เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43: แบ่งไข่ต้ม

ตอนที่ 43: แบ่งไข่ต้ม

ตอนที่ 43: แบ่งไข่ต้ม


ตอนที่ 43: แบ่งไข่ต้ม

เมื่อเห็นว่าทุกคนอยากได้ยาถ่ายพยาธิ เสิ่นจวินหรูก็คิดในใจว่ายาพวกนี้เธอก็ต้องใช้เงินซื้อมาเหมือนกัน จะให้ฟรีๆ ไม่ได้เด็ดขาด

เสิ่นจวินหรูจึงแสร้งทำเป็นลำบากใจ:

"ฉันพกยาถ่ายพยาธิมาไม่มากจ้ะ พวกคุณมีกันตั้งหลายคน เกรงว่าจะแบ่งให้ไม่พอถ้วนหน้า!"

"ฉันเอาแป้งหมี่มาแลกกับคุณ!"

"บ้านฉันยังมีเก๋ากี้แห้งอยู่บ้าง"

"บ้านฉันมีแป้งข้าวอาร์เลย์ (ชิงเคอ) ....."

"บ้านฉันมีก้อนชีสนม (ไหน่เกอต๋า) "

"บ้านฉันมีเนื้อโคขุนแห้ง เนื้อจามรีแห้งด้วยนะจ๊ะ คุณคงไม่เคยกินแน่ๆ ลองชิมดูแล้วจะรู้ว่าอร่อยมาก!"

ในเมื่อทุกคนรู้ความขนาดนี้ เสิ่นจวินหรูจึงไม่เกรงใจ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดทันที:

"ตกลงจ้ะ พอดีที่บ้านฉันยังขาดแคลนทุกอย่าง มีหลายปากท้องรอข้าวกินอยู่พอดี งั้นฉันไม่เกรงใจพวกคุณนะจ๊ะ"

ชาวบ้านต่างเต็มใจที่จะแลก เพราะหากต้องให้พวกเขาเดินทางไปสถานีอนามัยเอง ก็เกรงว่าจะไปเสียเที่ยว

พื้นที่แถวนี้ห่างไกลและอยู่บนที่สูงชัน วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ส่งมาไม่ค่อยถึงและหมดไวมาก

อย่างยาถ่ายพยาธินี่ พวกเขาเคยได้กินครั้งล่าสุดก็เมื่อสามปีก่อนโน่น

ใครจะไปรู้ว่าในท้องจะมีพยาธิเยอะขนาดนี้

เสิ่นจวินหรูหยิบยาถ่ายพยาธิออกมาแล้วกำชับทุกคน:

"กินก่อนนอนนะจ๊ะ หรือจะกินตอนท้องว่างก็ได้ ห้ามกินของคาว ของมัน หรือของเผ็ด ถ้าเกิดท้องเสียหรือปวดท้องนิดหน่อยก็ถือเป็นเรื่องปกติ"

พวกเธอพยักหน้าแสดงว่ารับทราบ

เมื่อเสิ่นจวินหรูส่งยาให้ พวกเธอก็รีบกลับบ้านไปเอาของที่สัญญาไว้มาให้ทันที

เดิมทียาถ่ายพยาธิราคาไม่กี่อัฐกี่ไพ แต่พอนึกถึงน้ำใจของเสิ่นจวินหรูที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้

ตอนที่พวกเธอตักแป้งหมี่หรือแป้งชิงเคอ จึงจงใจตักให้เยอะขึ้นอีกนิดเพื่อเป็นการช่วยเหลือเสิ่นจวินหรูไปในตัว

พวกเขารู้ดีว่าคนเรากินธัญพืชห้าชนิดย่อมต้องมีเจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง จะผิดใจกับใครก็ได้แต่อย่าผิดใจกับหมอ

ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งชีวิตอาจจะต้องไปอยู่ในกำมือของเขาก็ได้

เสิ่นจวินหรูมาทำงานวันเดียว สุดท้ายก็ได้ของกลับบ้านเต็มไม้เต็มมือ

ยาถ่ายพยาธิหนึ่งถุงของเธอเหลืออยู่เพียงไม่กี่เม็ดเท่านั้น

เมื่อหวังเม่ยรู้ข่าว ก็มาหาเสิ่นจวินหรูเพื่อขอยาถ่ายพยาธิบ้าง โดยเธอนำแป้งธัญพืชรวมปั้น (วอวอโถว) ที่ทำเองมาแลก

เสิ่นจวินหรอมองดูหวังเม่ยที่มีสภาพขาดสารอาหารแล้วส่ายหน้า:

"ตอนนี้ร่างกายเธออ่อนแอเกินไป กินยาถ่ายพยาธินี่ไม่ได้หรอก ร่างกายจะรับไม่ไหว สามีเธอก็กินไม่ได้เหมือนกัน"

หวังเม่ยถาม: "แล้วต้องทำยังไงถึงจะกินได้คะ?"

"รอให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่านี้ ไม่ขาดสารอาหารก่อนค่อยกินจ้ะ" เสิ่นจวินหรูปลอบหวังเม่ย:

"วันดีๆ ยังรออยู่ข้างหน้า อดทนอีกนิดนะ!"

หวังเม่ยยิ้มขื่น:

"หวังว่าฉันจะมีชีวิตอยู่จนถึงวันนั้นนะจ๊ะ"

เสิ่นจวินหรูตอบอย่างมั่นใจ:

"ถึงแน่จ้ะ ขอแค่เธอมีอายุยืนยาวพอ เธอจะได้เห็นเรื่องราวหลายอย่างที่เมื่อก่อนไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง"

อย่างเช่นการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัย การพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน

การปฏิรูปและเปิดประเทศ หรือการที่เศรษฐกิจในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด

เสิ่นจวินหรูพบว่า การที่มีชีวิตอยู่เพิ่มมาอีกกว่ายี่สิบปีในชาติก่อนก็ไม่ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว

อย่างน้อยเธอก็ได้เห็นประเทศชาติรุ่งเรือง แข็งแกร่งขึ้น และพันธนาการที่มีต่อประชาชนก็น้อยลงเรื่อยๆ

ทุกอย่างล้วนพัฒนาไปในทางที่ดี

ยายแก่ (ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน) ก็มาหาเสิ่นจวินหรูเช่นกัน พร้อมนำแป้งถั่วและแป้งหมี่มาให้:

"ฉันก็มาขอยาถ่ายพยาธิเหมือนกันจ้ะ ฉันกับตาแก่กินได้ไหม?"

เสิ่นจวินหรูพยักหน้าแล้วส่งยาให้สี่เม็ด:

"กินก่อนนอนหรือตอนท้องว่างนะจ๊ะ สองวันนี้ระวังอย่ากินของคาว ถ้าถ่ายออกมาแล้วเห็นพยาธิยังดิ้นอยู่ก็ไม่ต้องกลัว พอมันออกจากร่างกายคนไม่นานมันก็ตายจ้ะ"

ยายแก่พยักหน้ารับทราบ

นอกจากพวกเธอแล้ว ยังมีคนอื่นๆ ที่ถูกส่งมาใช้แรงงานมาขอยาด้วย

แต่เสิ่นจวินหรูไม่ได้ให้ไป พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทุกคนล้วนขาดสารอาหารและร่างกายอ่อนแอเกินไป

ยาถ่ายพยาธิมีผลข้างเคียง หากร่างกายเป็นแบบนี้ ต่อให้มีพยาธิในท้อง พยาธิพวกนั้นก็คงอดตายไปเองก่อนแล้ว

เมื่อมองดูคนเหล่านี้ที่ผอมโซ ขาดสารอาหาร และถูกความลำบากบดบังจนหลังค่อม เสิ่นจวินหรูเหมือนเห็นภาพตัวเองในชาติก่อน


ช่วงปีที่อยู่ที่นี่ในชาติที่แล้ว มันช่างขมขื่นจริงๆ ต้องรัดเข็มขัดประทังชีวิตแต่ก็แทบจะไปไม่รอด

ความหิวโหยเป็นเรื่องปกติ ใครป่วยแล้วทนไม่ไหวก็มีแต่ทางตายทางเดียว

สิ่งเดียวที่เธอต่างจากคนเหล่านี้คือ เธอได้กลับมาเกิดใหม่ และยังมีพื้นที่มิติในหยกสืบทอดจากบรรพบุรุษ

หากไม่มีพื้นที่มิตินี้ ต่อให้เธอได้กลับมาเกิดใหม่ ทุกย่างก้าวก็คงเต็มไปด้วยขวากหนาม

อย่าว่าแต่ยาถ่ายพยาธิเลย แม้แต่ของกินของใช้เธอก็คงรักษาไว้ไม่ได้จนถึงป่านนี้

ตอนเย็น เสิ่นจวินหรูต้มบะหมี่หม้อใหญ่ ใส่ไข่ดาวให้คนละฟอง พร้อมผักใบเขียว บะหมี่หม้อโตทำเอาทุกคนอิ่มหนำสำราญ

แม้แต่เจ้าต้าหวงก็ได้กินของร้อนๆ กับเขาด้วยมื้อหนึ่ง

ตอนนี้มีกำแพงบ้านแล้ว พอฟ้ามืดทุกคนก็ไม่ออกไปไหน จึงปล่อยเจ้าต้าหวงออกมาเดินเล่นได้อย่างสบายใจ

เจ้าต้าหวงรีบทำเครื่องหมายอาณาเขตในลานบ้านอย่างขะมักเขม้น

พอทุกคนแช่เท้าเตรียมเข้านอน ต้าหวงก็รีบตามเข้าบ้านมานอนข้างเตียงคั่งบนเบาะหญ้า โดยมีเสื้อเก่าตัวหนึ่งรองพื้นไว้ให้มันนอน

ทางด้านยายแก่ เมื่อได้ยาถ่ายพยาธิกลับไปก็นำไปให้ตาแก่กิน

ตาแก่ไม่อยากกิน:

"ฉันไม่กินหรอก ใครจะไปรู้ว่ายาได้ผลจริงไหม ยัยนั่นนี่ช่างซ่อนของเก่งจริงๆ ถึงขั้นแอบเอายาถ่ายพยาธิติดตัวมาได้ด้วย"

"หมอเสิ่นคนนี้ไม่ใช่คนเลวร้ายนะ ฉันคิดว่าอีกสองสามวันจะให้ลูกสาวคนโตกลับมาบ้านสักหน่อย ก่อนหน้านี้ลูกบ่นว่าไม่สบายตัวตลอด ไปสถานีอนามัยก็ตรวจไม่เจออะไร สู้ลองให้หมอเสิ่นที่มาจากโรงพยาบาลใหญ่ในปักกิ่งตรวจดูหน่อยดีกว่า"

ตาแก่ขมวดคิ้ว:

"ตรวจอะไรกัน ยัยนั่นมันพวก 'โช่วเหล่าจิ่ว' ที่ถูกส่งมา จะเป็นคนดีได้ยังไง?"

ยายแก่ถือว่าเขาตดออกมา (ไม่สนใจคำพูด) ยังไงลูกสาวเธอก็ต้องห่วงใยเป็นธรรมดา

ถ้าสบโอกาสก็จะให้ลูกสาวคนโตมาหา รักษาเร็วหน่อยจะได้ไม่เรื้อรัง หลายคนแล้วที่ปล่อยจากโรคเล็กๆ จนกลายเป็นโรคใหญ่


เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นจวินหรูรู้สึกว่าวันนี้อากาศหนาวผิดปกติ เธอมองท้องฟ้าแล้วคำนวณวันเวลา ก่อนจะบอกฟู่เหยียนชวนว่า:

"วันนี้ใส่เสื้อผ้าหนาๆ หน่อยนะจ๊ะ อยู่ข้างนอกระวังตัวด้วย บ่ายนี้หิมะอาจจะตก"

ฟู่เหยียนชวนพยักหน้า: "ได้จ้ะ คุณเองตอนไปหมู่บ้านก็ระวังตัวด้วยนะ"

เสิ่นจวินหรูพยักหน้าพลางเก็บกวาดข้าวของ เธอหยิบมื้อเช้าออกมาเป็นหมี่เฟินหน้าเนื้อแกะ

พ่วงด้วยไข่ต้มอีกคนละฟอง และผักดองเล็กน้อย สมาชิกสี่คนถือชามซดน้ำซุปจนเกลี้ยง ทุกคนมีสีหน้าเปี่ยมสุข

ฟู่เวินเจี๋ยเก็บไข่ต้มใส่กระเป๋า: "ผมเก็บไว้กินตอนเที่ยงครับ"

หวงหงเจวียนตั้งใจจะยกส่วนของเธอให้เขาด้วย แต่ฟู่เวินเจี๋ยปฏิเสธ:

"กินเองเถอะ ลูกยังต้องกินนมแม่ ต้องบำรุงเยอะๆ"

หวงหงเจวียนจึงจำต้องเลิกล้มความตั้งใจ

เสิ่นจวินหรูกินไข่ของตัวเองเสร็จ แล้วเห็นฟู่เหยียนชวนทำท่าจะยกไข่ต้มให้ลูกชาย เธอจึงแสร้งกระแอมเบาๆ

ฟู่เหยียนชวนรีบจัดการกินไข่ต้มของตัวเองทันที

ฟู่เวินเจี๋ย: "......"

เสิ่นจวินหรูสั่งสอนลูกชาย:

"พ่อแกอายุมากแล้วก็ต้องบำรุงเหมือนกัน ได้คนละฟองแล้วยังไม่พอใจอีกหรือไง ถ้าคราวหน้าแกทำแบบนี้อีก แม่จะไม่ให้แกกินไข่เลยสักฟอง โตขนาดนี้แล้วควรรู้จักกตัญญูต่อพ่อแม่บ้าง ดูสิแกยังสู้เด็กสี่เดือนไม่ได้เลย"

ฟู่เวินเจี๋ยทำหน้าละห้อย: "แม่ครับ ผมยังไม่ได้บอกว่าจะกินไข่ของพ่อเลยนะ"

เสิ่นจวินหรูฮึ่มฮ่ำในลำคอ: "แกไม่ได้พูด แต่แววตาแกมันบอกหมดแล้ว แกเป็นลูกแม่ มีหรือแม่จะไม่รู้ทันความคิดแกหึ๊?"

ฟู่เวินเจี๋ยรู้สึกผิดจึงได้แต่ยอมรับผิด และยกไข่ของตัวเองให้พ่อแทน:

"พ่อครับ พ่อกินเพิ่มอีกฟองนะ ต่อไปลูกจะไม่แอบมองของกินของพ่ออีกแล้ว"

ฟู่เหยียนชวนยิ้มรับไว้: "ในเมื่อลูกกตัญญู พ่อก็ต้องกินสิ!"

ฟู่เวินเจี๋ยนึกว่าตาเฒ่าที่บ้านแค่พูดเล่น แต่จนกระทั่งเขาออกจากบ้านไป

ฟู่เหยียนชวนก็ไม่มีทีท่าจะคืนไข่ให้เลยสักนิด ฟู่เวินเจี๋ยคอตกเดินไปทำงานอย่างจ๋อยๆ

ฟู่เหยียนชวนแอบเอาไข่ส่งให้หวงหงเจวียน: "เจ้ากินเถอะ อย่าให้เจ้าหมอนั่นรู้นะ"

หวงหงเจวียนยิ้มพยักหน้า เธอชอบบรรยากาศในครอบครัวแบบนี้ ที่สามารถล้อเล่นกันได้ มีความยุติธรรม และรู้จักขอบเขต

ตอนที่เสิ่นจวินหรูเดินลงจากเนินเขา เธอเกือบจะลื่นล้ม

เธอมองทางเดินบนเนินทิศเหนือที่เดินลำบาก เส้นทางนี้ต้องใช้เดินไปอีกหลายปี

หากเป็นแบบนี้ต่อไป ตอนหิมะตกคงไม่กล้าเดินแน่ๆ

ถ้าลื่นล้มไปกระแทกหินจนตายคงไม่คุ้ม อันตรายเกินไป!

เสิ่นจวินหรูเริ่มมีความคิดที่จะ... ซ่อมถนน


[จบบทที่ 43]

จบบทที่ ตอนที่ 43: แบ่งไข่ต้ม

คัดลอกลิงก์แล้ว