- หน้าแรก
- ทุกอาชีพของผม พรสวรรค์เป็นระดับพระเจ้าทั้งหมดเลยหรือ
- บทที่ 12 - อันตรายที่ซ่อนเร้น
บทที่ 12 - อันตรายที่ซ่อนเร้น
บทที่ 12 - อันตรายที่ซ่อนเร้น
บทที่ 12 - อันตรายที่ซ่อนเร้น
༺༻
อิซกล่าวว่า: "การสำรวจดันเจี้ยน การครอบครองวิธีการส่องสว่างถือเป็นเรื่องจำเป็น"
"ท่องตามข้านะ"
"แสงสว่างที่ส่องสว่างไปทั่วโลก จงทำให้สรรพสิ่งมีสีสันของตนเอง"
ภาษาที่เขาพูดไม่ใช่ภาษาสามัญ
แต่มันคือภาษาเวทมนตร์
ตลอดทางที่ผ่านมา อิซได้เติมความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ให้ลู่ชางมากมาย
ลู่ชางถึงได้รู้ว่า การร่ายเวทมนตร์นั้นต้องใช้ภาษาเฉพาะอีกชุดหนึ่ง
【ภาษาต้นกำเนิด】
ต้องใช้ภาษานี้ร่ายเวทเท่านั้น ถึงจะสามารถสื่อสารเพื่อให้มานาและธาตุเกิดการสั่นสะเทือนสอดประสานกันจนร่ายเวทได้สำเร็จ
มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะสามารถร่ายแบบไร้บทสวดได้
คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศในเวทบางประเภท หรือไม่ก็ต้องผ่านการฝึกฝนเวทบทนั้นมาแล้วนับหมื่นครั้ง จนสามารถวิจัยเวทบทนั้นจนถึงแก่นแท้
ลู่ชางท่องตามภาษาของเขา
ลู่ชาง: "แสงสว่างที่ส่องสว่างไปทั่วโลก จงทำให้สรรพสิ่งมีสีสันของตนเอง"
อิซ: "ข้าขออ้อนวอนต่อจูอาเพื่อแหล่งกำเนิดแสงเล็กๆ จงส่องสว่างถนนเบื้องหน้า"
ลู่ชาง: "ข้าขออ้อนวอนต่อจูอาเพื่อแหล่งกำเนิดแสงเล็กๆ จงส่องสว่างถนนเบื้องหน้า"
เอ๊ะ...
รู้สึกได้เลยว่าการร่ายในครั้งนี้ แตกต่างจากการร่ายเวทบทอื่น
อ้อนวอนต่อจูอางั้นเหรอ?
【เวทส่องสว่าง】
ปิ๊ง——
แสงสว่างจ้าจุดหนึ่งลอยเด่นอยู่เหนือหัวของลู่ชาง
「เวทส่องสว่าง (เลเวล: 5)——ร่นระยะเวลาการร่าย」
"อิซครับ ในบทร่ายของเวทบทนี้..."
ปัง!
ทว่า ลู่ชางยังถามคำถามไม่จบ เปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งก็ได้ระเบิดขึ้นที่ข้างหูของลู่ชาง!
อุณหภูมิที่ร้อนระอุทำให้ลู่ชางควบแน่นธาตุน้ำแข็งรอบตัวเพื่อป้องกันตามสัญชาตญาณ
เพื่อหักล้างคลื่นความร้อน
เขารีบหันไปมอง
ก็พบว่าค้างคาวตัวหนึ่งได้กลายเป็นถ่านดำตกลงบนพื้นดินไปแล้ว
อิซมีสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งขรึม: "ลู่ชาง ตอนนี้พวกเราเข้ามาในดันเจี้ยนแล้วนะ"
"ดันเจี้ยนคือสถานที่ที่มอนสเตอร์มารวมตัวกัน"
"การลดความระมัดระวังในสถานที่ที่อันตราย คือการกระทำที่อาจทำให้เจ้าต้องสูญเสียชีวิตได้"
ลู่ชางกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง แล้วพยักหน้าว่า: "ผมจะจำไว้ครับ อาจารย์อิซ"
โลกใบนี้ไม่มีหน้าต่างสถานะ และไม่มีค่าตัวเลขที่เป็นรูปธรรมอย่าง 「พลังชีวิต」 หรือ 「ค่ากายภาพ」 ให้ลู่ชางได้ตรวจสอบ
ลู่ชางไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของร่างกายตนเองเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ดูในตอนนี้ นอกเหนือจากมานาที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแล้ว สมรรถภาพร่างกายของตนเองก็ไม่ได้แตกต่างจากตอนที่เพิ่งข้ามมิติมาเท่าไหร่นัก
ร่างกายของคนธรรมดา ถ้าถูกอาวุธแหลมคมแทงทะลุเข้าจริงๆ ก็ตายได้
ต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่แล้วสิ...
ที่นี่ไม่ใช่เขตสงบสุขที่ไม่มีมอนสเตอร์อีกแล้ว ถ้าถูกฆ่าก็ตายจริงๆ
ลู่ชางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เขากลับมาสังเกตด้านหน้าอีกครั้ง
จู่ๆ ก็พบว่า เงาดำจำนวนนับไม่ถ้วนที่สะท้อนอยู่บนผนังถ้ำด้านบนนั้น ไม่ใช่เงาที่เกิดจากแสงส่องไปโดนหินผา
แต่มันคือค้างคาวสีดำทีละตัวๆ
และเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของลู่ชางที่จ้องมองไปที่พวกมัน พวกมันก็เริ่มสยายปีกออกทีละตัว เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานดั่งเลือด
"ค้างคาวเงา อาศัยอยู่ในถ้ำที่มืดมิด เวลาที่มันไม่ขยับตัวมันจะกลมกลืนไปกับเงาอย่างสมบูรณ์"
"หนึ่งในมอนสเตอร์ระดับหนึ่งที่อ่อนแอที่สุด ดันเจี้ยนประเภทถ้ำส่วนใหญ่จะเห็นร่องรอยของพวกมัน"
"วิธีการโจมตีคือการใช้ฟันแหลมคมฉีกกระชากและดูดเลือด"
"ในตัวพวกมันมีเชื้อโรคที่อ่อนแออยู่ แต่โรคชนิดนี้ปุโรหิตแห่งวิหารแห่งชีวิตสามารถรักษาให้หายได้โดยง่าย ดังนั้นความเป็นพิษของพวกมันจึงมักจะไม่ถูกนำมาพิจารณาในด้านการต่อสู้"
อิซอธิบายอยู่ข้างกายลู่ชาง
"ค้างคาวเงาระดับชั้นยอดสามารถโจมตีด้วยคลื่นเสียงได้ ส่วนราชาค้างคาวเงาระดับราชันมักจะดำรงอยู่ใสถานะเจ้าแห่งดันเจี้ยน"
ในขณะที่อธิบาย อิซก็โยนไม้เท้าเวทมนตร์ออกมาอันหนึ่ง
ลู่ชางรับไม้เท้ามาไว้ในมือ
นี่คือไม้เท้าขนาดเล็กที่ใช้ตอนเวทอสนีบาตเมื่อวานนั่นเอง
ค้างคาวงั้นเหรอ?
ใช้การโจมตีสายธาตุไฟแล้วกัน
「เวทบอลไฟ (เลเวล: 80)」
ฟู่!
ลู่ชางตวัดไม้เท้าเบาๆ รอบตัวเขาก็มีบอลไฟขนาดใหญ่ที่ร้อนระอุ 5 ลูกก่อตัวขึ้น!
ตูม!
ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม!
เกือบจะในพริบตา บอลไฟก็ได้พุ่งเข้าปะทะกับผนังถ้ำด้านบน
ค้างคาวทีละตัวๆ ยังไม่ทันจะได้บินขึ้น ก็กลายเป็นถ่านดำร่วงหล่นลงมา
「ค่าความชำนาญเวทบอลไฟ +12,000」
「ค่าความชำนาญเวทบอลไฟ +12,000」
「ค่าความชำนาญเวทบอลไฟ +15,000」
...
บอลไฟปะทุ!
เปลวเพลิงกระจาย!
ระเบิด!
เปลวเพลิงระเบิดต่อเนื่องกันไป ค้างคาวเงาตลอดทางนี้ยังไม่ทันจะได้เริ่มโจมตี ก็ถูกเปลวเพลิงกวาดจนเกลี้ยง
ค้างคาวทั้วหมดไม่สามารถทนทานการระเบิดเพียงครั้งเดียวของบอลไฟได้เลย
การใช้เวทมนตร์ฆ่ามอนสเตอร์เหล่านี้ ก็ได้รับค่าความชำนาญเช่นกัน!
แถมดูเหมือนว่า การได้รับค่าความชำนาญนี้จะไม่ใช่แค่ครั้งเดียวทิ้งเสียด้วย
ค้างคาวในโซนนี้ถูกกำจัดหมดแล้ว
กลับเพิ่มค่าความชำนาญเวทบอลไฟให้ลู่ชางถึง 680,000 แต้ม เวทบอลไฟเลื่อนระดับจากเลเวล 80 ขึ้นมาเป็นเลเวล 82
ทว่า อิซที่อยู่ข้างกายกลับส่งเสียงถอนหายใจออกมา
"น่าเสียดายจัง..."
"ค้างคาวพวกนี้ถูกเจ้าเผาจนเป็นถ่านไปหมดแล้ว"
"ไม่อย่างนั้น ศพของพวกมันน่าจะขายได้เงินไม่น้อยเลยนะ"
ที่แท้ก็มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ
"แต่ในกระบวนการฆ่ามอนสเตอร์ ศพของมอนสเตอร์จะเกิดความเสียหายบ้างก็เป็นเรื่องปกติ"
"ชื่อเฉิงนอกจากจะเป็นนักรบเลเวล 5 แล้ว เขายังเป็นผู้เก็บเกี่ยวเลเวล 3 ด้วยนะ"
"ปกติเสบียงของพวกเราเขาก็เป็นคนรวบรวมมาให้ ถ้าการสำรวจดันเจี้ยนไม่มีผู้เก็บเกี่ยวคอยตามมาด้วยล่ะก็ ผลกำไรจากของรางวัลก็จะลดลงไปเยอะเลยล่ะ"
ที่แท้ก็มีการแบ่งแยกอาชีพแบบนี้ด้วย
ดูแบบนี้แล้ว อาชีพสายเก็บเกี่ยวก็มีความจำเป็นมากจริงๆ นั่นแหละ
"แต่ว่า ครั้งนี้เป้าหมายหลักคือเพื่อให้เจ้าทะลวงขีดจำกัดมานา"
"ของรางวัลจะน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก"
ลู่ชางพยักหน้า
เขาเดินหน้าลึกเข้าไปข้างในต่อพร้อมกับอิซ
ในขณะเดียวกัน ลู่ชางยังถือโอกาสฝึกฝน 【เวทส่องสว่าง】 ไปด้วย
「เวทส่องสว่าง (เลเวล: 30)——ร่นระยะเวลาการร่าย ระยะเวลาที่แสดงผลนานขึ้น แหล่งกำเนิดแสงที่นุ่มนวลขึ้น ส่องสว่างเงาได้มากขึ้น ขจัดความมืด」
เวทส่องสว่างแตกต่างจากเวทมนตร์บทอื่น
ต่อให้เลเวลค่าความชำนาญจะขึ้นมาถึง 30 แล้ว ก็ยังคงจำเป็นต้องร่ายบทสวดอยู่
ทว่าเพียงแค่พึมพำในใจว่า "แสง"
ก็สามารถร่ายออกมาได้แล้ว
รู้สึกว่าเวทส่องสว่างจะมีความพิเศษกว่าเวทมนตร์บทอื่นอยู่บ้าง
เวทส่องสว่างที่เลเวล 30 นั้นราวกับเป็นไฟไร้เงา ภายในรัศมีที่มันส่องสว่างไปถึง จะไม่มีเงามืดหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
ในกระบวนการสำรวจลึกเข้าไปข้างใน ก็เจอค้างคาวประปรายอีกประมาณหลายสิบตัว
หลังจากฆ่าหมดแล้ว ก็ได้รับค่าประสบการณ์ความชำนาญมาอีกกว่าห้าแสนแต้ม
ทว่าครั้งนี้ลู่ชางใช้คมมีดสายลมฆ่า
แบบนี้ยังพอจะเหลือศพทิ้งไว้ได้บ้าง
ถึงแม้จะถูกสับจนเละเทะไปหมด แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่ถ่าน
มูลค่าก็น่าจะขยับจาก 0 มาเป็น 1 ได้ล่ะนะ
อิซเก็บศพมอนสเตอร์เหล่านี้เข้าสู่พื้นที่เก็บของส่วนตัวของเขา
เดินหน้าลึกเข้าไปต่อ
จู่ๆ พื้นที่ก็กว้างขวางขึ้นมาทันที ถ้ำสูงขึ้นมาอย่างมากในพริบตา ลู่ชางยังมองเห็นว่า บนผนังหินมีหินแหลมๆ ยื่นออกมามากมาย
ราวกับมีหนามแหลมงอกออกมาจากภายในชามที่คว่ำอยู่
หากเลเวลของเวทส่องสว่างยังต่ำอยู่ล่ะก็ แสงที่ส่องไปโดนหินที่ยื่นออกมาเหล่านี้จะทำให้เกิดเงามืดที่ลึกโพลน
และในเวลานี้เอง ที่ด้านหลังหินแหลมที่ยื่นออกมาเหล่านั้น มีเสือดาวสีดำสนิทฝูงหนึ่งยืนจ้องมองอยู่
"เสือดาวดำที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามันสินะ"
ลู่ชางจินตนาการได้ไม่ยากเลยว่า หากตนเองไม่มีเวทส่องสว่างเลเวลสูงๆ จุดจบจะเป็นอย่างไร
มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกเจ้าพวกนี้ลอบกัดเอา
ลู่ชางชูไม้เท้าเวทมนตร์ขึ้น
เขาสะบัดมือออกไป!
「เวทศรน้ำแข็ง (เลเวล: 90)」
ตูม!
ดวงตาของเสือดาวดำเบิกกว้าง ฉายแววไม่เชื่อสายตา
และส่วนท้องของมัน ก็ถูกศรน้ำแข็งที่แหลมคมและหมุนวนเจาะทะลุไปเสียแล้ว
ศรน้ำแข็งเจาะทะลุร่างกายของมันแล้วไปปะทะกับผนังถ้ำ นำพาเลือดและเกล็ดน้ำแข็งกระจายไปทั่ว
ศรน้ำแข็งเจ็ดดอก แยกกันเจาะทะลุเสือดาวดำเจ็ดตัวที่แตกต่างกัน
ฟุ่บ~!
เกือบจะในวินาทีถัดมา เสือดาวดำที่ซ่อนตัวอยู่บนผนังถ้ำเหล่านี้ก็พุ่งกระโจนลงมาอย่างรุนแรง
ทว่า ตอนนี้จำนวนของพวกมันลดลงไปอย่างมากแล้ว
ระหว่างการเป็นฝ่ายเริ่มก่อนกับฝ่ายที่รอรับ
สถานการณ์รุกรับได้เปลี่ยนรูปแบบไปนานแล้ว
ความเร็วของพวกมันรวดเร็วมาก แต่ยังไม่เร็วถึงขั้นที่สายตาจะมองตามไม่ทัน
ยิ่งไปกว่านั้น ในสภาวะที่อยู่กลางอากาศ
ลู่ชางยกมือขึ้นอีกครั้ง
ศรน้ำแข็งควบแน่นขึ้นมาในพริบตาอีกแล้ว... กลางอากาศที่ไม่มีที่ให้ยึดเหนี่ยวเพื่อหลบหลีกได้นั้น มันก็คือเป้านิ่งดีๆ นี่เอง
ตูม!
กลางอากาศนั้นเอง ศรน้ำแข็งห้าดอกได้เจาะทะลุทรวงอก หน้าท้อง และศีรษะของพวกมันไปในพริบตา
༺༻