เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ทัศนคติเหมารวมต่อจอมเวท

บทที่ 37 ทัศนคติเหมารวมต่อจอมเวท

บทที่ 37 ทัศนคติเหมารวมต่อจอมเวท


บทที่ 37 ทัศนคติเหมารวมต่อจอมเวท

หลังจากจัดการเป้าหมายไปได้หนึ่ง การโจมตีของอัศวินทิวโทนิกก็ดุดันยิ่งขึ้น

หลังจากนั้น พวกเขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยอัศวินเกราะที่ล้มลงไปถึงสี่เครื่อง และผู้ติดตามอัศวินที่สังเวยชีวิตไปเกือบครึ่ง ในที่สุดก็สามารถกวาดล้างผู้ติดตามอัศวินฝั่งศัตรูได้จนหมดสิ้น และคว่ำอัศวินการ์เตอร์ลงได้อีกหนึ่งเครื่อง

ในมุมมองผ่านสายตาของโมริน อัศวินเกราะที่ล้มลงเครื่องนั้นถูกอัศวินทิวโทนิกสามเครื่องเข้ารุมล้อมอย่างรวดเร็ว พวกมันใช้กระบองหัวหนามและขวานศึกที่เปล่งประกายเวทมนตร์ ฟาดทุบแขนขาและเกราะด้านหน้าจนแหลกเละครั้งแล้วครั้งเล่า...

นี่แหละคือการต่อสู้ระหว่างอัศวินเกราะ เป็นศึกสายเลือดที่ไม่มีการออมมือให้กันแม้แต่น้อย

ตอนนี้ บนสนามรบเหลืออัศวินเกราะของอัศวินการ์เตอร์เพียงสองเครื่องที่ยังคงยืนหยัดต้านทานอย่างยากลำบาก

พวกเขาสู้พลางถอยพลาง เห็นได้ชัดว่าเริ่มถอดใจและพยายามจะฝ่าวงล้อมออกไปทางจุดที่เปราะบางที่สุด

แต่ลุดวิกที่ถือไพ่เหนือกว่าไปแล้ว มีหรือจะยอมปล่อยโอกาสกวาดล้างศัตรูให้สิ้นซากไปง่ายๆ เขาแกว่งอาวุธแล้วพุ่งทะยานเข้าไปทันที

อัศวินเกราะเครื่องอื่นๆ เมื่อเห็นการกระทำของเขาก็พากันไล่ตามตีซ้ำ หมาดมั่นจะทิ้งเหยื่อสองตัวสุดท้ายนี้ไว้ที่นี่ให้จงได้

ทว่า ในจังหวะที่อัศวินทิวโทนิกกำลังจะคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาดใน 'การล่า' ครั้งนี้ ร่างในชุดคลุมยาวของจอมเวทก็พุ่งทะยานบินแหวกอากาศมาจากแดนไกลอย่างรวดเร็ว

ร่างนั้นหยุดชะงักลงกลางอากาศเหนือสนามรบอย่างกะทันหันในแบบที่ขัดต่อกฎฟิสิกส์ แล้วก้มมองลงมาเบื้องล่างอย่างเหนือกว่า

โมรินที่เห็นฉากนี้ ในใจก็เกิดลางสังหรณ์อันเลวร้ายพุ่งพล่านขึ้นมา

วินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น ครั้งนี้เป็นเสียงไซเรนเตือนภัยที่แสบแก้วหูเล็กน้อย

[สังกัดจักรวรรดิบริทาเนียอันศักดิ์สิทธิ์ กองพลจอมเวทไฮแลนด์: อาจารย์เวทระดับสูง  เอลดริตช์]

นี่คือจอมเวทไฮแลนด์ที่เกือบจะปะทะสายตากับโมรินตอนที่เขาออกไปลาดตระเวนแนวหน้านี่นา!

โมรินรู้ดีว่า การที่หมอนี่มาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือมาสนับสนุนอัศวินเกราะของอัศวินการ์เตอร์

และในขณะที่เขากำลังคิดว่าจอมเวทไฮแลนด์ผู้ลึกลับคนนี้กำลังจะทำอะไร เอลดริตช์ที่อยู่กลางอากาศก็ค่อยๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้น ทำท่าทางเหมือนกดทับลงมา ปากก็ร่ายมนตร์คาถาอันซับซ้อนฟังไม่รู้เรื่อง

จากนั้น เขาก็ชี้มือไปยังพื้นดินใต้เท้าของเหล่าอัศวินทิวโทนิกที่กำลังไล่ล่าอยู่เบื้องล่างจากระยะไกล

[คาถาวงแหวนที่ห้า - แปรสภาพหิน]

ฉับพลันนั้น ความเปลี่ยนแปลงก็บังเกิด!

ดินไหม้เกรียมอันแข็งกระด้างใต้เท้าของเหล่าอัศวินทิวโทนิก ราวกับกลายสภาพเป็นหนองน้ำที่ไหลทะลัก

พื้นดินบริเวณกว้างอ่อนตัวและกลายเป็นของเหลวอย่างรวดเร็ว แปรสภาพเป็นโคลนตมที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่

เหล่าอัศวินเกราะที่มีน้ำหนักรบรวมกว่าสิบตัน และผู้ติดตามอัศวินที่สวมเกราะพลังงานต่างก็เสียการทรงตัว ร่างอันหนักอึ้งจมลึกลงไปในบ่อโคลนอย่างควบคุมไม่ได้

"บัดซบ!"

เสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดของลุดวิกดังก้องในห้องนักบิน เขาพยายามบังคับหุ่นของตัวเองอย่างสุดชีวิตเพื่อสลัดให้หลุดจากโคลน แต่เสียงคำรามบ้าคลั่งของเครื่องยนต์สันดาปภายใน กลับแลกมาได้เพียงความเร็วในการจมที่มากยิ่งขึ้น

สถานการณ์ในสนามรบ พลิกกลับตาลปัตรไปโดยสิ้นเชิงภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

อัศวินเกราะของอัศวินการ์เตอร์สองเครื่องที่รอดชีวิตเดิมทีก็ยังลังเลอยู่บ้าง แต่เมื่อเอลดริตช์ชี้มือไปทางเซบียา พวกมันก็หันขวับกลับทิศทางอย่างไม่ลังเล แล้วรีบหนีออกจากพื้นที่นี้ไปอย่างรวดเร็ว

โมรินมองดูร่างดั่งเทพเจ้าบนท้องฟ้า ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงเหมือนถูกพลังแนวคิด 'จิตนิยม' กระทืบปางตายก็ผุดขึ้นมาในใจ

นี่น่ะหรือคือผู้ใช้เวทมนตร์ระดับสูงของโลกใบนี้?

เพียงแค่ขยับตัว ก็สามารถเปลี่ยนภูมิประเทศ และพลิกผลแพ้ชนะของศึกสมรภูมิย่อยๆ ได้แล้ว...

แถมยังมีตัวตนระดับอัศวินเกราะพวกนี้อยู่อีก นี่มันจะให้พวกทหารราบตาดำๆ เอาอะไรไปสู้? ทำได้แค่เป็นทหารเด็กถมแนวรบจริงๆ สินะ

สมองของโมรินหมุนจี๋ ความคิดหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามา

ไม่ได้! จะปล่อยให้มันร่ายเวทต่อไปไม่ได้!

เขารู้ดีว่าอัศวินเกราะของอัศวินทิวโทนิกเหล่านี้ มีความสำคัญต่อทหารราบแซกซอนอย่างพวกเขามากแค่ไหน หากปล่อยให้อัศวินเกราะเหล่านี้มาฝังร่างอยู่ที่นี่หมด ต่อไปพวกทหารราบก็เตรียมตัวพบกับหายนะได้เลย

โมรินเหลือบมองสัญลักษณ์บนแผนที่ระบบ ก็เห็นว่าข้างๆ ป้ายทหารพิเศษของจอมเวทคนนี้ ยังมีข้อมูลอีกบรรทัดหนึ่งพร้อมกับสัญลักษณ์รูปโล่

[สถานะ: กำลังร่ายเวทอย่างต่อเนื่อง, สามารถขัดจังหวะได้]

[เกราะเวทมนตร์ - ค่าความทนทานปัจจุบัน: 100%]

‘มันต้องอย่างนี้สิ จะเป็นไปได้ยังไงที่ไม่มีจุดอ่อนเลย แบบนั้นจะเล่นยังไงล่ะ’

‘พวกจอมเวทคงจะใช้ชีวิตสุขสบายมานานเกินไปสินะ ถึงได้โผล่หน้ามาร่ายเวทอยู่กลางอากาศเหนือสนามรบแบบไม่เกรงใจใครขนาดนี้ ทหารราบสมัยก่อนต้องกลัวจอมเวทขนาดไหนกันเนี่ย…’

เมื่อเห็นข้อมูลบรรทัดนี้ โมรินก็เริ่มมีความมั่นใจขึ้นมาทันที เพราะถ้าจอมเวทประเภทนี้ร่ายเวทแล้วห้ามขัดจังหวะ มันก็โกงเกินไปแล้ว

"หมวดสาม! ทุกนายเตรียมพร้อม! เป้าหมายคือจอมเวทบนท้องฟ้านั่น! ยิง! ยิงอิสระ!!"

โมรินตะโกนสั่งการทหารใต้บังคับบัญชาเสียงดังลั่น

ทหารหมวดสามที่หมอบอยู่บนที่สูงชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้ ต่างพากันอยู่ในท่านอนยิง เล็งปืนไปยังร่างที่อยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้ากว่าสามร้อยเมตร

"ปัง!"

ทันทีที่โมรินเปิดฉากยิงนำ ปืนไรเฟิล Gew.98 หลายสิบกระบอกก็พ่นไฟออกมาพร้อมกัน

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ทำลายความเงียบสงบชั่วครู่บนที่สูงแห่งนี้

การกระทำของโมริน เปรียบเสมือนการจุดชนวนระเบิด

ทหารกองพลนานาชาติที่อยู่ข้างๆ เมื่อเห็นดังนั้น ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ทุกคนต่างรู้ดีว่าจะปล่อยให้จอมเวทคนนี้มากวาดล้างอัศวินเกราะฝ่ายตัวเองไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้ ดังนั้นภายใต้คำสั่งของผู้บัญชาการเคราดก พวกเขาจึงพากันยกปืนขึ้นยิง

วินาทีต่อมา พันตรีโทมัส ผู้บัญชาการกองพันที่ 1 และนายทหารคนอื่นๆ รวมถึงร้อยเอกเฮาเซอร์ก็รู้สึกตัวขึ้นมา ทหารรบที่เหลือรอดกว่าสามร้อยนายของกองพันที่ 1 ทั้งหมดต่างหันปากกระบอกปืนขึ้นสู่ท้องฟ้า

ตาข่ายกระสุนจากปืนไรเฟิลนับร้อยกระบอก ระดมสาดเทเข้าใส่เอลดริตช์

แม้วาการยิงเป้าหมายขนาดเท่าคนจากระยะไกลกว่าสามร้อยเมตร จะเป็นความท้าทายระดับหนึ่งสำหรับปืนไรเฟิลที่ใช้ศูนย์เล็งกลไก ทำให้อัตราความแม่นยำได้รับผลกระทบไปบ้าง

แต่ปริมาณที่มากพอก็สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพได้ ภายใต้พายุห่ากระสุนที่หนาแน่นเช่นนี้ ก็มีกระสุนจำนวนไม่น้อยที่พุ่งชนเป้าหมายอย่างแม่นยำ

รอบกายของเอลดริตช์ โล่พลังงานโปร่งใสชั้นหนึ่งเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมอย่างต่อเนื่อง นั่นคือผลของ เกราะเวทมนตร์

เดิมทีเขาตั้งใจจะร่ายเวทต่อไป เพื่อฝังกลบพวกอัศวินทิวโทนิกเวรตะไลให้มิดดิน จะได้คว้าชัยชนะทางยุทธวิธี และแปรเปลี่ยนชัยชนะนี้ให้เป็นความได้เปรียบ

แต่การโจมตีอย่างต่อเนื่องของกระสุนฟูลพาวเวอร์ 7.92 มม. ก็ทำให้รอยร้าวบนโล่พลังงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สีหน้าของเอลดริตช์ดูย่ำแย่ลง เกราะเวทมนตร์ ไม่ใช่สิ่งไร้เทียมทาน โดยพื้นฐานแล้วมันเป็นเพียงคาถาวงแหวนที่หนึ่งเท่านั้น

แม้ว่าเกราะเวทมนตร์ ที่ร่ายจากระดับของเขา จะมีขีดจำกัดพลังป้องกันสูงกว่าจอมเวทระดับล่างคนอื่นๆ มาก แต่ก็มีขีดจำกัดสูงสุดเช่นกัน

ย้อนกลับไปสมัยที่เขายังเป็นแค่เด็กฝึกหัดและกำลังศึกษาอยู่ที่หอคอยเวทสกอตแลนด์ เขาเคยได้ยินคำเตือนของจอมเวทอาวุโสในห้องเรียนว่า

"ถึงแม้พวกเราจะสามารถจัดการพวกทหารเดินดินได้อย่างง่ายดาย แต่ก็จงอย่าพยายามใช้ร่างกายปะทะกับอาวุธปืนเด็ดขาด และอย่าคิดว่าแค่ร่ายเวทป้องกันตัวแล้ว จะสามารถเมินเฉยต่อการโจมตีจากอาวุธปืนได้อย่างสมบูรณ์"

ตัวอย่างที่โด่งดังที่สุดในเรื่องนี้ คือโศกนาฏกรรมเมื่อกว่ายี่สิบปีก่อน ที่มีจอมเวทระดับสูงของไฮแลนด์คนหนึ่งใช้ เกราะเวทมนตร์ รับมือการโจมตีจากปืนใหญ่ของศัตรูตรงๆ ผลก็คือถูกยิงจนกลายเป็นเศษเนื้อแหลกเหลวไปพร้อมกับโล่พลังงาน

เพียงแต่ในการรบที่เอลดริตช์ไปสนับสนุนดินแดนอาณานิคมก่อนหน้านี้ เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นบนสนามรบ พวกทหารเดินดินมักจะหวาดกลัวจนสิ้นใจสู้และหันหลังวิ่งหนีไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการหันมาโจมตีเขาเลย

ทว่าในวันนี้ ความเข้าใจนั้นกลับถูกทลายลง ภายใต้การโจมตีของทหารแซกซอน

เขาไม่คิดเลยว่า ทหารราบเดินดินที่เป็นเหมือนมดปลวกในสายตาเขา กลับสามารถใช้รูปแบบนี้มาคุกคามเขาได้

ในที่สุด ในเสี้ยววินาทีก่อนที่โล่พลังงานจะพังทลายลง เขาจำต้องล้มเลิกการร่ายเวทอย่างต่อเนื่อง แล้วเริ่มบินหลบหลีกกลางอากาศ

โคลนตมบนพื้นดินแข็งตัวกลับเป็นสภาพเดิมอย่างรวดเร็ว แต่อัศวินทิวโทนิกกว่าครึ่งร่างได้จมลงไปแล้ว และไม่อาจขยับเขยื้อนได้

เอลดริตช์ถลึงตาจ้องมองทหารราบเบื้องล่างที่ยังคงสาดกระสุนไม่หยุดอย่างอาฆาตมาดร้าย เพิ่งจะเตรียมใช้คาถาอื่นที่เตรียมไว้ในช่องเวทมนตร์ เพื่อสั่งสอนให้พวกมดปลวกเหล่านี้ต้องเสียใจที่บังอาจยิงปืนใส่เขา

ทว่าพลุสัญญาณสีขาวที่พุ่งขึ้นจากเขตเมืองเซบียาด้านหลัง กลับมาขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของเขาเสียก่อน

นั่นคือสัญญาณล่าถอยของกองกำลังผสม...

"พวกไร้น้ำยาเอ๊ย!"

เอลดริตช์สบถด่าด้วยความโกรธแค้น ท้ายที่สุดก็ร่ายคาถาโล่ออกมาอีกครั้งเพื่อขวางกั้นเบื้องหน้าตน จากนั้นก็บินมุ่งหน้าไปทางเซบียาโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

จบบทที่ บทที่ 37 ทัศนคติเหมารวมต่อจอมเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว