เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - แผนร้ายวางยาพิษศพ กับการโต้กลับที่คาดไม่ถึง

บทที่ 32 - แผนร้ายวางยาพิษศพ กับการโต้กลับที่คาดไม่ถึง

บทที่ 32 - แผนร้ายวางยาพิษศพ กับการโต้กลับที่คาดไม่ถึง


บทที่ 32 - แผนร้ายวางยาพิษศพ กับการโต้กลับที่คาดไม่ถึง

☆☆☆☆☆

ราตรีมืดมิดประดุจน้ำหมึกที่สาดกระจาย

ภายในเรือนรับรองของจวนตระกูลเฉิน แสงเทียนวูบไหวไปมาทำให้เงาร่างของคนหลายคนยืดหดอย่างน่าประหลาด แฝงไปด้วยบรรยากาศที่กดดันจนหายใจไม่ออก

บนโต๊ะมีอาหารวางอยู่สองสามอย่าง มีทั้งขาหมูน้ำแดงและไก่ย่างที่เพิ่งขึ้นจากเตาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้อง เฉินฝานนั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธานโดยไม่ใช้ตะเกียบ เขาใช้มือหยิบขาหมูชิ้นโตขึ้นมาฉีกเข้าปากคำใหญ่

"กร๊อบ... กร๊อบ..."

เสียงเคี้ยวกระดูกอ่อนดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัด ทำให้เอ้อร์โกวที่เป็นคนใช้รับใช้ในบ้านตระกูลจ้างถึงกับหนังหัวชาและสั่นเทาไปทั้งตัวด้วยความกลัว

เอ้อร์โกวคนนี้เดิมทีเป็นคนรับใช้ที่คอยเก็บล้างสิ่งปฏิกูลในตระกูลจ้าง แต่เพราะความโลภจึงถูกเฉินฝานใช้เงินฟาดหัวซื้อตัวมาเป็นไส้ศึกที่คอยส่งข่าวอยู่ข้างใน

"เจ้าจะบอกว่า..."

เฉินฝานกลืนเนื้อลงคอพลางใช้ผ้าไหมเช็ดคราบมันที่มุมปากอย่างไม่รีบร้อน น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ "จ้างเทียนหาวเฒ่านั่น วางแผนจะลงมือกับคลังเก็บผ้าของบ้านข้าในคืนนี้อย่างนั้นหรือ?"

"ชะ... ใช่แล้วขอรับคุณชายสาม!"

เอ้อร์โกวหมอบลงกับพื้นไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง "ผู้น้อยได้ยินมากับหูเลยขอรับ! ท่านเจ้าเมืองจ้างกับนักพรตท่าทางน่ากลัวคนหนึ่งปรึกษากันในห้องลับ บอกว่าคืนนี้ยามจื่อ (ห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง) จะให้นักพรตคนนั้นลอบเข้าไปในคลังผ้าหลักของตระกูลเฉิน เพื่อนำ 'ผงพิษศพ' ที่ปรุงขึ้นมาไปโรยใส่ผ้าไหมที่เพิ่งย้อมเสร็จ!"

"นักพรตคนนั้นยังบอกอีกว่า... ผงพิษศพนี้ไม่มีสีไม่มีกลิ่น ขอเพียงสัมผัสถูกตัวเพียงนิดเดียว ผิวหนังจะเน่าเปื่อยไปทั้งตัวและไร้ทางรักษา! ถึงตอนนั้น... ถึงตอนนั้นตระกูลเฉินต้องพินาศย่อยยับแน่ขอรับ!"

"ปัง!"

เสียงตบโต๊ะดังสนั่น

เฉินเหวินพี่ชายคนโตที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่ซีดขาว ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและตื่นตระหนก

"ช่างเป็นแผนการที่โหดเหี้ยมอำมหิตนัก! นี่มันกะจะขุดรากถอนโคนพวกเราเลยทีเดียว!"

เฉินเหวินเดินไปมาในห้องด้วยความลุกลน เหงื่อเย็นไหลอาบหน้า "ผ้าไหมกองนั้นคือเงินหมุนเวียนก้อนสุดท้ายที่เรากู้มาเพื่อเตรียมจะส่งไปขายในตัวเมืองมณฑลเพื่อเอาเงินกลับมาพยุงตระกูล! หากมันถูกวางยาพิษ... นอกจากเงินจะมลายหายไปแล้ว ชื่อเสียงของตระกูลเฉินก็จะป่นปี้ไม่มีชิ้นดี! หากทางการตรวจสอบพบว่าเราขายผ้าที่มีพิษจนคนตาย พวกเราทั้งตระกูลได้หัวหลุดจากบ่าแน่!"

ซูหลินที่ยืนอยู่ด้านข้างเองก็ขมวดคิ้วแน่นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

แม้นางจะเป็นคนจากกองปราบแต่ช่วงหลายวันที่มาพักอยู่ในจวนตระกูลเฉิน นางก็ได้เห็นวิถีทางของตระกูลจ้างมาไม่น้อย วิธีการวางยาที่ต่ำช้าแบบนี้ป้องกันได้ยากยิ่งและมันส่งผลกระทบที่รุนแรงถึงชีวิตจริงๆ

"น้องสาม! พวกเราจะมัวรอช้าไม่ได้แล้ว!"

เฉินเหวินหยุดเดินแล้วหันมามองเฉินฝานด้วยสายตาที่ร้อนรน "ข้าจะไปแจ้งหลิวซานเตาเดี๋ยวนี้ ให้เขาพายอดฝีมือผู้คุ้มกันในบ้านทั้งหมดไปเฝ้าที่คลังสินค้า! รวมถึงยอดฝีมือรับจ้างที่เราทุ่มเงินจ้างมาด้วย! คืนนี้เราจะวางข่ายล้อมคลังผ้าไว้ให้แน่นหนา ขอเพียงนักพรตชั่วนั่นกล้ามา เราจะทำให้มันไม่มีทางกลับไปได้อีกเลย!"

"ถูกต้อง นี่เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด"

ซูหลินพยักหน้าเห็นด้วย "นักพรตเขาอิ่นคนนั้นแม้จะมีวิชาอาคมสายมืดอยู่บ้าง แต่ถ้าเราเตรียมการไว้พร้อม บวกกับข้าและฉินเจิ้นคอยช่วยเหลือน่าจะจับตัวมันได้ไม่ยาก"

อย่างไรก็ตาม

เมื่อเผชิญกับข้อเสนอของทั้งสองคน เฉินฝานกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน

เขาหยิบไก่ย่างขึ้นมาอีกตัวแล้วฉีกน่องไก่เข้าปากพลางเอ่ยออกมาอย่างอู้อี้ว่า

"ไม่ต้อง"

"ว่ายังไงนะ?" เฉินเหวินชะงักไป นึกว่าตัวเองหูฝาด

"ข้าบอกว่า ไม่ต้อง"

เฉินฝานค่อยๆ คายกระดูกไก่ออกมาวางบนโต๊ะ แววตาของเขาลึกล้ำประดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร "พี่ใหญ่ ท่านจงไปสั่งการตามที่ข้าบอกเดี๋ยวนี้ ให้หลิวซานเตาสั่งถอนผู้คุ้มกันทั้งหมดที่เฝ้าคลังผ้าออกไปให้หมด"

"ถอน... ถอนออกหมดเลยงั้นหรือ?!"

เฉินเหวินเบิกตากว้างมองเฉินฝานเหมือนมองคนบ้า น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปทันที "น้องสาม! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ? นั่นมันคือเส้นเลือดใหญ่ของตระกูลเราเลยนะ! หากเจ้าถอนกำลังออกหมด ก็ไม่ต่างอะไรกับการเปิดประตูให้นักพรตชั่วนั่นเข้าไปวางยาพิษได้ตามใจชอบหรอกหรือ?!"

ซูหลินเองก็มีสีหน้าตกตะลึงจนอดพูดแทรกไม่ได้ "เฉินฝาน ท่านหมายความว่าอย่างไร? แผนการแบบ 'เมืองร้าง' มันใช้กับสถานการณ์นี้ไม่ได้นะ นักพรตนั่นมาเพื่อวางยาพิษ ไม่ได้มาเพื่อตีเมือง หากมันเห็นว่าไม่มีคนเฝ้ามันจะยิ่งดีใจและรีบลงมือทำทันทีโดยไม่มีทางถูกขู่ให้ถอยกลับไปได้แน่"

"ใครบอกว่าข้าจะขู่ให้มันถอยไปล่ะ?"

มุมปากของเฉินฝานหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยือก เขาหยิบถ้วยน้ำมากลั้วปากแล้วบ้วนทิ้ง

"มันอยากวางยาพิษนัก ก็ปล่อยให้มันวางไปให้หนำใจเลย"

"แต่ว่า..." เฉินเหวินร้อนใจจนกระทืบเท้า "ผ้ากองนั้น..."

"ผ้ากองเดียวน่ะหรือ พังไปก็ช่างมันสิ"

เฉินฝานลุกขึ้นยืน ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรทอดเงาดำทะมึนเข้าปกคลุมทั้งห้องไว้ในพริบตา แรงกดดันที่ไร้รูปทำให้เฉินเหวินและซูหลินต่างพากันปิดปากเงียบไปโดยสัญชาตญาณ

"พี่ใหญ่ ท่านจำไว้อย่างหนึ่งนะ"

เฉินฝานเดินเข้าไปหาเฉินเหวินแล้วช่วยจัดปกเสื้อที่ยับย่นของพี่ชายให้เข้าที่ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลัง "ในโลกใบนี้ หากอยากจะเป็นผู้ชนะ ท่านต้องมีความเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าศัตรู"

"ไม่ใช่แค่เหี้ยมกับศัตรูเท่านั้น แต่ต้องเหี้ยมกับตัวเองด้วย"

"ไปเถอะ ทำตามที่ข้าบอก อย่าให้หลงเหลือคนเฝ้าไว้ที่นั่นแม้แต่คนเดียว แม้แต่หมาสักตัวก็อย่าปล่อยให้มันอยู่แถวนั้น"

เฉินเหวินมองดูน้องชายที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าคนนี้ ริมฝีปากของเขาสั่นระริกอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ไม่กล้าโต้แย้งอะไรออกมาอีก

นับตั้งแต่เฉินฝานแสดงพลังที่เหนือมนุษย์ออกมา คำพูดของเขาในบ้านนี้ก็ถือเป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าขัด

"เฮ้อ!"

เฉินเหวินทอดถอนใจยาวพลางรีบเดินออกไปสั่งการทันที

มองดูแผ่นหลังของเฉินเหวินที่จากไป ซูหลินขมวดคิ้วจ้องมองเฉินฝานอย่างไม่วางตา

"ท่านกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่?"

"ผ้ากองนั้นมูลค่ารวมแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นตำลึง ท่านจะปล่อยให้ตระกูลจ้างทำลายมันทิ้งไปเฉยๆ อย่างนั้นหรือ?"

เฉินฝานไม่ได้ตอบคำถามนั้นโดยตรง เขาหันหน้าออกไปมองท้องฟ้าที่มืดมิดนอกหน้าต่าง

ทิศทางนั้นคือที่ตั้งของจวนตระกูลจ้าง

"มือปราบซู"

เฉินฝานไพล่มือไว้ด้านหลังเอ่ยเสียงต่ำ "ท่านลองคิดดูสิ หากคนคนหนึ่งคิดว่าตัวเองชนะอย่างแน่นอนแล้ว เขาจะมีท่าทีอย่างไร?"

ซูหลินอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบตามความรู้สึก "ย่อมต้องลำพองใจและคลายความระแวดระวังลง"

"ถูกต้อง"

เฉินฝานแสยะยิ้มเผยให้เห็นฟันขาวเรียงรายที่ดูดุดันในแสงเทียน

"สิ่งที่ข้าต้องการคือให้พวกมันลำพองใจ"

"รอจนกระทั่งพวกมันคิดว่ากำลังจะเอาดาบพาดคอข้าได้สำเร็จ เมื่อนั้นแหละที่พวกมันจะยื่นคอออกมาให้ข้าจามทิ้งเอง"

...

ยามจื่อ (ห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง)

ราตรีสงบเงียบ ลมแรงพัดผ่าน

คลังเก็บผ้าหลักของตระกูลเฉินตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่กว้างขวาง ปกติที่นี่จะมีไฟสว่างโร่และเวรยามหนาแน่น มีผู้คุ้มกันลาดตระเวนไม่ต่ำกว่าสามสี่กลุ่ม

แต่คืนนี้ ที่นี่กลับเงียบสงัดราวกับป่าช้า

ประตูใหญ่ไม่มีแม้แต่โคมไฟแขวนไว้ มืดมิดประดุจปากของสัตว์ร้ายที่อ้ากว้าง

เงาดำร่างหนึ่งเคลื่อนไหวประดุจภูตผี กระโดดข้ามกำแพงเข้ามาด้านในอย่างเงียบเชียบ

นั่นคือนักพรตเขาอิ่นนั่นเอง

เขาสวมชุดนักรบสีดำสนิทเพื่อพรางตัว ด้านหลังสะพายถังไม้สีดำที่เต็มไปด้วยยันต์อาถรรพ์แปะไว้เต็มไปหมด ในมือถือมีดสั้นอาบยาพิษพลางกวาดสายตาสำรวจรอบกายด้วยความระแวดระวัง

"หืม?"

