- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1653 (775) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (1) (ตอนฟรี)
บทที่ 1653 (775) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (1) (ตอนฟรี)
บทที่ 1653 (775) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (1) (ตอนฟรี)
บทที่ 1653 (775) ล่อเหยื่อเข้าสู่หลุมพราง (1)
“จี้เฟิงมันโทรมาแล้ว!” ทันทีที่กดรับสาย เสียงของฮั่นจงที่พยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้น ก็ดังลอดออกมาจากหูโทรศัพท์ “แผนของนายได้ผล!”
“ยืนยันได้ไหม?” จี้เฟิงตื่นตัวขึ้นมาทันที เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“วางใจเถอะ หวังซินยืนยันเรียบร้อยแล้ว แม้หน้าจอจะขึ้นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตน แต่เธอทำการสแกนร่องรอยเบื้องต้นแล้ว มั่นใจว่าเบอร์ที่โทรมาคราวนี้กับคราวที่แล้วมาจากโทรศัพท์เครื่องเดียวกัน!” เสียงของฮั่นจงสั่นเครือเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขากำลังตื่นเต้นเพียงใด
“ฉันว่าแล้ว...” ใบหน้าของจี้เฟิงเผยรอยยิ้มออกมา เขากล่าวว่า “ต่อไปต้องทำยังไงนายคงรู้อยู่แล้วใช่ไหม? จำไว้ว่าต้องนิ่งเข้าไว้ ทำตามคำแนะนำของหวังซิน พยายามยื้อเวลาสนทนาให้ได้นานที่สุด เข้าใจไหม?”
“วางใจเถอะ โอกาสแบบนี้มีหรือที่ฉันจะไม่คว้าไว้?” ฮั่นจงกัดฟันพูด “คราวนี้แหละ ฉันจะลากคอไอ้ชาติหมานั่นออกมาให้ได้!”
“นายอย่าเพิ่งรีบรับสาย ปล่อยให้มันดังไปก่อน เป็นการลองเชิงอีกฝ่าย” จี้เฟิงครุ่นคิด “ส่งสายให้หวังซินหน่อย!”
“ไม่ต้องรับเหรอ?” ฮั่นจงชะงักไป
“เชื่อเถอะ ตอนนี้ฝ่ายที่ต้องการข่มขู่นายคือพวกมัน การที่นายไม่อยากรับสายจึงเป็นเรื่องปกติมาก” จี้เฟิงยิ้ม “ส่งโทรศัพท์ให้หวังซินเถอะ!”
หากพูดถึงเรื่องการกุมจิตใจคน จี้เฟิงย่อมเหนือกว่าฮั่นจงมากนัก ดังนั้นพอได้ยินจี้เฟิงพูดแบบนั้น ฮั่นจงจึงรีบยื่นโทรศัพท์ให้หวังซินทันที ส่วนตัวเขาเองก็นิ่งใช้ความคิดว่าอีกเดี๋ยวควรจะพูดอย่างไรดี...
ฮั่นจงตื่นเต้นจริงๆตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาต้องทนแบกรับความอัดอั้นตันใจ ในที่สุดตอนนี้ก็มีโอกาสจะได้เอาคืนเสียที แถมยังเป็นการเอาคืนอย่างเจ็บแสบเพื่อระบายความแค้นที่สุมอก มีหรือที่เขาจะไม่ตื่นเต้น?
เดิมทีฮั่นจงถูกมอมยาปลุกเซ็กส์ในปริมาณมหาศาลจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เขาก็รู้สึกอัปยศอดสูถึงขีดสุดอยู่แล้ว ต่อมาเขากับจี้เฟิงบุกไปถล่มโรงแรมฮ่าวไท่ เพื่อหวังจะระบายอารมณ์ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเฉิงฮ่าวไท่จะใช้เรื่องนั้น มาเป็นจุดอ่อนและใช้มันมาข่มขู่พวกเขาซ้ำอีก!
ฮั่นจงมีไฟโทสะสุมอยู่ในใจ แต่กลับระบายออกมาไม่ได้ โดยเฉพาะหลังจากได้เห็นอีเมลที่พวกมันส่งมา เขายิ่งรู้สึกเหมือนมืดแปดด้าน อธิบายอะไรไปก็ไม่มีใครเชื่อ สองวันที่ผ่านมาเขาแทบจะอกแตกตายอยู่แล้ว
หากไม่ใช่เพราะยังมีสติหลงเหลืออยู่ ฮั่นจงคงอยากจะถือมีดบุกไปที่โรงแรมฮ่าวไท่ แล้วแทงไอ้เฉิงฮ่าวไท่จนตายคามือไปแล้ว!
ตอนนี้แหละภายใต้การวางแผนของจี้เฟิง ในที่สุดเขาก็เห็นความหวังที่จะได้ล้างแค้น และดูเหมือนว่าจะมีโอกาสสำเร็จสูงมาก ฮั่นจงในตอนนี้จึงตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
“บอสคะ...” หวังซินรับสาย
“หวังซินต่อจากนี้ฝากเธอด้วยนะ เธอต้องประสานงานกับฮั่นจงให้ดี เข้าใจไหม?” จี้เฟิงกล่าว
“บอสวางใจได้เลยค่ะ ฉันจะทำให้เต็มที่!” หวังซินตอบ
“ดีมาก รบกวนด้วย เหนื่อยหน่อยนะ” จี้เฟิงพยักหน้า “อ้อ แล้วอุปกรณ์วิดีโอเตรียมพร้อมหรือยัง?”
“เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้วค่ะ!” หวังซินยืนยัน
“งั้นดี เจอกันในระบบออนไลน์” จี้เฟิงพยักหน้าอย่างพอใจ
..........
ติ๊ด!
จี้เฟิงวางสายแม้เขาจะพยายามรักษาท่าทีสงบนิ่ง แต่เขาก็อดไม่ได้ที่ยกมือขึ้นมาแล้วกำหมัดแน่น
ในที่สุดก็มาจนได้!
จี้เฟิงรีบก้าวขึ้นไปชั้นบนตรงไปยังห้องหนังสือ คอมพิวเตอร์ถูกเปิดทิ้งไว้ก่อนแล้ว เขาเร่งเปิดโปรแกรมแชทเพื่อเชื่อมต่อวิดีโอกับหวังซิน ตอนนี้ทุกความเคลื่อนไหวของฮั่นจงและหวังซิน จี้เฟิงสามารถมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
“บอสคะ ได้ยินไหมคะ?” เสียงของหวังซินดังมาจากลำโพง
“ชัดเจนมาก!”
“งั้น...พวกเราเริ่มกันเลยนะ?” หวังซินถาม
“เริ่มได้!”
จากนั้นฮั่นจงจึงกดรับสาย โดยเปิดลำโพงทิ้งไว้ “ฉันฮั่นจง ใครพูด?”
“คิกๆๆ...” เสียงหัวเราะอันยั่วยวน ดังแว่วมาตามสายอย่างชัดเจน “คุณฮั่นสวัสดีค่ะ พวกเราได้คุยกันอีกแล้วนะ”
“เธอเป็นใคร?” ฮั่นจงถามเสียงเข้ม
“คุณฮั่นคะ คุณนี่ขี้ลืมจังเลยนะ เมื่อวานเราเพิ่งคุยโทรศัพท์กันไปเอง จำไม่ได้เหรอคะ?” เสียงของผู้หญิงในสายฟังดูออดอ้อน แต่น้ำเสียงกลับแฝงความหยิ่งยโส “ดูท่าคุณฮั่นจะเป็นพวกประเภท ใส่กางเกงเสร็จแล้วก็ไม่รับผิดชอบสินะ...”
“เหลวไหล!”
ฮั่นจงตวาดกลับอย่างโกรธจัด “อย่าคิดว่าดูไม่ออก ฉันไม่เคยเห็นเธอ และไม่เคยคุยกับเธอด้วย วิธีตื้นๆแบบนี้คิดจะมาหลอกฉันเหรอ ฝันไปเถอะ!”
พูดจบฮั่นจงก็กดวางสายทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” จี้เฟิงถามผ่านวิดีโอทันที
“ผู้หญิงในสายคนนี้ ไม่ใช่อีนั่น...” ฮั่นจงตอบเสียงเครียด
“หืม?”
จี้เฟิงขมวดคิ้วมุ่น “ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ไร้การป้องกันสินะ แต่นายทำถูกแล้วที่กดวางสาย การแสดงท่าทีแข็งกร้าวแบบนั้น จะทำให้พวกมันรู้ว่านายไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกได้ง่ายๆ แล้วเดี๋ยวผู้หญิงคนนั้นจะต้องปรากฏตัวออกมาแน่!”
แม้ฮั่นจงจะพูดไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่จี้เฟิงก็เข้าใจความหมาย
ฮั่นจงกำลังบอกว่า ผู้หญิงที่โทรมาเมื่อครู่ ไม่ใช่คนเดียวกับที่เขาเจอในคืนนั้น
จี้เฟิงเชื่อในการตัดสินใจของฮั่นจง เพราะฮั่นจงเคยพบผู้หญิงคนนั้นและมีค่ำคืนที่ยากจะลืมเลือน แม้ตอนนั้นฮั่นจงจะเมามายและถูกวางแผนเล่นงานอย่างหนัก แต่เขาย่อมต้องจำเสียงของผู้หญิงคนนั้นได้และมีความประทับใจแฝงอยู่บ้าง
ที่สำคัญคือเมื่อวานนี้ ฮั่นจงเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากผู้หญิงคนนั้น แน่นอนว่าเธอโทรมาไม่ใช่เพื่อพลอดรัก แต่เพื่อถามเขาว่าได้รับอีเมลหรือยัง
ความหมายของมันชัดเจนอยู่แล้ว นั่นคือการข่มขู่ฮั่นจง
แต่ด้วยเหตุนี้เองฮั่นจงจึงจดจำเสียงของผู้หญิงคนนั้นได้แม่นยำยิ่งขึ้น และสามารถตัดสินใจได้ทันทีว่าคนที่โทรมาเมื่อครู่ไม่ใช่เธอ!
“แล้ว... ต่อไปเราควรทำยังไง?” ฮั่นจงขมวดคิ้วเครียด
“ไม่ต้องรีบร้อนรอไปก่อน เดี๋ยวผู้หญิงคนนั้นต้องโทรมาหานายอีกรอบแน่” จี้เฟิงกล่าว “ยังไงวันนี้ก็ไม่มีธุระอะไรอยู่แล้ว ค่อยๆรอกันไป”
“แล้วต้องรอไปถึงเมื่อไหร่?” ฮั่นจงดูร้อนใจ เขาอยากจะเหยียบเฉิงฮ่าวไท่กับพวกคนญี่ปุ่นให้จมดินเสียเดี๋ยวนี้เลย
“ฉันคาดการณ์ว่าคงไม่นานหรอก เชื่อเถอะว่าพวกมันน่ะร้อนใจยิ่งกว่าเรา!” จี้เฟิงปลอบ
“ทำได้แค่รอสินะ!” ฮั่นจงตบโต๊ะข้างตัวดังปังพลางสบถ “แม่งเอ๊ย เจ้าเล่ห์ชะมัด!”
จี้เฟิงยิ้มตอบ “ถ้าพวกมันไม่เจ้าเล่ห์ เราก็คงไม่ต้องเสียเวลาวางแผนขนาดนี้หรอก”
“คอยดูเถอะ ถ้าไอ้พวกระยำนั่นตกมาอยู่ในมือฉันเมื่อไหร่ ฉันจะ...” ในเมื่อเขายังจับตัวผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ฮั่นจงก็ได้สาปแช่งด้วยความโกรธแค้นอยู่คนเดียว
ทันใดนั้นฮั่นจงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “จี้เฟิงแล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อยู่ในเจียงโจวล่ะ จะทำยังไง?”
จี้เฟิงขมวดคิ้ว “นายหมายความว่า...”
ฮั่นจงกล่าวว่า “คิดดูสิยัยนั่นเห็นได้ชัดว่าเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งของพวกมัน ขณะเดียวกันถ้าพวกมันจะข่มขู่ฉัน ยัยนั่นก็คือพยานปากสำคัญ คนสำคัญขนาดนี้พวกมันต้องปกป้องไว้อย่างดีสิ การส่งเธอออกไปนอกเจียงโจว จะทำให้เราหาตัวเธอได้ไม่สะดวกล่ะนะ!”
จี้เฟิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ฉันเข้าใจความหมายของนาย แต่ฉันคิดว่าแปดเก้าในสิบส่วน ผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ในเจียงโจว!”
“ทำไมนายคิดแบบนั้นล่ะ?” ฮั่นจงรีบถาม
“ก็เพราะเธอกับเฉิงฮ่าวไท่ ประสานงานกันได้ไร้รอยต่อขนาดนี้ไงล่ะ!” จี้เฟิงยิ้มบางๆ
“หมายความว่ายังไง?” ฮั่นจงสงสัย
“ลองคิดดูนะ การเคลื่อนไหวของเฉิงฮ่าวไท่กับผู้หญิงคนนั้น เห็นได้ชัดว่ามีแผนการรองรับ พวกเขาต้องสื่อสารกันตลอดเวลา และแน่นอนว่าต้องรายงานผล ให้พวกคนญี่ปุ่นรับทราบด้วย เว้นแต่ว่าพวกมันจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมจริงๆ ไม่อย่างนั้นพวกคนญี่ปุ่นต้องควบคุมการสั่งการทั้งหมด และย่อมต้องให้คนพวกนี้อยู่ในสายตาตลอดเวลา”
จี้เฟิงกล่าวต่อ “อีกอย่างเมื่อวานหวังซิน ก็แกะรอยได้แล้วนี่นา สัญญาณโทรศัพท์เมื่อวานก็มีต้นสายมาจากในเจียงโจว ดังนั้นโอกาสที่ผู้หญิงคนนั้น จะยังอยู่ในเจียงโจวจึงมีสูงมาก! แน่นอนว่าเธอต้องซ่อนตัวอย่างมิดชิด นั่นคือเหตุผลที่เราต้องสะกดรอยตามต่อไป”
ฮั่นจงพยักหน้าเห็นด้วย “มีเหตุผล...”
จี้เฟิงหัวเราะหึๆมันไม่ใช่แค่มีเหตุผลหรอก ในตอนที่เขาวางแผนปฏิบัติการครั้งนี้ เขาได้คำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดไว้แล้ว
อาสองจี้เจิ้นกั๋วเคยบอกกับเขาว่า เขาเพียงคนเดียวต้องรับมือกับศัตรูเป็นกลุ่ม มีหรือที่เขาจะไม่ระมัดระวังและพิจารณาให้รอบคอบในทุกด้าน?
ตอนนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่... รอให้อีกฝ่ายเดินมาติดกับดักเอง!
..........
ในขณะเดียวกัน ณ วิลล่าส่วนตัวแห่งหนึ่งในเจียงโจว เฉิงฮ่าวไท่กับโอโนะกำลังนั่งสนทนาบางอย่าง อยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก โดยมีผู้หญิงอีกสองคนอยู่ข้างๆ
ผู้หญิงคนหนึ่งมองโทรศัพท์ในมือด้วยความงุนงง “วางสายไปแล้ว?”
“เกิดอะไรขึ้น?” โอโนะถามทันที
“เขาบอก... เขาตะคอกใส่ด้วยท่าทางโมโหสุดขีด ว่าไม่รู้จักฉันแถมยังด่าฉันอีก แล้วก็กดวางสายไปเลย...” ผู้หญิงคนนั้นกล่าวด้วยความตกใจ
“หืม?”
โอโนะพยักหน้าเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง “ดูเหมือนผู้จัดการทั่วไปของเถิงเฟยกรุ๊ปคนนี้ จะพอมีฝีมืออยู่บ้างเหมือนกัน ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว!”
ทว่าเฉิงฮ่าวไท่กลับแสดงท่าทีดูแคลน “ก็แค่พวกมุทะลุ ถ้าเป็นผมนะ ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายแอบอ้าง ผมก็จะลองหลอกถามข้อมูลดูก่อนเพื่อดูลาดเลา”
“อืม”
โอโนะพยักหน้าเห็นด้วยเขาก็คิดเช่นนั้น ในการชิงไหวชิงพริบกัน ยิ่งรู้ข้อมูลฝ่ายตรงข้ามมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี การที่ฮั่นจงอารมณ์ร้อน ถึงขั้นกดวางสายทิ้งทันที จึงเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดนัก
“คุณโอโนะครับ ต่อไปเราควรจะให้ *โกสต์ (ยูเร) โทรไปหาเขาอีกรอบไหม?” เฉิงฮ่าวไท่ถาม ขณะที่พูดสายตาของเขาก็เหลือบมองไปยังผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
เธอเป็นหญิงสาวผมยาว หน้าตาสะสวย สำหรับเธอ คำว่า ‘สวย’ ย่อมไม่ใช่คำกล่าวเกินจริงแน่นอน
โอโนะพยักหน้า “โทรไปเถอะ ฮั่นจงกำลังสติแตกแล้ว ดูเหมือนเขาจะใกล้พังทลายเต็มที ต้องช่วยเติมเชื้อไฟให้เขาหน่อย!”
ใบหน้าทรงเหลี่ยมของเฉิงฮ่าวไท่ปรากฏรอยยิ้มออกมา “คุณโอโนะพูดถูกที่สุด ดูท่าเวลาที่เราจะได้ครอบครองเถิงเฟยกรุ๊ปคงอยู่อีกไม่ไกลแล้ว ผมต้องขอแสดงความยินดีกับคุณโอโนะล่วงหน้าด้วยนะครับ”
ใบหน้าของโอโนะฉายแววเย่อหยิ่งเล็กน้อย “ตอนนี้พูดไปก็ยังเร็วเกินไป รอให้สำเร็จจริงๆก่อนค่อยฉลองก็ยังไม่สาย!”
ทั้งคู่สบตากันแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ราวกับว่าเถิงเฟยกรุ๊ปได้ตกอยู่ในกำมือของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งและดูชั่วร้ายยิ่งนัก
เฉิงฮ่าวไท่หันไปบอกหญิงสาวคนนั้น “ยูเร โทรไปได้เลย! พูดตามที่ฉันสอนเอาไว้นะ”
“ค่ะ!” หญิงสาวพยักหน้ารับคำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
(*โกสต์(ยูเร) จากนี้ขอเรียกยูเรแทน)
จบบทที่ 1653~