- หน้าแรก
- ระบบบอกว่าข้าคือยอดวายร้ายผู้อ่านบทชีวิต
- บทที่ 24 - ข้อเสนอของเซียนพิษ
บทที่ 24 - ข้อเสนอของเซียนพิษ
บทที่ 24 - ข้อเสนอของเซียนพิษ
บทที่ 24 - ข้อเสนอของเซียนพิษ
เย่เฉินจ้องมองดูชายชราที่กำลังขยับขยายร่างกายด้วยสายตาเย็นชาโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกมา
เมื่อครู่นี้เขาลองพยายามเปิดประตูไม้ดูแล้ว แต่น่าเสียดายที่ต่อให้เขาจะใช้แรงมากเพียงใด ประตูก็ยังคงนิ่งสนิทไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
ส่วนการจะใช้กระบี่อวิ๋นเซียวพังประตูออกไปนั้นถือเป็นทางเลือกสุดท้าย เขาตั้งใจจะดูสถานการณ์ก่อนเป็นอันดับแรก
เพราะยังไงเสียการเข้ามาในดินแดนลับแห่งนี้ก็เพื่อตามหามรดกของเซียนพิษหัตถ์ผีอยู่แล้ว
เมื่อนึกได้ดังนั้น เย่เฉินก็เกิดความคิดขึ้นมาวูบหนึ่ง
เขาสั่งการให้ระบบตรวจสอบชายชราตรงหน้าทันที
สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือ แม้จะเป็นเพียงชายชราที่ก่อตัวขึ้นจากควัน ทว่าเขาก็มีบทชีวิตเป็นของตัวเองเช่นกัน
[เคล็ดวิชา]: เคล็ดวิชาพิษวิญญาณเก้าวิถี (8 ดาว) เคล็ดวิชาแมลงวิญญาณศพ (7 ดาว) มหาเวทโลหิตเร้นลับ (6 ดาว) หมอกหมื่นพิษ (7 ดาว) เพลงดาบอสูรผีสยบ (5 ดาว)
[บทชีวิต]: ตัวประกอบ นายน้อยตระกูลลั่นแห่งเขตโส่วหยาง มีกายพิษโดยกำเนิด ยามถือกำเนิดก็ทำให้มารดาเสียชีวิต หลังจากนั้นเพราะพิษในร่างกายมีมากเกินไปจึงทำให้บิดาเสียชีวิตตามไปจนนำไปสู่ความพินาศของตระกูล สุดท้ายถูกยอดคนตระกูลไหมสวรรค์แห่งหุบเขาหมื่นโอสถรับไปเลี้ยงดู
เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อต่อสู้กับกายพิษแต่กลับได้ผลเพียงน้อยนิด ท้ายที่สุดเพราะกายพิษแข็งแกร่งเกินไปจึงถูกยอดคนไหมสวรรค์กักขังไว้ในเทือกเขารกร้างเมืองเทียนหมอ จนกระทั่งสิ้นอายุขัยและเสียชีวิตลงด้วยความคับแค้นใจ
ระดับสีโชคชะตา: ขาว น้ำเงิน เขียว แดง ทอง ม่วง
หลังจากอ่านบทชีวิตของเซียนพิษหัตถ์ผีจบ เย่เฉินก็รู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายขึ้นมาลึกๆ
เซียนพิษหัตถ์ผีต้องสูญเสียครอบครัวไปเพราะกายพิษโดยกำเนิด และอาจารย์เพียงคนเดียวที่รับเลี้ยงเขาไว้ กลับกลายเป็นฆาตกรทางอ้อมที่สังหารเขาเสียเอง
ช่างเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจยิ่งนัก
"ไอ้หนู สีหน้าประหลาดๆ ของเจ้ามันหมายความว่าอย่างไรกัน? ทำไม หรือว่าข้าดูเหมือนคนที่น่าสงสารอย่างนั้นรึ?"
เสียงตะคอกดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเย่เฉิน
เห็นเพียงชายชราที่เป็นกลุ่มควันกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดวงตาของเขาฉายประกายเจตนาฆ่าที่พร้อมจะกัดกินทุกสิ่งพลางจ้องเขม็งมาที่เย่เฉิน
ดูท่าทางแล้วเพราะภูมิหลังในอดีต ทำให้เขาไวต่อความรู้สึกเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่นเป็นพิเศษ
เย่เฉินถอยหลังออกไปสองก้าวพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ตอบกลับ
"ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าแค่รู้สึกกลัวและกำลังสงสารในโชคชะตาของตัวเองต่างหาก"
"ท่านลองคิดดูสิ เดิมทีข้าเดินเข้ามาในดินแดนลับด้วยความยินดี แต่กลับต้องมาถูกขังอยู่ที่นี่โดยที่ไม่รู้ว่าจะอยู่หรือตาย ช่างน่าสงสารเหลือเกินใช่ไหมล่ะ?"
"ฮ่าๆๆ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียนพิษหัตถ์ผีก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง ไอ้หนู ดูเหมือนเจ้าจะเป็นคนที่มีความเจียมตัวไม่เลวนะ"
"แต่เจ้าวางใจได้ ข้าสามารถบอกเจ้าได้อย่างเต็มปากเลยว่า ที่นี่คือดินแดนลับจริงๆ และมรดกของข้าก็อยู่ที่นี่ ข้าสามารถมอบมันให้เจ้าได้ทั้งหมด แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องตกลงตามเงื่อนไขของข้าประการหนึ่ง!"
เย่เฉินรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที เขาถามกลับอย่างลังเล
"เงื่อนไขอะไรหรือ?"
เซียนพิษหัตถ์ผีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เวลาเหลือไม่มากแล้ว ข้าจะสรุปให้เจ้าฟังง่ายๆ ขอเพียงเจ้าลงนามในพันธสัญญาพิษ รับปากข้าว่าภายในยี่สิบปีจะต้องสังหารไอ้สุนัขรับใช้นั่นที่ชื่อว่ายอดคนไหมสวรรค์แห่งหุบเขาหมื่นโอสถให้ได้!"
"แล้วข้าจะมอบมรดกทั้งหมดรวมถึงสมบัติล้ำค่าให้แก่เจ้าทันที!"
ทว่าเย่เฉินไม่ได้ถูกมรดกและสมบัติล้ำค่าเหล่านั้นทำให้หน้ามืดตามัวจนขาดสติ เขาถามกลับไปว่า
"ยอดคนไหมสวรรค์ที่ท่านพูดถึงนี่ เขาเป็นใครกัน?"
เซียนพิษหัตถ์ผีดูเหมือนจะนึกถึงความทรงจำที่เลวร้ายบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
"มันก็แค่ไอ้หน้าไหว้หลังหลอก ไอ้คนแก่หนังเหนียว!"
"เอ่อ... ข้าต้องการข้อมูลที่มันชัดเจนกว่านี้หน่อย!"
"ได้!" เซียนพิษหัตถ์ผีพยายามสงบอารมณ์ลงก่อนจะกล่าวต่อ
"มันคือหนึ่งในผู้อาวุโสสูงสุดของหุบเขาหมื่นโอสถแห่งเขตโส่วหยาง มีระดับพลังอยู่ที่ขั้นทะลวงฟ้า ความแข็งแกร่งโดยรวมน่าจะอยู่ในช่วงระดับกลางของขั้นทะลวงฟ้า แต่ผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว ตอนนี้อาจจะขึ้นไปถึงระดับสมบูรณ์ของขั้นทะลวงฟ้าแล้วก็ได้!"
เพียงแค่ได้ยินชื่อระดับพลังเหล่านั้นก็ทำให้คนรู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออกแล้ว นับประสาอะไรกับการไปสังหารยอดฝีมือระดับทะลวงฟ้าขั้นสมบูรณ์
เย่เฉินปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
"ข้าไม่ตกลง!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ร่างกลุ่มควันของเซียนพิษหัตถ์ผีก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ดูเหมือนว่าเขาจะตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
"เจ้า... ทำไมเจ้าถึงไม่ตกลงล่ะ? ก็แค่ไปฆ่าตาแก่คนหนึ่งมันจะยากเย็นตรงไหน?"
"เจ้ารู้หรือไม่ว่าชื่อเสียงของข้าเซียนพิษหัตถ์ผีมันยิ่งใหญ่เพียงใด เจ้ารู้จักมรดกของข้าไหม แล้วเจ้ารู้จักเคล็ดวิชาพิษวิญญาณเก้าวิถีหรือเปล่า?"
"เพียงแค่สิ่งของอย่างใดอย่างหนึ่งในนี้หลุดรอดออกไป รับรองว่าทั้งเขตโส่วหยางจะต้องสั่นสะเทือนแน่นอน แล้วเจ้ายังกล้าปฏิเสธข้าอีกรึ?"
"ข้าสังหารเขาไม่ได้ และข้าก็ทำตามเงื่อนไขของท่านไม่สำเร็จหรอก"
เย่เฉินยังคงยืนกรานคำเดิมอย่างไม่สะทกสะท้าน ในเมื่อเขามีระบบอยู่กับตัว สมบัติเลิศล้ำแบบไหนเขาก็หาได้
ไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงชีวิตเพื่อรับปากเงื่อนไขของเซียนพิษหัตถ์ผีเลยแม้แต่น้อย
หากยอดคนไหมสวรรค์ที่ว่านั้นอยู่เพียงระดับสร้างวิถีขั้นสมบูรณ์ เขาอาจจะหาทางจัดการให้ได้ง่ายๆ
แต่นี่คือระดับทะลวงฟ้าขั้นสมบูรณ์เชียวนะ!
นั่นคือระดับที่ผู้คนมากมายต้องใช้เวลาทั้งชีวิตแต่ก็ยังไม่อาจไปถึงได้...
ทว่าเซียนพิษหัตถ์ผียังไม่ยอมแพ้
"แต่ข้าบอกว่าภายในยี่สิบปีนะ ไม่ได้บอกว่าให้เจ้าออกไปแล้วไปฆ่ามันทันทีเสียหน่อย!"
"ตอนนี้แม้เจ้าจะเป็นเพียงแค่เด็กน้อยระดับสร้างวิถีขั้นเริ่มต้น แต่ตราบเท่าที่เจ้าได้รับมรดกของข้า ข้ารับรองได้เลยว่าภายในยี่สิบปีเจ้าจะสามารถเข้าสู่ระดับทะลวงฟ้า หรือแม้กระทั่งระดับเปลี่ยนสวรรค์ได้เลย"
"ถึงเวลานั้น การจะปลิดชีพไอ้เฒ่านั่นมันก็แค่เรื่องขี้ผงไม่ใช่หรือ?"
เย่เฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย
"แม้ข้อเสนอของท่านจะน่าสนใจมากก็จริง แต่ข้ากลับรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับข้าน่ะ ข้าไม่ใช่คนที่ชอบให้ใครมาผูกมัดหรือบงการชีวิต"
พูดจบเขาก็ชักกระบี่ออกมาเสียงดังเคร้ง!
กระบี่อวิ๋นเซียวออกจากฝัก เจตจำนงกระบี่วายุหมุนวนพัดพาคลื่นกระบี่ออกมา เพียงแค่การฟาดฟันครั้งเดียวก็ทำให้ประตูไม้แหลกละเอียดกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที!
จากนั้นเย่เฉินก็ก้าวเดินออกมาจากกระท่อมมุงจาก
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆ
นึกไม่ถึงเลยว่าดินแดนลับที่อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจตามหามาครึ่งค่อนวัน กลับต้องมาเจอสถานการณ์เช่นนี้
ถ้ารู้แบบนี้ตั้งแต่แรก สู้ไปแย่งชิงวาสนาของคนอื่นมาเสียยังจะดีกว่า
แต่อย่างไรเสีย ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว จะให้กลับไปมือเปล่าก็คงใช่ที่
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เฉินก็เล็งเป้าหมายไปที่ทุ่งสมุนไพรวิญญาณที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อครู่นี้ตอนที่เดินเข้ากระท่อม เขาได้สังเกตดูคร่าวๆ แล้วพบว่าสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้ยังไม่เหี่ยวเฉาและสามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด!
และที่สำคัญที่สุดคือ สมุนไพรเหล่านี้ล้วนเป็นชนิดที่เย่เฉินไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่เขาสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ข้างใน เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน
ดังนั้นการเก็บพวกมันใส่กระเป๋าเอาไว้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนเรื่องที่เซียนพิษหัตถ์ผีจะยินยอมหรือไม่นั้น เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ในเมื่อเขาสามารถเดินออกจากประตูมาได้โดยสวัสดิภาพ นั่นหมายความว่าเซียนพิษหัตถ์ผีเป็นเพียงพวกที่ชอบข่มขวัญคนอื่นไปวันๆ เท่านั้น มิเช่นนั้นคงลงมือไปนานแล้ว
"ลงมือเลยแล้วกัน!"
เย่เฉินพึมพำกับตัวเองพร้อมกับเดินตรงไปที่ทุ่งสมุนไพร
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มถอนสมุนไพรทีละต้นและเก็บเข้าแหวนเก็บของอย่างใจเย็น
ในระหว่างนั้นเขาก็แอบคิดจะเก็บทุ่งสมุนไพรทั้งหมดเข้าไปในหอคอยซูมีด้วย
ทว่าติดปัญหาตรงที่สภาพแวดล้อมภายในหอคอยซูมีนั้นย่ำแย่เกินไป พลังวิญญาณเบาบางมากจนยากที่จะรักษาชีวิตของสมุนไพรเหล่านี้เอาไว้ได้ มิเช่นนั้นเขาคงรวยเละไปแล้ว
ในขณะที่เย่เฉินกำลังเก็บเกี่ยวสมุนไพรอย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นเสียงตะคอกด้วยความโกรธแค้นก็ดังออกมาจากในกระท่อม
"ไอ้หนู! เจ้ากำลังทำอะไรของเจ้า!"
เมื่อมองตามเสียงไป ก็เห็นเซียนพิษหัตถ์ผีในรูปกลุ่มควันกำลังยืนอยู่ตรงประตูพลางชี้นิ้วมาที่เย่เฉินด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม!
"เจ้าบอกเองว่าจะไม่ยอมรับเงื่อนไขของข้า แล้วเหตุใดเจ้าถึงยังกล้ามาถอนสมุนไพรของข้าอีก!"
เย่เฉินเหลือบมองอีกฝ่ายเพียงแวบเดียวก่อนจะเบือนหน้ากลับไปสนใจสมุนไพรต่อ
"ก็ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว จะไม่ให้ติดไม้อติดมืออะไรกลับไปบ้างเลยก็คงจะกระไรอยู่..."
[จบแล้ว]