เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 การทำเท่นี่มันเหนื่อยจริงๆ

บทที่ 27 การทำเท่นี่มันเหนื่อยจริงๆ

บทที่ 27 การทำเท่นี่มันเหนื่อยจริงๆ


บทที่ 27 การทำเท่นี่มันเหนื่อยจริงๆ

อุจิวะ โอบิโตะ ตั้งใจเรียนเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนขี้เกียจ แต่เป็นเพราะเรื่องทฤษฎีนินจาที่เขาเคยมองข้าม ตอนนี้เขาเริ่มเห็นความสำคัญของมันขึ้นมาแล้ว

ถึงจะเข้าใจแค่ครึ่งๆ กลางๆ เขาก็ต้องท่องจำมาให้เป๊ะเพื่อเอามาเล่าให้เท็ตสึกะ คาคาชิ และรินฟังให้ได้

โดยเฉพาะตอนบ่ายที่ผ่านมา สายตาชื่นชมที่รินมองคาคาชิ มันบาดใจโอบิโตะเหลือเกิน ทนไม่ได้จริงๆ

แค่การแปรคุณสมบัติจักระเองไม่ใช่เรอะ?

เรื่องเทคนิคการใช้จักระขั้นสูงแบบนี้ ในห้องสมุดตระกูลอุจิวะมีตำราเป็นภูเขาเลากา แถมแต่ละเล่มยังมีบันทึกย่อจากรุ่นพี่รุ่นก่อนให้อ้างอิงอีกเพียบ

“สวัสดีครับคุณอา”

โอบิโตะทักทายอย่างนอบน้อม

“มาขอยืมตำราเหรอ?” นินจาอุจิวะที่เฝ้าห้องสมุดเลิกคิ้ว “เรื่องอะไรล่ะ?”

“การแปรคุณสมบัติจักระ การแปรรูปจักระ แล้วก็การประยุกต์ใช้จักระด้านอื่นๆ ครับ”

เขามองโอบิโตะด้วยความประหลาดใจ เจ้าเด็กที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ความอัปยศแห่งอุจิวะ’ คนนี้ ในที่สุดก็คิดได้แล้วสินะ

นับเป็นเรื่องดี

“รอเดี๋ยว อาจะไปหามาให้”

เขาเดินเข้าไปในห้องสมุด เลือกตำราที่ถูกยืมบ่อยที่สุดและมีคำอธิบายประกอบเยอะที่สุดออกมาสองสามเล่ม แล้วเดินกลับออกมา

“เอานี่ไป แต่จำไว้นะ ห้ามนำออกนอกเขตตระกูลอุจิวะ ห้ามคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาต และที่สำคัญ ห้ามทำเสียหายเด็ดขาด”

“เข้าใจครับคุณอา” โอบิโตะพยักหน้า รับตำรามาประคองไว้อย่างทะนุถนอม แล้วหันหลังเดินกลับ

มองดูแผ่นหลังของโอบิโตะ นินจาเฝ้าห้องสมุดพยักหน้าช้าๆ รอยยิ้มปรากฏที่มุมปาก

สาเหตุที่ตระกูลอุจิวะได้ชื่อว่าเป็น ‘มังกรในหมู่มนุษย์’ ส่วนหนึ่งเพราะพรสวรรค์ อีกส่วนเพราะเนตรวงแหวน และสุดท้ายคือรากฐานความรู้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

ตระกูลที่มีประวัติศาสตร์นับพันปี ครองความยิ่งใหญ่ในโลกนินจาด้วยเนตรวงแหวน สร้างชื่อเสียงเกรียงไกร จะไม่คิดเผื่อลูกหลานเชียวหรือ?

พวกเขาสร้างศัตรูไว้มาก และก๊อปปี้วิชาชาวบ้านมาเยอะ ถ้าวันไหนตระกูลตกต่ำ ก็เสี่ยงที่จะโดนรุมกินโต๊ะจนสิ้นซากได้ง่ายๆ

ดังนั้น ห้องสมุดตระกูลอุจิวะจึงเปรียบเสมือนห้องสมุดโลกนินจาขนาดย่อมๆ ถ้าอุจิวะ มาดาระ ไม่ได้ขนตำราสำคัญๆ ออกไปตอนหนีออกจากโคโนฮะ รากฐานความรู้ของอุจิวะในปัจจุบันคงจะแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้อีก

แต่ถึงจะมีรากฐานดีแค่ไหน นิสัยหยิ่งยโสที่เป็นดีเอ็นเอประจำตระกูลก็แก้ไม่หาย สำหรับเรื่องพื้นฐาน ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวจริงๆ พวกเขาขี้เกียจจะมานั่งอธิบายหรือเคี่ยวเข็ญ

ก่อนจะเป็นนินจา การเรียนรู้ทฤษฎีเยอะๆ มันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่รึไง?

