เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ร่างมารเปิดเผย

บทที่ 9 ร่างมารเปิดเผย

บทที่ 9 ร่างมารเปิดเผย


บทที่ 9 ร่างมารเปิดเผย

เวลาหนึ่งคืนผ่านพ้นไปในพริบตา

เช้าตรู่วันต่อมา หลิงเซียวก็หิ้วเย่ว์ชิวสือมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าหุบเหวสะกดมาร

ในเมื่อยามนี้เขาล่วงรู้ไพ่ตายของฉู่หยางแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลอีกต่อไป

ประเดี๋ยวเขาเพียงแค่ทำลายจิตวิถีของบุตรแห่งสวรรค์ผู้นี้ ทำให้โชคชะตาของเขาหลุดลอยไป ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างราบรื่นแล้ว

"คุณชาย!"

ในป่าโบราณอันห่างไกล เย่ชิงฉาน เย่หลิวอวิ๋น และบรรดาศิษย์สำนักเสวียนเจี้ยนเดินเรียงรายกันเข้ามา บนใบหน้าของทุกคนล้วนฉายแววเคร่งเครียด

หากวันนี้ ฉู่หยางมีความเกี่ยวข้องกับเย่ว์ชิวสือจริงๆ สำนักเสวียนเจี้ยนอาจต้องเผชิญกับภัยพิบัติถึงขั้นล่มสลาย

"เมื่อวานข้าได้กางม่านพลังไว้เหนือหุบเหวสะกดมาร เพื่อตรวจสอบว่าในสำนักเสวียนเจี้ยนมีผู้ใดแอบติดต่อสมรู้ร่วมคิดกับฉู่หยางหรือไม่ โชคดีที่ทุกท่านไม่ได้ทำให้ข้าผิดหวัง!"

หลิงเซียวเงยหน้าขึ้น ปรายตามองเย่ชิงฉานแวบหนึ่ง "หากประเดี๋ยวพบว่าฉู่หยางสมรู้ร่วมคิดกับเย่ว์ชิวสือจริงๆ ข้าคิดว่านั่นก็คงเป็นการกระทำของเขาเพียงคนเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักเสวียนเจี้ยน เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะป่าวประกาศให้ทั่วแดนร้างเหนือได้รับรู้ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่สำนักกระบี่"

"อะ... อะไรนะ?!"

ดวงตาของเย่หลิวอวิ๋นสั่นไหว หยาดน้ำตาแอบรินไหล "คุณชายช่างมี... คุณธรรมอันยิ่งใหญ่จริงๆ!"

"ท่านประมุขเย่ แม่นางชิงฉาน และผู้อาวุโสแห่งสำนักเสวียนเจี้ยนทุกท่าน ตามข้าลงไปใต้หุบเหวสะกดมารสักรอบเถอะ"

หลิงเซียวพยักหน้า ไม่กล่าววาจาใดให้มากความอีก ก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าลงไปใต้หุบเหว

ไม่นานนัก เมื่อเงาร่างของทุกคนปรากฏขึ้นที่ก้นเหว ภายในดวงตาของหลิงเซียวก็พลันมีแสงแห่งวิญญาณวาบผ่าน

เย่ว์ชิวสือที่อยู่ในมือของเขามีใบหน้าตึงเครียด นางสัมผัสได้เพียงว่ามีพลังวิญญาณอันกว้างใหญ่ไพศาลทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้า ปิดผนึกจิตสัมผัสของนางเอาไว้จนไม่อาจขยับเขยื้อนได้

จากนั้น หลิงเซียวก็ส่งสายตาให้เซียวเกอ ฝ่ายหลังเข้าใจความหมายในทันที จึงแบกเย่ว์ชิวสือขึ้นพาดบ่า แล้วเดินเข้าไปในโถงใหญ่

"วูบ!"

พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนที่ดังกึกก้อง เหนือศีรษะของทุกคนก็ปรากฏม่านพลังสายหนึ่งลอยเด่นขึ้นมา ซึ่งนี่ก็คือลูกไม้ที่หลิงเซียวแอบวางเอาไว้บนตัวของเย่ว์ชิวสือนั่นเอง

"ศิษย์น้องฉู่ พักอยู่ที่นี่สุขสบายดีหรือไม่?"

"หืม?"

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกโถง ดวงตาของฉู่หยางก็หรี่แคบลงทันที กลิ่นอายรอบกายสั่นกระเพื่อม โลหิตพุ่งทะลักขึ้นมาถึงปาก แต่เขาก็จำใจต้องกลืนมันกลับลงไป

มารดามันเถอะ...

ยามนี้เขากำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการฝึกฝน กลับถูกคนขัดจังหวะอย่างกะทันหัน

ความรู้สึกที่กำลังจะทะลวงระดับ แต่กลับต้องใช้กำลังสะกดข่มพลังวิญญาณเอาไว้นี้ มันช่างอึดอัดจนแทบขาดใจ ชวนให้เคียดแค้นจริงๆ

ทว่าช่วยไม่ได้ เคล็ดวิชาที่เขาฝึกฝนอยู่คือวิชาสืบทอดของเผ่ามาร หากถูกผู้ใดล่วงรู้เข้า เขาก็คงจะหมดหนทางแก้ตัวจริงๆ

"ศิษย์พี่เซียว ท่านมาได้อย่างไร?"

ฉู่หยางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ฝืนปั้นรอยยิ้มออกมา

ก่อนหน้านี้ พวกเขาทั้งสองเคยมีความขัดแย้งกันเรื่องตำแหน่งนายน้อยสำนักกระบี่

ท้ายที่สุด ฉู่หยางก็สามารถกดข่มคนรุ่นเดียวกันจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายน้อยได้สำเร็จ ส่วนเซียวเกอก็โกรธจัดจนปิดด่านฝึกตนไม่ยอมออกไปไหน ไม่สนใจเรื่องราวทางโลกอีก

คิดไม่ถึงเลยว่า ยามที่เขาถูกลงโทษให้มาอยู่ในหุบเหวสะกดมาร คนเดียวในสำนักกระบี่ที่ลงมาเยี่ยมเยียนเขา กลับเป็นคนผู้นี้!

เพียงแต่!

ศิษย์พี่เอ๋ย จะมาก็มาสิ แล้วท่านแบกหัวหมูมาทำไมเนี่ย?

"ข้าพาสหายหญิงมาส่งให้เจ้า จะได้ไม่ต้องทนเหงาอยู่ข้างล่างนี้อย่างไรเล่า"

รอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่หยางยังไม่ทันจางหาย เซียวเกอก็แสยะยิ้มกว้าง แล้วโยนร่างของเย่ว์ชิวสือทิ้งลงตรงหน้าฉู่หยาง

"ศิษย์น้องเอ๋ย! เจ้าต้องระวังตัวให้ดีล่ะ แม่นางผู้นี้คือจักรพรรดินีวิถีมารเย่ว์ชิวสือ ทางที่ดีเจ้าควรอยู่ห่างๆ นางไว้"

เซียวเกอยิ้มกว้าง หันหลังเดินออกไปจากโถงใหญ่

ฝีมือการแสดงระดับนี้ ไม่คู่ควรกับโอสถวิเศษระดับสามอีกสักเม็ดหรือไง?

"เย่ว์... เย่ว์ชิวสืองั้นหรือ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จิตใจของฉู่หยางก็สั่นสะท้าน โลหิตที่กลั้นเอาไว้แทบจะพุ่งทะลักออกมา

เพียงแต่ในเวลานี้ เขายังคงแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ รอจนกระทั่งเซียวเกอเดินออกไปพ้นโถงใหญ่แล้ว เขาถึงได้ก้าวพรวดเดียวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเย่ว์ชิวสือ แล้วรวบร่างของนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก

"ชิวสือ! เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!!"

ทว่า!!

ในเวลานี้เย่ว์ชิวสือได้ถูกหลิงเซียวปิดผนึกสัมผัสวิญญาณและการกระทำไว้ล่วงหน้าแล้ว นางจึงทำได้เพียงจ้องมองฉู่หยางด้วยน้ำตานองหน้า ไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกายได้แม้แต่น้อย

"ชิวสือ เจ้าเป็นอะไรไป? นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?"

ฉู่หยางร้อนรนดั่งไฟเผา หารู้ไม่ว่าการกระทำทั้งหมดในตอนนี้ ได้ตกอยู่ในสายตาของพวกเย่หลิวอวิ๋นที่อยู่นอกโถงใหญ่หมดแล้ว

โดยเฉพาะเย่ชิงฉาน ดวงตาของนางยิ่งทวีความเย็นชา มือเรียวงามกำแน่น

วันนั้นฉู่หยางเดินจากไปเพียงลำพัง ทอดทิ้งให้พวกนางพลัดหลงเข้าไปในห้วงเหวโบราณ จนเกือบจะต้องตายด้วยน้ำมือของเย่ว์ชิวสือ

เดิมที เย่ชิงฉานไม่เคยเชื่อเลยว่า ฉู่หยางจะทรยศสำนักเสวียนเจี้ยน ทรยศนางและบิดา

แต่ทว่า ภาพตรงหน้านี้ กลับบดขยี้ความเชื่อมั่นทั้งหมดของนางจนแหลกสลาย

แม้ว่าระหว่างคนทั้งสอง จะไม่เคยมีการสัมผัสใกล้ชิดใดๆ มาก่อน แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาร่วมฝึกฝนมาด้วยกัน ความผูกพันก็ย่อมต้องมีบ้างเป็นธรรมดา

"ฉู่หยาง! ไอ้เดรัจฉานตัวนี้สมรู้ร่วมคิดกับพรรคมารจริงๆ ด้วย!!"

เย่หลิวอวิ๋นมีสีหน้าเคียดแค้น แทบอยากจะพุ่งเข้าไปในโถงใหญ่ แล้วลงมือสังหารฉู่หยางเสียเดี๋ยวนี้

"ท่านประมุขเย่โปรดใจเย็นก่อน บางทีอาจจะยังมีเรื่องน่าประหลาดใจรออยู่อีก"

หลิงเซียวส่ายหน้ายิ้มๆ ดวงตาสงบนิ่ง ไม่แปลกใจกับภาพตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

ฉู่หยางในตอนนี้ อย่างมากก็เป็นแค่ศิษย์วิถีธรรมที่สมรู้ร่วมคิดกับพรรคมาร แม้จะน่ารังเกียจ แต่ก็ยังไม่ชั่วร้ายมากพอ

แต่... ถ้าหากตัวเขาเองนั่นแหละ คือมารร้ายล่ะ?

หากเป็นเช่นนั้น ความผูกพันหรือสายใยในอดีตใดๆ ก็ไม่มีค่าควรให้เอ่ยถึงอีกต่อไป

"ผู้อาวุโสเซวี่ย! ผู้อาวุโสเซวี่ย!!!"

เมื่อเห็นเย่ว์ชิวสือมีสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่ตอบสนองใดๆ จิตใจของฉู่หยางก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที

หากวันนั้นเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับจักรพรรดินีวิถีมารผู้นี้ บางทีเขาอาจจะไม่ลุ่มหลงถึงเพียงนี้

บุตรแห่งสวรรค์น่ะหรือ มักจะได้ใหม่แล้วลืมเก่า... ไม่ใช่สิ มักจะรักเดียวใจเดียวต่างหาก

ชู่ว อย่าเอ็ดไป สาวงามน่ะมีเยอะ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการที่ข้าจะรักเดียวใจเดียวกับพวกนางทุกคนนี่นา

"วูบ!"

พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนดังกึกก้อง ภายในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด จู่ๆ ก็มีแสงสีเลือดสาดส่องออกมา

วินาทีต่อมา เงามารสายหนึ่งก็เหยียบย่างลงมาจากฟากฟ้า ปรากฏตัวขึ้นเหนือศีรษะของฉู่หยาง

"ชิวสือ เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องมาตายที่นี่เด็ดขาด ข้าจะช่วยพาเจ้าหนีออกไปเอง"

ดวงตาของฉู่หยางแดงก่ำ โดยเฉพาะคราบเลือดบนท่อนล่างของเย่ว์ชิวสือที่ถูกหลิงเซียวแทงทะลวงจนแหลกสลาย ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกปวดใจอย่างสุดแสน

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่ว์ชิวสือก็ถอนหายใจในใจเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง

เมื่อเห็นภาพนั้น ฉู่หยางก็ยิ่งกอดนางแน่นขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสงสาร

"ผู้อาวุโสเซวี่ย ท่านรีบดูให้ที ชิวสือเป็นอะไรไปกันแน่?"

"วูบ!"

เงาสีเลือดเงียบไปครู่ใหญ่ รอบกายค่อยๆ เปล่งแสงสีเลือดสว่างขึ้น ดูชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งท่ามกลางโถงใหญ่อันมืดมิดแห่งนี้

จากนั้น ก็เห็นเงาสีเลือดที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ พุ่งทะลวงฟ้าดิน เข้าปกคลุมร่างของฉู่หยางและเย่ว์ชิวสือเอาไว้

แต่ ทว่าในวินาทีนั้นเอง บานประตูโถงใหญ่ที่ปิดสนิทอยู่ไกลๆ กลับถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงอีกครั้ง

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 9 ร่างมารเปิดเผย

คัดลอกลิงก์แล้ว