เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1654 (776) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (2) (ตอนฟรี)

บทที่ 1654 (776) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (2) (ตอนฟรี)

บทที่ 1654 (776) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (2) (ตอนฟรี)


บทที่ 1654 (776) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (2)

“จี้เฟิงนี่ผ่านไปยี่สิบนาทีแล้วนะ พวกมันยังไม่โทรกลับมาเลย ฉันว่าพวกมันคงไม่โทรมาเร็วๆนี้แหงๆ!” ฮั่นจงกล่าว

ที่เขากดวางสายผู้หญิงคนนั้นไปก่อนหน้านี้ เพราะฮั่นจงมั่นใจว่าผู้หญิงที่โทรมาหาเขาเมื่อครู่ ไม่ใช่คนเดียวกับคนที่วางแผนเล่นงานเขาในคืนนั้นแน่นอน

ทว่าการคาดการณ์ของจี้เฟิงดูเหมือนจะมีปัญหา เพราะเวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว อีกฝ่ายก็ยังไม่โทรกลับมา ทำให้ฮั่นจงเริ่มร้อนใจ ความรู้สึกที่ต้องทำได้เพียงรอรับมืออยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้มันน่าหงุดหงิดจริงๆ

แต่จี้เฟิงกลับไม่มีทีท่าเดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิด เขาเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย พลางจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างสบายอารมณ์ “ไม่ต้องรีบหรอก ต้องให้เวลาพวกมันปรึกษากันบ้าง นายจะเอาความคิดของตัวเอง ไปตัดสินสถานการณ์ของคนอื่นไม่ได้หรอก ฝั่งเราน่ะเตรียมพร้อมไว้นานแล้ว ความเร็วในการตอบสนองย่อมไวเป็นธรรมดา แต่ฝ่ายนั้นไม่เร็วขนาดนั้น อดทนรออีกหน่อยเถอะ”

ฮั่นจงทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจนใจ “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น”

ตอนนี้พวกเขานอกจากรอแล้ว ก็ดูเหมือนไม่มีอะไรให้ทำได้อีก เพราะเขาคงไม่สามารถเดินบุกไปหาเฉิงฮ่าวไท่ถึงที่แล้วกระชากคอเสื้อถามว่า ‘นังผู้หญิงที่วางแผนเล่นงานฉันอยู่ที่ไหน’ ได้หรอกใช่ไหม?

“รออย่างสบายใจเถอะ!”

จี้เฟิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายมาก

ฮั่นจงทำได้เพียงรอต่อไป เมื่อเห็นท่าทางเอื่อยเฉื่อยของจี้เฟิง เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าพลางยิ้ม “จี้เฟิงฉันละนับถือนายจริงๆ”

จี้เฟิงยิ้มถาม “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ?”

“แค่ฉันต้องรับหน้าที่ล่อเฉิงฮ่าวไท่กับพวกนั้นไว้ แล้วยังต้องประสานงานกับการสืบสวนของตำรวจ ฉันก็รู้สึกหัวหมุนจะแย่แล้ว แต่ดูนายสิเรื่องอื่นทั้งหมดนายเป็นคนรับผิดชอบแท้ๆ แต่นายกลับดูผ่อนคลายกว่าฉันเสียอีก ความนิ่งระดับนี้ไม่นับถือไม่ได้จริงๆ!” ฮั่นจงกล่าว

ความจริงแล้วฮั่นจงรู้ดีว่า สิ่งที่จี้เฟิงต้องทำนั้นมีมากกว่าเขาหลายเท่า

การจะล่อเฉิงฮ่าวไท่กับพวกนั้นไว้จริงๆแล้วมันง่ายมาก จี้เฟิงเคยวิเคราะห์นิสัยใจคอของคนพวกนั้นให้เขาฟังแล้ว ขอเพียงทำให้คนพวกนั้นรู้สึกว่าแผนการของพวกมัน กำลังประสบความสำเร็จไปทีละก้าว อีกฝ่ายก็จะค่อยๆฮุบเหยื่อเอง ส่วนเรื่องการรับมือกับตำรวจนั้นยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะเรื่องนี้มันค่อนข้างยุ่งยาก ทางตำรวจก็เลยต้องสืบสวนอย่างระมัดระวัง ฮั่นจงจึงแทบจะไม่มีความกดดันในด้านนี้เลย

แต่จี้เฟิงต่างออกไปแผนการทั้งหมด ถูกกำหนดโดยจี้เฟิง เขาไม่เพียงแต่ต้องพิจารณาการวางหมากในภาพรวม แต่ยังต้องสื่อสารกับทางนี้ให้ทันท่วงที ที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้ความกดดันทั้งหมดตกอยู่ที่ไหล่ของจี้เฟิง

จะจับผู้หญิงคนนั้นได้อย่างไร? จะหาหลักฐานของอีกฝ่ายมาได้อย่างไร? และจะพลิกกลับมาเอาชนะได้อย่างไร?

เรื่องเหล่านี้จี้เฟิงต้องเป็นคนคิดทั้งหมด ณ ปัจจุบันนี้ หากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งเกิดปัญหาขึ้น ย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อผลลัพธ์สุดท้าย หรือแม้กระทั่งทำให้แผนการพังทลายลงได้

แต่จี้เฟิงในเวลานี้กลับมีสีหน้าผ่อนคลาย ไม่มีความกังวลแม้แต่นิดเดียว ความนิ่งระดับนี้ช่างน่าเลื่อมใสจริงๆ!

แต่ในความเป็นจริงฮั่นจงจะไปรู้ได้อย่างไรว่า จี้เฟิงน่ะกังวลยิ่งกว่าใครๆ

นับตั้งแต่แผนการเริ่มต้นขึ้น จี้เฟิงก็เครียดกว่าใครทั้งนั้น การที่ฮั่นจงจะล่อพวกเฉิงฮ่าวไท่ได้หรือไม่นั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆคือจะจับตัวผู้หญิง ที่วางแผนเล่นงานฮั่นจงได้อย่างไร นอกเหนือจากนั้นยังต้องหาทางเอาหลักฐานมาให้ได้ด้วย...

ในเมื่อการโต้กลับเริ่มขึ้นแล้ว ก็ไม่มีทางถอยหลังกลับ

หากการโต้กลับล้มเหลว หรือปฏิบัติการเกิดพลาดขึ้นมา พวกเฉิงฮ่าวไท่ก็ไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก และถึงตอนนั้นหากพวกมันคิดจะ ‘สู้จนตัวตาย’ หรือทำเรื่องรุนแรงเกินกว่าจะควบคุม ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก

เพียงแต่ว่าจี้เฟิงน่ะฝึกฝนจิตใจ จนแกร่งดั่งเหล็กกล้าไปแล้ว ต่อให้ตอนนี้ปฏิบัติการจะล้มเหลว เขาก็จะไม่มีวันเสียอาการหรือลนลานเด็ดขาด

Rrrr...

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ที่บาดหูก็ดังขึ้น ฮั่นจงถึงกับตื่นตัวทันที “มาแล้ว!”

ใบหน้าของจี้เฟิงปรากฏรอยยิ้มออกมา เขาเอ่ยเสียงเข้ม “หวังซินเตรียมตัวให้พร้อม”

หวังซินตอบกลับว่า “ทุกอย่างพร้อมค่ะ!”

“ดี!”

จี้เฟิงพยักหน้าอย่างหนักแน่นและสั่งการ “เริ่มได้!”

หวังซินรีบชูนิ้วเรียวขาวขึ้นมาสามนิ้ว ส่งสัญญาณให้ฮั่นจงเคลื่อนไหวไปพร้อมกับเธอ “สาม สอง หนึ่ง... เริ่ม!”

ฮั่นจงรีบกดรับสายทันที “...ฮัลโหล ฉันฮั่นจง นั่นใคร?”

เนื่องจากบนหน้าจอขึ้นว่าเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตน เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายใช้ซิมการ์ดพิเศษโทรมา ฮั่นจงจึงต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร และรับสายด้วยท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

เขายิ่งทำเป็นไม่ใส่ใจเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็จะยิ่งคิดว่าเขากำลัง ‘แสร้งทำเป็นนิ่ง’ ทั้งที่ความจริงในใจคงจะว้าวุ่นแทบแย่แล้ว

จี้เฟิงยิ้มบางๆการแสดงของฮั่นจงถือว่าใช้ได้

“สวัสดีค่ะ คุณฮั่น” เสียงนุ่มนวลของผู้หญิงดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นอ่อนระทวยจนฟังแล้วชวนให้รู้สึกใจอ่อนยวบ

‘มิน่าล่ะ ฮั่นจงถึงบอกว่าเขาเจอผู้หญิงที่สวยมาก!’ จี้เฟิงแอบขำในใจ แค่ฟังจากเสียงก็จินตนาการได้เลยว่า ผู้หญิงคนนี้จงใจยั่วยวนและอ่อยฮั่นจงขนาดไหน

“เป็นแกเองเหรอ?!”

เสียงของฮั่นจงดังขึ้นมาทันที เขาเบิกตากว้าง “แกยังกล้าโทรมาอีกเหรอ? อีนังผู้หญิงแพศยา!”

“คุณฮั่นคะ เปิดปากมาก็ด่าคนเลย แบบนี้ไม่ค่อยดีมั้งคะ?” น้ำเสียงของอีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉย เป็นเสียงนุ่มๆเหมือนเดิม เพียงแต่แฝงไปด้วยท่าทีเยาะเย้ย “อีกอย่างฉันต่างหากล่ะคะ ที่เป็นผู้เสียหาย คุณฮั่นขอถามหน่อยเถอะค่ะ พวกคนรวยนี่ชอบใช้อำนาจ ข่มเหงคนอื่นแบบนี้ทุกคนเลยเหรอคะ?”

“ถุย!” ฮั่นจงสบถอย่างโมโห “วันนั้นเกิดอะไรขึ้น อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะฉันบอกแกไว้เลย ว่าตอนนี้ฉันแจ้งความแล้วและส่งผลตรวจร่างกาย ให้ตำรวจไปแล้วด้วยเตรียมตัวไว้เถอะ!”

“คุณฮั่นพูดเรื่องอะไรคะ ฉันไม่ค่อยเข้าใจเลย!” ผู้หญิงคนนั้นแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา “แต่ว่านะคุณฮั่น หลักฐานความชั่วที่คุณทำกับฉันน่ะ ฉันมีครบเลยนะคะ! อ้อ อีเมลที่ฉันส่งให้คุณก็น่าจะอธิบายทุกอย่างได้หมดแล้วนี่คะ แบบนี้แล้วคุณฮั่นก็ยังจะปฏิเสธอีกเหรอคะ?”

“แก...” ฮั่นจงโกรธจนพูดไม่ออก

“คุณฮั่นไม่ต้องโมโหขนาดนั้นหรอกค่ะ ความจริงคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันคือผู้เสียหาย แต่ที่ฉันยังไม่แจ้งความตอนนี้ และเลือกที่จะคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว ก็เพราะเห็นแก่ชื่อเสียงของคุณ ของเพื่อนคุณ หรือแม้กระทั่งครอบครัวของคุณ ว่ามันจะได้รับผลกระทบที่แย่แค่ไหน ขณะเดียวกันมันก็มีผลต่อชื่อเสียงของฉันมากกว่าด้วย แต่คุณอย่าคิดนะว่าฉันจะไม่แจ้งความตลอดไป!”

เธอหัวเราะอย่างเย็นชาแล้วกล่าวต่อว่า “ฮั่นจงอย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทน”

“แกมันผู้หญิงหน้าด้าน!” ฮั่นจงด่าอย่างเกรี้ยวกราด

“หึ!”

หญิงสาวในสายเพียงแต่แค่นหัวเราะ เสียงนุ่มๆเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นมาทันที “ในเมื่อท่าทีของคุณฮั่นแข็งกร้าวขนาดนี้ เป็นฝ่ายทำผิดแล้วยังมากล่าวหาฉันแบบนี้อีก งั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะคุยแล้วล่ะ ไว้เจอกันที่สถานีตำรวจแล้วกัน! แต่ฉันขอเตือนไว้อย่างนะ นอกจากอีเมลที่ส่งให้คุณแล้ว กางเกงในที่ฉันใส่ในวันนั้น รวมถึงผลตรวจยืนยัน ทั้งหมดอยู่ในมือฉันแล้ว!”

ใบหน้าของฮั่นจงเขียวคล้ำ เขาแค่นเสียงหึในลำคอ

“สวรรค์มีตานะ คนสารเลวอย่างคุณตอนทำเรื่องชั่วๆ คงนึกไม่ถึงสินะว่าในห้องนั้นกับที่ทางเดินน่ะ มีกล้องวงจรปิดอยู่ มันบันทึกเรื่องระยำที่คุณทำไว้หมดแล้ว!” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยเสียงเย็น “เตรียมตัวไปนอนคุกได้เลย!”

“แก...” ฮั่นจงกัดฟันถาม “แกต้องการอะไรกันแน่?”

“ฉันต้องการอะไร? ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าคุณจะเอายังไง!” ผู้หญิงคนนั้นสวนกลับเสียงแข็ง

แม่งเอ๊ย!

ฮั่นจงโกรธจนเกือบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง แม้จะรู้ดีว่าต้องยื้อเวลาไว้ แต่คำพูดของผู้หญิงคนนี้มันกวนประสาทเกินไป เห็นชัดๆว่าเธอร่วมมือกับคนอื่นมาวางแผนเล่นงานเขา แต่ตอนนี้กลับสวมบทเป็นผู้เสียหาย แถมยังพูดจาข่มขู่คุกคามจนฮั่นจงแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา!

หวังซินรีบส่งสายตาให้ฮั่นจงเพื่อให้เขาใจเย็นลง ตอนนี้คือช่วงเวลาสำคัญของการแกะรอย หากวางสายไปตอนนี้ ทุกอย่างที่ทำมาจะพังพินาศทันที

ขณะเดียวกันหวังซินก็เร่งความเร็วในการทำงาน ช่วงสองวันที่เธอกับหวังหู่พักอยู่ที่บ้านฮั่นจง เธอพอจะเข้าใจนิสัยของฮั่นจงอยู่บ้าง ผู้ชายคนนี้จะโกรธจนแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่เมื่อถูกกดดันจนถึงขีดสุด ไม่แน่ว่าเขาอาจจะโมโหถึงขั้นวางสายไปจริงๆก็ได้

ความจริงแล้วหวังซินยังไม่เข้าใจฮั่นจงดีพอ ถึงเขาจะโมโหแค่ไหนแต่เขาก็ยังมีสติและสมองเขาก็ยังทำงานได้ดี เขารู้ดีว่าตอนนี้คือช่วงเวลาที่สำคัญ ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางวางสายเด็ดขาด

อีกอย่างตอนนี้เขาโดนด่าจนแทบกระอักเลือด ถ้าวางสายไปตอนนี้ ก็เท่ากับโดนหลอกฟรีๆน่ะสิ?

ต้องจับตัวนังนี่ให้ได้เท่านั้น ถึงจะระบายความแค้นนี้ได้!

“เอาละ ฉันไม่อยากเสียเวลาเถียงกับแกอีก เรื่องจริงมันเป็นยังไงเราต่างก็รู้ดี เหอะ! พวกแกนี่มันเก่งจริงๆ คราวนี้ถือว่าฉันพลาดท่า ฉันขอยอมแพ้!” ฮั่นจงพูดลอดไรฟัน “ว่ามา! เธอต้องการอะไร เรามาตกลงกัน!”

“คุณฮั่นพูดแบบนี้ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นะคะ หรือว่า... คุณฮั่นต้องการจะเคลียร์เป็นการส่วนตัว?” ผู้หญิงคนนั้นถามกลับ

“....” ขมับของฮั่นจงเต้นตุบๆ ยัยผู้หญิงคนนี้ ‘เป็นแค่โสเภณีแต่กลับแสดงท่าทีใส่ซื่อเป็นสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา!’

เห็นได้ชัดว่าเธออยากให้เขาเสนอเงื่อนไขเอง แต่คงกลัวว่าเขาจะอัดเสียงไว้ เลยพยายามบีบให้เขาเป็นคนเสนอเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด

“ใช่ ฉันอยากเคลียร์เป็นการส่วนตัว เธอเสนอเงื่อนไขมาเลย!” ฮั่นจงกล่าว “ตราบใดที่ไม่ผิดกฎหมาย และเป็นสิ่งที่ฉันทำได้ ฉันจะพยายามทำตามความต้องการของเธอ!”

“ฉันไม่มีเงื่อนไขอะไรจะเสนอหรอกค่ะ แต่เพื่อนของฉันน่ะอาจจะอยากคุยกับคุณหน่อย!” ผู้หญิงคนนั้นกล่าว “รอรับสายแล้วกัน...”

พอหวังซินได้ยินแบบนั้น คิ้วเรียวก็ขมวดมุ่นทันที เธอรีบทำสัญญาณมือให้ฮั่นจง

ฮั่นจงเข้าใจเจตนาได้ทันที เขาจึงรีบพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งวางสาย ฉันยังมีอีกคำถาม!”

“ว่ามา!” ผู้หญิงคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมตกลง

“จากสำเนียงของเธอ ฉันฟังออกว่าเธอน่าจะเป็นคนจีนใช่ไหม?” ฮั่นจงถาม “ฉันอยากรู้ว่า เราก็คนจีนเหมือนกัน ทำไมเธอต้องไปช่วยคนนอกมาจัดการฉันด้วย? พวกนั้นให้เงินเธอเท่าไหร่ ฉันจะให้มากกว่าสิบเท่า!”

“เสียใจด้วยนะ ฉันไม่เข้าใจว่าคุณพูดเรื่องอะไร!” ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับเสียงเย็น

“เธอไม่เข้าใจจริงๆเหรอ?” ฮั่นจงแค่นยิ้ม เขาหวังจะยั่วโมโหผู้หญิงคนนั้น เพื่อให้เธอเถียงกับเขาต่อเพื่อยื้อเวลา

“พอแค่นี้แหละ!” หลังจากพูดจบ ผู้หญิงคนนั้นก็กดวางสายทันที

“ฮัลโหล ฮัลโหลๆ?” ฮั่นจงตะโกนเรียกสองสามครั้งก่อนจะสบถออกมา “แม่งเอ๊ย อีนั่นมันวางสายไปแล้ว...”

จากนั้นฮั่นจงก็หันไปมองหวังซิน “เป็นไงบ้าง?”

หวังซินจ้องเขม็งไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วทั้งสิบพรมลงบนคีย์บอร์ดรัวๆ จนเกิดเสียงดังต๊อกแต๊ก มันทำให้ฮั่นจงลุ้นจนตัวเกร็ง

ส่วนทางด้านจี้เฟิงที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์อีกฝั่ง ก็ขมวดคิ้วรอคอยผลลัพธ์จากหวังซินเช่นกัน

แป๊ะ!

หวังซินกดแป้นคีย์บอร์ดครั้งสุดท้ายอย่างแรง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาทันที “เจอแล้วค่ะ!”

....จบบทที่ 1654~

จบบทที่ บทที่ 1654 (776) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (2) (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว