เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - ตลาดมืดระอุ กับการประมูลดาบผีหัวคน

บทที่ 23 - ตลาดมืดระอุ กับการประมูลดาบผีหัวคน

บทที่ 23 - ตลาดมืดระอุ กับการประมูลดาบผีหัวคน


บทที่ 23 - ตลาดมืดระอุ กับการประมูลดาบผีหัวคน

☆☆☆☆☆

เผชิญหน้ากับการดิ้นรนครั้งสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งของหลิวหรูเยียน เฉินฝานกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง

บรรดาใบหน้าคนที่สร้างขึ้นจากแรงพยาบาทเหล่านั้นยังไม่ทันจะพุ่งเข้ามาถึงตัวเขาในระยะสามฟุตด้วยซ้ำ ก็ถูกคลื่นความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาแผดเผาจนเกิดเสียงดังฉ่าและสลายหายไปพร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวน

"ร้องเพลงได้ห่วยแตกชะมัด"

เฉินฝานขมวดคิ้วเล็กน้อย มือซ้ายที่กุมหยกโลหิตไว้ไขว้ไปด้านหลัง ส่วนมือขวาชกออกไปตรงๆ อย่างง่ายดาย

มันเป็นการชกที่ไม่มีท่วงท่าลีลาหรือการสะสมพลังใดๆ เลย

มันคือการระเบิดพลังเทพฤทธิ์จากวิชากายาทองแดงเพลิงขั้นที่หนึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!

ตูม!

มวลอากาศถูกฉีกกระชากจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

หมัดนี้แฝงไปด้วยพลังมหาศาลที่พร้อมจะทลายขุนเขาและบดขยันศิลา มันพุ่งเข้าปะทะกับใบหน้าผีที่น่าเกลียดน่ากลัวของหลิวหรูเยียนเข้าอย่างจังโดยไม่มีการออมแรง

ปัง!

เสียงปะทะดังสนั่นทึบๆ เหมือนกับเอาค้อนเหล็กยักษ์ไปทุบแตงโมจนเละละเอียด

เสียงกรีดร้องของหลิวหรูเยียนเงียบหายไปในทันที

ศีรษะของนางรวมไปถึงร่างกายท่อนบนเกือบทั้งหมดถูกหมัดนี้ซัดจนระเบิดกลายเป็นกลุ่มควันสีดำกระจายไปทั่วอากาศ

แต่กลุ่มควันเหล่านั้นยังไม่ทันจะได้แผ่กระจายออกไป ก็ถูกปราณโลหิตที่ร้อนระอุซึ่งติดมากับหมัดของเฉินฝานแผดเผาจนระเหยกลายเป็นอากาศธาตุไปจนหมดสิ้น

[สังหารสิ่งชั่วร้ายระดับวิญญาณอาฆาต "ปีศาจวาดหนัง หลิวหรูเยียน" สำเร็จ ได้รับพลังงาน +12.0]

[ดูดซับวัตถุวิเศษระดับสูง "หยกโลหิตอุ่นใจ" สำเร็จ ได้รับพลังงาน +25.0]

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเฉินฝานอย่างต่อเนื่องและไพเราะจับใจ

รวมทั้งหมดคือ 37 แต้มพลังงาน!

เมื่อรวมกับแต้มที่เหลืออยู่ก่อนหน้านี้ พลังงานสะสมของเขาก็พุ่งพรวดขึ้นไปมากกว่า 60 แต้มในทันที!

นี่คือเงินก้อนโตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!

"ฟู่..."

เฉินฝานชักหมัดกลับพลางพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ลมหายใจนั้นควบแน่นกลายเป็นกลุ่มควันสีขาวพุ่งตรงออกไปในอากาศและไม่จางหายไปง่ายๆ

โถงใหญ่ทั้งโถงเงียบกริบราวกับป่าช้า

ทุกคนต่างพากันยืนอ้าปากค้างมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

แม่นางหลิวหรูเยียนผู้เป็นถึงนางโลมอันดับหนึ่งที่ทำให้บุรุษนับไม่ถ้วนต้องลุ่มหลงและมีวิชาอาคมประหลาดล้ำลึก กลับหายไปแบบนี้เองหรือ?

ถูกต่อยจนระเบิดไปในหมัดเดียวเนี่ยนะ?

โดยเฉพาะจางฟู่กุ้ยที่เคยท้าทายเฉินฝานก่อนหน้านี้ ในตอนนี้เขาถึงกับฉี่ราดกางเกงด้วยความหวาดกลัวจนสุดขีด เขาหดตัวสั่นเทาอยู่ใต้โต๊ะและไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเฉินฝานอีกเลย

เมื่อกี้เขาเกือบจะไปแย่งผู้หญิงกับสัตว์ประหลาดตัวนี้งั้นหรือ?

นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!

ซูหลินเองก็เริ่มได้สติกลับมาจากความตกตะลึงในที่สุด

นางมองดูสภาพที่พังพินาศยับเยินบนพื้นสลับกับมองเฉินฝานที่ไร้รอยขีดข่วน แววตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินจะบรรยาย

ทั้งหวาดกลัว ยำเกรง สงสัย... และยังมีความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างลึกซึ้งแฝงอยู่ด้วย

เดิมทีนางคิดว่าตัวเองมาที่นี่เพื่อคุ้มกันเฉินฝาน หรือไม่ก็มาเพื่อจับตาดู "ผู้ต้องสงสัย" คนนี้

แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ต่อหน้าชายผู้นี้นางกลับดูอ่อนแอไม่ต่างจากมดปลวกตัวหนึ่งเลย

"คุณชาย... เฉิน..."

ซูหลินอ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่กลับพบว่าลำคอแห้งผากจนพูดไม่ออก

เฉินฝานไม่ได้สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น

เขากลับตัวและใช้สายตาที่เฉียบคมประดุจสายฟ้าล็อกเป้าหมายไปที่แม่เล้าที่กำลังเตรียมจะหลบหนีไปท่ามกลางความวุ่นวาย

"จะไปไหนงั้นหรือ?"

ร่างของเฉินฝานวูบไหวเพียงครั้งเดียวเขาก็ข้ามผ่านระยะทางกว่าสิบเมตรไปได้อย่างรวดเร็ว เขาคว้าหมับเข้าที่ต้นคอของแม่เล้าแล้วหิ้วนางขึ้นมาเหมือนหิ้วลูกไก่

"โอ๊ย! คุณชายสามไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ!"

แม่เล้าตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ขาทั้งสองข้างดิ้นพล่านพลางร้องไห้คร่ำครวญขอความเมตตา "ผู้น้อยไม่รู้อะไรเลยจริงๆ เจ้าค่ะ! ผู้น้อยถูกนางปีศาจตนนั้นบังคับมาเจ้าค่ะ!"

"หุบปาก"

เฉินฝานตวาดเสียงเย็น "ข้าไม่มีเวลาฟังเรื่องไร้สาระของเจ้า"

เขาใช้นิ้วชี้ไปที่พื้นไม้ใต้เท้า ซึ่งตรงนั้นมีเสียงอึกทึกครึกโครมดังแว่วออกมาเป็นระยะๆ แถมยังมีกลิ่นอายสังหารบางอย่างที่ทำให้วิชากายาทองแดงเพลิงในร่างของเขาถึงกับสั่นสะเทือนเบาๆ

"ข้างล่างนั่นกำลังทำอะไรกันอยู่?"

"เรื่องนี้..." แม่เล้าตาหลุกหลิกอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดออกมา

"ไม่พูดงั้นหรือ?"

เฉินฝานออกแรงที่มือเล็กน้อย

กร๊อบ

กระดูกคอของแม่เล้าส่งเสียงดังลั่นออกมาเบาๆ

"พูดแล้วเจ้าค่ะ! พูดแล้ว!"

แม่เล้าเจ็บจนน้ำตาไหลพรากไม่กล้าปิดบังอีกต่อไป "ข้างล่าง... ข้างล่างนั่นคือตลาดมืดใต้ดินเจ้าค่ะ! คืนนี้มีการจัดงานประมูลครั้งใหญ่สำหรับพวกยอดฝีมือในยุทธภพโดยเฉพาะเจ้าค่ะ!"

"ตลาดมืดใต้ดินงั้นหรือ?"

เฉินฝานเลิกคิ้วขึ้นพร้อมประกายตาที่วาววับ

มิน่าล่ะ

มิน่าหอสดับพิรุณแห่งนี้ถึงมีกลิ่นอายหยินหนาแน่นนัก ที่แท้นอกจากจะเลี้ยงผีแล้วยังซ่อนรังซ่องสุมสิ่งของผิดกฎหมายเอาไว้อีกด้วย

"นำทางไป"

เฉินฝานเหวี่ยงแม่เล้าลงพื้นเหมือนโยนขยะ "พาข้าไปดูให้เห็นกับตาหน่อยซิ"

"เจ้าค่ะ... เจ้าค่ะ..."

แม่เล้าไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย นางรีบตะเกียกตะกายวิ่งไปที่หลังฉากกั้นตรงมุมโถงแล้วหมุนแจกันใบหนึ่งที่ดูธรรมดาๆ

ครืนๆๆ...

ตามมาด้วยเสียงกลไกที่กำลังทำงาน พื้นดินเปิดออกเผยให้เห็นทางเข้าสีดำมืดมิด มีบันไดหินทอดยาวลงไปด้านล่าง ภายในนั้นมีแสงไฟสว่างไสวและมีเสียงผู้คนคุยกันดังระงม

"แม่สื่อคนสวย"

เฉินฝานหันไปมองซูหลินที่ยังคงยืนตะลึงอยู่ที่เดิมพลางยกยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย "อะไรกัน ตกใจจนขาสั่นไม่กล้าลงไปแล้วงั้นหรือ?"

ซูหลินสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามสะกดความตื่นตระหนกในใจแล้วกุมดาบไว้แน่น

"ใครบอกว่าข้าไม่กล้ากัน?"

นางรีบก้าวเดินมาเคียงข้างเฉินฝาน แม้ใบหน้าจะยังคงซีดเผือดแต่แววตาก็กลับมามั่นคงอีกครั้ง

ในฐานะคนจากกองปราบ เมื่อพบตลาดมืดใต้ดินแบบนี้นางย่อมมีหน้าที่ต้องสืบสวนให้ถึงที่สุด

ทั้งสองคนเดินตามกันลงไปตามบันไดหิน

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ใต้ดิน กลิ่นอายที่ผสมปนเปกันระหว่างกลิ่นเหงื่อ กลิ่นคาวเลือด และกลิ่นอับชื้นก็พุ่งเข้าปะทะจมูกทันที

ที่นี่คือถ้ำใต้ดินขนาดมหึมาซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางกว่าโถงใหญ่ข้างบนหลายเท่าตัว

รอบข้างประดับไปด้วยคบไฟนับไม่ถ้วนทำให้พื้นที่แห่งนี้สว่างไสวราวกับตอนกลางวัน

มีผู้คนรวมตัวกันอยู่ที่นี่นับร้อยชีวิต

มีทั้งนักพรตในชุดโด๋วนักดาบหน้าเหี้ยมเกรียม ชายลึกลับที่คลุมร่างด้วยผ้าคลุมสีดำ หรือแม้แต่อมตะชนที่มีรูปร่างประหลาดจนดูไม่เหมือนมนุษย์

เรียกได้ว่ามีคนทุกประเภทปะปนกันอยู่อย่างวุ่นวาย

ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างแผ่กลิ่นอายที่บอกให้รู้ว่าไม่ใช่คนที่จะล่วงเกินได้ง่ายๆ

การปรากฏตัวของเฉินฝานและซูหลินไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากนัก

เพราะในเวลานี้สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ลานประมูลใจกลางถ้ำเพียงจุดเดียว

ที่ตรงนั้นกำลังมีการประมูลที่ดุเดือดดำเนินอยู่

"ทุกท่าน! นี่คือไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนนี้เลยทีเดียว!"

บนลานประมูล ชายวัยกลางคนร่างเตี้ยที่มีหนวดเคราทรงแปดแฉกกำลังพ่นน้ำลายอธิบายพลางชี้ไปที่แท่นเหล็กข้างกาย

บนแท่นเหล็กนั้นมีดาบเล่มยักษ์ที่มีรูปร่างดูเกินจริงวางพาดอยู่

ตัวดาบกว้างเท่ากับแผ่นประตู มีสีดำสนิทไปทั้งเล่มและเต็มไปด้วยสนิมสีแดงคล้ำที่ดูเหมือนคราบเลือดแห้งกรัง

ส่วนที่ด้ามดาบนั้นมีการแกะสลักเป็นรูปหัวผีที่ดูดุร้ายและกำลังอ้าปากกว้างราวกับกำลังจะสูบกินวิญญาณบางอย่าง

ที่น่าหวาดหวั่นที่สุดคืออากาศรอบๆ ตัวดาบเล่มนี้กลับดูบิดเบี้ยวเป็นลอนคลื่น และมีไอสังหารสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากตัวดาบอย่างไม่ขาดสาย

แม้จะยืนอยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร แต่เฉินฝานก็ยังสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูก

ตึง!

ในตอนนั้นเอง ระบบปรับแต่งสีเลือดในหัวของเฉินฝานก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอย่างเร่งด่วน

[ตรวจพบปฏิกิริยาพลังงานสูง!]

[พบวัตถุที่แฝงไปด้วยพลังงานไอสังหารมหาศาล "ดาบผีหัวคนเปื้อนเลือด"!]

[ประมาณค่าพลังงาน: 40.0+]

40 แต้มงั้นหรือ?!

รูม่านตาของเฉินฝานหดเกร็งลงทันที ลมหายใจเริ่มติดขัดและหนักหน่วงขึ้นมา

พลังงานที่ซ่อนอยู่ในดาบผุๆ เล่มนี้กลับมีมากกว่านางปีศาจตนเมื่อกี้เสียอีก?!

หากเขาสามารถครอบครองดาบเล่มนี้ได้ เมื่อรวมกับ 60 แต้มที่มีอยู่ในมือ พลังงานของเขาก็จะทะลุหลัก 100 ไปเลย!

ถึงตอนนั้น อย่าว่าแต่วิชากายาทองแดงเพลิงขั้นที่สองเลย แม้แต่การวิวัฒนาการวิชาใหม่ที่เหนือชั้นกว่าเดิมก็ไม่ใช่เรื่องยาก!

ดาบเล่มนี้ ข้าต้องเอามาให้ได้!

"ดาบเล่มนี้มีชื่อว่า บั่นเศียร เป็นดาบสมบัติที่ตกทอดมาจากตระกูลเพชฌฆาตในราชวงศ์ก่อน!"

โฆษกบนเวทีประกาศเสียงดังลั่น "ว่ากันว่าดาบเล่มนี้เคยบั่นคอคนมาแล้วเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าหัว จนมันเริ่มมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง! คนธรรมดาเพียงแค่ชายตามองก็อาจจะถูกไอสังหารเข้าเล่นงานจนล้มป่วยหนัก หรืออาจจะถึงขั้นหัวใจวายตายคาที่ได้เลย!"

"แต่สำหรับยอดฝีมือที่ฝึกวิชาสายทำลายล้าง หรือผู้ที่ต้องการของวิเศษไว้สำหรับสยบสิ่งชั่วร้ายในบ้าน นี่คืออาวุธวิเศษที่หาค่ามิได้เลยทีเดียว!"

"ราคาเริ่มต้นประมูลที่ สามพันตำลึงเงิน!"

สามพันตำลึง!

ทันทีที่ราคานี้ถูกประกาศออกมา ก็มีเสียงสูดหายใจเข้าด้วยความตกตะลึงดังขึ้นระงม

ในยุคสมัยนี้ เงินเพียงหนึ่งตำลึงก็เพียงพอให้ครอบครัวธรรมดาใช้ชีวิตอยู่ได้ทั้งเดือนแล้ว เงินสามพันตำลึงจึงถือเป็นตัวเลขมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย

เหล่ายอดฝีมือในยุทธภพหลายคนที่ตอนแรกดูตื่นเต้นต่างพากันคอตกและเงียบกริบไปทันทีเมื่อได้ยินราคานี้

"สามพันห้าร้อยตำลึง!"

ชายฉกรรจ์หน้าหนวดคนหนึ่งเริ่มขานราคาขึ้นเป็นคนแรก

"สี่พันตำลึง!"

เสียงเย็นชาแว่วตามมาติดๆ มาจากชายชราในชุดคลุมสีดำคนหนึ่ง

"สี่พันห้าร้อยตำลึง!"

เสียงการประมูลดังสลับกันไปมาแต่ก็เริ่มบางตาลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับของชิ้นก่อนๆ เพราะคนที่สามารถควักเงินสดจำนวนมากขนาดนี้ออกมาได้ในอำเภอชิงเหอนั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

เฉินฝานยืนกอดอกอยู่หลังฝูงชนพลางเฝ้าดูสถานการณ์อย่างเยือกเย็น

เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะเสนอราคา

เขากำลังรอ

รอให้พวกปลาซิวปลาสร้อยถอยทัพไปก่อน ถึงเวลาที่เหล่านักล่าตัวจริงจะเริ่มออกโรง

ไม่นานนัก ราคาก็ถูกขยับขึ้นไปถึงหกพันตำลึง

ตอนนี้เหลือเพียงชายชราชุดดำกับชายวัยกลางคนร่างท้วมในชุดหรูหราที่ยังคงขับเคี่ยวกันอยู่

"หกพันห้าร้อยตำลึง!" ชายร่างท้วมกัดฟันตะโกนออกมาพร้อมเหงื่อที่ไหลท่วมหน้า

"เจ็ดพันตำลึง" ชายชราชุดดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับว่านั่นไม่ใช่เงินมหาศาลแต่เป็นเพียงตัวเลขชุดหนึ่ง

ชายร่างท้วมอ้าปากค้างก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง เงินเจ็ดพันตำลึงนั้นเกินขีดจำกัดของเขาไปแล้วจริงๆ

"เจ็ดพันตำลึงครั้งที่หนึ่ง!"

โฆษกตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำพลางชูค้อนไม้ในมือขึ้น "มีใครให้มากกว่านี้ไหม? นี่คือสุดยอดอาวุธสังหารเลยนะ!"

"เจ็ดพันตำลึงครั้งที่สอง!"

ชายชราชุดดำยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะราวกับดาบเล่มนี้ได้ตกเป็นของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทว่าในวินาทีที่ค้อนกำลังจะถูกเคาะลงเป็นครั้งที่สามนั้นเอง

น้ำเสียงเอื่อยๆ อย่างไม่ยี่หระก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังฝูงชนและแผ่กระจายไปทั่วถ้ำอย่างชัดเจน

"หนึ่งหมื่นตำลึง"

ตูม!

ทั่วทั้งงานเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

ทุกคนต่างหันขวับไปมองทางต้นเสียงราวกับเห็นผี

พบชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหมดจดคนหนึ่งกำลังหยิบปึกตั๋วเงินหนาเตอะออกมาจากอกเสื้อพลางโบกเล่นไปมาเหมือนใช้พัด

คนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเฉินฝานนั่นเอง

"หนึ่ง... หนึ่งหมื่นตำลึง?!"

มือของโฆษกสั่นจนเกือบจะทำค้อนไม้หลุดมือ

ส่วนชายชราชุดดำถึงกับรีบหันกลับมาจ้องเขม็งไปที่เฉินฝานด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิต

"ไอ้หนู เจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน? รู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน? การมาขานราคามั่วๆ ที่นี่อาจจะทำให้หัวหลุดจากบ่าได้นะ!"

ชายชราชุดดำเอ่ยข่มขู่ด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก

"ข้าเป็นใครน่ะหรือ?"

เฉินฝานหัวเราะเยาะพลางโยนปึกตั๋วเงินเหล่านั้นให้ซูหลินที่อยู่ข้างๆ "นับดูสิว่าพอมั้ย"

ซูหลินรับปึกตั๋วเงินมาถือไว้พลางรู้สึกว่ามันร้อนรุ่มจนมือจะไหม้

ทั้งหมดคือตั๋วเงินใบละหนึ่งพันตำลึงทั้งนั้น! มีทั้งหมดถึงยี่สิบใบ!

นี่คือเงินสดทั้งหมดที่เฉินฝานให้คนไปเบิกมาจากตระกูลเฉินเพื่อพกติดตัวไว้สำหรับตระเวนซื้อสมุนไพรในอำเภออื่นๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาใช้ที่นี่

"ตาแก่ ถ้าไม่มีเงินก็อย่าเสนอหน้าออกมาทำเท่"

เฉินฝานมองชายชราด้วยสายตาดูถูก "ดาบเล่มนี้ข้าจองแล้ว ถ้าเจ้าอยากได้ก็เอาเงินมาฟาดข้าให้ชนะสิ อย่ามามัวพูดพล่ามไร้สาระอยู่เลย"

"เจ้า!"

ชายชราชุดดำโกรธจนตัวสั่น แต่เมื่อมองดูปึกตั๋วเงินของจริงที่วางอยู่นั้น เขาก็ถึงกับน้ำท่วมปากพูดไม่ออกไปแม้แต่คำเดียว

เงินหนึ่งหมื่นตำลึง ต่อให้เอาเขาไปขายก็ยังหามาไม่ได้เลย

"ดี! คุณชายท่านนี้เสนอราคาที่หนึ่งหมื่นตำลึง!"

โฆษกตื่นเต้นจนเสียงแหบพร่า "มีใครให้สูงกว่านี้อีกไหม? หนึ่งหมื่นตำลึงครั้งที่หนึ่ง! หนึ่งหมื่นตำลึงครั้งที่สอง!"

เฉินฝานยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ที่มีชัยเหนือกว่า

นี่สินะความสุขของการใช้พลังแห่งเงินตรา?

มันเป็นจริงอย่างที่เขาคิดไว้ ไม่ว่าจะเป็นโลกไหน การมีเงินมันก็สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบจริงๆ

ในขณะที่เฉินฝานคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้วและกำลังจะเดินขึ้นไปรับดาบ

ทันใดนั้นเอง

น้ำเสียงที่โอหังและเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสอย่างยิ่งยวดก็ดังออกมาจากห้องรับรองสุดหรูบนชั้นสอง

"ข้าให้สองเท่า!"

"ไอ้หนู ดาบเล่มนี้ตระกูลจ้างของพวกเราจองแล้ว!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 23 - ตลาดมืดระอุ กับการประมูลดาบผีหัวคน

คัดลอกลิงก์แล้ว