- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้าย ขอแย่งบทพระเอกมันซะเลย
- บทที่ 10 สูญสิ้นโชคชะตา
บทที่ 10 สูญสิ้นโชคชะตา
บทที่ 10 สูญสิ้นโชคชะตา
บทที่ 10 สูญสิ้นโชคชะตา
"ฉู่หยาง!!"
บานประตูโถงใหญ่โบราณถูกเปิดออกอย่างแรง เย่หลิวอวิ๋น เย่ชิงฉาน และบรรดาผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่เดินเรียงรายกันเข้ามา บนใบหน้าของทุกคนล้วนฉายแววเคียดแค้น
"ชิง... ชิงฉาน?"
ในวินาทีนี้ จิตใจของฉู่หยางสั่นสะท้าน รู้สึกเพียงความหนาวเหน็บปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง จนไม่อาจควบคุมตัวเองได้!
โดยเฉพาะความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้าของทุกคนในเวลานี้ ยิ่งทำให้เขารู้สึกราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง แม้แต่ความกล้าที่จะแก้ตัวก็ยังไม่มี
เบื้องหน้าฝูงชน หลิงเซียวขยับความคิดเพียงวูบเดียว ผนึกในทะเลวิญญาณของเย่ว์ชิวสือก็แตกสลายไปเอง
ส่วนบนใบหน้าของนาง ก็เผยให้เห็นถึงความขมขื่นในทันที
"ฉู่หยาง! คิดไม่ถึงเลยว่า เจ้าจะเป็นมารร้าย!"
"ไม่... ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ชิงฉาน เจ้าฟังข้าอธิบายก่อน!!"
ฉู่หยางลุกพรวดขึ้นมา โดยไม่สนใจเย่ว์ชิวสือที่อยู่ในอ้อมกอดเลยแม้แต่น้อย
พูดตามตรงแล้ว สำหรับเย่ชิงฉาน เขาค่อนข้างที่จะเชื่อใจและหลงรักนางอย่างลึกซึ้ง
ในฐานะที่เป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแดนร้างเหนือ ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉมหรือฐานะของเย่ชิงฉาน ล้วนทำให้อัจฉริยะแห่งแดนร้างเหนือนับไม่ถ้วนต้องน้ำลายสอ
แต่ในเวลานี้ เมื่อได้เห็นความเย็นชาบนใบหน้าของนาง จู่ๆ ฉู่หยางก็ตื่นตระหนกขึ้นมา
"เฮ้อ คุณชายฉู่ไม่ต้องอธิบายแล้วล่ะ สหายรู้ใจของท่านผู้นี้ นางได้เปลือยเปล่าเผชิญหน้ากับผู้อื่นไปตั้งนานแล้ว"
เย่ว์ชิวสือถอนหายใจออกมาเบาๆ และคำพูดประโยคนี้ ก็เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่บดขยี้จิตวิถีของฉู่หยางจนแหลกสลาย
ร่างของเขาสั่นสะท้าน ท้ายที่สุดสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่หลิงเซียว ริมฝีปากสั่นระริก แต่กลับไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้เลยแม้แต่น้อย
"เป็นเจ้างั้นหรือ?!"
"ติ๊ด! จิตวิถีของบุตรแห่งสวรรค์แหลกสลาย ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ช่วงชิงค่าชะตาสวรรค์ได้ห้าร้อยแต้ม และแต้มตัวร้ายห้าพันแต้ม"
"ติ๊ด! บุตรแห่งสวรรค์สูญสิ้นโชคชะตา หากลงมือสังหารในตอนนี้ จะได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มเติม!"
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นข้างหู มุมปากของหลิงเซียวก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที
และรอยยิ้มนี้ เมื่อตกอยู่ในสายตาของฉู่หยาง มันก็คือการยั่วยุอย่างโจ่งแจ้งชัดๆ!
"เฮ้อ"
เย่ชิงฉานถอนหายใจออกมาเบาๆ ภายในดวงตามีความอ้างว้างที่ยากจะปิดบัง
หากจะบอกว่าก่อนหน้านี้ ภายในใจของนางยังคงมีความหวังหลงเหลืออยู่บ้าง ทว่าในวินาทีนี้ เมื่อได้เห็นเงามารสีเลือดที่อยู่เบื้องหลังฉู่หยาง ความหวังเพียงน้อยนิดนั้น... ก็ได้แตกสลายไปอย่างสิ้นเชิง!
ที่แท้!!
เขาก็คือมารร้าย!!
"ชิง... ชิงฉาน? มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ!! ข้ากับผู้อาวุโสเซวี่ยเพิ่งจะรู้จักกันในหุบเหวสะกดมาร ก่อนหน้านี้..."
"ข้าเชื่อเจ้า"
จู่ๆ เย่ชิงฉานก็ยิ้มออกมา ส่วนความเคียดแค้นในใจของฉู่หยางก็มลายหายไปในพริบตา
นางยังยอมเชื่อใจเขา!!
ไม่ว่าก่อนหน้านี้นางจะทำอะไรลงไป ขอเพียงในใจนางยังคงรักตนเองอยู่ แน่นอนว่าฉู่หยางย่อมให้อภัยนางได้ทุกอย่าง
เพราะฉะนั้น พวกที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อความรักจนเหมือนสุนัขรับใช้มันไม่ดีตรงไหนล่ะ?
ทำไมถึงมีคนมากมายบอกว่าพวกสุนัขคอยตามตื๊อมันต่ำต้อยและไร้ศักดิ์ศรีกันล่ะ?
พวกเราที่คอยตามประจบเอาใจอย่างซื่อสัตย์นี่แหละ ถึงจะเป็นผู้ที่มีศักดิ์ศรีมากที่สุด!
พวกเรามีสิทธิ์ในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด อยากจะเอาใจตอนไหนก็เอาใจ ไม่อยากเอาใจตอนนั้นเดี๋ยวค่อยกลับมาเอาใจใหม่ ใครจะมาบังคับพวกเราได้?
"ข้าเชื่อใจเจ้า นั่นคือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้า"
แต่ทว่า!!
คำพูดประโยคถัดมาของเย่ชิงฉาน กลับทำให้สีหน้าของฉู่หยางแข็งค้างไปโดยสมบูรณ์
"ชิง... ชิงฉาน... เจ้า..."
"ฉู่หยาง เจ้าสมรู้ร่วมคิดกับมารร้าย สังหารหมู่อัจฉริยะแห่งแดนร้างเหนือ ช่างเป็นความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้จริงๆ"
หลิงเซียวเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาเย็นเยียบ
ฉู่หยางในยามนี้ โชคชะตาสูญสิ้นไปแล้ว ไม่มีทางเกิดการพลิกผันใดๆ ได้อีก
ส่วนแค่เศษเสี้ยววิญญาณของมารโลหิต สำหรับหลิงเซียวแล้ว ยิ่งไม่มีความน่าคุกคามเลยแม้แต่น้อย
วิชาโบราณดูดวิญญาณที่เขาฝึกฝน คือสุดยอดวิชาต้องห้ามด้านจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
ประกอบกับเดิมทีเขาก็มีกายามารสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นมารร้ายหรือภูตผีปีศาจตนใด ก็ทำได้เพียงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเขาเท่านั้น ไม่มีทางต่อต้านได้เลย
เมื่อมองดูเด็กหนุ่มชุดดำที่กำลังก้าวเดินเข้ามาหาตนทีละก้าว ดวงตาของฉู่หยางก็สั่นไหว ท้ายที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
"ฉู่หยาง! ประเดี๋ยวข้าสามารถพาเจ้าหนีออกไปได้ แต่ผู้หญิงคนนี้... คงต้องทิ้งนางไว้ก่อนชั่วคราว"
เบื้องหลังของเขา มารโลหิตขมวดคิ้วแน่น คล้ายกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
"แต่... แต่ว่า ผู้อาวุโส... ข้า..."
"ฮึ่ม! ผู้หญิง มีแต่จะถ่วงความเร็วในการชักดาบของเจ้าเท่านั้น! หากถึงคราวต้องตัดสวาทแต่เจ้าไม่ยอมตัด ย่อมต้องรับผลร้ายจากความลังเล!!"
ดวงตาของมารโลหิตหรี่แคบลง น้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นอย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่า ความลังเลใจของฉู่หยางในเวลานี้ ทำให้เขารู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาแล้ว
"ทุกท่าน พวกท่านถอยออกไปก่อนเถอะ ที่นี่... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง"
แต่ในตอนนั้นเอง หลิงเซียวก็หันขวับกลับมา มองพวกเย่ชิงฉานแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หืม?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของพวกเย่หลิวอวิ๋นก็ชะงักไป ครู่ต่อมาพวกเขาก็เข้าใจความตั้งใจของหลิงเซียว
อย่างไรเสียฉู่หยางก็เป็นถึงนายน้อยสำนักกระบี่ และเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเย่ชิงฉาน
ยามนี้ ฐานะมารร้ายของเขาถูกเปิดโปง แม้จะทำให้ผู้คนเคียดแค้น แต่การลงมือสังหารเขาต่อหน้าต่อตา สำหรับเย่ชิงฉานแล้ว มันก็โหดร้ายเกินไปหน่อย
"คุณชายช่างมี... คุณธรรมอันยิ่งใหญ่!"
เย่หลิวอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึก คว้าไหล่ของเย่ชิงฉานเอาไว้ แล้วพานางเดินออกไปจากที่แห่งนี้
ส่วนในเวลานี้ สีหน้าของฉู่หยางก็ชะงักไปเล็กน้อย เขามองหลิงเซียวด้วยสายตามืดมน เห็นได้ชัดว่าเดาไม่ออกเลยว่า เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องการจะทำอะไรกันแน่
จนกระทั่ง!!
เมื่อทุกคนในโถงใหญ่ถอยออกไปจนหมด ฉู่หยางถึงได้เอ่ยถามเสียงขรึม "เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงต้องต้อนข้าให้ถึงตายด้วย?"
"ฉู่หยาง... เขาอาจจะมาจากดินแดนที่อยู่เหนือสี่ดินแดนร้างขึ้นไป..."
เย่ว์ชิวสือถอนหายใจเบาๆ ท่าทางตื่นตระหนกลนลานของฉู่หยางยามที่เผชิญหน้ากับเย่ชิงฉานเมื่อครู่นี้ ทำให้นางรู้สึกผิดหวังในใจอย่างหาที่สุดไม่ได้แล้ว
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น นางก็ยังคงทนไม่ได้ที่จะเห็นฉู่หยางต้องมาตกตายอยู่ที่นี่
อย่างไรเสีย เขาก็เป็นบุรุษคนแรกที่ได้ครอบครองเรือนร่างของนาง และเรื่องราวทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้า ก็ล้วนมีสาเหตุมาจากนางทั้งสิ้น
"ถ้าหนีไปได้ เจ้าก็... รีบหนีไปเถอะ"
ด้วยวิสัยทัศน์ของเย่ว์ชิวสือ ย่อมมองออกได้ไม่ยากว่า เงาสีเลือดที่อยู่เบื้องหลังฉู่หยางนั้น คือยอดฝีมือยุคโบราณที่มีระดับพลังน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
กลิ่นอายบนร่างของเขา แม้แต่เย่ว์ชิวสือยังรู้สึกหวาดหวั่นอย่างหาที่สุดไม่ได้
ต่อให้เขาจะไม่ใช่คู่มือของหลิงเซียว แต่การจะหนีออกไปจากที่นี่ ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากนัก
"อะไรนะ? เหนือสี่ดินแดนร้างขึ้นไปงั้นหรือ?"
สีหน้าของฉู่หยางเคร่งเครียดขึ้น ภายในดวงตาแฝงไว้ด้วยความหวาดหวั่น
เหนือสี่ดินแดนร้างขึ้นไป นั่นก็คือเซิ่งโจวในตำนาน
เล่าลือกันว่า สุนัขตัวหนึ่งในดินแดนนั้น ยังมีระดับการฝึกฝนอยู่เหนือระดับพั่วหวังเสียด้วยซ้ำ
แต่ คุณชายจากเซิ่งโจวผู้หนึ่ง ทำไมถึงต้องวางแผนการเพื่อเล่นงานเขาด้วย?
"จะฆ่าเจ้า ยังต้องมีเหตุผลด้วยงั้นหรือ?"
และในเวลานี้ หลิงเซียวก็แย้มยิ้มบางๆ วินาทีที่เขาก้าวเท้าออกไป พลังกดดันอันยิ่งใหญ่ระดับเติงเซียนก็ทิ้งตัวลงมาอย่างรุนแรง!
แม้ว่า!!
ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาจะอยู่แค่ขั้นหุนไห่ แต่... จิตวิญญาณกลับก้าวเข้าสู่ระดับเติงเซียนไปตั้งนานแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นฉู่หยางหรือมารโลหิต ก็ไม่มีทางเป็นคู่มือของเขาได้อย่างแน่นอน
บุตรแห่งสวรรค์ที่สูญสิ้นโชคชะตาไปแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับหมูหมาเลยแม้แต่น้อย
"กลิ่นอายนี้... เจ้า... เจ้า..."
ฉู่หยางหน้าซีดเผือด ทันใดนั้นเขาก็คล้ายกับรวบรวมความกล้าอย่างถึงที่สุด ตะโกนก้องเสียงแหบพร่า "คิดจะฆ่าข้า เจ้าก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนเช่นกัน!! ผู้อาวุโสเซวี่ย!!"
[จบตอน]