- หน้าแรก
- รุ่งอรุณแห่งอินทรีเหล็ก
- บทที่ 25 ความช็อกเล็กๆ จาก IED
บทที่ 25 ความช็อกเล็กๆ จาก IED
บทที่ 25 ความช็อกเล็กๆ จาก IED
บทที่ 25 ความช็อกเล็กๆ จาก IED
ทหารของกองทัพฝ่ายกษัตริย์ต่างลังเลใจ ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครรู้ว่ามีอันตรายอะไรซ่อนอยู่หลังบานประตู
"ข้างในไม่มีคนรอดแล้ว"
นักเวทย์ฝึกหัดที่เดินตามหลังพวกทหารเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงแฝงความหงุดหงิดเล็กน้อย
พวกทหารจึงค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เตรียมจะผลักประตูห้องเข้าไป
ส่วนนักเวทย์ฝึกหัดคนนี้ ในท้ายที่สุดก็ยังคงร่ายคาถา [เกราะเวทมนตร์] ใส่ตัวเองอย่างเงียบเชียบ แสงแห่งพลังเวทมนตร์ที่แทบจะมองไม่เห็นปกคลุมไปทั่วร่างของเขา
ทหาร 3 นายเดินแยกกันไปที่ประตู 3 บาน พวกเขาสบตากัน ก่อนจะออกแรงพร้อมกัน ผลักประตูเปิดออกอย่างแรง
ทว่าครั้งนี้ การระเบิดที่คาดคิดไว้ไม่ได้เกิดขึ้น
ภาพในห้องทำเอาทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
ในห้องซ้ายและขวา มีศพนายทหารนอนจมกองเลือดอยู่ห้องละศพ สภาพการตายดูน่าสยดสยอง
ส่วนในห้องตรงกลางที่ใหญ่ที่สุด มีศพ 2 ร่างพัวพันกันอยู่ในท่าทางที่อุจาดตาอย่างยิ่ง หนึ่งในนั้นคือพันโทฮวนที่พวกเขากำลังตามหา
"เกิดเรื่องแล้ว! รีบไปรายงานท่านนายพลเร็วเข้า!" นายทหารคนหนึ่งตะโกนสั่งทหารข้างกายทันที
ทหารนายนั้นรับคำสั่งแล้วก็รีบวิ่งหน้าตั้งลงบันไดไป
นักเวทย์ฝึกหัดและทหารคนอื่นๆ หลังจากกวาดตามองพื้นที่ส่วนอื่นของห้องอย่างละเอียดแล้ว จึงเดินเข้าไปในห้องตรงกลาง
กลิ่นคาวเลือด แอลกอฮอล์ และกลิ่นโคโลญจน์บางอย่างผสมปนเปกันลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้
"จับพวกมันแยกออกจากกัน"
นักเวทย์ฝึกหัดที่ดูเหมือนจะรักความสะอาดบีบจมูกตัวเอง พลางออกคำสั่งกับพวกทหารด้วยความรังเกียจ
นายทหารพยักหน้าให้ทหารคนอื่น ทหาร 2 นายก้าวออกไป ออกแรงดึงร่างของฮวนและนายทหารอีกคนออกจากกันอย่างยากลำบาก
จังหวะที่พวกเขากระชากอย่างแรง และกำลังจะแยกศพที่แข็งทื่อทั้ง 2 ร่างออกจากกันได้สำเร็จ ก็รู้สึกเหมือนมีเส้นด้ายเล็กๆ บางอย่างขาดผึง
วินาทีต่อมา เสียง "ฟู่ๆ" ถี่ยิบก็ดังขึ้น เพียงแต่ทุกคนยังไม่ทันแยกแยะได้ว่านั่นคือเสียงอะไร
และเมื่อศพทั้ง 2 ร่างถูกแยกออกจากกันในที่สุด ก้อนเหล็กทรงกลม 7 ลูกก็ร่วงหล่นลงมาจากระหว่างร่าง กลิ้งกระทบพื้นเสียงดังกริ๊งกรั๊ง
ทุกคนในห้องเบิกตากว้าง
นักเวทย์ฝึกหัดหนุ่มใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตา ในหัวเขามีความคิดลอยขึ้นมาแค่เรื่องเดียว
หนี!
ทว่ามันสายไปแล้ว
"ตูม!!!"
เมื่อการระเบิดระลอกที่ 2 ที่รุนแรงยิ่งกว่าเกิดขึ้น อาจารย์เวทระดับสูงเอลดริตช์และผู้บังคับกองพลที่ 24 อัสตร้าที่เพิ่งมาถึงนอกตึกเล็ก ก็เห็นเปลวเพลิงและควันโขมงพุ่งทะลักออกมาจากหน้าต่างชั้นสองพอดี
แรงระเบิดมหาศาลซัดหน้าต่างในห้องแตกละเอียดคาที่ ยกเว้นนักเวทย์ฝึกหัดคนนั้น ทหารกองทัพฝ่ายกษัตริย์คนอื่นๆ และผู้ติดตามของเขาก็สิ้นใจไปทั้งหมด
โชคดีที่ได้ [เกราะเวทมนตร์] ชั้นนั้นช่วยไว้ นักเวทย์ฝึกหัดผู้โชคร้ายจึงไม่ได้ตายคาที่
หากโมรินรู้ผลลัพธ์นี้ เขาคงต้องกุมขมับถอนหายใจ แล้วบ่นอุบว่าดินปืนปืนไรเฟิลแค่ 50 กรัมในระเบิดมือแต่ละลูก อานุภาพมันยังอนุรักษ์นิยมเกินไปหน่อย
พร้อมกันนั้น เขาคงจะเสียใจอย่างสุดซึ้ง ว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ทิ้งระเบิดมือที่เหลือเอาไว้ให้หมด
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้ตายในทันที แต่สภาพของนักเวทย์ฝึกหัดคนนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก
สะเก็ดระเบิดนับไม่ถ้วนที่เกิดจากการระเบิดพร้อมกันของระเบิดมือทั้ง 7 ลูก เจาะทะลุขีดจำกัดการป้องกันของคาถาวงแหวนที่หนึ่งของเขาได้อย่างง่ายดาย
คลื่นกระแทกในระยะประชิดซัดร่างเขาปลิวว่อนราวกับกระสอบขาดๆ ร่างกายเต็มไปด้วยสะเก็ดระเบิดฝังลึก ก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจังจนสลบเหมือดไปคาที่ ดูทรงแล้วคงร่อแร่เต็มทน
เมื่อมองใบหน้าของอาจารย์เวทระดับสูงข้างกายที่มืดครึ้มจนแทบจะบีบน้ำออกมาได้ นายพลซานฮูร์โฆก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
ทหารเลวกับนายทหารลูกน้องตัวเองตายไปสองสามคนไม่ใช่เรื่องใหญ่ เขาไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยสักนิด เผลอๆ ตำแหน่งที่ว่างลงยังใช้ดึงดูดให้คนอื่นมา 'ซื้อ' ได้อีกต่างหาก
แต่การตายของนักเวทย์จากกองพลจอมเวทไฮแลนด์แห่งจักรวรรดิบริทาเนียอันศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้เป็นแค่นักเวทย์ฝึกหัด มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะเคลียร์ได้ง่ายๆ!
"ปิดเมือง! ค้นให้ทั่วทุกบ้าน! จับตัวคนที่น่าสงสัยมาให้หมด!"
นายพลซานฮูร์โฆแทบจะคำรามตอนออกคำสั่ง
ตอนนี้เขาแค่อยากจับตัวฆาตกรให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้คำอธิบายกับชาวบริทาเนียที่กำลังเดือดดาล
คำสั่งนี้ทำให้กองทัพฝ่ายกษัตริย์ทั่วทั้งเมืองเซบียาเคลื่อนไหว พวกเขาทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่การไล่ล่า บุคคลต้องสงสัย ภายในเมือง
และนั่นก็ทำให้เส้นทางการถอนตัวของพวกโมรินรวมถึงเด็กสาวทั้ง 3 และครอบครัว ราบรื่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อโมรินพาทีมลาดตระเวนของเขากลับมาถึงค่ายชั่วคราวของกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 33 ด้วยสภาพฝุ่นเกรอะกรัง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดสลัวแล้ว
พวกเขายังไม่ทันได้ดื่มน้ำสักอึก ก็รีบร้อนไปที่กองบัญชาการกองพันทันที
พันตรีโทมัสผู้บังคับกองพันกำลังสุมหัวดูแผนที่กับนายทหารคนอื่นๆ ในกองบัญชาการ เมื่อเห็นพวกโมรินกลับมาอย่างปลอดภัย เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ผ่านไปไม่นาน ร้อยเอกเฮาเซอร์ที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่กองบัญชาการกองพัน พอเห็นโมรินและสิบโทบาวมันน์กับคนอื่นๆ กลับมาครบถ้วนแบบไร้รอยขีดข่วน เขาก็ปรี่เข้าไปสวมกอดทีละคนอย่างแรง
"แล้วผลการลาดตระเวนเป็นยังไงบ้าง? ร้อยตรีโมริน พบการซุ่มโจมตีของศัตรูไหม?"
พันตรีโทมัสปรับโหมดอย่างรวดเร็ว และถามคำถามที่เขาห่วงที่สุดออกไป
"รายงานท่านพันตรี จากสถานการณ์ตลอดการลาดตระเวน ศัตรูไม่ได้ดักซุ่มโจมตีครับ แต่ถอยร่นเข้าไปในตัวเมืองเซบียาจนหมด!"
โมรินเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะโยนระเบิดลงกลางวงว่า "ดังนั้น พวกเราเลยแวะเข้าไปในเมืองเซบียามาครับ"
ทั้งกองบัญชาการเงียบกริบลงในพริบตา
พันตรีโทมัสและร้อยเอกเฮาเซอร์ถึงกับสตั๊น ทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บนใบหน้าแปะป้ายคำว่า "แกล้อฉันเล่นใช่มั้ย" เอาไว้ชัดเจน
ฉันแค่ให้แกไปลาดตระเวนรอบๆ ดูว่ามีทหารดักซุ่มมั้ย แล้วทำไมแกถึงได้ลอบเข้าไปในเมืองของศัตรูเลยวะเนี่ย?
คิดว่าไปเดินตลาดสดหรือไง?
พันตรีโทมัสรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฟังนิทานหลอกเด็ก
ส่วนร้อยเอกเฮาเซอร์ หลังจากผ่านการรบเมื่อเช้ามาก็ไว้ใจโมรินมากๆ แล้ว แต่ตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะถามอย่างเคลือบแคลงใจว่า
"ร้อยตรี นายตระหนักมั้ยว่านายกำลังพูดอะไรออกมา?"
"ท่านครับ ผมรู้ตัวดีครับว่ากำลังพูดอะไร!"
โมรินไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ เขาเพียงแค่รายงานสิ่งที่เห็นและได้ยินมาตลอดทางอย่างรวบรัด ไม่ว่าจะเป็นการวางกำลังป้องกันของกองทัพฝ่ายกษัตริย์ที่ที่สูงนอกเมือง การมีอยู่ของปืนใหญ่มาจิกไรต์ สถานการณ์การเข้ามาประจำการของกองพลที่ 24 และชาวบริทาเนีย รวมถึงสิ่งที่พวกเขาต้องเจอในเมือง
ฟังคำบรรยายของโมรินจบ สีหน้าของโทมัสและเฮาเซอร์ก็ยิ่งดูไม่จืด
แต่งเรื่องได้... เป็นตุเป็นตะใช้ได้เลยนะ
จังหวะที่พันตรีโทมัสเตรียมจะตั้งข้อสงสัย โมรินก็ล้วงเอาบัตรประจำตัวนายทหารกับเข็มกลัดนายทหารเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้ววางลงบนโต๊ะ
"นี่คือบัตรประจำตัวของผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 126 ของกองทัพราชอาณาจักรอารากอน พันโทฮวน เด ริเบรา ครับ"
จากนั้น เขาก็รับปืนพกลูกโม่ที่ถูกทำมาอย่างประณีตจากมือสิบโทบาวมันน์ แล้ววางลงบนโต๊ะเช่นเดียวกัน
"นี่คือปืนพกประจำตัวนายทหารของเขาครับ"
ความสงสัยและไม่เชื่อทั้งหมดในกองบัญชาการ ถูกของสองสิ่งนี้อุดปากกลับไปจนหมด
พันตรีโทมัสหยิบบัตรประจำตัวนายทหารที่ยังมีกลิ่นคาวเลือดติดอยู่ขึ้นมาเปิดดู
แล้วก็หยิบปืนพกลูกโม่ที่หนักอึ้งขึ้นมา นี่คือปืนพกประจำตัวของนายทหารบริทาเนีย ซึ่งถูกส่งมอบให้กองทัพราชอาณาจักรอารากอนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือด้านอาวุธ
ความสงสัยทั้งมวลสลายไปในอากาศในวินาทีนี้
เขาเงยหน้าขึ้นมา พิจารณาร้อยตรีหนุ่มตรงหน้าใหม่อีกครั้ง และพบว่าตัวเองเหมือนจะไม่เคยรู้จักชายคนนี้จริงๆ เลยสักนิด