- หน้าแรก
- ปลุกพลังต้นไม้ขยะแล้วไง? ระบบดันจัดไอเทมเทพให้หมื่นเท่าซะงั้น!
- บทที่ 5 - หยั่งรากสีเลือด! ต้นไม้เทพเผยความเปลี่ยนแปลงสุดสยอง
บทที่ 5 - หยั่งรากสีเลือด! ต้นไม้เทพเผยความเปลี่ยนแปลงสุดสยอง
บทที่ 5 - หยั่งรากสีเลือด! ต้นไม้เทพเผยความเปลี่ยนแปลงสุดสยอง
บทที่ 5 - หยั่งรากสีเลือด! ต้นไม้เทพเผยความเปลี่ยนแปลงสุดสยอง
หมอกยามเช้าลงจัดมาก ในป่ามองอะไรไม่เห็นเลย หลี่เหวินสะพายกระเป๋า เดินเลาะต้นไม้ไปข้างหน้า ฝีเท้าเบากริบ เขาได้ยินเสียงเสือคำราม เป็นครั้งที่สามแล้ว เสียงใกล้กว่าเดิม เขารู้ว่าเสืออยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากเขาแค่กิโลเดียว เขาหยุดไม่ได้ ต้องรีบไปให้พ้นจากกระสวยข้ามมิติ
เขาจำได้ว่าทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นเนิน ก็เลยมุ่งไปทางนั้น ความเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าเสื้อผ้า หูฟังบลูทูธในหูไม่ส่งเสียงอะไรเลย เขาไม่ไปแตะมัน จดจ่ออยู่กับทางเดิน พื้นขรุขระ รากไม้ระเกะระกะไปหมด เดินสะดุดได้ง่ายๆ ผ่านไปยี่สิบนาที เขาก็ได้ยินเสียงน้ำ ไม่ดังมากแต่ดังต่อเนื่อง
เขาชะลอฝีเท้า นั่งยองๆ ซ่อนตัวหลังต้นไม้ใหญ่มองดู ในหมอกมีเส้นสีเทาๆ สายหนึ่ง นั่นคือน้ำตก น้ำไหลจากที่สูง กระแทกแอ่งหินเบื้องล่าง น้ำแตกกระจาย ด้านหลังน้ำตกมีถ้ำแห่งหนึ่ง ถูกเถาวัลย์ปกคลุมไปครึ่งหนึ่ง หันหน้าไปทางทิศใต้ สังเกตเห็นได้ยาก เขาเดินอ้อมไป อาศัยหินบังตัวเข้าไปใกล้ ใช้มีดเขี่ยเถาวัลย์ดูเบื้องต้นก่อน แล้วแนบหูฟังว่าข้างในมีเสียงอะไรไหม
ในถ้ำไม่มีลม ไม่มีเสียง พื้นแห้งสนิท มีแค่ใบไม้ร่วงไม่กี่ใบ เขาคลานเข้าไปห้าเมตร ไม่พบร่องรอยสัตว์อยู่อาศัย ถึงค่อยลุกขึ้นยืน
ที่นี่ปลอดภัยที่สุดแล้วตอนนี้
เขาวางกระเป๋าลง รูดซิปชั้นนอก หยิบดินสารอาหารกับต้นกล้าออกมา ต้นกล้าลอยอยู่บนฝ่ามือ สีสันหม่นลง ยอดอ่อนขยับยุกยิกเหมือนกำลังหายใจ เขาค่อยๆ วางมันลงในหลุมที่ขุดไว้ โกยดินกลบเป็นวงกลมแล้วกดให้แน่น พอดินแตะโดนราก ต้นกล้าก็สั่นสะท้าน รอยแยกปรากฏขึ้นบนตายอดทั้งสอง
เขาถอนหายใจโล่งอก เริ่มเคลียร์พื้นที่รอบๆ ถ้ำลึกหกเมตร เพดานสูงหน่อย ผนังด้านในสุดชื้นนิดๆ แต่พอยืนได้ เขาย้ายกระเป๋าไปไว้ลึกสุด หักกิ่งไม้ท่อนเขื่องมาขัดไว้ที่ปากถ้ำ ทำเป็นที่กั้นง่ายๆ เสร็จแล้วก็หยิบป้ายคำสั่งสำริดออกมา
