เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1655 (777) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (3) (ตอนฟรี)

บทที่ 1655 (777) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (3) (ตอนฟรี)

บทที่ 1655 (777) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (3) (ตอนฟรี)


บทที่ 1655 (777) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (3)

“เจอแล้วเหรอ?”

ฮั่นจงตื่นเต้นดีใจสุดขีด เขาตบขาตัวเองฉาดใหญ่พลางตะโกนออกมาเสียงดังลั่น “ผู้จัดการหวัง รีบบอกมาเร็วว่ายัยนั่นอยู่ที่ไหน!”

ผู้จัดการหวัง?

จี้เฟิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ฮั่นจงกำลังเรียกหวังซินนี่นา

เขาเกือบลืมไปเลยว่า นอกจากหวังซินจะเป็นยอดฝีมือด้านคอมพิวเตอร์แล้ว เธอยังมีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการของบริษัทเถิงเฟยเน็ตเวิร์กอีกด้วย!

“หวังซิน อีกฝ่ายอยู่ที่ไหน?” จี้เฟิงถาม

“บอสคะ ตอนนี้ตำแหน่งที่ระบุพิกัดได้... ฉันยังหาไม่เจอค่ะ” หวังซินตอบด้วยน้ำเสียงลังเล สีหน้าของเธอดูลำบากใจเล็กน้อย

“หืม?” จี้เฟิงขมวดคิ้วถามทันที “หมายความว่าไง?”

พอฮั่นจงได้ยินแบบนั้นก็ร้อนใจขึ้นมาทันที เขารีบถามอย่างกระวนกระวาย “ผู้จัดการหวังเมื่อกี้คุณบอกว่าเจอแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตอนนี้ถึงบอกว่ายังหาไม่เจอล่ะ? สรุปมันยังไงกันแน่ พวกมันอยู่ที่ไหน?”

จี้เฟิงขมวดคิ้วมุ่น “ฮั่นจง! ใจเย็นก่อน ฟังหวังซินพูดให้จบ”

ฮั่นจงทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างจำยอม “ขอโทษครับผู้จัดการหวัง ผมแค่ร้อนใจไปหน่อย คุณอย่าถือสาเลยนะ”

หวังซินส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ”

“หวังซินสรุปมันเกิดอะไรขึ้น?” จี้เฟิงถามซ้ำ เขาเองก็อยากรู้เหตุผล ที่หวังซินพูดจาขัดแย้งกันเองแบบนี้ อุตส่าห์ทุ่มเทวางแผนมาตั้งขนาดนี้ ถ้าสุดท้ายต้องมาพังเพราะหาตัวไม่เจอ มันก็น่าหงุดหงิดจริงๆ

“บอสคะคืออย่างนี้ค่ะ เพราะโทรศัพท์ที่อีกฝ่ายใช้สัญญาณไม่ค่อยแรง คาดว่าไม่ใช่โทรศัพท์สายตรง แถมเป็นไปได้สูงว่าพวกมันจะใช้เครื่องรบกวนสัญญาณ หรือไม่ก็แถวๆนั้นมีแหล่งรบกวนสัญญาณอยู่ ฉันเลยระบุพิกัดที่แน่นอนไม่ได้ค่ะ” หวังซินอธิบาย “ตอนนี้ฉันระบุได้แค่ขอบเขตในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น!”

“โอ้?!”

จี้เฟิงกลับดูมีท่าทีตื่นเต้นยินดี “รัศมีหนึ่งกิโลเมตรเหรอ? เธอมั่นใจนะว่าพวกมันต้องอยู่ในขอบเขตนี้แน่นอน?”

หวังซินพยักหน้ายืนยัน “มั่นใจค่ะ!”

จี้เฟิงตบมือดังฉาด “ดี! หนึ่งกิโลเมตรก็เกินพอแล้ว หวังซิน เธอทำได้เยี่ยมมาก!”

สำหรับคนทั่วไปรัศมีหนึ่งกิโลเมตรอาจจะดูกว้างใหญ่ไม่ใช่น้อย แต่สำหรับจี้เฟิงแล้วมันไม่ใช่ปัญหาเลย ต่อให้กว้างกว่านี้อีกเท่าตัวเขาก็ไม่หวั่น แม้จะเป็นย่านใจกลางเมืองที่ประชากรหนาแน่นที่สุด เขาก็มีความมั่นใจว่าจะลากคอพวกมันออกมาได้!

“หวังซินรีบส่งพิกัดขอบเขตที่เธอระบุได้ไปให้ไป๋จูทันที แล้วก็ส่งให้ฉันด้วย จากนั้นให้เธอคอยประสานงานกับไป๋จูและเหล่าอี้อย่างใกล้ชิด แกะรอยพวกมันต่อไปแล้วคอยส่งข้อมูลอัปเดตให้พวกเขาทันที!” จี้เฟิงสั่งการอย่างรวดเร็ว

หวังซินรีบรับคำ “รับทราบค่ะ!”

“หนึ่งกิโลเมตร... ตั้งหนึ่งกิโลเมตรเลยนะ!” ฮั่นจงยังคงกระวนกระวาย เขาเดินพล่านไปมาในห้องนั่งเล่น รัศมีหนึ่งกิโลเมตรนี่มันก็ตั้งสองลี้ (หน่วยวัดจีน) แม้เมื่อเทียบกับเมืองทั้งเมืองมันจะดูเล็กจิ๋ว แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าในเมืองที่ประชากรหนาแน่นอย่างเจียงโจว พื้นที่หนึ่งกิโลเมตรน่ะมีบ้านคนอยู่เป็นพันหลังเลยนะ!

อย่างน้อยๆก็ต้องมีหลักหลายร้อยหลังล่ะ แล้วจะไปหาเจอได้ยังไง?

“จี้เฟิงนายจะหาเจอจริงๆเหรอ?” ฮั่นจงมองจี้เฟิงด้วยสายตาที่มีความหวังแฝงอยู่

“...เจอ!” จี้เฟิงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นใจเต็มเปี่ยม

“จริงนะ?” ฮั่นจงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“วางใจเถอะ การแกะรอยของหวังซินเป็นแค่ขั้นแรก เดี๋ยวข้อมูลอื่นจะทยอยส่งกลับมาเอง พอเอาข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลร่วมกัน การจะหาตัวพวกมันก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว” จี้เฟิงกล่าว “เราหาพวกมันเจอแน่!”

“จะเจอจริงเหรอ...” แม้จี้เฟิงจะยืนยันแบบนั้น แต่ลึกๆฮั่นจงก็ยังไม่สบายใจนัก เขาส่ายหน้าพลางคิดคำนวณในใจว่าถ้าหาตัวผู้หญิงคนนั้นไม่เจอ เขาควรจะรับมือพวกมันต่อไปยังไงดี

อย่างมากที่สุด... ก็แค่ยอมแบกรับเรื่องนี้ไว้คนเดียว! ฮั่นจงกัดฟันกรอด

จริงๆแล้วจุดนี้แสดงให้เห็นถึงนิสัยของฮั่นจงได้ดี แม้ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาจะโดนพวกเฉิงฮ่าวไท่บีบจนแทบระเบิด แต่เขาก็ยังรักษาความใจเย็นไว้ได้ และมีสภาพจิตใจที่ค่อนข้างดี แม้จะยังทำใจยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้เต็มร้อย แต่เขาก็เริ่มเตรียมแผนสำรองไว้รับมือหากสถานการณ์เลวร้ายลง

...แน่นอนว่าในสายตาของฮั่นจงตอนนี้ โอกาสสำเร็จมันดูริบหรี่เหลือเกิน

แต่ฮั่นจงไม่รู้เลยว่า จี้เฟิงคาดการณ์ไว้แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้น ในการปฏิบัติงานจริงย่อมมีเรื่องไม่คาดฝันเป็นธรรมดา เขาจึงเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว

เพียงแต่ตอนนี้ผลลัพธ์ยังไม่ออกมา เขาเลยยังไม่จำเป็นต้องบอกฮั่นจง

อีกอย่างถ้าบอกไปตอนนี้ แล้วเกิดพลาดขึ้นมาอีก ฮั่นจงก็คงจะดีใจเก้อ สู้รอให้ทุกอย่างจบลงก่อน ค่อยบอกทีเดียวจะดีกว่า

สำหรับจี้เฟิงแล้วการชิงไหวชิงพริบครั้งนี้ ยังไม่ถึงขั้นคอขาดบาดตาย เขาผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน บุกน้ำลุยไฟมาก็มาก จนจิตใจนิ่งสงบเกินกว่าจะมาตื่นเต้นหรือกังวลกับเรื่องแค่นี้

อีกด้านหนึ่งหวังซินส่งพิกัดขอบเขตพื้นที่ ไปให้ไป๋จูและอี้ซิงเฉินเรียบร้อยแล้ว และเธอกำลังพยายามใช้ดาวเทียมตรวจสอบพื้นที่บริเวณนั้นเพิ่มเติม

ส่วนฮั่นจงก็ได้แต่จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างหนัก ขมวดคิ้วเคร่งเครียดคิดหาทางหนีทีไล่ต่อไป

จี้เฟิงส่ายหน้ายิ้มๆ เขายังคงนั่งรออย่างใจเย็นอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์

ครืด... ครืด...

โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นเตือนหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เขาปรับเป็นระบบสั่นไว้ เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิในการแกะรอยของหวังซิน เขาหยิบขึ้นมาแล้วกรอกเสียงลงไป “ฉันเอง”

“คุณชายจี้ ฉันไป๋จูค่ะ” เสียงของไป๋จูดังมาตามสาย “ตอนนี้ฉันอยู่ในพื้นที่ขอบเขตนั่นแล้วค่ะ!”

“โอ้?”

จี้เฟิงขยับตัวนั่งตัวตรงทันที “เธอไม่ได้สะกดรอยตามเฉิงฮ่าวไท่อยู่เหรอ? งั้นก็หมายความว่า... ตอนนี้เฉิงฮ่าวไท่น่าจะอยู่กับผู้หญิงคนนั้น?”

ก่อนหน้านี้จี้เฟิงได้มอบหมายงานให้ไป๋จูกับฉินเฟยหยูคอยจับตาดูเป้าหมายของตัวเองตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เป้าหมายของไป๋จูคือเฉิงฮ่าวไท่ และในเมื่อไป๋จูบอกว่าเธออยู่ในพื้นที่ที่หวังซินระบุไว้ นั่นก็แปลว่าเฉิงฮ่าวไท่อยู่ที่นั่นด้วยไม่ใช่เหรอ?

“ที่นั่นคือที่ไหน?” จี้เฟิงรีบถาม

“ที่นี่เป็นหมู่บ้านวิลล่าหรูค่ะ ฉันไม่มีบัตรผ่านเข้าออก เลยเข้าไปข้างในไม่ได้ ตอนนี้เลยได้แต่เฝ้าอยู่ข้างนอก” ไป๋จูกล่าว “แต่ฉันแอบติดเครื่องติดตามไว้ที่รถทุกคันของเฉิงฮ่าวไท่แล้ว ตอนนี้ฉันสามารถระบุตำแหน่งรถของเขาได้อย่างแม่นยำค่ะ!”

“เยี่ยม!”

จี้เฟิงเอ่ยชม “ไป๋จู เธอทำได้เยี่ยมมาก!”

ไป๋จูตอบกลับด้วยน้ำเสียงเคอะเขินเล็กน้อย “คุณชายจี้ให้ฉันต่อยังไงต่อคะ? ต้องลงมือเลยไหม?”

“ฉินเฟยหยูอยู่ที่ไหน?” จี้เฟิงถาม ตอนที่ส่งไป๋จูออกไป เขาบอกให้ฉินเฟยหยูฟังคำสั่งจากเธอ ดังนั้นตอนนี้ฉินเฟยหยูอยู่ที่ไหนไป๋จูย่อมรู้ดีกว่าเขา

“คุณชายจี้ ฉินเฟยหยู... เขาก็อยู่แถวนี้ค่ะ แต่อยู่ตรงประตูด้านนอกอีกฝั่งหนึ่งของหมู่บ้าน” ไป๋จูตอบ

“เขาอยู่ที่นั่นด้วยเหรอ?”

จี้เฟิงรู้สึกประหลาดใจ “นี่มันอะไรกัน? รวมพลคนชั่วหรือว่าวันปล่อยผีกันแน่?”

ฉินเฟยหยูมีหน้าที่จับตาดูโอโนะ ในเมื่อเขามาปรากฏตัวที่หมู่บ้านวิลล่าหรูแห่งนี้ด้วย ก็หมายความว่าโอโนะก็น่าจะอยู่ที่นั่นเหมือนกัน แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าฝนตกขี้หมูไหล คนจังไรมาเจอกันก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

“คุณชายจี้ ให้ลงมือเลยไหมคะ?” ไป๋จูถามย้ำ

“รอเดี๋ยวก่อน เอาอย่างนี้คอยจับดูพวกมันอย่างใกล้ชิด ถ้าพวกมันคิดจะหนีก็ลงมือได้เลย แต่ถ้าพวกมันยังกบดานอยู่ที่นั่น ก็อย่าเพิ่งวู่วาม!” จี้เฟิงครุ่นคิด

“รับทราบค่ะ!” ไป๋จูรับคำ

“งั้นแค่นี้ก่อน มีอะไรคืบหน้าให้รีบติดต่อมาทันที” จี้เฟิงวางสาย

หลังจากนั้นเขาก็รีบโทรหาอี้ซิงเฉิน “เหล่าอี้เหลือทีมรักษาความปลอดภัยไว้ส่วนหนึ่ง ส่วนสมาชิกทีมรบที่เหลือทั้งหมด... ออกปฏิบัติการได้!”

จากนั้นจี้เฟิงก็ต่อสายอีกหนึ่งเบอร์ “ลุงเจิ้งลงมือได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะส่งที่อยู่ที่แน่นอนไปให้ ผมจะคุมพื้นที่วงนอกเอง ส่วนปฏิบัติการข้างในคงต้องรบกวนคุณลุงแล้วครับ”

“วางใจเถอะ การสืบสวนคดีมันเป็นขั้นตอนปกติอยู่แล้ว!” เจิ้งหยวนซานตอบกลับอย่างเต็มอกเต็มใจ

ที่เขาได้เลื่อนตำแหน่งมาได้ขนาดนี้ ก็เพราะความช่วยเหลือของตระกูลจี้ ก่อนหน้านี้เขายังคิดอยู่เลยว่าจะตอบแทนจี้เฟิงยังไงดี ในเมื่อตอนนี้จี้เฟิงมีปัญหา เขาย่อมต้องช่วยอย่างสุดความสามารถ

จี้เฟิงหัวเราะ “งั้นก็ขอบคุณมากครับ ลุงเจิ้ง”

พอวางสายจี้เฟิงก็ควงโทรศัพท์ในมือเล่นอย่างคล่องแคล่ว โทรศัพท์หมุนไปตามปลายนิ้วของเขาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดร่วงลงมาเลยสักนิด

“นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ...” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าพลางยิ้มขำ อุตส่าห์ส่งคนไปจับตาดูเป้าหมายคนละทิศคนละทาง แต่ใครจะไปนึกว่าพวกมัน ดันแห่กันมาสุมหัวอยู่ที่เดียวกันหมด!

ความจริงแล้วจี้เฟิงไม่รู้หรอกว่า เฉิงฮ่าวไท่กับโอโนะน่ะนัดเจอกันเป็นประจำอยู่แล้ว และในเมื่อตอนนี้พวกเขากำลังร่วมมือกันวางแผนชั่ว ยิ่งต้องติดต่อสื่อสารกันบ่อยขึ้นเป็นธรรมดา

อีกอย่างพวกเขาไม่ได้มีทีมอย่างจี้เฟิง ที่สามารถสั่งการจากส่วนกลางและมีเป็นทีมที่รู้ใจ คอยประสานงานกันได้อย่างไร้รอยต่อ พวกเขาเลยทำได้แค่ต้องมาสุมหัวประชุมกันเท่านั้น ไม่เหมือนจี้เฟิงที่แค่นั่งบัญชาการอยู่เงียบๆคนเดียว แล้วปล่อยให้คนอื่นแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

จี้เฟิงได้คาดการณ์จุดอ่อนนี้ไว้แล้ว เขาถึงกล้าทุ่มเทสมาธิส่วนใหญ่ไปกับการแกะรอยผู้หญิงที่วางแผนเล่นงานฮั่นจง!

ตอนนี้ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้จะถูกต้องอย่างแน่นอน การที่อีกฝ่ายมารวมตัวกันแบบนี้ คงกำลังวางแผนชั่วอะไรกันอยู่อีกแน่ หรือบางทีพวกนั้นอาจจะยืนล้อมวงดูผู้หญิงคนนั้นตอนโทรศัพท์อยู่ด้วยซ้ำ!

“ปัง!”

จี้เฟิงคว้าโทรศัพท์ไว้แน่นก่อนจะลุกขึ้นยืน เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไปดูด้วยตาตัวเอง

..........

ในเวลาเดียวกัน ณ วิลล่าหรูหลังหนึ่งในเจียงโจว หญิงสาวคนนั้นกำลังรายงานสถานการณ์ ที่คุยกับฮั่นจงให้โอโนะและเฉิงฮ่าวไท่ฟัง

“สรุปคือ ฮั่นจงยอมศิโรราบแล้วเหรอ?” เฉิงฮ่าวไท่ถาม

“ค่ะ!” หญิงสาวพยักหน้า

“ดี!”

เฉิงฮ่าวไท่ตบขาตัวเองฉาดใหญ่ด้วยความสะใจ คิ้วของเขาเลิกขึ้นด้วยความดีใจจนออกนอกหน้า “ยูเรครั้งนี้เธอทำได้เยี่ยมมาก!”

หญิงสาวคนนั้นกลับหันไปมองทางโอโนะ พอเห็นเขามีท่าทีพอใจ เธอถึงได้ค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา

เฉิงฮ่าวไท่รู้สึกขัดใจเล็กน้อย ที่เห็นท่าทางแบบนั้น แต่ความดีใจที่ฮั่นจงยอมแพ้ ก็กลบความหงุดหงิดไปจนหมด เขากล่าวว่า “คุณโอโนะครับ พวกเราใกล้จะสำเร็จแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการนำทัพที่ยอดเยี่ยมของคุณจริงๆ!”

ใบหน้าที่เคร่งขรึมของโอโนะปรากฏรอยยิ้มจางๆ “พวกคุณเองก็มีส่วนในความสำเร็จครั้งนี้เหมือนกัน เดี๋ยวผมจะรายงานเรื่องนี้ไปที่สำนักงานใหญ่ ถึงตอนนั้นคุณไม่เพียงแต่จะได้สัญชาติญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ แต่ยังจะได้ถือหุ้นของกรุ๊ปด้วยและทางองค์กร อาจจะพิจารณารับคุณเข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการเช่นกัน!”

....จบบทที่ 1655~

จบบทที่ บทที่ 1655 (777) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (3) (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว