- หน้าแรก
- ปลุกมังกรชั่วร้ายระดับ เอส เอส เอส ออกจากคุก
- บทที่ 2 คุณจำผมไม่ได้หรือ?
บทที่ 2 คุณจำผมไม่ได้หรือ?
บทที่ 2 คุณจำผมไม่ได้หรือ?
"ไอ้หย๋า เช็ดเข้ ผีหลอก!"
หยางหย่งไอ้หมาปัญญานิ่มร้องตะโกนลั่นด้วยความตกใจจนก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
แขกเหรื่อในพิธีต่างรู้สึกขนหัวลุกชัน ไม่มีใครเคยพบเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
เสิ่นหงหย่วนและภรรยายืนอึ้งอยู่กับที่ ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
"แม่..."
จนกระทั่งเสิ่นซินรั่นส่งเสียงเรียกอย่างแผ่วเบา ทั้งสองถึงได้สติคืนมา
หลี่หลานรีบเข้าไปประคองลูกสาว สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่เริ่มอุ่นขึ้น เมื่อเพ่งมองดูชัดๆ ก็พบว่าคนฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริงๆ
อะไรนะ? ฟื้นแล้ว?
ห้องโถงพิธีศพเกิดความวุ่นวายขึ้นทันที เหล่าแขกเหรื่อต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นคนตายฟื้นคืนชีพ
หยางเป่าไช่บิดเบี้ยวใบหน้าอันเหี่ยวย่น มุมปากกระตุกเป็นระยะ สีหน้าของเขาดูแย่ยามกว่าการกินอุจจาระเสียอีก
เขาคำนวณมาสารพัด แต่กลับคำนวณไม่ถึงว่าเสิ่นซินรั่นจะฟื้นขึ้นมาได้ แบบนี้ก็เท่ากับว่าหลินชวนได้โชคก้อนโตไปเปล่าๆ น่ะสิ?
ในคืนนั้นเอง ข่าวเรื่องเสิ่นซินรั่นฟื้นจากความตายก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองเจียงโจว
"ปาฏิหาริย์ มันคือปาฏิหาริย์ชัดๆ"
ภายในห้องพัก หลังจากแพทย์ตรวจร่างกายเสิ่นซินรั่นเสร็จสิ้น ก็กล่าวด้วยความตกตะลึงว่า "คุณหนูใหญ่นอกจากร่างกายที่ยังอ่อนเพลียอยู่บ้าง ส่วนอื่นก็ปกติดีทุกอย่าง พักผ่อนไม่กี่วันก็หายครับ"
"ฮ่าฮ่า... ดีเหลือเกิน"
หลี่หลานร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจพลางเช็ดหางตา "เสี่ยวชวน ครั้งนี้ต้องขอบใจเธอจริงๆ..."
"เกี่ยวอะไรกับมัน?"
เสิ่นหงหย่วนแค่นเสียงเย็น "คุณคงไม่ได้คิดว่าซินรั่นถูกมันช่วยจนฟื้นขึ้นมาหรอกนะ?"
"ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นใคร?"
หลี่หลานย้อนถาม "เสี่ยวชวนบอกไว้ก่อนแล้วว่าซินรั่นแค่ตกอยู่ในสภาวะหลับลึกเหมือนตาย..."
"พอๆ เลิกแก้ตัวแทนมันได้แล้ว"
"ไอ้ขยะที่ทำเรื่องต่ำช้าผิดกฎหมายแบบนั้น คำพูดมันคุณยังจะเชื่ออีกเหรอ?"
เสิ่นหงหย่วนโบกมืออย่างรำคาญ "หลินชวน แกควรจะดีใจที่ยังไม่ได้ลงมือ ความบริสุทธิ์ของลูกสาวฉันยังอยู่ ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ ตอนนี้ซินรั่นไม่เป็นไรแล้ว ละครลิงเรื่องนี้ก็ควรจบลงเสียที แกไสหัวไปได้แล้ว"
หลินชวนหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่ได้กล่าววาจาใด
"ฉันไม่ยอม!"
หลี่หลานมีสีหน้าจริงจัง "หงหย่วน ทำลายวัดสิบแห่ง ยังดีกว่าทำลายหนึ่งงานมงคล คนเราต้องมีมโนธรรม จะเสร็จนาฆ่าโคถึกไม่ได้นะ"
"เธอนี่มัน... ความคิดแบบผู้หญิงจริงๆ"
เสิ่นหงหย่วนถลึงตาใส่เธออย่างแรง "วิวาห์หยินนับเป็นงานแต่งงานที่ไหนกัน? ให้เงินมันไปสักก้อนแล้วไล่ไปก็สิ้นเรื่อง"
"ไม่ได้ ฉันไม่มีวันตกลง"
หลี่หลานยืนกรานหนักแน่น
"ถ้าผมไป เธอต้องตายแน่"
หลินชวนกล่าวอย่างราบเรียบ "เธอสูดดมผงกลืนวิญญาณเข้าไปมากเกินไป ภายนอกดูเหมือนร่างกายไม่เป็นอะไร แต่จิตวิญญาณเปราะบางอย่างยิ่ง หากรักษาไม่ถูกวิธี ภายในสามวันจิตใจจะต้องพังทลายแน่นอน"
"ไอ้หนู แกกล้าแช่งลูกสาวฉันเหรอ?"
เสิ่นหงหย่วนชี้นิ้วใส่จมูกเขา
"ผมแค่พูดความจริง!"
หลินชวนจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่โกรธเกรี้ยวของเขา "ผงกลืนวิญญาณเป็นวิชาสายมืดของสำนักเหนือ ใช้เถ้าพลุงานแต่ง เถ้าธูปคนตาย ผสมกับของอัปมงคลอีกหลายชนิดมาหลอมรวมกัน สามารถควบคุมจิตวิญญาณคนให้เข้าสู่สภาวะหลับลึกเหมือนตาย..."
"เพ้อเจ้อ!"
เสิ่นหงหย่วนขัดจังหวะอย่างเย็นชา
"หลินชวน แกติดคุกมาหลายปีไม่รู้จักกลับตัวกลับใจ ยังจะมาเรียนวิชาต้มตุ๋นหลอกลวงอีกเหรอ?" ลูกไม้ของพวกสิบแปดมงกุฎแบบนี้เขาเห็นมานักต่อหนักแล้ว
"หงหย่วน เชื่อไว้บ้างก็ไม่เสียหายนะ"
หลี่หลานกล่าวอย่างสงสัย "ซินรั่นร่างกายแข็งแรงมาตลอด ทำไมจู่ๆ ถึงล้มป่วยหนักล่ะ?"
"คุณนายครับ โรคของคุณหนูใหญ่น่ะแปลกประหลาดจริง แต่ถ้าจะบอกว่าโดนวิชาคุณไสยอะไรนั่น มันเป็นเรื่องไร้สาระทั้งเพครับ"
หมอส่ายหน้าพลางหัวเราะหึ
เขาก็ถือเป็นหมอมีชื่อของเจียงโจว ย่อมไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้อยู่แล้ว
หลินชวนหัวเราะเย็น "ที่คุณไม่เคยเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี..."
"พอได้แล้ว!"
เสิ่นหงหย่วนกล่าวเสียงเฉียบ "หลินชวน รู้จักที่ต่ำที่สูงของแกด้วย แกเป็นแค่เครื่องมือในวิวาห์หยินของตระกูลเสิ่นเท่านั้น"
...
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินชวนถือถ้วยยาต้มแล้วผลักประตูเข้าไปในห้องของเสิ่นซินรั่น
ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตู เขาก็เห็นผิวขาวเนียนดุจหิมะเป็นบริเวณกว้าง เสิ่นซินรั่นกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ ทรวดทรงองเอวที่โค้งเว้าได้รูปของเธอนั้นราวกับหยกขาวที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต
"เข้าห้องคนอื่นไม่รู้จักเคาะประตูหรือไง? ออกไป"
เธอทำหน้าเย็นชา พลางเอาเสื้อผ้ามาปิดบังร่างกาย
"ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ"
หลินชวนมองเธออย่างตะลึงค้าง
เมื่อก่อนเธอยังเป็นเพียงเด็กหญิงที่มัดผมหางม้า แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นเทพธิดาแห่งวงการธุรกิจของเจียงโจวไปแล้ว ไม่รู้ว่ามีชายหนุ่มกี่คนที่คลั่งไคล้เธอ พวกลูกหลานตระกูลเศรษฐีที่มาสู่ขอแทบจะเหยียบธรณีประตูบ้านจนพัง
"นี่ยังจะดูอีกเหรอ?"
เสิ่นซินรั่นถลึงตาใส่เขาอย่างแรง
"ขอโทษครับ!"
หลินชวนรีบเอามือปิดตา วางถ้วยยาลง "นี่คือน้ำแกงสงบจิตที่ต้มมาให้ ดื่มตอนยังร้อนนะ"
"เดี๋ยวก่อน!"
เสิ่นซินรั่นเรียกเขาไว้ "เมื่อวาน... คุณเป็นคนช่วยฉันไว้เหรอ?"
เมื่อเห็นหลินชวนพยักหน้า เธอจึงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "ฉันรู้ว่านั่นเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ก็ขอบคุณคุณนะ คุณต้องการอะไร? บอกมาได้เลย ฉันจะพยายามทำให้"
ผู้ชายที่ยอมแต่งงานกับคนตาย แถมยังเป็นนักโทษที่เคยติดคุก ไม่หวังเงินทองก็ต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง
"คุณ... จำผมไม่ได้แล้วหรือ?"
หลินชวนถามหยั่งเชิง
"ฉันจำเป็นต้องรู้จักคุณด้วยเหรอ?"
เสิ่นซินรั่นย้อนถาม
หลินชวนส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ ก็ถูกของเธอ เรื่องราวในปีนั้นเธอคงจะลืมไปนานแล้ว
ในฤดูหนาวอันเหน็บหนาวเมื่อสิบสองปีก่อน เขาถูกลูกชายทั้งสองของหยางเป่าไช่กลั่นแกล้ง มัดมือมัดเท้าแล้วโยนทิ้งไว้กลางกองหิมะ หมายจะให้เขาหนาวตาย
เขานึกว่าตนเองคงไม่รอดแน่แล้ว แต่กลับถูกเด็กหญิงตัวน้อยที่มัดผมหางม้าช่วยชีวิตไว้
เธอยอมถอดเสื้อกันหนาวออก แล้วใช้ร่างกายเล็กๆ ของเธอกอดเขาไว้แน่น จนเขาฟื้นคืนสติจากอาการสลบไสล และได้เห็นใบหน้าที่เยาว์วัยทว่าเต็มไปด้วยความกังวล
ตั้งแต่วันนั้นมา เขาก็คอยเฝ้ามองเสิ่นซินรั่นอยู่ห่างๆ จนกระทั่งต้องรับผิดติดคุกแทนคนอื่นเมื่อหกปีก่อน จึงขาดการติดต่อจากเธอไปอย่างสิ้นเชิง
"นี่ คิดอะไรอยู่?"
เสิ่นซินรั่นโบกมือไปมาตรงหน้าเขา
"อ๋อ เปล่าครับ!"
หลินชวนได้สติ "ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น แค่อยากได้ของของตระกูลหลินคืน แม่ของผมทิ้งอ่างทองสัมฤทธิ์เอาไว้ชิ้นหนึ่งก่อนเสียชีวิต ซึ่งถูกหยางเป่าไช่มอบให้พ่อของคุณไป"
"อ่างทองสัมฤทธิ์?"
เสิ่นซินรั่นส่ายหน้าเล็กน้อย "ฉันไม่เคยเห็นนะ คุณจำผิดหรือเปล่า? หยางเป่าไช่อาจจะให้คนอื่นไปแล้วก็ได้"
"ไม่มีทาง อยู่ที่ตระกูลเสิ่นนี่แหละ"
หลินชวนไม่เคยเห็นหน้าพ่อบังเกิดเกล้าตั้งแต่เด็ก เขาใช้นามสกุลแม่และเติบโตมาในบ้านตา
อ่างทองสัมฤทธิ์นี้เป็นของสืบทอดบรรพบุรุษตระกูลหลิน และเป็นของดูต่างหน้าชิ้นสำคัญของแม่ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องทวงคืนมาให้ได้
"ไว้ฉันจะลองถามพ่อดู ถ้าอยู่ที่ตระกูลเสิ่นจริงๆ ฉันจะคืนให้คุณ"
เสิ่นซินรั่นถามด้วยความสงสัย "คุณชื่อหลินชวน แล้วราชินีแห่งตระกูลหลิน 'หลินหว่านชิง'... เป็นอะไรกับคุณ?"
"ท่านเป็นแม่ของผมครับ!"
หลินชวนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!"
เสิ่นซินรั่นพยักหน้าอย่างเข้าใจ "แล้วทำไมคุณถึงต้องเข้าคุก?"
"รับโทษแทนลูกชายของหยางเป่าไช่ ตอนนั้นผมไม่มีทางเลือก"
หลินชวนตอบ
"ไอ้แซ่หยางนี่มันชั่วจริงๆ!"
เสิ่นซินรั่นด่าออกมาคำหนึ่ง พลางตบที่แขนเขาเบาๆ "ชีวิตคุณก็น่าสงสารนะ ทั้งที่เป็นนายน้อยตระกูลใหญ่แท้ๆ แต่กลับต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้"
"แต่ไม่เป็นไรหรอก ถึงแม้เราจะเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ไม่ได้ แต่หลังจากนี้คุณก็อยู่ที่ตระกูลเสิ่นไปเถอะ พวกเขาไม่กล้ารังแกคุณหรอก"
หลินชวนรู้สึกอบอุ่นในใจ ถึงแม้ภายนอกเธอจะดูเย็นชา แต่เนื้อแท้ก็ยังคงมีเมตตาเหมือนเดิม
'ก๊อก ก๊อก...'
ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"คุณหนูใหญ่ คุณอาสะใภ้รองกับคุณหนูถิงอวี้มาเยี่ยมครับ"
อาสะใภ้รอง?
เสิ่นซินรั่นสีหน้าสลดลงทันที "รับทราบแล้ว เดี๋ยวฉันลงไป"
เมื่อเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ หลินชวนก็เดินตามเธอลงไปข้างล่าง
ที่โถงกลางวิลล่า เสิ่นหงหย่วนและภรรยาพร้อมด้วยผู้หญิงอีกสองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โซฟา คนหนึ่งคือหวังหมิ่นฮุ่ย อาสะใภ้รองของเสิ่นซินรั่น ส่วนอีกคนคือเสิ่นถิงอวี้ ลูกพี่ลูกน้องของเธอ
"อาสะใภ้รอง ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้ล่ะคะ?"
เสิ่นซินรั่นเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มที่แฝงความเย็นชา