- หน้าแรก
- มรดกพันล้านจากบรรพกาล เมื่อผมกลายเป็นเทพในโลกเซียน
- บทที่ 26: สุดเขตทะเลทราย
บทที่ 26: สุดเขตทะเลทราย
บทที่ 26: สุดเขตทะเลทราย
บทที่ 26: สุดเขตทะเลทราย
สวี่อี้จั๋วกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงในรถม้า
หนังสือเล่มนี้ตี้เซียงเป็นคนมอบให้ และมันไม่เกี่ยวข้องกับการบำเพ็ญเพียรเลย เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการแนะนำการแบ่งขั้วอำนาจของทวีปตะวันตกและขนบธรรมเนียมท้องถิ่นของภูมิภาคที่สำคัญ ตี้เซียงทิ้งท้ายไว้ว่า "อย่าไปทวีปตะวันตกทั้งที่ไม่รู้อะไรเลย แล้วซุ่มซ่ามโดนจับไปขังเพื่อชดใช้หนี้อีกด่ะ"
ตี้เซียงตบไหล่สวี่อี้จั๋วเบาๆ "อย่างน้อยเธอก็ต้องคืนสิ่งที่ติดค้างฉันไว้ก่อน"
สวี่อี้จั๋วยิ้มไม่ออก
เธอไม่มีแม้แต่เวลาจะหนี ตี้เซียงไม่รอให้เธอทันตั้งตัวก็คว้ามือเธอไปประทับลายนิ้วมือลงในสัญญาเสียแล้ว สวี่อี้จั๋วดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวแต่กลับทำลายซากปรักหักพังของเมืองบัวและตะเกียงผูกวิญญาณของตี้เซียงไปถึงสามหมื่นสองพันสี่สิบแปดดวง มูลค่าของมันมหาศาลเกินไปแถมยังเกี่ยวข้องกับวิญญาณมนุษย์ ตี้เซียงจึงบอกให้เธอไปตามหาเศษกระจกน้ำพุเหลืองชิ้นอื่นๆ นอกจากกระจกปั่วว่างและกระจกบัวปล่อยชีวิต ซึ่งกฎแห่งสวรรค์ก็ยอมรับสัญญาฉบับนี้เสียด้วย
"โชคดีนะ สัญญานี้มีกำหนดเวลาด้วย" ตี้เซียงกล่าวพร้อมรอยยิ้มขณะส่งเธอเดินทาง พลางวางตะเกียงผูกวิญญาณดวงที่สองที่เพิ่งซ่อมเสร็จลง
"อ้อ จริงสิ นี่คืออาวุธเวทมนตร์มิติมอบให้เธอ เธอสามารถศึกษาสิ่งของข้างในได้ตามอัธยาศัย ฉันแนะนำว่าควรหาที่ลับตาคนหน่อยนะเวลาลองใช้น่ะ" ตี้เซียงโยนปิ่นปักผมรูปดอกบัวให้สวี่อี้จั๋ว สวี่อี้จั๋วแผ่สัมผัสเทพเข้าไปดูและเห็นกองแผ่นหยกสูงเป็นภูเขาเลากา
สวี่อี้จั๋ว: "..." เธอไม่อยากเรียนรู้ค่ะ ขอบคุณนะคะ
เดิมทีสวี่อี้จั๋วอยากจะโต้แย้ง แต่ตี้เซียงดูเหมือนจะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ไม่ทันที่เธอจะได้พูด ตี้เซียงก็สะบัดชายเสื้อวูบหนึ่ง ทัศนียภาพของสวี่อี้จั๋อมืดดับไปชั่วครู่ พอเธอกลับมามองเห็นอีกครั้ง เธอก็ออกมาอยู่นอกเมืองบัวเสียแล้ว
สวี่อี้จั๋วมีความรู้สึกว่า ตี้เซียงตัดสินใจจะใช้เธอเป็นแรงงานตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าสวี่อี้จั๋อจำเธอไม่ได้แล้ว ส่วนเรื่องที่เธอเผลอทำลายเมืองบัวโดยบังเอิญนั้น ก็เหมือนกับมีคนส่งหมอนมาให้ในตอนที่ตี้เซียงกำลังง่วงพอดี เป็นข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบที่สุด
สวี่อี้จั๋วอยากจะกลับไปถามตี้เซียงให้ชัดเจน แต่แล้วเธอก็พบว่าเธอไม่สามารถเข้าไปในเมืองบัวได้อีก ตี้เซียงซ่อมตะเกียงผูกวิญญาณเชื่องช้ามาก แต่เรื่องการวางค่ายกลเขาวงกตนั้นรวดเร็วเหลือเกิน
เธอทำได้เพียงเดินกลับมาอย่างหดหู่ ระหว่างทางเธอได้พบกับเฒ่าหลี่และพรรคพวก จึงตอบปัดไปเพียงไม่กี่คำ จากนั้นสวี่อี้จั๋วก็ปีนขึ้นไปบนรถม้าและหลับยาวไปจนถึงเที่ยงของวันรุ่งขึ้น
การเดินทางที่เหลือเป็นไปอย่างราบรื่น มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกตามเส้นทางที่จงเมิ่งวางแผนไว้ล่วงหน้า
ครั้งแรกที่เจอพายุทราย สวี่อี้จั๋วถูกพัดหายไปพร้อมกับอูฐ หลังจากนั้นเธอก็อยู่ในอาการมึนงงตลอดทาง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอูฐหายไปตอนไหน เธอคิดว่าพวกมันคงไม่กลับมาแล้ว แต่หลังจากรถม้าเคลื่อนออกจากซากปรักหักพังของวังเดียวดายได้ไม่นาน อูฐทั้งสองตัวก็วิ่งตามขบวนมาทัน
แม้เสบียงบางส่วนจะสูญหายไป แต่เพราะพวกเขาเตรียมการมาอย่างดีเยี่ยม มันจึงเพียงพอที่จะใช้ไปจนถึงจุดแวะพักถัดไป และอาจจะใช้ไปได้ตลอดทางจนถึงราชวงศ์ต้ายันเลยทีเดียว
หลังจากรอนแรมผ่านทะเลทรายหยางสู่มาหนึ่งเดือน แคว้นต้ายันก็อยู่ใกล้พวกเขามากแล้ว
ไม่ว่ารถม้าจะรับแรงกระแทกได้ดีเพียงใด แต่มันก็ยังโคลงเคลงอยู่บ้าง สวี่อี้จั๋วรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยหลังจากอ่านหนังสือมานาน เธอวางหนังสือลง นวดขมับ นั่งเล่นแก้เบื่ออยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงหยิบกระจกบัวปล่อยชีวิตออกมาจากปิ่นปักผมดอกบัวที่เสียบอยู่บนผม
ใช่แล้ว มันคือกระจกบัวปล่อยชีวิตนั่นแหละ
สวี่อี้จั๋วเองก็ตกใจเมื่อเห็นกระจกบัวปล่อยชีวิตอยู่ในอาวุธเวทมนตร์มิติ ไม่นึกว่าตี้เซียงจะใส่สิ่งนี้มาให้ด้วย เธอไม่รู้เจตนาของตี้เซียง แต่เธอก็ไม่อาจทิ้งกระจกบัวปล่อยชีวิตไปเฉยๆ ได้ จึงเก็บมันไว้ในปิ่นปักผมตามเดิม และจะหยิบออกมาดูเล่นเวลาเบื่อๆ
กลีบดอกบัวหมึกนั้นดูอวบอิ่ม ส่ายไปมาเล็กน้อยตามการเคลื่อนที่ของรถม้า ดูแล้วมีชีวิตชีวาและน่ารักดี
สวี่อี้จั๋วจิ้มดอกบัวหมึกเล่นจนมันโอนเอนไปมา ถ้าวิญญาณอาวุธของกระจกบัวปล่อยชีวิตไม่สลายไปพร้อมกับการตายของตี้เซียง มันคงปรากฏตัวออกมาตีเธอแล้วแน่ๆ
สวี่อี้จั๋วเล่นอยู่พักหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงพูดคุยมาจากนอกรถม้า
เป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคยเลยสักนิด
สวี่อี้จั๋วเปิดประตูรถม้า โผล่หน้าออกมาครึ่งหนึ่งแล้วถามพี่สะใภ้เฉิงที่กำลังบังคับรถอยู่: "พี่สะใภ้เฉิง ฉันได้ยินเสียงคนแปลกหน้า พวกเราเจอขบวนคาราวานอื่นเหรอคะ?"
สิ่งมีชีวิตที่พูดได้ส่วนใหญ่ที่พวกเขาเจอในทะเลทรายหยางสู่มักจะเป็นวิญญาณ พวกเขาเคยพักในโรงเตี๊ยมกลางทะเลทรายหลายแห่งแต่ก็ไม่ค่อยเจอผู้คนเลย
ในช่วงเวลานี้ของปี ขบวนคาราวานส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางจริงๆ นั่นแหละ
พี่สะใภ้เฉิงยิ้ม: "คุณหนูสวี่ พวกเรากำลังจะถึงหมู่บ้านตรงชายแดนแคว้นต้ายันแล้วค่ะ"
ดวงตาของสวี่อี้จั๋วเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ: "เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"
พี่สะใภ้เฉิงกล่าวว่า: "พวกเราก็เดินทางมานานพอสมควรแล้วนะค"
เมื่อรถม้าเคลื่อนไปข้างหน้า เสียงผู้คนรอบข้างก็เพิ่มมากขึ้นจริงๆ พี่สะใภ้เฉิงบอกว่านี่ยังเช้าอยู่ และสภาพในหมู่บ้านก็ค่อนข้างจำกัด ควรจะเดินทางต่ออีกหน่อยเพราะมีเมืองอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก
ในช่วงเย็น พวกเขาก็มาถึงเมืองอวี้อัน ซึ่งอยู่ชายแดนแคว้นต้ายันเช่นกัน
เสียงล้อรถบดไปตามถนนที่ราบเรียบ สวี่อี้จั๋วเปิดหน้าต่างมองออกไปข้างนอกด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมืองอวี้อันเป็นเมืองที่ใหญ่กว่าเมืองชิงผิงเล็กน้อย รูปทรงของบ้านเรือนก็ต่างจากเมืองชิงผิงอยู่บ้าง ถ้าเมืองชิงผิงคือหมู่บ้านริมน้ำที่อ่อนโยน เมืองอวี้อันก็ให้ความรู้สึกที่ดูสุขุมและมั่นคงกว่า
ผู้คนตามท้องถนนมองดูรถม้าแปลกหน้าสองคันด้วยความสนใจ
รถม้าเดินทางมาจนถึงโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองอวี้อันก่อนจะหยุดลง เมื่อสวี่อี้จั๋อกระโดดลงจากรถ จงเมิ่งก็ได้เข้าไปในโรงเตี๊ยมเพื่อจองห้องพักให้เธอและเฒ่าหลี่แล้ว เมื่อเฒ่าหลี่ค่อยๆ ลงจากรถม้าโดยมีเฉิงต้าช่วยพยุงและเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับสวี่อี้จั๋ว จงเมิ่งก็ได้กุญแจห้องมาเรียบร้อยแล้ว
ในที่สุด หลังจากทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง จงเมิ่งก็พูดกับสวี่อี้จั๋วอย่างเป็นทางการว่า: "คุณหนูสวี่ พวกเราจะมาส่งคุณหนูและผู้เฒ่าหลี่เพียงเท่านี้ครับ"
สวี่อี้จั๋วพยักหน้า สัญญาของเธอกับจงเมิ่งและพรรคพวกคือการคุ้มกันเธอและเฒ่าหลี่ข้ามทะเลทรายหยางสู่มาถึงแคว้นต้ายันอย่างปลอดภัยภายในเวลาที่กำหนด ส่วนเรื่องการจะไปทวีปตะวันตกต่ออย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันอีกที
สวี่อี้จั๋วถาม: "พวกคุณวางแผนจะทำอะไรต่อคะ? จะกลับกันเลยไหม?"
จงเมิ่งพยักหน้า: "พายุทรายในทะเลทรายหยางสู่ผ่านพ้นไปแล้ว ขบวนคาราวานหลายกลุ่มกำลังจะออกเดินทาง พวกเราจะตามขบวนคาราวานกลับไปที่อู๋ฉินครับ"
"เข้าใจแล้วค่ะ" สวี่อี้จั๋วกล่าว "ถ้าอย่างนั้น... ฉันขอให้พวกคุณเดินทางโดยสวัสดิภาพ และโปรดระมัดระวังตัวระหว่างทางกลับด้วยนะคะ"
จงเมิ่งพยักหน้าด้วยความเขินอายเล็กน้อย เขาเดินลงไปข้างล่าง ซึ่งเฉิงต้าและคนอื่นๆ รอเขาอยู่ที่ห้องโถงมาพักใหญ่แล้ว กลุ่มคนเตรียมตัวไปหาขบวนคาราวานที่คุ้นเคย ขณะที่เดินออกจากโรงเตี๊ยม จงเมิ่งอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นสวี่อี้จั๋อยืนอยู่ที่ชั้นสองเฝ้ามองพวกเขากลับไปเช่นกัน เมื่อจงเมิ่งมองไป เธอก็โบกมือลา
หลังจากส่งจงเมิ่งและคนอื่นๆ แล้ว สวี่อี้จั๋วก็กลับไปที่ห้องของเธอ อาหารร้อนๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยเสี่ยวเอ้อแล้ว หลังจากกินข้าวและอาบน้ำเสร็จ เธอก็หยิบแผนที่ที่วานให้เสี่ยวเอ้อไปซื้อมา แล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องของเฒ่าหลี่
หมอกหนาทึบเหนือแม่น้ำหลี่ต้วนกำลังจะจางหายไปในไม่ช้า ถึงเวลาที่พวกเขาต้องปรึกษากันว่าจะเดินทางไปทวีปตะวันตกอย่างไรต่อเสียที