- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1652 (774) เตรียมพร้อมออกศึก (ตอนฟรี)
บทที่ 1652 (774) เตรียมพร้อมออกศึก (ตอนฟรี)
บทที่ 1652 (774) เตรียมพร้อมออกศึก (ตอนฟรี)
บทที่ 1652 (774) เตรียมพร้อมออกศึก
เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวันก่อนจะถึงวันสอบ จี้ช่าวเหลยก็โผล่มาที่วิลล่าของจี้เฟิง เขาหิ้วของพะรุงพะรังถุงใหญ่เดินยิ้มร่าเข้ามา
จี้เฟิงอดถามไม่ได้ “พี่รองกลับจากไปทำงานแล้วเหรอ? แล้วในมือนั่นหิ้วอะไรมาเยอะแยะ?”
ช่วงก่อนหน้านี้จี้ช่าวเหลยออกไปต่างจังหวัด เห็นว่าไปร่วมงานประมูลที่เมืองทางตอนเหนือ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้ยินอาสองบอกว่า พักนี้พี่รองเริ่มกระตือรือร้น เตรียมจะขยายบริษัทให้ใหญ่โตและแข็งแกร่งขึ้น
จี้เฟิงรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ด้วยนิสัยอย่างพี่รอง จู่ๆอยากจะทะเยอทะยานขึ้นมา?
จี้ช่าวเหลยวางถุงลงบนโต๊ะน้ำชาพลางหัวเราะร่วน “ก็รู้ว่าที่บ้านนายคนเยอะ ตอนซื้อของฝากเลยต้องจัดหนักหน่อย กลัวว่าจะแบ่งกันไม่พอน่ะสิ”
เมื่อได้ยินพี่รองพูดหยอกล้อ จี้เฟิงก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ
ถงเล่ยยกน้ำชามาเสิร์ฟก่อนจะขอตัวไปอ่านหนังสือต่อ จี้ช่าวเหลยเองก็รู้นิสัยของเธอดีจนชินแล้ว จึงทำเพียงยิ้มรับโดยไม่ได้เปิดฉากล้อเล่นอะไรที่มันเกินเลย
ถึงอย่างไรนิสัยของถงเล่ยก็ค่อนข้างเย็นชาและเรียบร้อย ถ้าคนที่อยู่ตรงนี้เป็นเซียวหยูซวน จี้ช่าวเหลยคงได้พ่นมุกตลกใส่อีกหลายประโยคแน่ๆ
หลังจากนั้นจี้ช่าวเหลยก็เข้าประเด็นทันที “น้องสามเป็นไงมาไงล่ะเนี่ย ฉันไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน ได้ยินว่านายไปฟัดกับพวกญี่ปุ่นเข้าแล้วเหรอ?”
“ฟังมาจากอาสองเหรอครับ?” จี้เฟิงถาม
“ก็ทั้งจากอาสองของนาย แล้วก็จากเพื่อนๆรอบตัวของฉัน” จี้ช่าวเหลยตอบ
จี้เฟิงรีบถามย้ำ “ข้างนอกเขารู้กันทั่วแล้วเหรอ?”
จี้ช่าวเหลยหัวเราะ “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่อย่าดูถูกเจียงโจวเชียว แม้เมืองจะใหญ่แต่ข่าวสารสารมันแพร่กระจายไว อีกอย่างนะนายเล่นพาคนไปถล่มโรงแรมเขาพังพินาศขนาดนั้น ใครที่หูตาไวหน่อยย่อมต้องรู้ข่าวกันทั้งนั้นแหละ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่านายฟัดกับพวกญี่ปุ่น รู้แค่ว่านายมีเรื่องขัดแย้งกับเฉิงฮ่าวไท่”
จี้เฟิงขมวดคิ้วมุ่น นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย
จากคำพูดของจี้ช่าวเหลย แสดงว่าตอนนี้คนภายนอกจำนวนไม่น้อยรู้เรื่องที่เขาถล่มโรงแรมฮ่าวไท่แล้ว หากเฉิงฮ่าวไท่ฉวยโอกาสนี้ ป่าวประกาศว่าจี้เฟิงใช้อิทธิพลข่มเหงผู้อื่น หรืออ้างว่าจี้เจิ้นกั๋วใช้อำนาจกดขี่ประชาชน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ย่อมคล้อยตามคำพูดเขาแน่
การที่เฉิงฮ่าวไท่จะทำให้ชื่อเสียงของเขาเหม็นโฉ่นั้น ทำได้ง่ายนิดเดียวจริงๆ!
ดูเหมือนว่าต้องเร่งมือให้เร็วกว่านี้แล้ว! จี้เฟิงนึกในใจ
“น้องสามเรื่องราวทั้งหมด ฉันฟังมาจากอาสองของนายแล้ว นายวางแผนจะทำยังไงต่อไปล่ะ?” จี้ช่าวเหลยถาม
“จะทำยังไงได้ล่ะ?” จี้เฟิงกล่าว “ในเมื่อศัตรูมาหยามถึงหน้าบ้าน นอกจากการโต้กลับแล้ว ยังมีทางเลือกอื่นอีกเหรอ? ผมก็เลยต้องประลองไหวพริบกับพวกมันให้ถึงที่สุดนี่แหละ”
จี้ช่าวเหลยตบตักปัง “มันต้องอย่างนี้สิ!”
จี้เฟิงส่ายหน้ายิ้มๆเขารู้อยู่แล้วว่าถ้าพี่รองรู้เรื่องนี้ ย่อมต้องสนับสนุนให้ซัดกับพวกญี่ปุ่นอย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังเป็นการชนแบบไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียวด้วย
“นี่! น้องสามแผนการที่จะตอบโต้ของนายเนี่ย มันเป็นยังไง?” จี้ช่าวเหลยถามต่อ “รับมือกับพวกญี่ปุ่นต้องระวังหน่อยนะ พวกคนญี่ปุ่นน่ะไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอก ประเด็นสำคัญคือตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเรากับญี่ปุ่นมันตึงเครียดมาก แถมในประเทศเองก็คงมีคนจ้องจะเล่นงานเราอยู่...”
จี้เฟิงพยักหน้า “ผมรู้และถ้าไม่ต้องพะวงเรื่องพวกนี้ ป่านนี้พวกญี่ปุ่นกับสุนัขรับใช้ไม่กี่ตัว จะมาเสนอหน้าเริงร่าแบบนี้ได้? ตอนนี้ก็ปล่อยให้พวกมัน ดิ้นพล่านไปก่อนอีกสักพักเถอะ!”
จี้ช่าวเหลยจับประเด็นสำคัญในคำพูดของจี้เฟิงได้อย่างรวดเร็ว เขาถามทันที “แสดงว่านายมีแผนแล้ว?”
จี้เฟิงยิ้มตอบ “ไม่ใช่แค่มีแผนเท่านั้น แต่การโต้กลับมันได้เริ่มขึ้นแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือรอฟังข่าวดี!”
“ดูท่านายจะมั่นใจมากเลยนะน้องสาม!” จี้ช่าวเหลยหัวเราะ “งั้นว่ามา มีอะไรอยากให้ฉันช่วยไหม?!”
“พี่รอง พี่น่ะแค่ดูแลบริษัทเจี้ยนอัน ให้ดีก็พอแล้วครับ” จี้เฟิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
จี้ช่าวเหลยจ้องจี้เฟิงเขม็งทันที “ไอ้เด็กนี่ดูถูกกันเกินไปแล้ว! บอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องซัดกับพวกญี่ปุ่นเนี่ย จะขาดฉันไปไม่ได้เด็ดขาด!”
จี้เฟิงถามยิ้มๆ “พี่รองอยากจะมาร่วมวงด้วยจริงๆเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ!” จี้ช่าวเหลยตอบทันที
“ตกลง!”
จี้เฟิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ในเมื่อพี่สนใจ ผมก็มีเรื่องหนึ่งที่อยากให้พี่ช่วยพอดี”
จี้ช่าวเหลยรีบตอบทันที “ว่ามา!”
จี้เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่รองพี่มีคนรู้จักในเจียงโจวเยอะ ข้อมูลก็กว้างขวาง ผมอยากให้พี่ช่วยสืบหน่อยว่าพวกคนญี่ปุ่นในวงโคจรของเฉิงฮ่าวไท่น่ะ พวกมันสังกัดกลุ่มอิทธิพลไหนกันแน่ ขอข้อมูลแบบละเอียดเลยนะ...”
“วงโคจรงั้นเหรอ?” จี้ช่าวเหลยสงสัย “พูดให้ชัดกว่านี้หน่อยสิ”
“รอแปป!” จี้เฟิงลุกขึ้นเดินไปชั้นบน ก่อนจะหิ้วแฟ้มเอกสารลงมายื่นให้จี้ช่าวเหลย “นี่คือข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นของพวกคนญี่ปุ่นที่มีความเกี่ยวข้องกับเฉิงฮ่าวไท่ รวมถึงพวกนักศึกษาแลกเปลี่ยนพวกนั้นด้วย พี่ช่วยสืบหาข้อมูลเชิงลึกของพวกมันให้ผมหน่อย”
“ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเอง!” จี้ช่าวเหลยรับแฟ้มมาเปิดดูผ่านๆ ก่อนจะพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม “ถ้าจะให้สืบย้อนไปถึงบรรพบุรุษแปดชั่วโคตรอาจจะยากหน่อย แต่ถ้าแค่สืบว่าพวกมันสังกัดกลุ่มไหน ข้อมูลแค่นี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก”
จี้เฟิงยิ้ม “งั้นก็รบกวนด้วยนะครับพี่รอง”
“ไอ้เด็กนี่ จะมาทำตัวสุภาพกับฉันทำไม!” จี้ช่าวเหลยดุพร้อมกับหัวเราะ แต่จู่ๆเขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงถามต่อ “น้องสามนายจะสืบเรื่องพวกนี้ไปทำไม? หรือว่า...นายเตรียมจะเล่นงานพวกที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?”
จี้ช่าวเหลยเริ่มตื่นเต้น “แสดงว่าคราวนี้ นายมั่นใจว่าชนะชัวร์แล้วใช่ไหม?”
การที่จี้เฟิงเริ่มสืบไปถึงกลุ่มอิทธิพลหนุนหลังพวกนั้น แสดงว่าจี้เฟิงไม่ได้มองเฉิงฮ่าวไท่กับคนญี่ปุ่นกลุ่มนี้ เป็นคู่ปรับอีกต่อไปแล้ว แต่มองข้ามไปยังเป้าหมายที่ใหญ่กว่า
พูดง่ายๆคือจี้เฟิงมองว่าชัยชนะในเกมนี้ อยู่ในกำมือเขาเรียบร้อยแล้ว!
“ก็แค่เตรียมตัวไว้ก่อนน่ะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้วุ่นวายทีหลัง” จี้เฟิงตอบยิ้มๆ
“บอกมาเถอะหน่า!”
จี้ช่าวเหลยหัวเราะลั่น “คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่านายกำลังคิดอะไรอยู่... นิสัยอย่างนายมีเหรอจะแค่เตรียมตัว? ดูท่าการต่อสู้รอบนี้ฉันคงไม่มีบทให้เล่นแล้วล่ะ แต่นายดูจะมีความทะเยอทะยานไม่น้อยเลยนะ เตรียมเปิดศึกขั้นต่อไปไว้แล้วด้วย ฉันก็ได้แต่ตั้งตารอดูผลงานล่ะนะ”
จี้เฟิงหัวเราะหึๆ ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ
จี้ช่าวเหลยได้แต่ส่ายหน้า น้องชายคนนี้ของเขาดีไปหมดทุกอย่าง ทั้งความมุ่งมั่น ความสามารถ และความกล้าหาญ ติดอยู่แค่อย่างเดียวคือ ‘นิ่ง’ เกินวัยไปหน่อย ตราบใดที่งานยังไม่สำเร็จ จี้เฟิงจะไม่ยอมคุยโตโอ้อวดเด็ดขาด ซึ่งมันทำให้คนอย่างจี้ช่าวเหลยรู้สึกเซ็งนิดๆ
วัยรุ่นน่ะมันต้องมีเลือดร้อนมีความมุทะลุบ้างสิ! เมื่อเริ่มการต่อสู้ ก็ตะโกนเรียกขวัญอย่างพวกคำว่า ‘ฆ่าแม่งให้เรียบ’ หรือ ‘เหยียบพวกมันให้จมดิน’ อะไรแบบนี้สิถึงจะมัน!
แต่เขาก็รู้ว่าจี้เฟิงเป็นคนนิสัยแบบนี้จึงไม่ฝืนใจถามต่อ เขาเพียงแค่ถามว่า “น้องสามบอกหน่อยสิ นายไปทำอะไรมา ถึงได้มั่นใจขนาดนั้นว่าจะจัดการพวกญี่ปุ่นได้?”
“เรื่องนี้...” มุมปากจี้เฟิงยกขึ้นเล็กน้อย “ขอปิดเป็นความลับก่อนนะ พี่รองรอดูผลลัพธ์ก็พอ”
จี้ช่าวเหลย “...”
จี้ช่าวเหลยอยู่คุยได้ไม่นาน เขาก็ขอตัวกลับเพราะตั้งใจจะรีบไปสืบรายชื่อที่จี้เฟิงให้มา เขามั่นใจว่าในอนาคตที่ต้องซัดกับพวกญี่ปุ่นแบบเต็มตัว เขาจะต้องได้ร่วมวงแน่ๆ!
จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม พี่รองของเขาก็ยังคงเป็นคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ไม่นานรอยยิ้มบนหน้าจี้เฟิงก็จางหายไป สีหน้าเขากลับมาเรียบเฉย พลางหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่านอย่างไม่ใส่ใจนัก
หากสังเกตให้ดีจะพบว่าจี้เฟิงแค่พลิกหน้าหนังสือไปมาเท่านั้น แม้สายตาจะจดจ้องที่ตัวอักษรแต่มันกลับว่างเปล่า
ความจริงแล้วเขากำลังรอข่าวจากฮั่นจงอยู่
เมื่อเช้านี้หลังจากที่เขาปรึกษากับฮั่นจงเสร็จ ฮั่นจงก็โทรไปหาเฉิงฮ่าวไท่แล้วด่ากราดไอ้ชาติหมานั่นไปชุดใหญ่
ยิ่งฮั่นจงแสดงอาการคุ้มดีคุ้มร้ายและเกรี้ยวกราดมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแสดงถึงความกังวลลึกๆในใจและนิสัยที่มุทะลุ ซึ่งจี้เฟิงเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่เฉิงฮ่าวไท่อยากจะเห็น
มันเป็นหลักการเดียวกับตอนที่ทั้งคู่ไปถล่มโรงแรม แม้ในตอนนี้ดูเหมือนการไปพังโรงแรม จะเป็นเรื่องที่ผิดเพราะมันเป็นการส่งจุดอ่อนให้เฉิงฮ่าวไท่ ใช้เล่นงานชื่อเสียงของจี้เจิ้นกั๋วเพื่อข่มขู่จี้เฟิง
แต่ความจริงแล้วจี้เฟิงรู้ดีว่า เฉิงฮ่าวไท่ไม่กล้าทำแบบนั้น... เพราะมันยังไม่บรรลุเป้าหมายที่แท้จริง
และนี่คือเหตุผลที่จี้เฟิงยอมเสี่ยง ให้ตัวเองตกเป็นรองในตอนแรก!
คราวนี้ก็เช่นกัน!
และก็เป็นไปตามคาด หลังจากโดนฮั่นจงด่าเปิง เฉิงฮ่าวไท่กลับไม่ได้โกรธเคืองอะไรมากมายนัก ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกเหมือนผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า น้ำเสียงที่เขาใช้พูดจึงเต็มไปด้วยความโอหัง
หลังจากนั้นเฉิงฮ่าวไท่เสนอขอพบฮั่นจงเพื่อเจรจา แต่ถูกฮั่นจงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับไอ้ชาติหมาอย่างแก!” นั่นคือประโยคที่ฮั่นจงสวนกลับไป
“อย่าเพิ่งรีบตัดรอนกันขนาดนั้นสิ เชื่อฉันเถอะว่าแกจะต้องอยากคุยกับฉันแน่ๆ!” เฉิงฮ่าวไท่หัวเราะร่า “อีกอย่างฉันขอเตือนอะไรแกหน่อยนะไอ้คุณฮั่น ยังไงแกก็เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม จะอ้าปากด่าคนไปทั่วแบบนี้มันดูไม่งามนะ?”
“ไปตายซะ!” ฮั่นจงทิ้งท้ายแค่นี้แล้วกดวางสายทันที
หลังจากนั้นฮั่นจงก็นำรายละเอียดทั้งหมดมาบอกจี้เฟิง ทั้งคู่จึงปล่อยวางเรื่องนี้ชั่วคราว จี้เฟิงบอกให้ฮั่นจงตั้งสติแล้วกลับไปทบทวนบทเรียนสอบ เพราะจะปล่อยให้เรื่องนี้มาทำลายการสอบไม่ได้
แต่ลึกๆแล้วจี้เฟิงรู้ดีว่าตอนนี้ เขาทำทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว ที่เหลือคือการรอให้อีกฝ่ายเริ่มขยับเขยื้อน
จี้เฟิงมั่นใจว่าตอนนี้ฝ่ายตรงข้าม ต้องกระวนกระวายใจยิ่งกว่าเขาเสียอีก ดังนั้นเขาต้องได้รับผลลัพธ์ที่คุ้มค่าแน่นอน!
Rrrr...
ในขณะที่จี้เฟิงกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ฮั่นจงก็โทรเข้ามาพอดี
จี้เฟิงรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที เขาเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ “มาแล้วสินะ!”
จบบทที่ 1652~