บนป้ายมีคราบสีแดงแห้งกรัง จับดูแล้วสากมือ เขาอยากจะใช้มันพรวนดินรอบๆ รากต้นไม้ ให้รากได้หายใจ เพิ่งจะงัดไปสองที ป้ายก็กระทบหิน เสียงดังกังวาน ประกายไฟแลบแปลบ
วินาทีนั้นเอง รากไม้ก็ขยับพรวด
รากฝอยเส้นหนึ่งตวัดรัดก้นป้ายคำสั่ง เลื้อยพันขึ้นมาเหมือนมือ หลี่เหวินพยายามจะดึงกลับ แต่ป้ายถูกดูดติดแน่น เขาออกแรงดึงก็ไม่ขยับ วินาทีต่อมา รากก็แทงทะลุป้ายคำสั่ง รอยแตกร้าวลุกลามอย่างรวดเร็ว เส้นสีแดงคล้ำถูกสูบออกมาจากรอยร้าว ไหลไปตามรากเข้าสู่ลำต้น
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงสามวินาที
เขาอึ้งกิมกี่ มือยังจับป้ายคำสั่งอีกด้านไว้ เขาเห็นสีลำต้นเปลี่ยนไป จากสีน้ำตาลเข้มกลายเป็นสีเขียวเข้ม ผิวสัมผัสเรียบเนียน ลำต้นหลักยืดสูงอย่างรวดเร็ว แตกกิ่งก้านออกเป็นสองฝั่ง ตายอดขยายใหญ่ ปริแตก ผลเก้าลูกผุดขึ้นมาทีละลูก สีเทาอมเขียว ผิวเปล่งประกายเงางาม
เรือนยอดแผ่กว้างถึงสามเมตร ใบไม้เกือบชนเพดานถ้ำ อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหญ้าและกลิ่นคาวเลือดเหล็ก ผนังถ้ำเริ่มมีหยดน้ำเกาะ
เขาปล่อยมือ ป้ายคำสั่งร่วงเผาะลงพื้น หมดประกาย กลายเป็นแค่เศษสำริดธรรมดา
เสียงน้ำตกด้านนอกยังดังอยู่ แต่เขากลับรู้สึกว่ามันเงียบเกินไป แม้แต่ลมก็ไม่มี
เขาจ้องมองผลไม้เก้าลูกนั้น หัวใจเต้นรัว พวกมันห้อยอยู่บนกิ่ง เรืองแสงริบหรี่ ราวกับมีบางอย่างเต้นตุบๆ อยู่ข้างใน เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่เข้าใจว่าทำไมป้ายเปื้อนเลือดถึงทำให้ต้นไม้โตเร็วขนาดนี้ แต่เขาจำจุดประสงค์ที่ปลูกมันได้ ปลูกไม่ได้เอาไว้ดูเล่น แต่เพื่อจะดูว่ามันจะให้ผลผลิตที่มีประโยชน์ได้หรือเปล่า
เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วเพิ่งจะแตะโดนผลลูกหนึ่ง
วิ้ง—
สมองเหมือนถูกใครทุบ ไม่เจ็บ แต่มันกะทันหัน ภาพตัดมืดวูบ ตามด้วยฉากมากมายพุ่งทะลักเข้ามา
ผู้ชายใส่ชุดคลุมสีเทายืนอยู่บนยอดเขาหิมะ มือไขว้กัน กลางฝ่ามือปล่อยกระแสลมหมุนวน ฟาดเสาหินที่อยู่ไกลออกไปจนหักสะบั้น
เขากระโดดโลดเต้นในป่าไผ่ ปลายเท้าแตะใบไม้ ร่างกายเบาหวิวเหมือนนก คนที่ไล่ตามมาข้างหลังล้มกลิ้งระเนระนาด
เขานั่งอยู่ในถ้ำ เส้นชีพจรทั้งสิบสองเส้นในตัวสว่างเรืองรอง กระแสปราณไหลเวียนไปมา ร่างกายเดี๋ยวเย็นเดี๋ยวร้อน
ฉากสุดท้าย เขาถือดาบฟันคนเจ็ดคน ประกายดาบปลิวว่อน เสื้อผ้าโชกเลือด สุดท้ายเขาก็ล้มลง ก่อนตายเขาขบกัดริมฝีปากจนแตก พ่นเลือดใส่ป้ายหยก...
ภาพพวกนั้นมาเร็วและไปเร็ว ห้าวินาทีต่อมาก็หายวับไปหมด
หลี่เหวินโซเซ เอามือยันกำแพงไว้ถึงทรงตัวอยู่ เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก ขมับเต้นตุบๆ เขาหอบหายใจสองเฮือก ตระหนักได้ว่าเรื่องพวกนั้นไม่ใช่ของปลอม มันคือความทรงจำในการต่อสู้ทั้งหมดของยอดฝีมือคนหนึ่ง การเคลื่อนไหว การถ่ายเทแรง เส้นทางเดินลมปราณ ทั้งหมดถูกส่งต่อมาให้เขาในเสี้ยววินาทีนั้น
เขาก้มมองมือตัวเอง ที่ปลายนิ้วมีเศษเปลือกผลไม้ติดอยู่เล็กน้อย
ตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากนอกถ้ำ
ไม่ใช่เสียงเสือคำรามไกลๆ แต่เป็นเสียงเหยียบย่ำพื้นดิน ทุกย่างก้าวทำเอาพื้นสั่นสะเทือน เขากลั้นหายใจทันที ถอยกลับไปด้านในสุด กำมีดทหารไว้แน่น มองลอดเถาวัลย์ออกไป หน้าลานน้ำตกมองเห็นไม่ชัดนัก เห็นแค่เงาดำๆ เลือนราง
ไอ้ตัวนั้นใหญ่มาก สูงอย่างน้อยสองเมตรครึ่ง แขนขาบึกบึน หลังโก่งนูน มันหยุดยืนอยู่ริมสระน้ำ ก้มหน้าดมฟุดฟิดในอากาศ ลำคอส่งเสียงคำรามในลำคอ จากนั้นมันก็ยกขาหน้าขึ้น ตะปบใส่หินก้อนสูงครึ่งตัวคนริมฝั่ง
หินแตกกระจาย
เศษหินกระเด็นตกลงน้ำ
เหงื่อชุ่มฝ่ามือหลี่เหวิน เขารู้ว่าอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว แต่ยังไม่ทันได้ขยับ ต้นไม้ข้างหลังก็เกิดปฏิกิริยากะทันหัน
รากไม้หลายเส้นพุ่งพรวดขึ้นมาจากดิน พันรอบเอวกับขาทั้งสองข้างของเขาเหมือนงู เขาพยายามดิ้น แต่แรงไม่พอ รากรัดแน่นขึ้น ลากเขาเข้าไปในก้นถ้ำ หลังของเขาครูดกับกำแพง เสื้อผ้าฉีกขาด ทั้งร่างถูกยัดเข้าไปในซอกลึกที่พอดีให้ขดตัวได้
ตามด้วยรากไม้จำนวนมหาศาลทะลักออกมา สานทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ปิดกั้นปากถ้ำกลายเป็นกำแพงหนาทึบ เหลือแค่รอยแยกเล็กๆ ให้แสงลอดเข้ามาได้ กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วและเงียบเชียบมาก ราวกับต้นไม้รู้ล่วงหน้าว่าอันตรายกำลังมา
ด้านนอก สัตว์ร้ายตัวยักษ์เดินลงสระน้ำ มุ่งหน้ามาทางปากถ้ำ
หลี่เหวินหดตัวอยู่ในซอก ไม่กล้าส่งเสียง เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตึกตัก และได้ยินเสียงน้ำถูกกวนให้กระเพื่อม มีดทหารยังกำแน่นอยู่ในมือ แต่เขาไม่กล้าขยับ ต้นไม้ช่วยเขาไว้ แต่ก็ขังเขาไว้ด้วย เขาไม่รู้ว่านี่คือการปกป้อง หรือมีความหมายอย่างอื่น
เขาเงยหน้ามองใบไม้เหนือหัว
ผลไม้สีเขียวยังห้อยต่องแต่ง แสงยังไม่จางหายไป
ความทรงจำเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว โดยเฉพาะภาพที่ผู้ชายคนนั้นพ่นเลือด เขาฉุกคิดถึงเลือดบนป้ายคำสั่งขึ้นมาทันที มันเป็นแบบเดียวกันหรือเปล่า การสืบทอดงั้นเหรอ หรือว่า... การสังเวย
เขาไม่มีเวลาคิดมาก
นอกถ้ำ สัตว์ร้ายหยุดชะงัก
มันยืนอยู่หน้ากำแพงเถาวัลย์ นิ่งไปหลายวินาที จากนั้นก็เอาจมูกแนบกับรอยแยก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
หลี่เหวินกลั้นหายใจ
หนึ่งวินาที สองวินาที
สัตว์ร้ายคำรามต่ำๆ หมุนตัวเดินจากไป เสียงฝีเท้าไกลออกไปเรื่อยๆ จนเงียบหายไปในที่สุด
ในถ้ำกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
กำแพงรากไม้ไม่ได้เปิดออก กลับยิ่งปิดผนึกทางออกแน่นขึ้นไปอีก เขาลองผลักดู ผลักไม่ขยับ เลยตัดสินใจนั่งลง พิงหลังกับกำแพง ค่อยๆ ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้สงบ
กระเป๋าวางอยู่ข้างๆ เขาเปิดช่องด้านในสุด ดูสภาพต้นกล้า ถึงแม้มันจะโตขึ้นมาก แต่มันก็ยังเชื่อมติดกับฝ่ามือของเขาอยู่ จุดเชื่อมต่อใต้ผิวหนังยังคงมีความร้อนแผ่ออกมา เขากดบริเวณขอบมือขวา ความรู้สึกประหลาดนั่นยังอยู่ แต่ไม่ทรมานเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เขาหลับตา นึกทบทวนความทรงจำเมื่อกี้
ท่วงท่าการเคลื่อนไหวชัดเจนมาก ไม่เหมือนของคนอื่นเลย กลับเหมือนเขาเคยฝึกมันมาด้วยตัวเอง เขาสามารถจินตนาการได้เลยว่าต้องใช้แรงส่งจากเท้ายังไงตอนกระโดด ต้องปรับจังหวะหายใจยังไงเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ นี่ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่มันคือประสบการณ์ตรง
เขาลืมตา มองผลไม้เก้าลูกนั้น
ถ้าผลไม้ทุกลูกมีความทรงจำแบบนี้ แล้วต้นไม้ต้นนี้... ตกลงมันคืออะไรกันแน่
เขาไม่มีคำตอบ
ข้างนอกฟ้าเริ่มมืดลง เสียงน้ำตกกลายเป็นเสียงเดียวที่ดังก้อง กำแพงรากไม้ยังคงปิดตาย ต้นไม้ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเขาออกไป เขาเอนตัวพิงกำแพง ค่อยๆ รูดตัวนั่งลงบนพื้น มือซ้ายวางบนเข่า มือขวายังคงกำมีดเอาไว้
เขาไม่ได้หลับ และไม่กล้าหลับ
เฝ้ารออยู่อย่างนั้น
รอให้ข้างนอกเงียบสนิท รอให้ต้นไม้ต้นนี้ตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไป
[จบแล้ว]