และสมาชิกตระกูลที่ไม่เข้าห้องสมุด ก็มีแค่พวกอัจฉริยะกับพวกโง่เง่า ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องไปเตือนหรือยุ่งด้วยอยู่แล้ว เลยกลายเป็นวงจรอุบาทว์

โอบิโตะก็เป็นหนึ่งในนั้น ยิ่งผลงานแย่ ก็ยิ่งไม่มีใครสนใจจะสอน ตอกย้ำความเป็นอุจิวะขนานแท้

มีแต่คุณย่าที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กเท่านั้นที่คอยเตือนบ้าง แต่โอบิโตะก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่เคยใส่ใจ

“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ โอบิโตะ”

“ครับย่า”

โอบิโตะยิ้มร่า คุยโม้กับย่าอย่างออกรส “วันนี้ผมฝึกวิชานินจาเยอะแยะเลยครับ รวมทั้งคาถาไฟลูกบอลเพลิงยักษ์ด้วย”

คาถานี้เป็นสิ่งที่โอบิโตะภูมิใจที่สุด ถึงจะยังใช้ได้ไม่คล่อง แต่ก็เอามาอวดให้ย่าดีใจได้

“ดีแล้วลูก ดีแล้ว” ย่ายิ้มอย่างอ่อนโยน สายตาเหลือบไปเห็นตำราในอ้อมแขนหลาน “ไปยืมหนังสือมาเหรอ?”

“ครับ มีบางเรื่องที่ไม่เข้าใจ แล้วพวกคุณอาคุณพี่ก็เก๊กขรึมกันจัง ผมเลยต้องหาอ่านเอง”

“น่าจะทำตั้งนานแล้ว” ย่าลูบหัวโอบิโตะ “ถ้าไม่ขวนขวายเอง ก็ไม่มีใครมาจี้หรอกนะ แต่ความเก่งกาจมันจะเป็นของลูกเอง อ่านเยอะรู้เยอะ ย่อมดีเสมอจ้ะ”

“รู้แล้วครับย่า” โอบิโตะยิ้มแฉ่ง “งั้นผมเข้าไปอ่านหนังสือในห้องนะ อ้อ วันนี้เท็ตสึกะเลี้ยงเนื้อย่าง ย่าไม่ต้องเตรียมมื้อเย็นเผื่อผมนะ”

“จ้า” ย่ายิ้ม “ตั้งแต่มีเพื่อนกลุ่มนี้ ลูกกินข้าวเย็นนอกบ้านบ่อยนะเนี่ย”

“แหะๆ”

โอบิโตะเกาหัวแก้เขิน แล้วหอบตำราเข้าห้องไป

คืนนี้... ต้องลุยโต้รุ่งให้ได้!

แต่โอบิโตะไม่ใช่เด็กเรียนโดยธรรมชาติ ให้ไปกระโดดกบกลางแจ้งยังดีกว่ามานั่งจ้องตัวหนังสือยึกยือพวกนี้

“ยากชะมัด... ถ้ามีคนมาอธิบาย หรือทำให้ดูสักรอบก็คงดี”

โอบิโตะคร่ำครวญในใจ แต่ไม่คิดจะแหกกฎตระกูล

ขืนเกิดเรื่องขึ้น คนซวยไม่ใช่เขา แต่เป็นพวกเท็ตสึกะต่างหาก คาคาชิอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่เท็ตสึกะกับรินโดนหนักแน่

ไม่มีใครปกป้องพวกเขาได้ และคงไม่มีใครอยากยื่นมือเข้ามาช่วยด้วย

“ท่องจำเอาดื้อๆ นี่แหละ ส่วนเรื่องทำความเข้าใจ... โยนให้เท็ตสึกะจัดการแล้วกัน หมอนั่นทำได้อยู่แล้ว”

โอบิโตะท่องจำทีละตัวอักษร ไม่พยายามเข้าใจ ขอแค่ท่องให้เท็ตสึกะกับคาคาชิฟังได้เป๊ะๆ ก็พอ...

เย็นวันถัดมา ที่ชายป่ามรณะ

เท็ตสึกะกับคาคาชิประลองดาบกันอีกรอบ

คาคาชิได้เปรียบเล็กน้อย

“เท็ตสึกะ นายเป็นสัตว์ประหลาดรึไง?” คาคาชิสะบัดข้อมือไล่อาการชา นั่งแปะลงกับพื้น “แรงเยอะกว่าเมื่อวานอีกแล้ว ความเร็วก็เพิ่มขึ้นด้วย”

แหงสิ... ก็ใส่ที่ถ่วงน้ำหนักตลอดเวลา แม้แต่ตอนนอนนี่นา

แต่เท็ตสึกะไม่ได้บอกคาคาชิหรอกว่าตอนสู้นี้เขาก็ยังใส่อยู่ ขืนบอกไปหมอนั่นได้สติแตกแน่

เด็กวัยนี้ชอบเอาชนะจะตาย ทำอะไรบ้าบิ่นได้ง่ายๆ ไม่สุขุมเหมือนผู้ใหญ่หรอก

เท็ตสึกะไม่กล้าเสี่ยง

“อาจจะเป็นเพราะดาบที่นายให้มาก็ได้มั้ง” เท็ตสึกะนั่งลงข้างคาคาชิ “ขอบใจนะ คา-โดโนะ ดาบนี้ดีมากเลย ตอนฟันนายแรงมันมาเองโดยไม่รู้ตัว”

“ไม่ต้องพูดก็ได้” คาคาชิกรอกตา “แล้วก็เลิกเรียก คา-โดโนะ สักที”

“รับทราบครับ คา-โดโนะ”

ขี้เกียจจะแก้แล้ว คาคาชิเปลี่ยนเรื่อง “วันนี้ชั้นชนะ ขอถามก่อน”

“ว่ามา”

“ทำยังไงนายถึงเก่งขึ้นได้ทุกวัน ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นตลอดเวลา?”

“กินเยอะๆ นอนน้อยๆ ฝึกหนักๆ ถ้าไม่ตายก็ฝึกให้ตายกันไปข้าง” เท็ตสึกะผายมือ “แต่นี่ใช้ได้กับชั้นคนเดียวนะ พรสวรรค์มันพาไป ช่วยไม่ได้จริงๆ”

คาคาชิไม่ด่าว่าขี้โม้ แต่พยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง

เขาสัมผัสได้ถึงพรสวรรค์อันมหาศาลของเท็ตสึกะ และอิจฉาเล็กๆ ที่เท็ตสึกะมีพรสวรรค์ด้านร่างกายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้

“อีกคำถาม” คาคาชิจ้องตาเท็ตสึกะ “อธิบายที ว่าทำไมนายถึงประสานอินมือเดียวได้?”

“อันนี้ลึกซึ้งหน่อยนะ”

คาคาชิรู้สึกเหมือนโดนดูถูก น้ำเสียงเริ่มขุ่น “พูดมาเถอะน่า ชั้นเข้าใจ”

“การประสานอินมือเดียว ยากแต่ก็ง่าย” เท็ตสึกะเริ่มอธิบาย “อย่างที่รู้กัน วิชานินจาไม่ได้ปล่อยออกมาด้วยการประสานอินอย่างเดียว การประสานอินมีไว้เพื่อช่วยให้เรารีดเร้นและควบคุมจักระเพื่อปล่อยคาถาได้ดีขึ้นเท่านั้น”

“ดังนั้นแก่นแท้มันง่ายนิดเดียว: ขอแค่เราวิเคราะห์ให้ออกว่าการประสานอินแต่ละท่าช่วยเรายังไง และผ่านกลไกอะไร แค่นี้การประสานอินมือเดียวก็กลายเป็นเรื่องกล้วยๆ”

ต้องบอกว่าสกิล 【วิถีสวรรค์รางวัลคนขยัน】 นี่มันโกงบรรลัย ตราบใดที่ยอมทุ่มเทฝึกฝน ไม่มีคำว่าคว้าน้ำเหลว

วิชานินจามากมายที่เท็ตสึกะฝึกวันละหลายรอบ ด้วยความช่วยเหลือของสกิลนี้ ทำให้เขาเชี่ยวชาญในระดับที่น่าตกใจ