นักพรตเขาอิ่นขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย

มันเงียบเกินไป เงียบจนผิดปกติ

"หรือจะมีกับดัก?"

เขาหยิบยันต์สีเหลืองออกมาจากอกเสื้อแล้วถูนิ้วเบาๆ ยันต์ก็ลุกไหม้ขึ้นเองกลายเป็นควันสีเขียวลอยกระจายไปในอากาศ

นี่คือ 'ยันต์สำรวจวิญญาณ' หากมีคนซ่อนอยู่ใกล้ๆ ควันสีเขียวจะลอยเข้าไปหาทันที

อย่างไรก็ตาม ควันสีเขียวลอยพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยไม่มีท่าทีจะหันเหไปทางไหน

"ไม่มีคนงั้นหรือ?"

นักพรตเขาอิ่นอึ้งไปครู่หนึ่ง

เดิมทีเขาเตรียมตัวมาทำศึกหนัก ถึงขั้นเตรียมวิชาอาคมสายมืดที่เก็บงำไว้มาใช้อย่างเต็มที่

แต่นึกไม่ถึงว่าตระกูลเฉินที่ร่ำรวยจะปล่อยให้คลังสินค้าหลักทิ้งร้างไว้โดยไม่มีคนเฝ้าเลยแม้แต่คนเดียว?

"เหอะๆๆ..."

นักพรตเขาอิ่นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างแหบพร่า ใบหน้าที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความเหยียดหยามและลำพองใจ

"ดูท่าเฉินฝานนั่นจะเป็นแค่คนถ่อยที่มีแต่กำลังแต่ไร้สมอง"

"สงสัยจะถูกมาตรการบีบคั้นของท่านเจ้าเมืองจ้างจนเสียสติ เลยสั่งถอนกำลังคนไปเฝ้าบ้านตัวเองจนหมดล่ะสิ?"

"ช่างเป็นโอกาสที่สวรรค์ประทานให้ข้าจริงๆ!"

เมื่อมั่นใจว่าไม่มีกับดัก นักพรตเขาอิ่นก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเดินตรงไปยังประตูคลังสินค้าแล้วงัดแม่กุญแจออกอย่างง่ายดาย

เมื่อผลักประตูเปิดออก กลิ่นอายของผ้าไหมใหม่ๆ ก็พุ่งเข้าปะทะจมูกทันที

ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาสลัวๆ จะเห็นกองผ้าไหมหลากสีวางเรียงรายกันสูงเป็นภูเขาเลากา

"ของดีทั้งนั้นเลยนะเนี่ย..."

นักพรตเขาอิ่นเดินเข้าไปหาผ้าไหมสีแดงฉานม้วนหนึ่งพลางลูบไล้มันด้วยแววตาที่อำมหิต

"น่าเสียดาย หลังจากคืนนี้ไป สิ่งของสวยงามเหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องมือสังหารที่ร้ายกาจที่สุด"

เขาวางถังไม้สีดำลงแล้วเปิดฝาออก

กลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงปานซากศพโชยออกมาในทันที

"ไปซะ ลูกๆ ทั้งหลายของข้า"

นักพรตเขาอิ่นร่ายมนตร์พึมพำพลางสะบัดมือ

ผงสีดำละเอียดนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากถังลอยคว้างไปในอากาศเปรียบเสมือนมีชีวิต พวกมันค่อยๆ ตกลงบนผ้าไหมเหล่านั้นอย่างทั่วถึง

ผงพิษเหล่านี้เมื่อสัมผัสกับเนื้อผ้าจะซึมซาบเข้าไปในทันทีโดยไม่มีร่องรอยหลงเหลือไว้ให้เห็นแม้แต่นิดเดียว

หลังจากลงมือเสร็จสิ้น นักพรตเขาอิ่นก็ปิดฝาถังด้วยใบหน้าที่พึงพอใจอย่างยิ่ง

"สำเร็จแล้ว!"

"ตระกูลเฉินเอย... เตรียมตัวพินาศย่อยยับไปพร้อมกับความภาคภูมิใจในความรวยของพวกเจ้าเถอะ!"

เขาเดินออกจากคลังสินค้าด้วยท่าทางที่อวดดีพลางฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดีแล้วหายลับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

...

จวนตระกูลเฉิน บนหอคอยที่สูงที่สุด

เฉินฝานยืนไพล่มือมองออกไปไกล ลมยามราตรีพัดชายเสื้อของเขาจนส่งเสียงพริ้วไหว

สายตาของเขาราวกับสามารถทะลุผ่านความมืดมิดเพื่อมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่คลังสินค้าได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ด้านหลังของเขา ซูหลินที่กุมดาบไว้แน่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล

"นักพรตชั่วนั่นจากไปแล้ว"

ซูหลินเอ่ยพลางขบฟันกรอด "เมื่อครู่ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความชั่วร้ายที่ชวนสะอิดสะเอียนชัดเจน มันลงมือสำเร็จแล้วแน่นอน"

"เฉินฝาน หากท่านไปตามล่ามันตอนนี้ยังอาจจะทันนะ! ขอเพียงจับตัวมันมาได้และเค้นเอายาแก้พิษ ออกมา บางทีผ้ากองนั้นอาจจะยังพอมีทางกู้คืนมาได้บ้าง!"

"ล่ามันงั้นหรือ?"

เฉินฝานหันกลับมามองใบหน้าที่สวยงามและเย็นชาของซูหลินภายใต้แสงจันทร์แล้วหัวเราะเบาๆ

"ข้าจะไปล่ามันทำไมกัน?"

"มันช่วยข้าแสดงละครจนจบบท ข้าควรจะขอบคุณมันเสียด้วยซ้ำที่ทำให้เรื่องราวมันสมบูรณ์แบบ"

"ท่าน..." ซูหลินโกรธจนพูดไม่ออก "ท่านเสียสติไปแล้วจริงๆ หรือ? นั่นมันคือทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเฉินเชียวนะ!"

"ซูหลิน"

เฉินฝานพูดขัดจังหวะ แววตาในวินาทีนั้นพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนนางต้องใจสั่น

"ท่านเป็นมือปราบที่เก่งนะ แต่ท่านไม่เข้าใจศิลปะการฆ่าคน"

"การจะจัดการกับงูพิษ วิธีที่ดีที่สุดไม่ใช่การนั่งเฝ้าบ้านรอให้มันมาฉก"

"และไม่ใช่การไปวิ่งตามตีมันหลังจากที่มันเพิ่งฉกเราไปแล้วคำหนึ่ง"

เฉินฝานค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นมาแล้วทำท่าสับลงไปในอากาศอย่างรุนแรง

"วิธีที่ดีที่สุดคือการหาให้เจอว่ารังของมันอยู่ที่ไหน"

"ในขณะที่มันคิดว่าตัวเองชนะและกำลังนอนขดตัวอยู่อย่างลำพองใจในรัง..."

"เราก็แค่จามหัวมันให้หลุดกระเด็นไปในทีเดียว!"

รูม่านตาของซูหลินหดเกร็งมองดูชายที่แผ่กลิ่นอายสังหารมหาศาลออกมา ในใจพลันเกิดความรู้สึกสยดสยองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

"ท่าน... ท่านจะทำอะไรกันแน่?"

เฉินฝานไม่ได้ตอบคำถามนั้น

เขามองไปยังทิศทางของคลังสินค้า ที่ซึ่งเงานักพรตเขาอิ่นเพิ่งจะจางหายไป

"ยามจื่อผ่านพ้น ละครฉากใหญ่กำลังจะเริ่ม"

เฉินฝานจัดปกเสื้อให้เรียบร้อยพลางแสยะยิ้มที่ชวนให้เสียวสันหลัง

"มันส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้ข้าถึงบ้าน หากข้าไม่ไปเยี่ยมเยียนมันถึงรังและมอบของขวัญตอบแทนคืนไป ตระกูลเฉินคงจะดูเป็นคนไร้มารยาทเกินไปหน่อยจริงไหม?"

พูดจบ

ร่างกายของเฉินฝานก็วูบไหวเปรียบเสมือนพญาอินทรีสีดำที่พุ่งทะยานลงจากหอคอย

เขากระโดดเพียงไม่กี่ครั้งก็ข้ามผ่านระยะทางหลายสิบวาหายลับไปในความมืดดุจสายฟ้าฟาด มุ่งหน้าตรงไปยังทิศใต้ของเมืองอย่างรวดเร็ว

เป้าหมายของเขาคือเขตอิทธิพลของตระกูลจ้าง

และเป็นสถานที่ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของพวกมัน — โรงยาไป๋เฉ่าตัง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 32 - แผนร้ายวางยาพิษศพ กับการโต้กลับที่คาดไม่ถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว