- หน้าแรก
- No.1 Speedrunner ฉันเคลียร์เกมจบแล้ว ยังดึงเข้ามิติพิศวงอีก
- ตอนที่ 2 กฎต่อไปนี้เป็นของปลอมทั้งหมด
ตอนที่ 2 กฎต่อไปนี้เป็นของปลอมทั้งหมด
ตอนที่ 2 กฎต่อไปนี้เป็นของปลอมทั้งหมด
“ฉันคือ… ตอนนี้...”
พอเจียงเจ๋ออธิบายให้เอโดงาวะ โคนันฟังอยู่สิบนาที ในที่สุดเขาก็ยอมลดอาวุธในมือลง
โคนันก้มหน้าครุ่นคิดแล้วเอ่ย “พลังเหนือธรรมชาติบางอย่างดึงตัวผมจากเมืองเบกะมายังโลกที่แปลกประหลาดแห่งนี้ และโลกนี้ก็เป็นโลกที่มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ขอแค่ทำตามกฎ หลังจากนี้ก็จะสามารถรอดชีวิตไปได้”
“คุณคือผู้โชคดีจากประเทศจีนที่ถูกคัดเลือกเข้ามาในโลกแห่งกฎเกณฑ์นี้ ส่วนผมถูกอัญเชิญมาด้วยพรสวรรค์ที่คุณมี”
“ผมคือตัวละครที่จะช่วยคุณผ่านด่าน!”
“ถูกไหมครับ คุณเจียงเจ๋อ!”
ไม่รู้ทำไม พอเจียงเจ๋อเห็นความมั่นใจที่ปรากฏบนใบหน้าของเด็กคนนี้แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว ยอมรับความจริงเร็วเกินไปหรือเปล่า ฉลาดเกินไปแล้ว!
เพื่อทำลายความมั่นใจของเด็กน้อย เจียงเจ๋อลุกขึ้นแล้วยิ้มร้ายพร้อมอธิบายประโยคหนึ่ง “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนาย ขอแค่นายช่วยตายแทนฉันในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานก็พอ”
“ตายแทน? ล้อเล่นอะไรเนี่ย?” เอโดงาวะ โคนันโต้กลับอย่างมั่นใจ “นี่คุณไม่รู้เหรอว่าผมคือนักสืบชื่อดังของญี่ปุ่น ผมเคยลงหนังสือพิมพ์ด้วยนะ ด่านนี้คุณต้องพึ่งความช่วยเหลือจากผม!”
จู่ๆ เจียงเจ๋อที่เดินออกไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา ลูบหัวโคนันแล้วยิ้มอย่างลึกลับพร้อมพูด “ไม่จำเป็น คุโด้ ชินอิจิ ช่วยรับการโจมตีถึงตายในช่วงเวลาสำคัญแทนฉันสักครั้งก็พอ แล้วนายจะได้กลับไปที่ญี่ปุ่นปี 1996 ของนายเหมือนเดิม”
แน่นอนว่าเจียงเจ๋อโกหก
พอได้ยินคำนี้ โคนันก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ทันที
คนตรงหน้านี้!
ถึงกับรู้ตัวตนที่แท้จริงและยุคสมัยของเขา!
ทั้งที่เขาไม่เคยเผยพิรุธเลยว่าตัวเองเป็นใคร!
อีกฝ่ายรู้ได้ยังไงว่าเขาคือคุโด้ ชินอิจิ?
นี่เป็นการแกล้งกันเล่นหรือเปล่า?
แต่เขาได้รับข้อมูลมาอย่างหนึ่งว่าหลังจากตายที่นี่จะสามารถกลับไปญี่ปุ่นได้อย่างปลอดภัย จึงวางใจลงได้
ในขณะที่โคนันกำลังรู้สึกเหลือเชื่อ ในศาลก็มีตัวอักษรสีเลือดขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาเป็นชุด
ทั้งสองคนเงยหน้ามองกฎที่อยู่ตรงหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน
[ติ๊ง เริ่มเกมอย่างเป็นทางการ โลกอาถรรพ์: เจ็ดวันมรณะ]
[ระดับความยากนรกภูมิ: 9 ดาว]
[ฉากอาถรรพ์: ศาลอลหม่าน]
[บทบาทตามกฎ: ทนายความ]
[กฎข้อที่ 1: กฎต่อไปนี้เป็นของปลอมทั้งหมด]
[กฎข้อที่ 2: คุณห้ามเชื่อญาตินักธุรกิจ ตำรวจ นิติเวช ผู้พิพากษา คณะลูกขุน ญาติคนร้าย เด็กผู้หญิง... และห้ามตอบคำถามใดๆ ของพวกเขา]
[กฎข้อที่ 3: เมื่อเจออันตราย คุณสามารถซ่อนตัวในตู้ ตู้ไหนก็ปลอดภัยแน่นอน แต่อย่าเกิน 5 นาที ส่วนสำนักงานทนายความนั้นปลอดภัยแน่นอนเช่นกัน]
[กฎข้อที่ 4: ในความมืด สมรรถภาพทางร่างกายของคุณจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า สามารถป้องกันตัวเองจากการถูกปนเปื้อนได้ แนะนำให้เคลื่อนไหวตอนกลางคืน]
[กฎข้อที่ 5: ช่วยผู้พิพากษาหาหลักฐานการก่อเหตุของคนร้าย ตัดสินประหารชีวิตสิ่งลี้ลับ 9 ดาวในห้องขัง]
[กฎข้อที่ 6: สิ่งที่เห็นคือภาพลวง สิ่งที่ได้ยินคือคำลวง ความรู้สึกต่างหากคือความจริง]
[กฎข้อที่ 7: ความทรงจำของคุณอาจสับสนในตอนกลางวัน คุณอาจไม่ใช่ตัวคุณเองอีกต่อไป การกระทำและคำพูดจะชวนให้งุนงง ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ โปรดพยายามประคองสติให้ดี]
[กฎข้อที่ 8: ที่นี่ไม่มีอาหารให้ ภายใน 7 วันคุณจะไม่รู้สึกหิว]
[กฎข้อที่ 9: ภายในศาลมีแต่สิ่งอัปมงคล มีเพียงตอนกลางคืนเท่านั้นที่คุณจะมองเห็นพวกมัน]
[กฎข้อที่ 10: เปิดศาลในอีก 7 วันให้หลัง ผู้ที่รวบรวมหลักฐานความผิดไม่ครบจะถูกปนเปื้อน]
[กฎข้อที่ 11: กฎข้างต้นทั้งหมดเป็นเรื่องจริง]
นี่คือด่านที่ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นทนายความ ต้องช่วยผู้พิพากษาหาหลักฐานชี้ชัดในคดีฆาตกรรมของคนร้ายในห้องขังภายในเวลา 7 วัน
แต่!
เจียงเจ๋อเป็นผู้เล่นสายสปีดรัน เขารู้ว่าภารกิจนี้มีไว้เพื่อหลอกผู้เล่นคนอื่น ภารกิจที่แท้จริงคืออย่างอื่น!
ประมาณ 1 นาทีต่อมา เจียงเจ๋อกับโคนันหันมาสบตากัน
โคนันขบคิดอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น แสงขาวก็วาบขึ้นในหัว เข้าใจทุกอย่างได้ในทันที “กฎข้อที่ 1 กับกฎข้อที่ 11 ขัดแย้งกัน แสดงว่ากฎส่วนใหญ่ที่ศาลอลหม่านให้มานั้นเชื่อถือไม่ได้ น่าจะเชื่อได้แค่บางข้อ พวกเราจำเป็นต้องลองผิดลองถูก แต่จุดจบของการลองผิดลองถูกคือความตาย ดังนั้นด่านนี้โดยตัวมันเองแล้วคือด่านประเภทพาราด็อกซ์!”
“น้องชายฉลาดมาก เชื่อได้ไม่กี่ข้อ เชื่อทั้งหมดไม่ได้!” เจียงเจ๋อลูบหัวโคนัน “ไม่งั้นมันจะเรียกว่าด่าน 9 ดาวได้ยังไงล่ะ?”
เมื่อเห็นดังนั้น โคนันก็กลอกตามองบน
เขาคาดเดาว่าชายตรงหน้าคนนี้อาจเป็นสมาชิกองค์กรชุดดำ หรือไม่ก็เป็นคนของสำนักงานสืบสวนแห่งนครหลวงประเทศจีน
แต่เจียงเจ๋อไม่ได้เผยจิตสังหารออกมา แสดงว่ายังพอเชื่อใจได้ชั่วคราว
โคนันใช้นิ้วจรดคางถามอย่างสงสัย “ผมสังเกตเห็นกฎข้อที่ 4 บอกว่า สมรรถภาพทางร่างกายของพวกเราจะเพิ่มขึ้น 10 เท่าในความมืด ทำไมต้องเพิ่ม 10 เท่า พวกเราต้องต่อสู้เหรอครับ?... งั้นตอนนี้คุณกำลังรอให้ไฟดับตอนกลางคืนเหรอ?”
พอได้ยินดังนั้น เจียงเจ๋อก็มองโคนันด้วยความชื่นชม “ใช่ จำไว้ว่าอย่าคุยกับใคร ไปกันเถอะ ไปสนามกีฬากัน ไปเตะบอล รอถึงตอนกลางคืนค่อยลงมือ”
ด่านนี้ ผู้เล่นจำเป็นต้องช่วยผู้พิพากษารวบรวมหลักฐานความผิดของคนร้ายจริงๆ เพื่อให้ผู้พิพากษาประหารชีวิตคนร้ายหลังเปิดศาลในอีกเจ็ดวัน
แต่ชื่อของด่านนี้คือ [เจ็ดวันมรณะ]
99% ของผู้ถูกเลือกคนอื่นคงไม่ใส่ใจอักษรตัวใหญ่สี่ตัวที่เขียนว่า [เจ็ดวันมรณะ] นี้อย่างแน่นอน
หรือบางทีอาจคิดไปเองว่าเป็นเรื่องปกติที่พอผ่านพ้นเจ็ดวัน คนร้ายจะตายด้วยการฉีดยาพิษของนิติเวช
สำหรับเจียงเจ๋อที่กุมเคล็ดลับการผ่านด่านไว้ทั้งหมด เขาจำขั้นตอนการผ่านด่านได้ขึ้นใจนานแล้ว
ที่นี่คือศาลอลหม่าน กฎส่วนใหญ่นั้นเชื่อถือไม่ได้!
ดังนั้นจริงๆ แล้วเป้าหมายที่จะถูกจัดการในเจ็ดวันมรณะก็คือผู้ถูกเลือกทุกคน!
สิ่งที่เจียงเจ๋อต้องทำในตอนนี้คือการย้อนศรทำสิ่งที่ตรงกันข้าม ถึงจะรอดชีวิตไปได้
โดยเฉพาะในวันที่เจ็ดที่ความจริงจะปรากฏออกมา!
ในเวลานี้ ชาวเน็ตภายนอกที่เห็นเจียงเจ๋อกับโคนัน ต่างก็พากันงงเป็นไก่ตาแตก
“เด็กคนนี้มาจากไหนเนี่ย?”
“เป็นสิ่งลี้ลับฝ่ายพันธมิตรเหรอ? จำได้ว่าแม่ผีในด่านที่แล้วก็เป็นผีฝ่ายดีนะ”
“อาจจะเป็นพรสวรรค์ที่เราไม่รู้จักก็ได้!”
“ตอนนี้พวกเขาต้องวิเคราะห์กฎก่อนไม่ใช่หรือไง? เจียงเจ๋อมองกฎแวบเดียวก็ไม่สนใจแล้ว แถมยังใจเย็นขนาดไปเตะบอลได้อีก?”
“บ้าเอ๊ย เขาโยนชีวิตคนประเทศจีนอย่างพวกเราทิ้งไว้ข้างหลังหมดแล้ว!”
“...”
พอได้ทราบกฎ ผู้ถูกเลือกจากประเทศอื่นก็เริ่มครุ่นคิด
เพราะเป็นด่านนรกภูมิ 9 ดาว ไม่มีสิทธิ์รับคำเตือนจากภายนอก พวกเขาจึงต้องอาศัยความทรงจำที่ดูมาก่อนหน้านี้ไปลองผิดลองถูก
จอห์น สมิธ จากประเทศสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในนักสืบที่เก่งที่สุดของอเมริกา
นับตั้งแต่จอห์นถูกเลือก คนทั้งอเมริกาก็ตกตะลึง
ตอนนี้ เขาสวมเสื้อโค้ตสีน้ำตาลยืนอยู่ในศาล ปลุกพรสวรรค์ ‘ความคิดอาชญากร’ ขึ้นมา กำลังวิเคราะห์กฎ
“กฎข้อที่ 1 กับกฎข้อที่ 11 ขัดแย้งกัน”
“กฎข้อที่ 4 ผู้เล่นอย่างพวกเราพอถึงตอนกลางคืนสมรรถภาพทางร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นสิบเท่า พิสูจน์ว่าพวกเราต้องลงมือตอนกลางคืน แต่กลางคืนมักจะเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด กฎข้อนี้มันไม่สมเหตุสมผลอยู่นิดหน่อย...”
“ไม่ ไม่ถูกสิ ถ้ากฎข้อที่ 4 เป็นของปลอม ฉันก็จะหลงเข้าไปในกฎหลอก แล้วสุดท้ายจะถูกสิ่งลี้ลับที่ผลุบๆ โผล่ๆ ฆ่าตาย”
“และสิ่งที่ฉันต้องทำในตอนนี้ก็คือการรวบรวมหลักฐานความผิดของคนร้าย”
“ห้ามเชื่อญาตินักธุรกิจ ตำรวจ นิติเวช ผู้พิพากษา คณะลูกขุน ญาติคนร้าย เด็กผู้หญิง คนพวกนี้เป็นตัวร้ายหมดเลยงั้นเหรอ?”
“ส่วนฉันคือทนายความผู้ผดุงความยุติธรรม!”
พอพูดถึงความยุติธรรม จอห์น สมิธ ก็ลังเล
การช่วยผู้พิพากษารวบรวมหลักฐานความผิดของคนร้าย อาจพิสูจน์ได้ว่าทนายความคือฝ่ายธรรมะ
ทว่า!
ถ้าพิจารณากฎ [กฎข้างต้น/ต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริง/ของปลอมทั้งหมด]
งั้นพวกเราที่สวมบทบาททนายความยังเป็นฝ่ายธรรมะอยู่อีกเหรอ?
ทำไมพวกเราจะเป็นฝ่ายอธรรมบ้างไม่ได้ล่ะ?
“บางทีคงต้องรอให้ถึงตอนกลางคืน แล้วเริ่มลงมือจากเด็กผู้หญิง อีกฝ่ายน่าจะเป็นตัวที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาสิ่งลี้ลับพวกนี้ และเป็นจุดทะลวงด่านด้วย!”
เหล่าผู้ถูกเลือกที่หัวไวเหมือนจอห์น สมิธ ต่างสังเกตเห็นสถานการณ์นี้
กฎทั้งหมดถือเป็นโมฆะ ไม่สามารถแยกแยะจริงเท็จได้ หมายความว่าพวกเขาทำได้แค่ใช้วิธีตาบอดคลำช้าง
โอเลก ชายกล้ามโตจากประเทศรัสเซียอ่านกฎจบก็บ่นอุบ “บ้าบอ กฎพวกนี้หลอกให้พวกเราหลงทางกันหมด ต้องรวบรวมหลักฐานจากญาติคนร้าย กำจัดคนร้าย 9 ดาวในห้องขังให้ได้ถึงจะผ่านด่าน”
“ก่อนหน้านี้ซูคาบลัดไปถามคณะลูกขุนก่อน สุดท้ายก็ถูกสิ่งลี้ลับในคณะลูกขุนฆ่าตาย ผู้ถูกเลือกประเทศอื่นก็ไปหาตำรวจ ผู้พิพากษา... สุดท้ายก็ถูกสิ่งลี้ลับฆ่าตาย แสดงว่าไปถามคณะลูกขุนไม่ได้ ต้องรอให้ถึงตอนกลางคืนค่อยไปตามหาเด็กผู้หญิงคนนั้น หรือไม่ก็รอลงมืออยู่ที่สำนักงานทนายความ”
พอได้รับบทเรียนอันนองเลือดจากครั้งก่อนว่ากฎส่วนใหญ่เชื่อถือไม่ได้ ในเวลานี้ผู้ถูกเลือกจากทั่วโลกต่างก็ฉลาดขึ้นแล้ว
...............................................