เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - อันตรายที่ซ่อนเร้น

บทที่ 12 - อันตรายที่ซ่อนเร้น

บทที่ 12 - อันตรายที่ซ่อนเร้น


บทที่ 12 - อันตรายที่ซ่อนเร้น

༺༻

อิซกล่าวว่า: "การสำรวจดันเจี้ยน การครอบครองวิธีการส่องสว่างถือเป็นเรื่องจำเป็น"

"ท่องตามข้านะ"

"แสงสว่างที่ส่องสว่างไปทั่วโลก จงทำให้สรรพสิ่งมีสีสันของตนเอง"

ภาษาที่เขาพูดไม่ใช่ภาษาสามัญ

แต่มันคือภาษาเวทมนตร์

ตลอดทางที่ผ่านมา อิซได้เติมความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ให้ลู่ชางมากมาย

ลู่ชางถึงได้รู้ว่า การร่ายเวทมนตร์นั้นต้องใช้ภาษาเฉพาะอีกชุดหนึ่ง

【ภาษาต้นกำเนิด】

ต้องใช้ภาษานี้ร่ายเวทเท่านั้น ถึงจะสามารถสื่อสารเพื่อให้มานาและธาตุเกิดการสั่นสะเทือนสอดประสานกันจนร่ายเวทได้สำเร็จ

มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะสามารถร่ายแบบไร้บทสวดได้

คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศในเวทบางประเภท หรือไม่ก็ต้องผ่านการฝึกฝนเวทบทนั้นมาแล้วนับหมื่นครั้ง จนสามารถวิจัยเวทบทนั้นจนถึงแก่นแท้

ลู่ชางท่องตามภาษาของเขา

ลู่ชาง: "แสงสว่างที่ส่องสว่างไปทั่วโลก จงทำให้สรรพสิ่งมีสีสันของตนเอง"

อิซ: "ข้าขออ้อนวอนต่อจูอาเพื่อแหล่งกำเนิดแสงเล็กๆ จงส่องสว่างถนนเบื้องหน้า"

ลู่ชาง: "ข้าขออ้อนวอนต่อจูอาเพื่อแหล่งกำเนิดแสงเล็กๆ จงส่องสว่างถนนเบื้องหน้า"

เอ๊ะ...

รู้สึกได้เลยว่าการร่ายในครั้งนี้ แตกต่างจากการร่ายเวทบทอื่น

อ้อนวอนต่อจูอางั้นเหรอ?

【เวทส่องสว่าง】

ปิ๊ง——

แสงสว่างจ้าจุดหนึ่งลอยเด่นอยู่เหนือหัวของลู่ชาง

「เวทส่องสว่าง (เลเวล: 5)——ร่นระยะเวลาการร่าย」

"อิซครับ ในบทร่ายของเวทบทนี้..."

ปัง!

ทว่า ลู่ชางยังถามคำถามไม่จบ เปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งก็ได้ระเบิดขึ้นที่ข้างหูของลู่ชาง!

อุณหภูมิที่ร้อนระอุทำให้ลู่ชางควบแน่นธาตุน้ำแข็งรอบตัวเพื่อป้องกันตามสัญชาตญาณ

เพื่อหักล้างคลื่นความร้อน

เขารีบหันไปมอง

ก็พบว่าค้างคาวตัวหนึ่งได้กลายเป็นถ่านดำตกลงบนพื้นดินไปแล้ว

อิซมีสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งขรึม: "ลู่ชาง ตอนนี้พวกเราเข้ามาในดันเจี้ยนแล้วนะ"

"ดันเจี้ยนคือสถานที่ที่มอนสเตอร์มารวมตัวกัน"

"การลดความระมัดระวังในสถานที่ที่อันตราย คือการกระทำที่อาจทำให้เจ้าต้องสูญเสียชีวิตได้"

ลู่ชางกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง แล้วพยักหน้าว่า: "ผมจะจำไว้ครับ อาจารย์อิซ"

โลกใบนี้ไม่มีหน้าต่างสถานะ และไม่มีค่าตัวเลขที่เป็นรูปธรรมอย่าง 「พลังชีวิต」 หรือ 「ค่ากายภาพ」 ให้ลู่ชางได้ตรวจสอบ

ลู่ชางไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของร่างกายตนเองเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ดูในตอนนี้ นอกเหนือจากมานาที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแล้ว สมรรถภาพร่างกายของตนเองก็ไม่ได้แตกต่างจากตอนที่เพิ่งข้ามมิติมาเท่าไหร่นัก

ร่างกายของคนธรรมดา ถ้าถูกอาวุธแหลมคมแทงทะลุเข้าจริงๆ ก็ตายได้

ต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่แล้วสิ...

ที่นี่ไม่ใช่เขตสงบสุขที่ไม่มีมอนสเตอร์อีกแล้ว ถ้าถูกฆ่าก็ตายจริงๆ

ลู่ชางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

เขากลับมาสังเกตด้านหน้าอีกครั้ง

จู่ๆ ก็พบว่า เงาดำจำนวนนับไม่ถ้วนที่สะท้อนอยู่บนผนังถ้ำด้านบนนั้น ไม่ใช่เงาที่เกิดจากแสงส่องไปโดนหินผา

แต่มันคือค้างคาวสีดำทีละตัวๆ

และเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของลู่ชางที่จ้องมองไปที่พวกมัน พวกมันก็เริ่มสยายปีกออกทีละตัว เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานดั่งเลือด

"ค้างคาวเงา อาศัยอยู่ในถ้ำที่มืดมิด เวลาที่มันไม่ขยับตัวมันจะกลมกลืนไปกับเงาอย่างสมบูรณ์"

"หนึ่งในมอนสเตอร์ระดับหนึ่งที่อ่อนแอที่สุด ดันเจี้ยนประเภทถ้ำส่วนใหญ่จะเห็นร่องรอยของพวกมัน"

"วิธีการโจมตีคือการใช้ฟันแหลมคมฉีกกระชากและดูดเลือด"

"ในตัวพวกมันมีเชื้อโรคที่อ่อนแออยู่ แต่โรคชนิดนี้ปุโรหิตแห่งวิหารแห่งชีวิตสามารถรักษาให้หายได้โดยง่าย ดังนั้นความเป็นพิษของพวกมันจึงมักจะไม่ถูกนำมาพิจารณาในด้านการต่อสู้"

อิซอธิบายอยู่ข้างกายลู่ชาง

"ค้างคาวเงาระดับชั้นยอดสามารถโจมตีด้วยคลื่นเสียงได้ ส่วนราชาค้างคาวเงาระดับราชันมักจะดำรงอยู่ใสถานะเจ้าแห่งดันเจี้ยน"

ในขณะที่อธิบาย อิซก็โยนไม้เท้าเวทมนตร์ออกมาอันหนึ่ง

ลู่ชางรับไม้เท้ามาไว้ในมือ

นี่คือไม้เท้าขนาดเล็กที่ใช้ตอนเวทอสนีบาตเมื่อวานนั่นเอง

ค้างคาวงั้นเหรอ?

ใช้การโจมตีสายธาตุไฟแล้วกัน

「เวทบอลไฟ (เลเวล: 80)」

ฟู่!

ลู่ชางตวัดไม้เท้าเบาๆ รอบตัวเขาก็มีบอลไฟขนาดใหญ่ที่ร้อนระอุ 5 ลูกก่อตัวขึ้น!

ตูม!

ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม!

เกือบจะในพริบตา บอลไฟก็ได้พุ่งเข้าปะทะกับผนังถ้ำด้านบน

ค้างคาวทีละตัวๆ ยังไม่ทันจะได้บินขึ้น ก็กลายเป็นถ่านดำร่วงหล่นลงมา

「ค่าความชำนาญเวทบอลไฟ +12,000」

「ค่าความชำนาญเวทบอลไฟ +12,000」

「ค่าความชำนาญเวทบอลไฟ +15,000」

...

บอลไฟปะทุ!

เปลวเพลิงกระจาย!

ระเบิด!

เปลวเพลิงระเบิดต่อเนื่องกันไป ค้างคาวเงาตลอดทางนี้ยังไม่ทันจะได้เริ่มโจมตี ก็ถูกเปลวเพลิงกวาดจนเกลี้ยง

ค้างคาวทั้วหมดไม่สามารถทนทานการระเบิดเพียงครั้งเดียวของบอลไฟได้เลย

การใช้เวทมนตร์ฆ่ามอนสเตอร์เหล่านี้ ก็ได้รับค่าความชำนาญเช่นกัน!

แถมดูเหมือนว่า การได้รับค่าความชำนาญนี้จะไม่ใช่แค่ครั้งเดียวทิ้งเสียด้วย

ค้างคาวในโซนนี้ถูกกำจัดหมดแล้ว

กลับเพิ่มค่าความชำนาญเวทบอลไฟให้ลู่ชางถึง 680,000 แต้ม เวทบอลไฟเลื่อนระดับจากเลเวล 80 ขึ้นมาเป็นเลเวล 82

ทว่า อิซที่อยู่ข้างกายกลับส่งเสียงถอนหายใจออกมา

"น่าเสียดายจัง..."

"ค้างคาวพวกนี้ถูกเจ้าเผาจนเป็นถ่านไปหมดแล้ว"

"ไม่อย่างนั้น ศพของพวกมันน่าจะขายได้เงินไม่น้อยเลยนะ"

ที่แท้ก็มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ

"แต่ในกระบวนการฆ่ามอนสเตอร์ ศพของมอนสเตอร์จะเกิดความเสียหายบ้างก็เป็นเรื่องปกติ"

"ชื่อเฉิงนอกจากจะเป็นนักรบเลเวล 5 แล้ว เขายังเป็นผู้เก็บเกี่ยวเลเวล 3 ด้วยนะ"

"ปกติเสบียงของพวกเราเขาก็เป็นคนรวบรวมมาให้ ถ้าการสำรวจดันเจี้ยนไม่มีผู้เก็บเกี่ยวคอยตามมาด้วยล่ะก็ ผลกำไรจากของรางวัลก็จะลดลงไปเยอะเลยล่ะ"

ที่แท้ก็มีการแบ่งแยกอาชีพแบบนี้ด้วย

ดูแบบนี้แล้ว อาชีพสายเก็บเกี่ยวก็มีความจำเป็นมากจริงๆ นั่นแหละ

"แต่ว่า ครั้งนี้เป้าหมายหลักคือเพื่อให้เจ้าทะลวงขีดจำกัดมานา"

"ของรางวัลจะน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก"

ลู่ชางพยักหน้า

เขาเดินหน้าลึกเข้าไปข้างในต่อพร้อมกับอิซ

ในขณะเดียวกัน ลู่ชางยังถือโอกาสฝึกฝน 【เวทส่องสว่าง】 ไปด้วย

「เวทส่องสว่าง (เลเวล: 30)——ร่นระยะเวลาการร่าย ระยะเวลาที่แสดงผลนานขึ้น แหล่งกำเนิดแสงที่นุ่มนวลขึ้น ส่องสว่างเงาได้มากขึ้น ขจัดความมืด」

เวทส่องสว่างแตกต่างจากเวทมนตร์บทอื่น

ต่อให้เลเวลค่าความชำนาญจะขึ้นมาถึง 30 แล้ว ก็ยังคงจำเป็นต้องร่ายบทสวดอยู่

ทว่าเพียงแค่พึมพำในใจว่า "แสง"

ก็สามารถร่ายออกมาได้แล้ว

รู้สึกว่าเวทส่องสว่างจะมีความพิเศษกว่าเวทมนตร์บทอื่นอยู่บ้าง

เวทส่องสว่างที่เลเวล 30 นั้นราวกับเป็นไฟไร้เงา ภายในรัศมีที่มันส่องสว่างไปถึง จะไม่มีเงามืดหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

ในกระบวนการสำรวจลึกเข้าไปข้างใน ก็เจอค้างคาวประปรายอีกประมาณหลายสิบตัว

หลังจากฆ่าหมดแล้ว ก็ได้รับค่าประสบการณ์ความชำนาญมาอีกกว่าห้าแสนแต้ม

ทว่าครั้งนี้ลู่ชางใช้คมมีดสายลมฆ่า

แบบนี้ยังพอจะเหลือศพทิ้งไว้ได้บ้าง

ถึงแม้จะถูกสับจนเละเทะไปหมด แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่ถ่าน

มูลค่าก็น่าจะขยับจาก 0 มาเป็น 1 ได้ล่ะนะ

อิซเก็บศพมอนสเตอร์เหล่านี้เข้าสู่พื้นที่เก็บของส่วนตัวของเขา

เดินหน้าลึกเข้าไปต่อ

จู่ๆ พื้นที่ก็กว้างขวางขึ้นมาทันที ถ้ำสูงขึ้นมาอย่างมากในพริบตา ลู่ชางยังมองเห็นว่า บนผนังหินมีหินแหลมๆ ยื่นออกมามากมาย

ราวกับมีหนามแหลมงอกออกมาจากภายในชามที่คว่ำอยู่

หากเลเวลของเวทส่องสว่างยังต่ำอยู่ล่ะก็ แสงที่ส่องไปโดนหินที่ยื่นออกมาเหล่านี้จะทำให้เกิดเงามืดที่ลึกโพลน

และในเวลานี้เอง ที่ด้านหลังหินแหลมที่ยื่นออกมาเหล่านั้น มีเสือดาวสีดำสนิทฝูงหนึ่งยืนจ้องมองอยู่

"เสือดาวดำที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามันสินะ"

ลู่ชางจินตนาการได้ไม่ยากเลยว่า หากตนเองไม่มีเวทส่องสว่างเลเวลสูงๆ จุดจบจะเป็นอย่างไร

มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกเจ้าพวกนี้ลอบกัดเอา

ลู่ชางชูไม้เท้าเวทมนตร์ขึ้น

เขาสะบัดมือออกไป!

「เวทศรน้ำแข็ง (เลเวล: 90)」

ตูม!

ดวงตาของเสือดาวดำเบิกกว้าง ฉายแววไม่เชื่อสายตา

และส่วนท้องของมัน ก็ถูกศรน้ำแข็งที่แหลมคมและหมุนวนเจาะทะลุไปเสียแล้ว

ศรน้ำแข็งเจาะทะลุร่างกายของมันแล้วไปปะทะกับผนังถ้ำ นำพาเลือดและเกล็ดน้ำแข็งกระจายไปทั่ว

ศรน้ำแข็งเจ็ดดอก แยกกันเจาะทะลุเสือดาวดำเจ็ดตัวที่แตกต่างกัน

ฟุ่บ~!

เกือบจะในวินาทีถัดมา เสือดาวดำที่ซ่อนตัวอยู่บนผนังถ้ำเหล่านี้ก็พุ่งกระโจนลงมาอย่างรุนแรง

ทว่า ตอนนี้จำนวนของพวกมันลดลงไปอย่างมากแล้ว

ระหว่างการเป็นฝ่ายเริ่มก่อนกับฝ่ายที่รอรับ

สถานการณ์รุกรับได้เปลี่ยนรูปแบบไปนานแล้ว

ความเร็วของพวกมันรวดเร็วมาก แต่ยังไม่เร็วถึงขั้นที่สายตาจะมองตามไม่ทัน

ยิ่งไปกว่านั้น ในสภาวะที่อยู่กลางอากาศ

ลู่ชางยกมือขึ้นอีกครั้ง

ศรน้ำแข็งควบแน่นขึ้นมาในพริบตาอีกแล้ว... กลางอากาศที่ไม่มีที่ให้ยึดเหนี่ยวเพื่อหลบหลีกได้นั้น มันก็คือเป้านิ่งดีๆ นี่เอง

ตูม!

กลางอากาศนั้นเอง ศรน้ำแข็งห้าดอกได้เจาะทะลุทรวงอก หน้าท้อง และศีรษะของพวกมันไปในพริบตา

༺༻

จบบทที่ บทที่ 12 - อันตรายที่ซ่อนเร้น

คัดลอกลิงก์แล้ว