เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - บารมีท่านสามเฉิน กับข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ

บทที่ 37 - บารมีท่านสามเฉิน กับข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ

บทที่ 37 - บารมีท่านสามเฉิน กับข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ


บทที่ 37 - บารมีท่านสามเฉิน กับข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ

☆☆☆☆☆

ภายในเรือนรับรองของจวนตระกูลเฉิน

ที่ปรึกษาซุนผู้ที่ปกติจะวางท่าโอหังและมองคนด้วยรูจมูก ในยามนี้กลับนั่งตัวลีบอยู่บนขอบเก้าอี้ด้วยท่าทางกระสับกระส่าย

มือของเขาประคองถ้วยชาไว้แต่กลับไม่กล้าจิบแม้แต่คำเดียว เหงื่อเม็ดเปียกซึมออกมาตามหน้าผาก สายตาคอยชำเลืองมองไปที่ประตูอยู่เป็นระยะ ทั้งคาดหวังและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน

ที่ข้างเท้าของเขามีหีบไม้สีแดงสองใบวางอยู่ ฝาหีบเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นผ้าไหมเนื้อดีและโสมคนสภาพสวยงามหลายหัววางเรียงรายอยู่ข้างใน

นี่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่การมาเอาผิด แต่เป็นการมา "ส่งบรรณาการ" ชัดๆ!

เฉินว่านซานที่นั่งอยู่ที่ตำแหน่งรองประธานมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนเหมือนกำลังฝันไป

เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังนั่งกังวลว่าตระกูลจ้างจะร่วมมือกับทางการมาถอนรากถอนโคนตระกูลเฉินอยู่เลย

แต่ตอนนี้ ที่ปรึกษาคนสนิทของท่านนายอำเภอกลับหิ้วของขวัญกองโตมานั่งรอพบลูกชายเขาประดุจหลานชายมารอพบคุณปู่?

โลกใบนี้มันเปลี่ยนไปเร็วเกินไปแล้วจริงๆ!

"ที่ปรึกษาซุน ท่าน... ท่านจิบน้ำชาก่อนสิ" เฉินว่านซานลองเอ่ยทัก "ฝานเอ๋อร์เพิ่งจะฝึกวิชาเสร็จ คงต้องใช้เวลาอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่..."

"ไม่รีบครับ! ไม่รีบเลย!"

ที่ปรึกษาซุนรีบโบกมือพลางส่งยิ้มประจบประแจง "ท่านสามเฉินเป็นยอดคนผู้สูงส่ง จะมีกฎเกณฑ์บ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา ผู้น้อยรอได้ครับ รอได้เสมอ!"

มุมปากของเฉินว่านซานกระตุกเบาๆ

ยอดคนผู้สูงส่งงั้นหรือ?

ไอ้ลูกชายที่ต่อยโต๊ะพังและฉีกร่างผีด้วยมือเปล่าคนนั้นน่ะนะ... ฟังดูเหมือนเทพเจ้าสายโหดมากกว่า

ในตอนนั้นเอง

เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและทรงพลังก็ดังแว่วมาจากนอกห้อง

ตึง! ตึง! ตึง!

ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไป พื้นดินดูเหมือนจะสั่นสะเทือนเบาๆ

คลื่นความร้อนที่รุนแรงพุ่งนำหน้าเข้าสู่ห้องโถงก่อนที่ตัวคนจะมาถึงเสียอีก

อุณหภูมิในห้องที่เคยเย็นสบายพลันพุ่งสูงขึ้นหลายองศาในพริบตา

ที่ปรึกษาซุนสะดุ้งสุดตัวราวกับแมวถูกเหยียบหาง เขารีบสปริงตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที

ม่านประตูถูกเลิกขึ้น

ร่างที่สูงใหญ่ประดุจหอคอยเหล็กก้าวเดินเข้ามาด้านใน

ชุดคลุมสีดำตัวโคร่งไม่อาจบดบังช่วงไหล่ที่กว้างขวางจนน่าตกใจได้ ผิวสีทองแดงเข้มส่องประกายเย็นเยียบดุจโลหะ ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำและเยือกเย็นเปี่ยมไปด้วยความเฉยชาที่มองเห็นทุกชีวิตเป็นเพียงฝุ่นผง

เฉินฝานนั่นเอง

เขาเพิ่งจะบรรลุวิชากายาทองแดงเพลิงขั้นที่สาม ปราณโลหิตในร่างกายยังไม่สงบลงเต็มที่ ทำให้เขามีสภาพเหมือนเตาหลอมเคลื่อนที่ซึ่งแผ่แรงกดดันมหาศาลออกมาตลอดเวลา

"ที่ปรึกษาซุน?"

เฉินฝานเดินตรงไปยังตำแหน่งประธานอย่างวางอำนาจ เฉินว่านซานขยับถอยไปยืนด้านข้างตามสัญชาตญาณทันทีโดยที่เฉินฝานไม่ต้องเอ่ยปาก

เขาทรุดตัวลงนั่งแล้วปรายตามองที่ปรึกษาซุนเพียงแวบเดียว

เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น

ที่ปรึกษาซุนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกสัตว์ร้ายจากยุคดึกดำบรรพ์จ้องตะครุบ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนเกือบจะทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น

แกร่งเกินไปแล้ว! น่ากลัวเกินไปแล้ว!

เขาเคยพบยอดฝีมือมามากมายในที่ว่าการ แม้แต่คนจากกองปราบเมืองหลวงเขาก็เคยเห็น

แต่ไม่มีใครเลยที่ให้ความรู้สึกสยดสยองและกดดันได้เท่ากับชายที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้!

ความรู้สึกมันบอกเขาว่า คนคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นสัตว์ร้ายที่สวมหนังคนมาชัดๆ!

"ผู้น้อยซุนปู้อี้ คารวะท่านสามเฉินครับ!"

ที่ปรึกษาซุนก้มตัวลงประสานมือคำนับอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ที่ปรึกษาซุนมีธุระอะไรก็ว่ามา"

เฉินฝานยกถ้วยชาขึ้นมาเป่าเบาๆ น้ำเสียงของเขาราบเรียบ "ถ้ามาเรื่องตระกูลจ้าง หรือจะมาสั่งปิดร้านผ้าของข้า ก็พูดมาตรงๆ ข้าเฉินฝานพร้อมรับมืออยู่แล้ว"

"โอ๊ย! ท่านสามพูดอะไรอย่างนั้นครับ ผู้น้อยจะกล้าทำแบบนั้นได้อย่างไร!"

ที่ปรึกษาซุนหน้าซีดเผือดรีบโบกมือพัลวัน "ต่อให้ผู้น้อยมีหัวสิบหัวก็ไม่กล้าแตะต้องตระกูลเฉินครับ! ตระกูลจ้างนั่นมันรนหาที่ตายเอง แอบวางยาพิษทำร้ายชาวบ้าน เลวทรามต่ำช้าที่สุด! ท่านนายอำเภอสั่งการลงมาแล้วว่าจะต้องตรวจสอบตระกูลจ้างอย่างหนักเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ตระกูลเฉินครับ!"

เฉินว่านซานที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน

ตรวจสอบตระกูลจ้าง?

จ้างเทียนหาวส่งส่วยให้ที่ว่าการปีละไม่รู้เท่าไหร่ ตอนนี้กลับถูกทิ้งเป็นหมากที่ไร้ค่าไปเสียแล้วหรือ?

เฉินฝานเพียงแค่แค่นหัวเราะเบาๆ ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นอะไร

คำพูดของขุนนางพวกนี้เชื่อถือได้เสียที่ไหนกัน

"ในเมื่อไม่ได้มาหาเรื่อง งั้นก็คงจะมีเรื่องมาขอร้องสินะ?"

เฉินฝานวางถ้วยชาลง สายตาคมกริบประดุจใบมีดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของที่ปรึกษาซุน "พูดมา อย่ามัวอ้อมค้อม ข้างานยุ่ง"

ที่ปรึกษาซุนปาดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก เขามองไปทางเฉินว่านซานและบ่าวรับใช้รอบๆ อย่างลังเล

"คนกันเองทั้งนั้น พูดมาเถอะ" เฉินฝานสั่งเสียงเย็น

"ครับ... ครับ..."

ที่ปรึกษาซุนกัดฟันตัดสินใจแล้วกระซิบเสียงเบาว่า

"ท่านสามเฉิน... ผู้น้อยขอกล่าวตามตรง ตอนนี้ท่านนายอำเภอกำลังจะเสียสติอยู่แล้วครับ!"

"ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ในเมือง... มันไม่สงบเลย!"

"ตั้งแต่เรื่องที่หอสดับพิรุณเป็นต้นมา ในเมืองมีคนตายทุกคืน! แถมแต่ละศพยังตายอย่างสยดสยอง ไม่โดนถลกหนังก็โดนควักไส้หายไปหมด เมื่อคืน... แม้แต่ในคุกของที่ว่าการยังมีผีออกอาละวาดจนพัศดีเป็นบ้าไปหลายคนแล้วครับ!"

"มือปราบฉินกับมือปราบซูแม้จะเก่งแต่พวกเขามีคนน้อยเกินไป แถม... แถมดูเหมือนพวกเขาจะบาดเจ็บและหมดหนทางจัดการกับเรื่องนี้แล้ว"

ที่ปรึกษาซุนทำหน้าเบี้ยวเหมือนจะร้องไห้ "ท่านนายอำเภอตอนนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวว่าคืนไหนไอ้ตัวประหลาดนั่นจะมุดเข้าไปถึงห้องนอนหลังบ้าน ท่านได้ยินมาว่า... ท่านสามเฉินมีฤทธิ์เดชแก่กล้า สามารถปราบศพเดินได้ทั้งสุสานลงได้เพียงลำพัง ดังนั้น..."

"ดังนั้น เลยอยากจะให้ข้าไปเป็นสุนัขรับใช้คอยคุ้มกันพวกท่านงั้นหรือ?"

เฉินฝานพูดขัดจังหวะพลางยกยิ้มอย่างดูแคลน

"ท่านสามพูดเกินไปแล้วครับ! เรียกว่าเชิญไปช่วยชี้แนะแนวทางจะดีกว่า!"

ที่ปรึกษาซุนรีบหยิบม้วนเอกสารออกมาจากอกเสื้อแล้วส่งให้ด้วยมือที่สั่นเทา

"ท่านนายอำเภอบอกว่า ขอเพียงท่านสามยอมยื่นมือมาช่วยคุ้มครองความสงบสุขของบ้านเมือง นี่คือความจริงใจจากที่ว่าการอำเภอครับ!"

เฉินฝานรับม้วนเอกสารมาเปิดดูเพียงแวบเดียว

บนนั้นมีตราประทับทางการสีแดงฉานเด่นหรา

เนื้อหาข้างในสั้นๆ แต่กลับน่าตกใจอย่างยิ่ง

ข้อแรก ยกเว้นภาษีการค้าให้ตระกูลเฉินทั้งหมดเป็นเวลาสิบปี

ข้อสอง โอนสิทธิ์การผูกขาดการค้าเกลือและเหล็กที่เคยเป็นของตระกูลจ้างมาให้ตระกูลเฉินทั้งหมด

ข้อสาม และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด ที่ว่าการอำเภอจะแต่งตั้งให้เฉินฝานดำรงตำแหน่ง "ผู้ตรวจการพิเศษอำเภอชิงเหอ" มีอำนาจ "ฆ่าก่อนรายงานทีหลัง" ได้ตามสถานการณ์ ยกเว้นเพียงคดีก่อกบฏ นอกนั้นเขาสามารถจัดการได้เองตามใจชอบ!

นี่ไม่ใช่การจ้างมือปราบทั่วไปแล้ว

แต่นี่คือการมอบอำนาจสิทธิขาดของอำเภอชิงเหอครึ่งหนึ่งมาอยู่ในมือของเฉินฝานชัดๆ!

นี่คือการยอมก้มหัวของทางการ

นี่คือการแลกเปลี่ยนอำนาจเพื่อเอาชีวิตรอด

เฉินว่านซานที่ชะโงกหน้ามาดูถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกจนแทบจะหน้ามืด

ผูกขาดการค้าเกลือเหล็ก? ฆ่าก่อนรายงาน?

นี่... นี่ลูกชายเขาที่เคยแต่กินเที่ยวไปวันๆ กลายเป็นฮ่องเต้ตัวน้อยของอำเภอชิงเหอไปแล้วหรือนี่!

เฉินฝานม้วนเอกสารเก็บแล้วใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ

"ด๊อก... ด๊อก... ด๊อก..."

ทุกเสียงที่ดังขึ้นเปรียบเสมือนเสียงค้อนที่ทุบลงบนหัวใจของที่ปรึกษาซุน

เขารู้ดีว่าเฉินฝานกำลังพิจารณาความคุ้มค่าของข้อเสนอนี้

"เงื่อนไขไม่เลว"

ในที่สุดเฉินฝานก็เอ่ยปาก "แต่ข้ามีกฎของข้าเอง"

"ท่านสามเชิญสั่งมาได้เลยครับ!" ที่ปรึกษาซุนดีใจจนเนื้อเต้น

"ข้าจะลงมือเมื่อไหร่ หรือจะจัดการใคร ข้าดูตามอารมณ์ของข้าเท่านั้น"

เฉินฝานโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แรงกดดันที่มองไม่เห็นเข้าปกคลุมที่ปรึกษาซุนไว้ทั้งหมด "และอีกเรื่อง ตระกูลจ้าง... ข้าไม่อยากเห็นพวกมันมาเดินเพ่นพ่านในอำเภอชิงเหออีก"

"เข้าใจแล้วครับ! เข้าใจอย่างยิ่ง!"

ที่ปรึกษาซุนพยักหน้าถี่ๆ ประดุจไก่จิกข้าว "จ้างเทียนหาวสมคบคิดกับนักพรตชั่วมีเจตนาร้าย ท่านนายอำเภอได้ลงนามในหมายจับเรียบร้อยแล้ว ตระกูลจ้าง... จบเห่แล้วครับ!"

"ดีมาก"

เฉินฝานโยนเอกสารลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน

"กลับไปบอกนายอำเภอ คืนนี้ข้าจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย"

"บอกให้เขานอนพักผ่อนให้สบายใจเถอะ"

"ตราบใดที่ข้าเฉินฝานยังอยู่ที่นี่ ฟ้าของอำเภอชิงเหอก็ไม่มีทางถล่มลงมาได้เด็ดขาด"

คำพูดนี้ฟังดูโอหังถึงขีดสุด

แต่ในหูของที่ปรึกษาซุน มันกลับไพเราะและเปี่ยมไปด้วยความมั่นคงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

"ขอบพระคุณท่านสามเฉิน! ขอบพระคุณท่านสามเฉิน!"

ที่ปรึกษาซุนกล่าวขอบคุณซ้ำๆ ราวกับได้รับอภัยโทษแล้วรีบถอยออกไปทันที เขารู้ดีว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ระเบียบอำนาจในอำเภอชิงเหอได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

กลางวัน นายอำเภอเป็นใหญ่

แต่ตอนกลางคืน หรือแม้แต่ตอนกลางวันด้วยซ้ำ ทุกคนต้องดูสีหน้าของท่านสามเฉินคนนี้!

หลังจากส่งตัวที่ปรึกษาซุนไปแล้ว เฉินว่านซานยังคงยืนอึ้งเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง

"ฝานเอ๋อร์... พวกเรากลายเป็น... กลายเป็นขุนนางไปแล้วหรือ?"

เฉินว่านซานลูบเอกสารใบนั้นด้วยมือที่สั่นเทา

"ท่านพ่อ นี่มันก็แค่กระดาษใบหนึ่ง"

เฉินฝานมองบิดาด้วยสายตาเรียบเฉย "ในโลกที่วุ่นวายแบบนี้ สิ่งที่จะปกป้องตระกูลเฉินได้จริงๆ ไม่ใช่กระดาษใบนี้ และไม่ใช่ท่านนายอำเภอคนนั้น"

เขาชูกำปั้นขึ้นมา

ปราณโลหิตสีแดงฉานพุ่งพล่านออกมาตามง่ามนิ้ว

"แต่มันคือกำปั้นของข้าต่างหาก"

"ตราบใดที่กำปั้นข้ายังแข็งแกร่งพอ อย่าว่าแต่นายอำเภอเลย ต่อให้ฮ่องเต้เสด็จมาเอง ก็ต้องคุยกับเราด้วยเหตุผล"

เฉินว่านซานมองดูแผ่นหลังที่กว้างใหญ่ของลูกชายแล้วตาแดงระเรื่อ เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่นและเข้าใจในที่สุดว่า ตระกูลนี้ต่อจากนี้ไปคือยุคสมัยของเฉินฝานอย่างแท้จริง

เฉินฝานไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเดินกลับไปยังลานหลังบ้าน

ทันทีที่เดินผ่านระเบียงทางเดินมาถึงภูเขาจำลอง

ร่างหนึ่งที่ดูเย็นชาก็ก้าวออกมาจากเงามืด

ชุดรัดรูปสีดำ แบกดาบยาวไว้ข้างหลัง ใบหน้างดงามหมดจดแต่ยังคงร่องรอยของความซีดขาว

ซูหลินนั่นเอง

นางยืนอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว และได้ยินทุกคำสนทนาในห้องโถงเมื่อครู่

ในยามนี้นางจ้องมองเฉินฝานด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินจะบรรยาย มีทั้งความหวาดหวั่น ความตกตะลึง และความยำเกรงที่ซ่อนเร้น

"ท่านคำนวณไว้หมดแล้วสินะ?"

เสียงของซูหลินแหบพร่าเล็กน้อย

"คำนวณอะไร?" เฉินฝานหยุดเดินแล้วหันไปมองนางพลางยกยิ้มมุมปาก

"คำนวณว่าทางการจะต้องมาขอร้องท่าน"

ซูหลินสูดลมหายใจเข้าลึกจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเฉินฝาน "ท่านกว้านซื้อสมุนไพรไปทั่วเมือง ไม่ใช่แค่เพื่อฝึกวิชา แต่เพื่อตัดทางรอดของขุมอำนาจอื่น ท่านจัดการสุสานพักศพอย่างเอิกเกริกเพื่อแสดงพละกำลัง ท่านใช้ซุปถอนพิษซื้อใจชาวบ้านเพื่อกดดันทางการ"

"ตอนนี้ท่านมีทั้งเงิน มีทั้งศรัทธาจากประชาชน และมีกำลังยุทธ์ที่ไร้ผู้ต่อต้าน"

"นายอำเภอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องก้มหัวให้ท่าน"

"เฉินฝาน..."

ซูหลินเว้นวรรค น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกทึ่งอย่างที่สุด "ท่านไม่ได้เป็นแค่ยอดฝีมือที่บ้าพลังเท่านั้น แต่ท่านยังวางแผนหลอกใช้ทุกคนรวมถึงทางการด้วย"

ตอนแรกนางคิดว่าเฉินฝานเป็นเพียงพวกมุทะลุที่โชคดีได้เจอเคล็ดวิชาล้ำค่า

แต่ตอนนี้แค่นางถึงได้รู้ว่า เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงของชายผู้นี้น่ากลัวยิ่งกว่ากำปั้นของเขาเสียอีก

ในเวลาอันสั้นเขาสามารถเปลี่ยนตัวเองจาก "เหยื่อ" ที่ทางการคอยจับตามอง กลายมาเป็น "ท่านสาม" ที่ทางการต้องบากหน้ามาอ้อนวอน

วิธีการพลิกฟ้าพลิกดินแบบนี้ทำเอาซูหลินรู้สึกหนาวสันหลังวาบ

เมื่อถูกตั้งคำถาม เฉินฝานก็ไม่ได้ปฏิเสธ

เขากลับเดินตรงเข้าไปหาซูหลินทีละก้าว

ร่างกายที่สูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบสองเซนติเมตรทอดเงาดำมิดเข้าปกคลุมร่างของซูหลินไว้ทั้งหมด

"มือปราบซู"

เฉินฝานโน้มตัวลงไปใกล้ใบหน้าของนาง

ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนไม่ถึงสามนิ้ว ซูหลินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความร้อนระอุดุจเตาหลอมที่แผ่ออกมาจากร่างกายเขา

มันทำให้นางอยากจะถอยหนีตามสัญชาตญาณ แต่ขาทั้งสองข้างกลับเหมือนโดนแช่แข็งจนขยับไม่ได้

"โลกใบนี้ คนกินคน ผีกินคน"

น้ำเสียงของเฉินฝานทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความเฉยชาที่มองทะลุปรุโปร่งถึงแก่นแท้ "ถ้าไม่อยากโดนกิน ก็ต้องเป็นคนถือดาบเสียเอง"

"ส่วนเรื่องเล่ห์เหลี่ยมที่ท่านว่า..."

เฉินฝานยืดตัวตรงแล้วใช้นิ้วดีดฝักดาบที่หลังของซูหลินเบาๆ จนเกิดเสียง "ปิ๊ง" ที่กังวานชัด

"นั่นเป็นคำที่คนอ่อนใช้เรียกผู้แข็งแกร่ง"

"แต่ในสายตาของผู้ที่อยู่เหนือกว่า เขาเรียกสิ่งนี้ว่า... การวางหมาก"

พูดจบเฉินฝานก็หัวเราะร่าและเดินจากไปอย่างองอาจ

เสียงหัวเราะที่กึกก้องทำเอาเศษหินบนภูเขาจำลองร่วงกราวลงมา

ซูหลินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองตามแผ่นหลังที่ดูราวกับเทพมารตนนั้นจากไปเนิ่นนานโดยไม่อาจละสายตาได้เลย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 37 - บารมีท่านสามเฉิน กับข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ

คัดลอกลิงก์แล้ว