และการประสานอินมือเดียวสำหรับคาถาระดับ D และ C ที่เท็ตสึกะถนัด กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ส่วนคาถาอื่น... เท็ตสึกะบอกเลยว่ายังไม่ไหว

นอกจากความชำนาญที่เพิ่มขึ้น องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวเท็ตสึกะเหมือนการตรัสรู้ ทำให้เขาเข้าใจจุดสำคัญได้ทะลุปรุโปร่ง เรียกได้ว่าเก่งทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ

ดังนั้น พอเท็ตสึกะอธิบายเคล็ดลับการประสานอินมือเดียว เขาจึงพูดได้อย่างฉะฉาน จนคาคาชิทำได้แค่พยักหน้าหงึกหงัก

“เข้าใจมั้ย?”

คาคาชิไม่สนเรื่องหน้าตาแล้ว ความรู้สำคัญกว่า “พูดอีกที ยังไม่ค่อยเก็ท”

“โอเค” เท็ตสึกะพยักหน้า แล้วอธิบายซ้ำอีกรอบทันที

เท็ตสึกะไม่ใช่คนหวงวิชา หรือจะพูดให้ถูกคือ เขาเป็นประเภทนักลงทุนระยะยาว ไม่สนกำไรขาดทุนระยะสั้น

สรุปง่ายๆ คือ การคบหาของเท็ตสึกะมักจะแฝงความจริงใจแบบสุดโต่งที่เจือด้วยผลประโยชน์ส่วนตน หวังผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าในอนาคต

และแน่นอนว่า คาคาชิ โอบิโตะ ริน และไมท์ ไก คือหุ้นส่วนที่เท็ตสึกะลงทุนด้วย

ผลตอบแทนกลับมาเร็วกว่าที่คิด ความรู้และทริคการฝึกที่เท็ตสึกะถ่ายทอดให้เพื่อนๆ แบบหมดเปลือก ได้รับการตอบแทนกลับมาอย่างสมน้ำสมเนื้อ

“ขอบใจนะ เท็ตสึกะ” คาคาชิขอบคุณจากใจ “ตาของนายแล้ว”

“ก็ยังเป็นเรื่องการแปรคุณสมบัติและการแปรรูปจักระอยู่ดี”

คาคาชิพยักหน้า แต่ไม่ได้ทำตัวอวดรู้ “เดี๋ยวชั้นจะอธิบายเรื่องเมื่อวานซ้ำอีกที วันนี้พ่อไปทำภารกิจ ไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ เลยไม่ได้ถามเพิ่ม...”

ได้ยินแบบนี้ เท็ตสึกะผิดหวังนิดหน่อย แต่ก็พูดรักษาน้ำใจ “ไม่เป็นไร แค่ของเมื่อวานก็พอให้ชั้นเอาไปย่อยได้อีกพักใหญ่แล้ว”

ยังพูดไม่ทันจบ โอบิโตะก็ตบเข่าฉาด ลุกขึ้นยืนท้าวสะเอว เชิดหน้ามองฟ้า ทำมุม 45 องศา ยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงหู

“ถามฉันสิ! ฉันรู้!”

“นาย?!” คาคาชิเมินหน้าหนี ไม่อยากมองท่าทางขี้โม้ของโอบิโตะ “เว้นแต่พระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก คนที่สอบข้อเขียนได้คะแนนเลขหลักเดียวอย่างนาย ไม่มีทางเข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก...”

“อย่ามาดูถูกกันนะ!” โอบิโตะฮึดฮัด นั่งลงตามเดิม “เอ้า! ฉันจะเล่าให้ฟัง พวกนายตั้งใจฟัง แล้วค่อยแปลให้ฉันฟังอีกที”

คำพูดของโอบิโตะมีช่องโหว่เบ้อเริ่ม แต่เท็ตสึกะไม่จับผิด เขาตั้งใจฟังโอบิโตะที่ท่องจำเรื่องการแปรคุณสมบัติจักระมาด้วยน้ำเสียงยานคางเหมือนท่องอาขยาน

คงลำบากน่าดูสำหรับโอบิโตะ... เมื่อคืนคงทุ่มเทหนักมากแน่ๆ

การทำเท่โชว์สาวนี่... บางทีมันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 27 การทำเท่นี่มันเหนื่อยจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว