เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - โทสะตระกูลจ้าง กับการโต้กลับที่เหนือชั้น

บทที่ 31 - โทสะตระกูลจ้าง กับการโต้กลับที่เหนือชั้น

บทที่ 31 - โทสะตระกูลจ้าง กับการโต้กลับที่เหนือชั้น


บทที่ 31 - โทสะตระกูลจ้าง กับการโต้กลับที่เหนือชั้น

☆☆☆☆☆

ภายในห้องโถงหารือของจวนตระกูลเฉิน

บรรยากาศเคร่งเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก

เฉินว่านซานที่ปกติจะดูภูมิฐานและสุขุม ในเวลานี้กลับเดินไปมาเหมือนมดบนกระทะร้อน

คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปมแน่นด้วยความกังวลอย่างยิ่ง

เฉินเหวินบุตรชายคนโตและเฉินอู่บุตรชายคนรองนั่งอยู่ด้านล่าง ใบหน้าของทั้งคู่ดูย่ำแย่ถึงขีดสุด มือที่กุมถ้วยชาไว้สั่นระริกไม่หยุด

"ท่านพ่อ พวกเราจะทำอย่างไรดีขอรับ?"

เฉินเหวินเริ่มทนไม่ไหวจนส่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "เมื่อครู่นี้หลงจู๊หลี่กับหลงจู๊หวังจากฝั่งตะวันออกของเมืองพากันมาหา บอกว่าทางตระกูลจ้างสั่งห้ามไว้ ใครที่กล้าขายสมุนไพรให้เราแม้แต่ต้นเดียว จะถือว่าเป็นศัตรูกับตระกูลจ้างและสำนักหมาป่าสวรรค์ทันที พวกเขาไม่มีทางเลือกเลยต้องขอตัดการส่งของให้เราขอรับ"

"ใช่แล้วท่านพ่อ!"

เฉินอู่เองก็ร้อนใจจนตบหน้าขาตัวเองดังปัง "ไม่ใช่แค่สมุนไพรนะขอรับ กิจการผ้าของบ้านเราก็โดนเล่นงานด้วย ตระกูลจ้างควบคุมโรงย้อมและเส้นทางการขนส่งในเมืองไว้เกินครึ่ง ตอนนี้พวกมันบีบคอเราไว้แน่น ผ้าของเราส่งออกไปไม่ได้ สีระบายย้อมผ้าก็เอาเข้ามาไม่ได้ ตอนนี้โรงงานต้องหยุดชะงักไปหมดแล้ว!"

"ตระกูลจ้างพวกนี้... กะจะเชือดเรานิ่มๆ บีบให้เราตายคามือเลยทีเดียว!"

เฉินว่านซานหยุดเดินพลางทอดถอนใจยาวเหยียด ดูราวกับแก่ลงไปสิบปีในพริบตาเดียว

"จ้างเทียนหาวเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่น ครั้งนี้มันเอาจริงแน่"

เขามองออกไปนอกประตูด้วยแววตาที่เป็นกังวล "ครั้งนี้เจ้าสาม... ลงมือหนักเกินไปจริงๆ การไปหักขาบุตรชายคนรองของมันจนพิการ ตระกูลจ้างจะยอมเลิกราง่ายๆ ได้อย่างไร?"

แม้ว่าเขาจะมีความมั่นใจในพลังฝีมือของเฉินฝานอย่างเต็มที่ แต่ในมุมมองของเขานั้น พลังยุทธ์ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำธุรกิจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ตระกูลเฉินเป็นตระกูลพ่อค้ามาหลายรุ่น หากเส้นทางการค้าถูกตัดขาดนั่นหมายถึงรากฐานของตระกูลกำลังสั่นคลอน หากไม่มีเงินทองไหลเข้า แล้วจะเอาที่ไหนมาเลี้ยงดูคนนับร้อยในจวน? แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปกว้านซื้อสมุนไพรราคาแพงมาให้เฉินฝานใช้ฝึกยุทธ์?

ในขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในความสิ้นหวัง

เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและทรงพลังก็ดังแว่วมาจากนอกประตู

ตึง! ตึง! ตึง!

ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนเหยียบลงบนจังหวะหัวใจของทุกคน แฝงไปด้วยแรงกดดันที่น่าเกรงขาม

ม่านประตูถูกเลิกขึ้น

เงาร่างสูงใหญ่กำยำเดินก้าวเข้ามาด้านใน

นั่นคือเฉินฝานนั่นเอง

เขาเปลี่ยนมาสวมชุดไหมตัวใหม่ที่สะอาดตา แต่มัดกล้ามเนื้อที่ทรงพลังของเขายังคงดันเนื้อผ้าจนตึงเปรี๊ยะ แผ่กลิ่นอายความดุดันออกมาจนคนรอบข้างรู้สึกใจสั่น

"ฝานเอ๋อร์"

"น้องสาม!"

เมื่อเห็นเฉินฝาน เฉินว่านซานและพี่ชายทั้งสองคนดูเหมือนจะเจอที่พึ่งพิงสำคัญพากันลุกขึ้นยืนทันที

"อะไรกัน? ทำหน้าเศร้าสร้อยกันหมด เหมือนในบ้านจะมีคนตายอย่างนั้นแหละ?"

เฉินฝานกวาดสายตามองรอบห้องแล้วเดินตรงไปนั่งที่ตำแหน่งประธานอย่างถือวิสาสะ

ท่าทางที่วางอำนาจตามธรรมชาติของเขาทำให้เฉินว่านซานที่ตอนแรกยืนอยู่ใกล้ตำแหน่งประธานถึงกับขยับหนีออกไปยืนด้านข้างโดยไม่รู้ตัว

"ฝานเอ๋อร์ เจ้ายังไม่รู้เรื่อง..."

เฉินว่านซานเอ่ยด้วยใบหน้าที่ขมขื่นพลางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียดยิบ

"ตระกูลจ้างมันร่วมมือกับพ่อค้าทั้งเมืองเพื่อแบนเรา! ตอนนี้เรามีเงินก็ซื้อสมุนไพรไม่ได้ ผ้าก็ขายไม่ออก หากเป็นแบบนี้ต่อไปไม่เกินครึ่งเดือน ตระกูลเฉินต้องล้มละลายแน่!"

หลังจากฟังจบ ใบหน้าของเฉินฝานกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ

เขาหยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบเบาๆ ท่าทางดูสง่างามและผ่อนคลาย ราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งได้ยินไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายของครอบครัว แต่เป็นเพียงเรื่องซุบซิบไร้สาระของเพื่อนบ้านเท่านั้น

"แค่เรื่องนี้เองหรือ?"

เฉินฝานวางถ้วยชาลงแล้วพ่นคำพูดสั้นๆ ออกมา

"เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่มากเลยนะน้องสาม!"

เฉินเหวินเอ่ยด้วยความร้อนใจ "ตระกูลเราแม้จะมีฐานะอยู่บ้างแต่ก็ทนการโดนตัดขาดแบบนี้ได้ไม่นานหรอก โดยเฉพาะสมุนไพรจำนวนมหาศาลที่เจ้าต้องใช้ มันเหมือนกับหลุมที่ไม่มีวันเต็ม..."

"พี่ใหญ่"

เฉินฝานพูดขัดจังหวะพลางมองพี่ชายด้วยสายตาที่เรียบเฉย

"ข้าขอถามหน่อย โรงยาที่เป็นศูนย์กลางการค้าของตระกูลจ้าง ตั้งอยู่ที่ถนนทางทิศใต้ของเมืองใช่ไหม?"

เฉินเหวินอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตามสัญชาตญาณ "ใช่... ตั้งอยู่ทางทิศใต้ ชื่อโรงยาไป๋เฉ่าตัง เป็นโรงยาที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอชิงเหอ กำไรครึ่งหนึ่งของตระกูลจ้างมาจากที่นั่น"

"แค่นั้นก็พอแล้ว"

เฉินฝานพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปถามพี่รองเฉินอู่ "คลังสินค้าเก็บผ้าของตระกูลจ้าง ตั้งอยู่ที่ท่าเรือทางทิศตะวันตกใช่ไหม?"

"ใช่... ใช่แล้ว" เฉินอู่เองก็งงจนทำอะไรไม่ถูก "น้องสาม เจ้าถามเรื่องนี้ไปทำไมกัน?"

เฉินฝานไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพียงแต่มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง

รอยยิ้มนั้นทำให้คนในห้องต่างรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

"ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง"

เฉินฝานลุกขึ้นยืน ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรทอดเงาดำทะมึนลงมาปกคลุมทั้งสามคนไว้

"เรื่องในสนามการค้า ข้าไม่เข้าใจและไม่อยากจะเข้าใจ"

เขาเอ่ยพลางจัดปกเสื้อของตัวเองอย่างไม่รีบร้อน

"แต่ข้ารู้ซึ้งถึงหลักการข้อหนึ่ง"

"หากแก้ปัญหาไม่ได้ ก็แค่กำจัดคนที่สร้างปัญหาทิ้งเสีย"

"ในเมื่อตระกูลจ้างไม่อยากให้เราทำธุรกิจ เช่นนั้นทุกคนก็ไม่ต้องทำมันซะเลย"

เฉินว่านซานเบิกตากว้างเหมือนจะเดาอะไรบางอย่างได้ เขาเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นระริก "ฝานเอ๋อร์... เจ้า... เจ้าจะทำอะไร? อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนเรีื่องนี้นะ! ตระกูลจ้างมียอดฝีมือมากมายแถมยังมีเส้นสายกับทางการ..."

"บุ่มบ่ามงั้นหรือ?"

เฉินฝานหัวเราะเบาๆ ดวงตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบบาดลึกถึงกระดูก

"ท่านพ่อ ท่านแก่ตัวลงจนความกล้าหายไปหมดแล้วหรือ"

"ในยุคสมัยที่วุ่นวายเช่นนี้ กฎเกณฑ์มีไว้สำหรับคนอ่อนแอเท่านั้น"

"ส่วนผู้ที่แข็งแกร่งกว่า..."

เฉินฝานกำหมัดแน่นกะทันหัน

ปัง!

มวลอากาศในฝ่ามือถูกบีบจนระเบิดเกิดเสียงดังสนั่น

"ข้านี่แหละคือกฎ!"

พูดจบเขาก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองทั้งสามคนที่กำลังยืนอึ้งอยู่ เขาหมุนตัวเดินออกไปข้างนอกทันที

"ช่วงสองสามวันนี้ พวกท่านอยากจะกินอะไรก็กิน อยากจะดื่มอะไรก็ดื่ม ปิดประตูจวนไว้ให้ดี อย่าออกไปเดินเพ่นพ่านข้างนอก"

"ส่วนเรื่องตระกูลจ้าง..."

เฉินฝานหยุดเดินตรงหน้าประตูแล้วทิ้งคำพูดไว้โดยไม่หันกลับมามอง

"ข้าจะทำให้พวกมันต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนขอทำธุรกิจกับเราเอง"

มองดูแผ่นหลังของเฉินฝานที่ลับตาไป เฉินว่านซานและลูกชายทั้งสองคนต่างหันมาสบตากันด้วยความสับสนและพูดอะไรไม่ออก

แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเฉินฝานจะลงมืออย่างไร แต่ความมั่นใจและกลิ่นอายที่ทรงพลังที่แผ่ออกมาจากกระดูกของชายคนนั้น กลับทำให้ใจที่วุ่นวายของพวกเขาเริ่มสงบลงอย่างประหลาด

ราวกับว่าขอเพียงมีชายผู้นี้อยู่ ไม่ว่าปัญหาจะใหญ่โตเพียงใด ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 31 - โทสะตระกูลจ้าง กับการโต้กลับที่เหนือชั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว