เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - มิติโบราณสถาน

บทที่ 17 - มิติโบราณสถาน

บทที่ 17 - มิติโบราณสถาน


บทที่ 17 - มิติโบราณสถาน

"ราคาทั้งหมด 1,000 หยวน"

ลู่หลีถึงกับอ้าปากค้าง "ไหนว่าชิ้นละห้าหยวนไม่ใช่เหรอครับ?"

"ถ้าที่เมืองหนานเฉิงก็ใช่ที่ห้าหยวน แต่ที่นี่คือภูเขาเป่ยหวง!" พ่อค้าทำหน้ากวนประสาทประมาณว่า จะซื้อก็ซื้อ ไม่ซื้อก็เชิญ

ลู่หลีมองหน้าพ่อค้าแล้วอยากจะปล่อยเสวี่ยอิงไปกัดสักที เสวี่ยอิงที่อยู่ในกระเป๋าถึงกับทำหน้าเหลอหลา

"ตกลง" ลู่หลีหันไปหาหนิงเสี่ยวชวน "นายจ่ายเงินให้ที ถือซะว่าเป็นค่าทำขวัญเมื่อกี้แล้วกัน"

หนิงเสี่ยวชวนไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย เขาโอนเงินให้ทันที

หลังจากลู่หลีเก็บถุงทำความเย็นพกพาทั้งร้อยชิ้นเข้ากระเป๋า ทั้งสองคนก็เดินมาที่ขอบแคมป์ หนิงเสี่ยวชวนมองลู่หลีแล้วขมวดคิ้ว "นายซื้อถุงทำความเย็นไปทำไม? มันช่วยให้นายรอดตายในมิติโบราณสถานไม่ได้หรอกนะ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้ามิติ ฉันว่านายรีบไปเปลี่ยนชุดป้องกันใหม่ดีกว่า"

ลู่หลีหาที่นั่งพัก เงยหน้ามองหนิงเสี่ยวชวนพลางยิ้มขำ "นายรู้ได้ไงว่าถุงนี่มันจะช่วยชีวิตฉันไม่ได้? เอาเถอะ นายไม่ต้องมาเกลี้ยกล่อมฉันแล้ว ฉันรู้ว่านายหวังดี เดี๋ยวพอเข้าไปในมิติโบราณสถาน นายก็จะรู้เองว่าถุงนี่มันมีประโยชน์ขนาดไหน"

หวัง... หวังดีเหรอ ริ้วรอยแดงระเรื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหนิงเสี่ยวชวนแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป วัยรุ่นสองคน คนหนึ่งยืนตัวตรงแหน่วราวกับต้นสน อีกคนนั่งเอนกายสบายอารมณ์ พวกเขารอเวลาจนกระทั่งถึงเที่ยงตรง

ติ๊งต่อง!

ผู้เข้าร่วมหน้าใหม่ทุกคนได้รับข้อความทางโทรศัพท์พร้อมกัน พวกเขารีบมารวมตัวกันที่จุดนัดพบเดิมทันที รองประธานฉีผิงยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อเห็นทุกคนยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ เขาก็ประกาศเสียงก้อง "การทดสอบหน้าใหม่ประจำเมืองหนานเฉิง เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!"

คลื่นพลังมิติสั่นกระเพื่อม พริบตาดียวร่างของทุกคนก็อันตรธานหายไป สีหน้าของฉีผิงพลันซีดเผือดลงทันที

"ท่านรองประธานฉี ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?"

ฉีผิงยกมือห้ามคนที่เข้ามาประคอง สายตาของเขาทอดมองไปยังจุดใดจุดหนึ่งในความว่างเปล่า "หวังว่าพวกเขาจะกลับมาอย่างปลอดภัยนะ"

ลู่หลีรู้สึกว่าภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ พอภาพกลับมาชัดเจนอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองกำลังลอยอยู่กลางอากาศสูงจากพื้นราวสองสามเมตร และกำลังร่วงหล่นลงด้วยความเร็วสูง

"เสวี่ยอิง!"

เสวี่ยอิงใช้พลังจิตสร้างเบาะอากาศรองรับร่างของลู่หลีไว้ทันท่วงที จากนั้นลู่หลีก็หล่นตุบลงบนพื้นทรายนุ่มๆ ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายตลบอบอวล

"ค่อกๆ" ลู่หลีไอค่อกแค่กพลางปล่อยเสวี่ยอิงออกมาจากกระเป๋า สายตากวาดมองไปรอบด้าน "เป็นอย่างที่คิดไว้เลย โลกทะเลทรายจริงๆ ด้วย"

ตั้งแต่ตอนที่ลู่หลีเห็นเจ้าหน้าที่สมาคมตั้งแคมป์กันเยอะขนาดนั้น เขาก็รู้ทันทีว่าพวกนั้นต้องส่งคนเข้าไปสำรวจในมิติมาแล้วแน่ๆ ดังนั้นตอนที่เดินดูแคมป์ เขาเลยตั้งใจสังเกตข้าวของที่พ่อค้าแม่ค้าแต่ละแผงเอามาขายเป็นพิเศษ

แล้วเขาก็พบว่าสินค้าส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์และวัตถุดิบธาตุน้ำหรือน้ำแข็งที่เน้นเรื่องการคลายร้อนและลดอุณหภูมิเป็นหลัก แน่นอนว่ามันไม่ได้โจ่งแจ้งขนาดนั้น เพราะสมาคมก็เนียนเอาอุปกรณ์อื่นๆ มาปะปนไว้ด้วย ถ้าไม่สังเกตดีๆ อย่างลู่หลีก็คงมองไม่ออก

"จะว่าไป คนอื่นๆ หายไปไหนหมดล่ะ?" ลู่หลีจำได้ว่าก่อนเข้ามาเขายังยืนอยู่กับคนอื่นตั้งเยอะแยะ แต่ตอนนี้มองไปรอบๆ กลับมีแค่เขายืนหัวโด่อยู่คนเดียว

"หรือว่ามิติโบราณสถานมันจะสุ่มจุดเกิดแยกทุกคนออกจากกัน?"

นี่น่ะเหรอมิติโบราณสถาน? เสวี่ยอิงกวาดตามองรอบๆ อย่างระแวดระวัง พร้อมกับแผ่พลังจิตออกไปสำรวจพื้นที่ ลู่หลีเคยบอกไว้ว่าที่นี่มีอันตราย ต้องคอยระวังตัวให้ดี

ทันใดนั้นหูของเสวี่ยอิงก็กระดิก มันหันขวับไปมองทางซ้ายด้วยความตื่นตัว พลังจิตพุ่งเป้าไปที่จุดนั้นทันที "อิ๋ง!" ตัวอะไรน่ะ ออกมานะ!

ลู่หลีได้ยินก็รีบหันขวับตามไปมอง เขาทันเห็นเนินทรายขยับยุกยิก ก่อนจะยุบยวบลงไปอย่างรวดเร็ว ราวกับมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ตรงนั้นตกใจเสียงร้องและเผ่นหนีไปในพริบตา

"นั่นคือ... สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติในมิติโบราณสถานงั้นเหรอ? พอได้ยินเสียงเสวี่ยอิงก็หนีเลย... นี่มันขี้ขลาดหรือตั้งใจจะล่อพวกเราไปกันแน่?"

ลู่หลีประมวลผลข้อมูลสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติในทะเลทรายที่อาจเป็นอันตรายต่อเขาในหัวอย่างรวดเร็ว เมื่อมั่นใจว่าไม่มีตัวไหนเข้าข่าย เขาก็ยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก "ไปเถอะเสวี่ยอิง ตามไปดูกัน"

หนึ่งคนกับหนึ่งกวางเดินลุยทรายอย่างยากลำบาก ผ่านไปไม่นานก็เริ่มคอแห้งผาก ลู่หลียกมือขึ้นบังแดด เหลือบมองดวงอาทิตย์ดวงโตที่แขวนลอยอยู่บนฟ้าด้วยความสงสัย ทำไมในมิติโบราณสถานถึงมีดวงอาทิตย์ได้ล่ะ?

เสวี่ยอิงส่งเสียงร้อง "อิ๋ง" ลู่หลี ฉันไม่ได้ยินเสียงมันแล้วอะ

ลู่หลีมองดูทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา เขาทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับพื้นทราย เลียริมฝีปากที่เริ่มแห้งผาก ฉีกซองถุงทำความเย็นพกพาออกมาหนึ่งซอง แล้วชี้ไปที่ปากถุง "มานี่เสวี่ยอิง ใช้สกิลวารีบำบัดใส่ตรงนี้ที"

เสวี่ยอิงทำหน้างง เจ้านี่มันบาดเจ็บเหรอ? แต่ก็ยอมทำตามที่ลู่หลีบอก มันรวบรวมมวลน้ำแล้วค่อยๆ ปล่อยเข้าไปในถุง

จากนั้นมันก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นถุงค่อยๆ พองตัวขึ้นจนกลายเป็นแก้วน้ำใบเขื่อง

ว้าว มหัศจรรย์จัง!

ลู่หลีเห็นภาพนั้นก็ยิ้มกริ่ม นี่คือเคล็ดวิชาที่เขาเรียนรู้มาจากคุณยายซุนเชียวนะ ในเมื่อสกิลวารีบำบัดเอาไปรดน้ำดอกไม้ได้ น้ำที่มีพลังรักษาก็ย่อมเอามาดื่มได้โดยไม่มีปัญหาแน่นอน!

ลู่หลีรอสักพักให้ถุงทำความเย็นทำงานจนได้ที่ ก่อนจะยกขึ้นดื่มอึกใหญ่ พริบตานั้นเขาก็เหมือนได้เกิดใหม่ น้ำเย็นเฉียบรสชาติหวานชุ่มคอ ช่วยปัดเป่าความร้อนอบอ้าวออกไปจนหมดสิ้น

"มาเสวี่ยอิง เธอก็ดื่มบ้างสิ"

พอเสวี่ยอิงได้ลิ้มรสความหวานชุ่มฉ่ำนั้น ดวงตาของมันก็เป็นประกายวิบวับ อร่อยจัง!

ลืมสกิลวารีบำบัดไปได้เลย ได้รับสกิลน้ำแสนอร่อยมาแทน!

เสวี่ยอิงราวกับค้นพบโลกใบใหม่ ที่แท้สกิลมันเอามาใช้แบบนี้ก็ได้ด้วย!

หลังจากฟื้นคืนชีพกลับมาเต็มร้อย ลู่หลีก็พาเสวี่ยอิงออกเดินทางแบบไร้จุดหมายต่อไป

ฉึก!

หนิงเสี่ยวชวนแทงหอกทะลุร่างหนอนทะเลทรายตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาลอบโจมตี หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น ที่นี่อันตรายกว่าที่เขาคาดไว้เยอะ นี่เป็นการโจมตีครั้งที่สิบเข้าไปแล้ว เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าลู่หลีจะพาตัวเองกับกวางน้อยเพิ่งเกิดรอดชีวิตจากที่นี่ไปได้ยังไง

"ต้องรีบหาพวกนั้นให้เจอ!"

ฟิ้ว—

สายลมพัดทรายปลิวว่อน กลบฝังซากหนอนทะเลทรายจนมิด ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าที่ทอดยาวออกไปไกล

"อ๊าก! ฉันไม่ไหวแล้ว หยุดพักกันก่อนเถอะ" พูดจบเฉิงข่ายก็ควักกระติกน้ำประจำตัวออกมาเปิดฝากระดกน้ำดื่มอึกๆ

เพื่อนร่วมทางอีกห้าคนของเฉิงข่ายก็กำลังร้อนและหิวน้ำอย่างหนัก การเดินในทะเลทรายมันกินแรงกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก พอได้ยินเสียงเฉิงข่ายกลืนน้ำลงคอ แต่ละคนก็อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากตัวเอง บางคนถึงกับอยากจะกลืนน้ำลายตาม แต่ในปากมันแห้งผากไปหมด ทำได้แค่กลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคออย่างทรมาน

ในที่สุดก็มีคนทนดูไม่ได้ หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มเอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดี "เฉิงข่าย ตอนนี้พวกเรายังไม่เจอแหล่งน้ำเลยนะ ไม่รู้ว่าต้องเดินอีกไกลแค่ไหน ทางที่ดีประหยัดน้ำไว้หน่อยดีกว่า"

เฉิงข่ายได้ยินแบบนั้นก็ปิดฝากระติกน้ำอย่างเสียดาย แน่นอนว่าเขาไม่ได้โง่ เพียงแต่เขายังไม่สนิทกับคนพวกนี้ การแกล้งทำตัวบื้อๆ หน่อยจะช่วยให้ดูออกว่าใครพึ่งพาได้บ้าง

อย่าเห็นว่าเมื่อกี้เขาดื่มอย่างเอาเป็นเอาตาย สายตาและปฏิกิริยาของทุกคนเขาเก็บรายละเอียดไว้หมดแล้ว อีกอย่างเขาก็หิวน้ำจริงๆ แถมในกระเป๋าก็ยังมีน้ำสำรองอยู่อีกขวด ถือซะว่าดื่มแก้กระหายไปก็แล้วกัน

"เอาล่ะ รีบเดินทางกันต่อเถอะ" ใครคนหนึ่งพูดขึ้น จากนั้นทุกคนก็ออกเดินหน้าต่อไป

ผ่านไปประมาณสิบนาที ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว ควักกระติกน้ำออกมาจิบ หลังจากนั้นคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยหยิบน้ำออกมาดื่มกันบ้าง บางคนแค่จิบพอชุ่มคอ บางคนก็ซัดอึกใหญ่

พอได้น้ำลงคอ ทุกคนก็เริ่มมีสติกลับคืนมา ตอนนั้นเองที่คนที่มีประสาทสัมผัสฉับไวคนหนึ่งสังเกตเห็นว่า มีเนินทรายปูดๆ กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

"ระวัง! มีตัวอะไรกำลังพุ่งมาทางนี้!" สิ้นเสียง วงแหวนเวทสีขาวก็ปรากฏขึ้นบนพื้น ทุกคนเรียกสัตว์อสูรของตัวเองออกมารับมือทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 17 - มิติโบราณสถาน

คัดลอกลิงก์แล้ว