปลอดภัยแน่นอน แต่อย่าเกิน 5 นาที ส่วนสำนักงานทนายความนั้นปลอดภัยแน่นอนเช่นกัน]

[กฎข้อที่ 4: ในความมืด สมรรถภาพทางร่างกายของคุณจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า สามารถป้องกันตัวเองจากการถูกปนเปื้อนได้ แนะนำให้เคลื่อนไหวตอนกลางคืน]

[กฎข้อที่ 5: ช่วยผู้พิพากษาหาหลักฐานการก่อเหตุของคนร้าย ตัดสินประหารชีวิตสิ่งลี้ลับ 9 ดาวในห้องขัง]

[กฎข้อที่ 6: สิ่งที่เห็นคือภาพลวง สิ่งที่ได้ยินคือคำลวง ความรู้สึกต่างหากคือความจริง]

[กฎข้อที่ 7: ความทรงจำของคุณอาจสับสนในตอนกลางวัน คุณอาจไม่ใช่ตัวคุณเองอีกต่อไป การกระทำและคำพูดจะชวนให้งุนงง ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ โปรดพยายามประคองสติให้ดี]

[กฎข้อที่ 8: ที่นี่ไม่มีอาหารให้ ภายใน 7 วันคุณจะไม่รู้สึกหิว]

[กฎข้อที่ 9: ภายในศาลมีแต่สิ่งอัปมงคล มีเพียงตอนกลางคืนเท่านั้นที่คุณจะมองเห็นพวกมัน]

[กฎข้อที่ 10: เปิดศาลในอีก 7 วันให้หลัง ผู้ที่รวบรวมหลักฐานความผิดไม่ครบจะถูกปนเปื้อน]

[กฎข้อที่ 11: กฎข้างต้นทั้งหมดเป็นเรื่องจริง]

นี่คือด่านที่ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นทนายความ ต้องช่วยผู้พิพากษาหาหลักฐานชี้ชัดในคดีฆาตกรรมของคนร้ายในห้องขังภายในเวลา 7 วัน

แต่!

เจียงเจ๋อเป็นผู้เล่นสายสปีดรัน เขารู้ว่าภารกิจนี้มีไว้เพื่อหลอกผู้เล่นคนอื่น ภารกิจที่แท้จริงคืออย่างอื่น!

ประมาณ 1 นาทีต่อมา เจียงเจ๋อกับโคนันหันมาสบตากัน

โคนันขบคิดอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น แสงขาวก็วาบขึ้นในหัว เข้าใจทุกอย่างได้ในทันที “กฎข้อที่ 1 กับกฎข้อที่ 11 ขัดแย้งกัน แสดงว่ากฎส่วนใหญ่ที่ศาลอลหม่านให้มานั้นเชื่อถือไม่ได้ น่าจะเชื่อได้แค่บางข้อ พวกเราจำเป็นต้องลองผิดลองถูก แต่จุดจบของการลองผิดลองถูกคือความตาย ดังนั้นด่านนี้โดยตัวมันเองแล้วคือด่านประเภทพาราด็อกซ์!”

“น้องชายฉลาดมาก เชื่อได้ไม่กี่ข้อ เชื่อทั้งหมดไม่ได้!” เจียงเจ๋อลูบหัวโคนัน “ไม่งั้นมันจะเรียกว่าด่าน 9 ดาวได้ยังไงล่ะ?”

เมื่อเห็นดังนั้น โคนันก็กลอกตามองบน

เขาคาดเดาว่าชายตรงหน้าคนนี้อาจเป็นสมาชิกองค์กรชุดดำ หรือไม่ก็เป็นคนของสำนักงานสืบสวนแห่งนครหลวงประเทศจีน

แต่เจียงเจ๋อไม่ได้เผยจิตสังหารออกมา แสดงว่ายังพอเชื่อใจได้ชั่วคราว

โคนันใช้นิ้วจรดคางถามอย่างสงสัย “ผมสังเกตเห็นกฎข้อที่ 4 บอกว่า สมรรถภาพทางร่างกายของพวกเราจะเพิ่มขึ้น 10 เท่าในความมืด ทำไมต้องเพิ่ม 10 เท่า พวกเราต้องต่อสู้เหรอครับ?... งั้นตอนนี้คุณกำลังรอให้ไฟดับตอนกลางคืนเหรอ?”

พอได้ยินดังนั้น เจียงเจ๋อก็มองโคนันด้วยความชื่นชม “ใช่ จำไว้ว่าอย่าคุยกับใคร ไปกันเถอะ ไปสนามกีฬากัน ไปเตะบอล รอถึงตอนกลางคืนค่อยลงมือ”

ด่านนี้ ผู้เล่นจำเป็นต้องช่วยผู้พิพากษารวบรวมหลักฐานความผิดของคนร้ายจริงๆ เพื่อให้ผู้พิพากษาประหารชีวิตคนร้ายหลังเปิดศาลในอีกเจ็ดวัน

แต่ชื่อของด่านนี้คือ [เจ็ดวันมรณะ]

99% ของผู้ถูกเลือกคนอื่นคงไม่ใส่ใจอักษรตัวใหญ่สี่ตัวที่เขียนว่า [เจ็ดวันมรณะ] นี้อย่างแน่นอน

หรือบางทีอาจคิดไปเองว่าเป็นเรื่องปกติที่พอผ่านพ้นเจ็ดวัน คนร้ายจะตายด้วยการฉีดยาพิษของนิติเวช

สำหรับเจียงเจ๋อที่กุมเคล็ดลับการผ่านด่านไว้ทั้งหมด เขาจำขั้นตอนการผ่านด่านได้ขึ้นใจนานแล้ว

ที่นี่คือศาลอลหม่าน กฎส่วนใหญ่นั้นเชื่อถือไม่ได้!

ดังนั้นจริงๆ แล้วเป้าหมายที่จะถูกจัดการในเจ็ดวันมรณะก็คือผู้ถูกเลือกทุกคน!

สิ่งที่เจียงเจ๋อต้องทำในตอนนี้คือการย้อนศรทำสิ่งที่ตรงกันข้าม ถึงจะรอดชีวิตไปได้

โดยเฉพาะในวันที่เจ็ดที่ความจริงจะปรากฏออกมา!

ในเวลานี้ ชาวเน็ตภายนอกที่เห็นเจียงเจ๋อกับโคนัน ต่างก็พากันงงเป็นไก่ตาแตก

“เด็กคนนี้มาจากไหนเนี่ย?”

“เป็นสิ่งลี้ลับฝ่ายพันธมิตรเหรอ? จำได้ว่าแม่ผีในด่านที่แล้วก็เป็นผีฝ่ายดีนะ”

“อาจจะเป็นพรสวรรค์ที่เราไม่รู้จักก็ได้!”

“ตอนนี้พวกเขาต้องวิเคราะห์กฎก่อนไม่ใช่หรือไง? เจียงเจ๋อมองกฎแวบเดียวก็ไม่สนใจแล้ว แถมยังใจเย็นขนาดไปเตะบอลได้อีก?”

“บ้าเอ๊ย เขาโยนชีวิตคนประเทศจีนอย่างพวกเราทิ้งไว้ข้างหลังหมดแล้ว!”

“...”

พอได้ทราบกฎ ผู้ถูกเลือกจากประเทศอื่นก็เริ่มครุ่นคิด

เพราะเป็นด่านนรกภูมิ 9 ดาว ไม่มีสิทธิ์รับคำเตือนจากภายนอก พวกเขาจึงต้องอาศัยความทรงจำที่ดูมาก่อนหน้านี้ไปลองผิดลองถูก

จอห์น สมิธ จากประเทศสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในนักสืบที่เก่งที่สุดของอเมริกา

นับตั้งแต่จอห์นถูกเลือก คนทั้งอเมริกาก็ตกตะลึง

ตอนนี้ เขาสวมเสื้อโค้ตสีน้ำตาลยืนอยู่ในศาล ปลุกพรสวรรค์ ‘ความคิดอาชญากร’ ขึ้นมา กำลังวิเคราะห์กฎ

“กฎข้อที่ 1 กับกฎข้อที่ 11 ขัดแย้งกัน”

“กฎข้อที่ 4 ผู้เล่นอย่างพวกเราพอถึงตอนกลางคืนสมรรถภาพทางร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นสิบเท่า พิสูจน์ว่าพวกเราต้องลงมือตอนกลางคืน แต่กลางคืนมักจะเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด กฎข้อนี้มันไม่สมเหตุสมผลอยู่นิดหน่อย...”

“ไม่ ไม่ถูกสิ ถ้ากฎข้อที่ 4 เป็นของปลอม ฉันก็จะหลงเข้าไปในกฎหลอก แล้วสุดท้ายจะถูกสิ่งลี้ลับที่ผลุบๆ โผล่ๆ ฆ่าตาย”

“และสิ่งที่ฉันต้องทำในตอนนี้ก็คือการรวบรวมหลักฐานความผิดของคนร้าย”

“ห้ามเชื่อญาตินักธุรกิจ ตำรวจ นิติเวช ผู้พิพากษา คณะลูกขุน ญาติคนร้าย เด็กผู้หญิง คนพวกนี้เป็นตัวร้ายหมดเลยงั้นเหรอ?”

“ส่วนฉันคือทนายความผู้ผดุงความยุติธรรม!”

พอพูดถึงความยุติธรรม จอห์น สมิธ ก็ลังเล

การช่วยผู้พิพากษารวบรวมหลักฐานความผิดของคนร้าย อาจพิสูจน์ได้ว่าทนายความคือฝ่ายธรรมะ

ทว่า!

ถ้าพิจารณากฎ [กฎข้างต้น/ต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริง/ของปลอมทั้งหมด]

งั้นพวกเราที่สวมบทบาททนายความยังเป็นฝ่ายธรรมะอยู่อีกเหรอ?

ทำไมพวกเราจะเป็นฝ่ายอธรรมบ้างไม่ได้ล่ะ?

“บางทีคงต้องรอให้ถึงตอนกลางคืน แล้วเริ่มลงมือจากเด็กผู้หญิง อีกฝ่ายน่าจะเป็นตัวที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาสิ่งลี้ลับพวกนี้ และเป็นจุดทะลวงด่านด้วย!”

เหล่าผู้ถูกเลือกที่หัวไวเหมือนจอห์น สมิธ ต่างสังเกตเห็นสถานการณ์นี้

กฎทั้งหมดถือเป็นโมฆะ ไม่สามารถแยกแยะจริงเท็จได้ หมายความว่าพวกเขาทำได้แค่ใช้วิธีตาบอดคลำช้าง

โอเลก ชายกล้ามโตจากประเทศรัสเซียอ่านกฎจบก็บ่นอุบ “บ้าบอ กฎพวกนี้หลอกให้พวกเราหลงทางกันหมด ต้องรวบรวมหลักฐานจากญาติคนร้าย กำจัดคนร้าย 9 ดาวในห้องขังให้ได้ถึงจะผ่านด่าน”

“ก่อนหน้านี้ซูคาบลัดไปถามคณะลูกขุนก่อน สุดท้ายก็ถูกสิ่งลี้ลับในคณะลูกขุนฆ่าตาย ผู้ถูกเลือกประเทศอื่นก็ไปหาตำรวจ ผู้พิพากษา... สุดท้ายก็ถูกสิ่งลี้ลับฆ่าตาย แสดงว่าไปถามคณะลูกขุนไม่ได้ ต้องรอให้ถึงตอนกลางคืนค่อยไปตามหาเด็กผู้หญิงคนนั้น หรือไม่ก็รอลงมืออยู่ที่สำนักงานทนายความ”

พอได้รับบทเรียนอันนองเลือดจากครั้งก่อนว่ากฎส่วนใหญ่เชื่อถือไม่ได้ ในเวลานี้ผู้ถูกเลือกจากทั่วโลกต่างก็ฉลาดขึ้นแล้ว

...............................................

จบบทที่ ตอนที่ 2 กฎต่อไปนี้เป็นของปลอมทั้งหมด

คัดลอกลิงก์แล้ว