เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ของปลอม

บทที่ 3 ของปลอม

บทที่ 3 ของปลอม


"ซินรั่น พูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไง?"

เสิ่นถิงอวี้กล่าวอย่างถือตัว "แม่ฉันอุตส่าห์ตั้งใจมาเยี่ยมเธอ อย่าให้มันไม่รู้จักดีชั่วหน่อยเลย"

"พวกคุณจะมีน้ำใจขนาดนั้นเชียว?"

เสิ่นซินรั่นหัวเราะหึ "มีธุระก็พูดมา ถ้าไม่มีก็เชิญกลับไปได้แล้ว"

คนสองบ้านนี้ชิงดีชิงเด่นกันมาตลอด แถมท่านผู้เฒ่ายังลำเอียงเข้าข้างทางโน้น เมื่อวานตอนจัดพิธีวิวาห์หยิน คนในตระกูลเสิ่นคนอื่นไม่มีใครมาเลยสักคน สำหรับพวกเขาแล้วเรื่องนี้มันน่าขายหน้าจะตายไป

"อีเด็กคนนี้ แก..."

เสิ่นถิงอวี้กำลังจะแผลงฤทธิ์ แต่ถูกหวังหมิ่นฮุ่ยดึงแขนเอาไว้เสียก่อน

หล่อนดึงมือเสิ่นซินรั่นมาจับไว้พลางแสร้งทำเป็นหวังดี "ซินรั่นเอ๋ย ยังไงเสียพวกเราก็คนครอบครัวเดียวกัน เห็นหลานไม่เป็นไร อาสะใภ้รองก็เบาใจ บรรพบุรุษคุ้มครองแท้ๆ"

"ทั้งหมดนี้เป็นความดีความชอบของเสี่ยวชวนจ๊ะ!"

หลี่หลานกล่าวอย่างยิ้มแย้ม "เมื่อวานถ้าไม่ได้เขา ซินรั่นก็คงไม่ฟื้นขึ้นมา เด็กคนนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนมีบุญ"

"มีบุญ? อย่างเขาน่ะเหรอ?"

เสิ่นถิงอวี้ชี้ไปที่หลินชวนพลางเหยียดยิ้ม "ฉันได้ยินมาว่า... เขาเป็นนักโทษที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาจากคุก ขยะสังคมแบบนี้มีแต่จะทำให้ตระกูลเสิ่นแปดเปื้อน"

"ถิงอวี้ เรื่องบางอย่างอย่าพูดไปเรื่อย"

หลี่หลานหุบยิ้มลง "เสี่ยวชวนเคยเข้าคุกก็จริง แต่ใครบ้างทั้งชีวิตไม่เคยทำผิด? รู้จักแก้ไขก็ดีแล้ว"

"น้องสะใภ้จ๊ะ เธอเนี่ยจิตใจดีเกินไปจริงๆ"

หวังหมิ่นฮุ่ยพูดจาเหน็บแนม "คนขี้คุกแบบนี้ระวังไว้หน่อยก็ดี ระวังซินรั่นจะถูกหลอกทั้งตัวและทรัพย์สินนะ"

"พี่สะใภ้รองเตือนได้ถูกต้องแล้ว!"

เสิ่นหงหย่วนหน้าดำคร่ำเครียดพลางยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน

เขายิ่งมองหลินชวนก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ หยางเป่าไช่ไอ้สารเลวนั่น ดันส่งตัวนักโทษออกมาเสียได้ มันน่าโดนนัก

"อาสะใภ้รองคะ นี่เป็นเรื่องของหนู ไม่รบกวนให้ท่านต้องมาลำบากใจหรอกค่ะ"

เสิ่นซินรั่นกรอกตาใส่ด้วยความรังเกียจสุดขีด

"ซินรั่นเอ๋ย ตอนหลานป่วยปางตาย ท่านผู้เฒ่าร้อนใจแทบแย่"

หวังหมิ่นฮุ่ยหรี่ตาพลางยิ้มร้าย "โครงการเขตใหม่ของบริษัทไม่มีคนดูแล ก็เลยต้องส่งมอบให้ถิงอวี้รับช่วงต่อแทนแล้วล่ะจ๊ะ"

เสิ่นซินรั่นโกรธจนหน้าแดงก่ำ โครงการนั้นเธอเป็นคนวางแผนมากับมือเมื่อครึ่งปีก่อน นี่มันเท่ากับทำนาบนหลังคนชัดๆ

"น้องสาวเธอก็รักษาตัวไปเถอะ เรื่องที่บริษัทมีพี่อยู่ทั้งคน"

เสิ่นถิงอวี้กล่าวอย่างลำพอง "อ้อ จริงด้วยคุณอาสาม คุณปู่ยังมอบผลงานเขียนพู่กันของปรมาจารย์เซวียให้คุณพ่อหนูด้วยนะคะ หนูรู้ว่าคุณอาสามชอบลายมือปรมาจารย์เซวียมาก วันนี้เลยเอามาให้คุณอาได้ชมเป็นขวัญตาค่ะ"

หล่อนหยิบม้วนกระดาษออกมาแล้วกางออกบนโต๊ะน้ำชาทันที

นี่คือผลงาน 'จิ่งซิ่วซานเหอ' (ขุนเขานามพรรณราย) ของปรมาจารย์ด้านการเขียนพู่กันร่วมสมัยอย่าง 'เซวียเยี่ยนเฉิง' ลายเส้นพู่กันพริ้วไหวดุจสายน้ำ สวยงามลงตัวตามธรรมชาติ มูลค่าอย่างต่ำก็สิบล้าน

"เหอะ... ท่านผู้เฒ่านี่ช่างใจกว้างจริงๆ นะ"

เสิ่นหงหย่วนเค้นคำพูดออกมาจากซอกฟัน โกรธจนหน้าเขียวตัวสั่นไปหมด

คนทั้งบ้านต่างรู้ดีว่าเขาคลั่งไคล้การเขียนพู่กัน และชอบลายมือของปรมาจารย์เซวียเยี่ยนเฉิงเป็นที่สุด

ตอนที่ท่านผู้เฒ่าได้ภาพนี้มา เขาเคยเอ่ยปากขอหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ถูกท่านผู้เฒ่าปฏิเสธด้วยเหตุผลต่างๆ นานา คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะมอบให้พี่รองเสิ่นหงชาง

ที่บอกว่าเอามาให้ชม จริงๆ คือจงใจมาโอ้อวดให้เขาเจ็บใจต่างหาก

ในตอนนั้นเอง คนรับใช้ถือป้าน้ำชาเดินผ่านมา เกิดอุบัติเหตุเดินชนหลินชวนเข้า ป้าน้ำชาจึงร่วงลงไปบนม้วนกระดาษพอดี

ซ่า...

น้ำเดือดที่เพิ่งต้มเสร็จราดลงไปบนนั้นจนชุ่ม ลายเส้นพู่กันถูกทำลายในพริบตา ทุกคนในที่นั้นต่างอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน

"แกตาบอดหรือไง? ทำงานภาษาอะไร?"

หวังหมิ่นฮุ่ยแผดเสียงร้องลั่น

"ขอโทษค่ะคุณนายรอง หนู... หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ"

คนรับใช้สั่นไปทั้งตัวพลางก้มหัวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"แกรู้ไหมว่าลายมือภาพนี้แพงขนาดไหน? ขายตัวแกยังชดใช้ไม่ไหวเลย"

หวังหมิ่นฮุ่ยโกรธจนหน้าตาน่าเกลียด "เจ้าสาม แกจะว่ายังไง?"

"เพราะแกแท้ๆ!"

เสิ่นหงหย่วนพาลทันที พลางชี้นิ้วใส่จมูกหลินชวน "ไอ้ตัวซวย ทำอะไรก็ไม่เป็นสัปปะรด เห็นคนเดินมาไม่รู้จักหลบหรือไง?"

"พ่อคะ นี่ไม่ใช่ความผิดของหลินชวนนะ พ่อช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหม?"

เสิ่นซินรั่นทนดูไม่ได้อีกต่อไป

"แกยังจะปกป้องมันอีก?"

เสิ่นหงหย่วนหน้าบึ้งตึง ฉวยโอกาสหาเรื่องทันที "เมื่อกี้พ่อเห็นชัดๆ ว่ามันจงใจขัดขาคนรับใช้ ฉันบอกแกไว้นะ ถ้าไม่มีปัญญาชดใช้ ก็ไสหัวออกไปจากตระกูลเสิ่นเดี๋ยวนี้ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้"

"เบาเสียงหน่อยก็ได้ ผมไม่ได้หูหนวก"

หลินชวนแคะหูพลางกล่าวอย่างไม่รีบร้อน "ของปลอมราคาไม่กี่ร้อย ผมชดใช้ให้เองก็ได้"

อะไรนะ? ของปลอม?

เสิ่นหงหย่วนถึงกับชะงัก

"เหอะ ตลกสิ้นดี"

หวังหมิ่นฮุ่ยเยาะเย้ยอย่างเย็นชา "ไอ้หนู ไม่รู้เรื่องอย่าพูดไปเรื่อย ไม่อย่างนั้นมันจะดูโง่เง่ามาก"

"เสี่ยวชวน เรื่องนี้ไม่ไช่ความผิดเธอหรอกนะ"

หลี่หลานปลอบ "พี่สะใภ้รอง เท่าไหร่ฉันจะชดใช้ให้เอง อย่าไปลำบากใจกับเด็กเลย"

"ผมบอกว่าเป็นของปลอม มันก็คือของปลอม"

หลินชวนกล่าวเรียบๆ

"ไอ้ขี้คุก แกเป็นตัวอะไรฮะ?"

เสิ่นถิงอวี้มีสีหน้าเกลียดชัง "ฉันว่าแกก็แค่กะล่อนไปวันๆ มีหลักฐานไหมล่ะ?"

"แน่นอน!"

หลินชวนตอบตรงๆ "ที่ผมกล้ายืนยันว่าเป็นของปลอม เพราะของจริงอยู่ในมือผม"

ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา เสิ่นหงหย่วนถึงกับหน้าถอดสี

ผลงานจริงของปรมาจารย์เซวีย ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้ ไอ้เด็กนี่กล้าพ่นลมปากจริงๆ

"พูดจาไม่กลัวลิ้นจุกปาก วันนี้ถ้าแกเอาออกมาไม่ได้ แกต้องคุกเข่าคลานออกไปจากที่นี่"

"ตกลง!"

หลินชวนพยักหน้า "แล้วถ้าผมเอาของจริงออกมาได้ จะว่ายังไง?"

"ถ้าแกเอาออกมาได้ ฉันจะคุกเข่าขอโทษแกเอง"

เสิ่นหงหย่วนสบถหึ

"ดี คำไหนคำนั้น"

หลินชวนหันหลังเดินขึ้นข้างบนทันที เสิ่นซินรั่นก็รีบเดินตามไปเช่นกัน

พอมาถึงห้องหนังสือชั้นสอง เสิ่นซินรั่นก็ถึงกับงง

"นี่ คุณคงไม่ได้... คิดจะเขียนเองหรอกนะ?"

"มีปัญหาอะไรเหรอ?"

หลินชวนหยิบพู่กันขึ้นมา ตวัดเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวอย่างรวดเร็ว

"ไอ้บ้าเอ๊ย!"

เสิ่นซินรั่นตบหน้าผากตัวเอง

ลายมือของปรมาจารย์เซวีย แม้แต่พ่อของเธอยังเลียนแบบไม่ได้ นี่มันหาเรื่องแท้ๆ เลยไม่ใช่หรือ?

ไม่นานนัก หลินชวนก็ถือกระดาษที่เพิ่งเขียนเสร็จ ทั้งสองเดินกลับลงมาที่ห้องโถง

เสิ่นถิงอวี้ชะโงกหน้าเข้ามาดู "นี่เขียนอะไรเนี่ย? อย่างกับรอยตีนหมาข่วน ขำชะมัด"

หวังหมิ่นฮุ่ยปรายตามองสองแวว ลายเส้นยุ่งเหยิงแถมนังไม่มีตราประทับ ของตามแผงลอยยังดูดีกว่านี้เลย

เสิ่นซินรั่นส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ หาเรื่องใส่ตัวจริงๆ

"นี่... นี่มัน?"

เสิ่นหงหย่วนเพ่งมองชัดๆ ถึงกับตะลึงตาค้าง "คิดไม่ถึงเลยจริงๆ นี่มันคือ... ลายมือ 'ข่วงเฉาหังซู' (อักษรหวัดกึ่งบรรจง) ของปรมาจารย์เซวียนี่นา"

อะไรนะ? ข่วงเฉาหังซู?

ทุกคนถึงกับอึ้ง

"พ่อคะ พ่อมองผิดหรือเปล่า?"

เสิ่นซินรั่นเบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อ

"ไม่มีทางผิดแน่!"

เสิ่นหงหย่วนหยิบกระดาษเซวียนจื่อขึ้นมาพลางกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

"ที่ปรมาจารย์เซวียอันดับหนึ่งในวงการพู่กัน ก็เพราะเขาสามารถหลอมรวมอักษรหังซูและข่วงเฉาเข้าด้วยกัน ลายเส้นดุจมังกรทะยาน มีทั้งความแข็งกร้าวและอ่อนช้อย หลายปีก่อนท่านก็ประกาศเลิกเขียนแนวนี้ไปแล้ว นี่มันเป็นผลงานจริงชิ้นสุดท้ายชัดๆ"

"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเด็ดขาด"

หวังหมิ่นฮุ่ยหน้าเขียวปั๊ด รีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที

แต่ผลที่ได้แทบจะทำให้หล่อนกระอักเลือด นี่คือลายมือจริงของปรมาจารย์เซวียเยี่ยนเฉิง

"แปลกจัง ทำไมหมึกยังเปียกอยู่เลยล่ะ?"

หลี่หลานลองเอามือแตะดู รอยหมึกยังไม่แห้งสนิท

"อ๋อ ช่วงนี้อากาศชื้นน่ะครับ เป็นเรื่องปกติ"

หลินชวนเบะปาก "คุณนายรอง เอาของปลอมมาเบ่งตั้งนาน ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนครับ?"

"ไอ้หนู ฝากไว้ก่อนเถอะ"

หวังหมิ่นฮุ่ยจ้องเขม็งด้วยความโกรธ สุดท้ายก็จูงมือลูกสาววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

"หงหย่วน เสี่ยวชวนไม่ทำให้คุณผิดหวังใช่ไหมล่ะ?"

หลี่หลานยิ้มเยาะ "พนันแล้วต้องยอมรับ ใครกันนะที่บอกว่าจะคุกเข่าขอโทษ?"

"ขอโทษอะไร?"

เสิ่นหงหย่วนหน้าแดงก่ำ "ใครจะไปรู้ว่าลายมือนี้มันเอามาจากไหน? ดีไม่ดีอาจจะไปขโมยเขามาก็ได้"

หลินชวนส่ายหน้าหัวเราะ เมื่อคนเราอคติ ต่อให้คุณทำดีแค่ไหนก็ยังมีความผิดอยู่ดี

เสิ่นซินรั่นจ้องมองเขาด้วยสายตาซับซ้อนและเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ไอ้หมอนี่เป็นใครกันแน่? เขาเพิ่งออกจากคุกมาไม่ใช่เหรอ?

เธอจะไปรู้ได้อย่างไรว่า ปรมาจารย์พู่กันร่วมสมัยอย่างเซวียเยี่ยนเฉิง คือหนึ่งในลูกศิษย์ของหลินชวน และลายมือของเขาก็พยายามเลียนแบบหลินชวนมาโดยตลอด

ภาพของท่านผู้เฒ่านั้น เซวียเยี่ยนเฉิงเป็นคนเขียนเองกับมือจริงๆ คราวนี้คุณนายรองนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว ยังเสียลายมือพู่กันไปฟรีๆ อีกหนึ่งภาพ สมน้ำหน้าจริงๆ

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเสิ่นหงหย่วนก็ดังขึ้น

"ฮัลโหล! อะไรนะ?"

"ตกลง ฉันรู้แล้ว"

หลังจากวางสาย เขาหน้าสลดลงทันที "เสี่ยวจิ้นเกิดเรื่องแล้ว มันไปเสียพนันในบ่อนแล้วโดนจับตัวไว้"

"อะไรนะ?"

หลี่หลานโกรธจนปวดหัว "ไอ้ลูกล้างลูกผลาญ ตอนซินรั่นเกิดเรื่องกลับหายหัวไป วันๆ เอาแต่เที่ยวเตร่ ปล่อยให้มันตายอยู่ข้างนอกนั่นแหละ"

"ต่อให้มันทำผิดยังไง มันก็ลูกเรานะ"

เสิ่นหงหย่วนนวดขมับ "ทางนั้นบอกว่าถ้าวันนี้ไม่เอาเงินไปส่ง มันจะสับมือของเสี่ยวจิ้น"

เสิ่นซินรั่นกุมมือแม่ไว้ "พ่อคะแม่คะ ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวหนูไปรับพี่กลับมาเองค่ะ"

"ผมไปด้วย!"

หลินชวนลุกขึ้นยืน

"ใช่ ให้มันไปด้วย"

เสิ่นหงหย่วนออกคำสั่ง "ตระกูลเสิ่นไม่เลี้ยงคนกินแรงคนอื่น ในเมื่อแกหาเงินไม่ได้ ก็ต้องไปออกแรง..."

"หุบปากไปเลย พ่อเนี่ยแหละที่ให้ท้ายจนเสียคน"

หลี่หลานเอ็ดสามี "เสี่ยวชวนจ๊ะ ลำบากเธอหน่อยนะ เดี๋ยวแม่จะให้บอดี้การ์ดตามไปด้วย"

ยี่สิบนาทีต่อมา หลินชวนเดินทางตามเสิ่นซินรั่นและบอดี้การ์ดอีกสองคนไปยังบ่อนใต้ดินแห่งหนึ่งในย่านชานเมืองทิศใต้ตามที่อยู่ที่ได้รับมา

ที่ประตูใหญ่มีลูกน้องคุมอยู่สองคน หลังจากแจ้งจุดประสงค์แล้ว อีกฝ่ายก็นำพวกเขาไปยังห้องรับรองบนชั้นสอง

ทันทีที่เข้าประตูไป ก็เห็นชายคนหนึ่งที่ถูกซ้อมจนหน้าตาบวมปูดกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น เขาคือพี่ชายของเสิ่นซินรั่น 'เสิ่นเจ๋อจิ้น'

จบบทที่ บทที่ 3 ของปลอม

คัดลอกลิงก์แล้ว