- หน้าแรก
- จากคนไร้ค่า สู่โคตรเซียนพนันหยก
- บทที่ 9 พวกผีพนัน
บทที่ 9 พวกผีพนัน
บทที่ 9 พวกผีพนัน
ชายฉกรรจ์สองคนที่แสดงท่าทีโอหังเมื่อครู่รีบหลีกทางให้ผมทันที
สนามพนันหินแห่งนี้แตกต่างจากร้านก่อนหน้า ที่นี่แบ่งพื้นที่ออกเป็นเพียงสามส่วน แต่ละส่วนกลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คน
ภายใต้แสงไฟสลัว ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความมึนเมาในกิเลสและลาภยศของที่นี่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สีหน้าของแต่ละคนดูแตกต่างกันไป มีเพียงสิ่งเดียวที่เหมือนกันคือพวกเขาต่างจมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งนี้ และอีกไม่นานเกินรอ พวกเขาก็จะเริ่มแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนคือความฝันและสิ่งไหนคือความจริง
เถ้าแก่เจ้าของสนามพนันหินนั่งสูบซิการ์อยู่บนโซฟาด้วยท่าทีสงบนิ่ง สายตาของเขาจับจ้องมองทุกอย่างที่เกิดขึ้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ตัวผม
คนข้างกายเขารีบกระซิบบอกเบา ๆ
“คนนี้เถ้าแก่หูเป็นคนแนะนำมาครับ”
ไม่นานนัก เถ้าแก่เจ้าของร้านก็เดินมาหยุดตรงหน้าผม พร้อมกับทักทายอย่างกระตือรือร้น
เขาคิดว่าผมเป็นมือใหม่ จึงช่วยอธิบายกฎกติกาการพนันหินของที่นี่ให้ฟังคร่าว ๆ หลังจากนั้นเขาก็ขอตัวไปรับโทรศัพท์แล้วเดินจากไป
เนื่องจากเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก ผมจึงต้องศึกษาดูระเบียบของสนามแห่งนี้ให้ดีเสียก่อน พร้อมกับสังเกตดูว่าคนรอบข้างมีโอกาสผ่าได้หยกมากน้อยแค่ไหน เพื่อนำมาคำนวณว่าในหินแต่ละกองจะมีหยกซ่อนอยู่กี่ก้อน และโอกาสที่ผมจะทายถูกมีมากเพียงใด
แน่นอนว่าพื้นที่ที่มีราคาสูงที่สุด ย่อมมีโอกาสผ่าเจอหยกมากที่สุด
ผมค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ซึ่งตรงนั้นมีผู้คนยืนเบียดเสียดกันอยู่เต็มไปหมด
ทว่าทุกคนกลับกำลังจ้องมองไปยังชายคนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้า
เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปชี้หินดิบก้อนหนึ่งในกองที่มีลักษณะภายนอกดูดีพอสมควร
ผมอดไม่ได้ที่จะมองดูการแต่งกายของเขา เสื้อผ้าทุกชิ้นบนตัวไม่มีชิ้นไหนที่สะอาดเลย ผมเผ้ารุงรัง หนวดเครายาวเฟื้อย ร่างกายซูบผอม สีหน้าท่าทางเหนื่อยล้าและดวงตาเหม่อลอย ขอบตาของเขาดำคล้ำอย่างหนัก
คนประเภทนี้พบเห็นได้ทั่วไปในสนามพนันหิน
ชีวิตของเขาแทบจะฝังอยู่ที่นี่ กินนอนอยู่กับความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะรวยทางลัดได้เพียงชั่วข้ามคืน
คนพวกนี้มีจุดเด่นอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือความโลภ
“แน่ใจนะว่าเป็นก้อนนี้?”
ช่างผ่าหินเอ่ยถาม ชายคนนั้นพยักหน้าอย่างหนักแน่น ดูเหมือนเขาจะเดิมพันโชคชะตาชีวิตทั้งหมดไว้กับหินก้อนนี้
เพียงแค่ปราดตาเดียว ผมก็ดูออกว่ามันคือหินขยะ และถ้าซื้อไปรับรองว่าต้องหมดเนื้อหมดตัวแน่นอน
เพราะหินก้อนนี้มีขนาดใหญ่มาก อาศัยเพียงแค่สีสันภายนอกที่ดูดีมาล่อตาล่อใจ แต่ความจริงแล้วเมื่อผ่าออกมาภายในจะเละเทะไม่มีชิ้นดี เนื้อหินไม่บริสุทธิ์และมีรอยร้าวเต็มไปหมด จนไม่สามารถนำไปแปรรูปเป็นเครื่องประดับหยกที่สมบูรณ์ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เมื่อเห็นเงาร่างของเขา ผมกลับมองเห็นภาพของพ่อในยามที่สิ้นหวังไร้ทางออกซ้อนทับขึ้นมา
ผมจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนออกไป
“พี่ชาย ก้อนนี้มันเป็นหินขยะนะ ผมแนะนำว่าอย่าเลือกก้อนนี้เลย ต่อให้เป็นก้อนข้าง ๆ นั่นยังจะมีมูลค่ามากกว่า อย่างน้อยก็ยังพอได้ทุนคืน หรือไม่พี่ก็หยุดมือเถอะ?”
สิ้นเสียงของผม คนรอบข้างต่างก็มองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกประหลาด
แม้แต่หลินซินเยว่ยังรีบกระชากแขนผมด้วยความรำคาญ
“แกพูดบ้าอะไรของแกเนี่ย สีสันภายนอกมันดูดีขนาดนี้ ผ่าออกมาต้องมูลค่ามหาศาลแน่ ๆ แกคงจะคิดแผนชั่วอะไรอยู่ล่ะสิ อย่ามาทำเรื่องขายหน้าแถวนี้เลยนะ”
หลินซินเยว่บ่นใส่ผมชุดใหญ่ ก่อนจะสะบัดมือออกแล้วเดินหนีไปทางอื่นทันที ทำราวกับว่ากลัวจะถูกผมดึงให้ต้องพลอยซวยไปด้วย
คนรอบข้างก็เริ่มรุมด่าทอและเยาะเย้ยผม
“โอ้โห ไอ้หนุ่มนี่มันโผล่มาจากไหนกันวะ ไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้วยังจะมาทำเป็นอวดฉลาดแถวนี้อีก?”
“อย่ามาแส่หาเรื่องไม่เข้าเรื่อง ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนอย่างแกจะมาชี้นิ้วสั่งใคร ดูสารรูปก็รู้ว่าเป็นพวกกระจอก”
ผมไม่สนใจคำดูถูกของคนพวกนี้ แต่ผมหวังเพียงอยากให้ชายคนนั้นหยุดมือเสีย
ทว่าเมื่อเขาหันกลับมา เขากลับจ้องมองผมด้วยสายตาอาฆาตแค้น
“คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องให้แกมาเลือกให้หรอก วันนี้ฉันจะเอาข้อนนี้แหละ!”
“ผ่าเลย!”
ราคาของหินก้อนนี้สูงมาก และด้วยขนาดที่ใหญ่ขนาดนี้ ผมคาดการณ์คร่าว ๆ ว่าเขาต้องจ่ายเงินไม่ต่ำกว่าเจ็ดแสนหยวน
สนามพนันหินก็อาศัยหินที่ดูดีแต่เปลือกแบบนี้แหละในการทำกำไร
น่าเสียดายที่ไม่มีใครเชื่อเลยว่านี่คือหินขยะ
ผมรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าการกระทำของตัวเองนั้นช่างเปล่าประโยชน์
หลังจากนั้น ช่างผ่าหินก็ทำการผ่าหินก้อนนั้นท่ามกลางสายตาของฝูงชน
เมื่อหินแยกออกเป็นสองซีก เนื้อแท้ภายในก็ปรากฏสู่สายตา มันคือหินเบล็ดเตล็ดที่ธรรมดาที่สุด
ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ และเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เสียงถอนหายใจและเสียงบ่นเสียดายก็ดังขึ้นมาทันที
ผมเห็นชายคนนั้นยืนตะลึงตาค้างอยู่กับที่ เขาเงยหน้ามองช่างด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
“นี่... หมดแล้วเหรอ?”
ช่างพยักหน้าแล้วมองเขาด้วยความเวทนา
“มันก็แค่หินธรรมดาก้อนหนึ่งเท่านั้นแหละ ต่อให้ผ่าต่อไปมันก็ยังเป็นแบบนี้ หินขยะพวกนี้ไม่มีความจำเป็นต้องล้างหรือทำความสะอาดอะไรหรอก”
แม้ช่างจะพูดถึงขนาดนี้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมเชื่อ
“ฉันไม่เชื่อ! เอาไฟส่องดูสิ ลองผ่าด้านข้างดูอีกที ฉันอยากดู!”
ผมรู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นไร้ผล
เพราะนี่คือหินเบล็ดเตล็ดจริง ๆ อย่างที่ผมเพิ่งบอกไป
ซ้ำร้าย สีสันและเนื้อหินยังอยู่ในระดับต่ำสุดในบรรดาหินทั้งหมด เสียเงินซื้อไปเจ็ดแสนหยวน แต่มูลค่าจริง ๆ ยังไม่ถึงสามร้อยหยวนด้วยซ้ำ
ผมบอกได้เลยว่าสนามพนันหินแห่งนี้ไม่ธรรมดา เถ้าแก่ถึงขั้นกล้าเอาหินระดับต่ำที่สุดมาวางปนอยู่ในกองหินราคาสูงแบบนี้ แสดงว่าไม่เกรงกลัวว่าใครจะมาหาเรื่องเลย
โดยปกติสนามพนันหินทั่วไป อย่างน้อยก็จะวางหินที่เกรดสูงกว่าหินขยะขึ้นมาสักสองระดับ ซึ่งราคารับซื้อคืนจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งหมื่นหยวน
แต่ตอนนี้ เขาหมดเนื้อหมดตัวไม่เหลืออะไรเลย
ผมได้ยินเสียงเขาร้องไห้คร่ำครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ไม่! เป็นไปไม่ได้! สีสันของหินก้อนนี้มันดีมากแท้ ๆ พวกแกแอบสับเปลี่ยนหินของฉันใช่ไหม? ฉันมาผ่าหินที่นี่ตั้งเท่าไหร่แล้ว พวกแกตั้งใจจะต้มตุ๋นฉันใช่ไหม!”
ช่างผ่าหินแบมือออกอย่างจนใจ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ซ่อนอะไรไว้ และไม่สามารถตุกติกอะไรได้เลย ก่อนจะยอมถอยออกจากตำแหน่งเครื่องผ่า
“ที่นี่มีกล้องวงจรปิดทุกมุม เราไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นต่อหน้าลูกค้าแน่นอน ถ้าแกไม่เชื่อก็ลองผ่าเองดูเลย แต่ต่อให้ผ่ายังไงผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยนหรอก มันคือหินเบล็ดเตล็ด เมื่อกี้ถ้าแกยอมฟังไอ้หนุ่มนั่น บางทีแกอาจจะยังพอรักษาทุนไว้ได้บ้างนะ”
ในตอนนั้นเอง ชายคนนั้นก็หันมาจ้องหน้าผม แล้วพุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อของผมไว้ทันที
“เป็นเพราะแก! เมื่อกี้ทำไมแกไม่เตือนฉันให้ดังกว่านี้!”
“ฉันว่าแกกับคนของสนามพนันหินต้องเป็นพวกเดียวกันแน่ ๆ ตั้งใจพูดจาปั่นประสาทให้ฉันไขว้เขว เพื่อให้ฉันเลือกหินก้อนที่ไม่ดี วันนี้ฉันจะลากพวกแกไปลงนรกพร้อมกับฉัน! ในเมื่อฉันไม่อยากอยู่แล้ว พวกแกก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้เลย!”
เขาแผดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง ในดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ผมผลักเขาออกไปอย่างแรง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แกมันก็แค่คนโลภเท่านั้นแหละ หินขนาดใหญ่ขนาดนี้ ถ้าผ่าออกมาได้ แกก็จะทำกำไรได้สี่ซ้าห้าเท่า และมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต แต่แกไม่เคยคิดเลยว่าถ้าแพ้แล้วจะเป็นยังไง ผมชี้ก้อนข้าง ๆ ให้แล้วแต่ขนาดมันเล็กเกินไป ไม่พอสนองตัณหาของแกล่ะสิ ตอนนี้ถึงได้มาพาลใส่ผม?”
เมื่อเห็นผมโต้กลับ เขาก็ทำท่าจะพุ่งเข้ามาลงมือกับผมอีกครั้งด้วยความโมโห
แต่ในจังหวะนั้นเอง เถ้าแก่ฟางก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับตวาดลั่น
“หยุดนะ!”
“ที่นี่คือสนามพนันหิน ไม่ใช่ที่ที่จะให้พวกแกมาทำกิริยาไพร่ ๆ ใส่กัน เอาตัวไอ้หมอนี่โยนออกไป!”
ชายที่เคยอาละวาดเมื่อครู่พลันคุกเข่าลงทันที เขาคว้าขากางเกงของเถ้าแก่ฟางพลางอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา
“เถ้าแก่ฟาง ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ! ขอแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ที่บ้านเกิดผมยังมีบ้านเหลืออยู่อีกหลัง ผมจะรีบยกให้เป็นชื่อของท่านทันที ขอให้ผมได้เปิดหินอีกสักก้อนเถอะนะครับ!”
เถ้าแก่ฟางสะบัดขาออกด้วยความรำคาญ ก่อนจะพ่นคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังออกมา
“ไอ้พวกผีพนัน ไสหัวไปซะ!”
จบบท