เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 ฉันไม่ต้องการพรแบบนี้! (1)

บทที่ 43 ฉันไม่ต้องการพรแบบนี้! (1)

บทที่ 43 ฉันไม่ต้องการพรแบบนี้! (1)


อันหนิงใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ต่อมาอีก 60 ปี เธอครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิตและทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดไปกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและการปรุงยา

เริ่มจากการเพาะพันธุ์พืชที่เหมาะสำหรับปลูกในทะเลทราย เปลี่ยนผืนทรายกว้างใหญ่ให้กลายเป็นโอเอซิสเขียวขจี จากนั้นเธอก็พัฒนาพืชที่ช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีทั้งสายพันธุ์ทางน้ำและทางบก

สายพันธุ์ทางน้ำถูกนำไปปลูกในแม่น้ำ ลำคลอง และทะเลเพื่อบำบัดน้ำเสีย ส่วนสายพันธุ์ทางบกถูกนำไปปลูกเพื่อปรับปรุงคุณภาพดินและฟอกอากาศให้บริสุทธิ์

ด้วยผลงานเหล่านี้ อันหนิงได้รับรางวัลมากมายทั้งในและต่างประเทศ ในขณะเดียวกัน เธอก็กลายเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 21 ที่ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างให้ความเคารพเลื่อมใส

ทางด้านหลินอันผิง ด้วยการสนับสนุนของอันหนิง เขาสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยในสาขาการบริหารธุรกิจ หลังจากเรียนจบเขาก็กลับมาบริหารโรงงานของครอบครัว นำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของหมู่บ้านเสี่ยวกูส่งออกไปไกลถึงต่างแดน

ส่วนหลินอ้ายกั๋วและหวังชุ่ยฮวา ทั้งคู่ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมั่งคั่งและสงบสุข นอกจากเรื่องที่อันหนิงไม่แต่งงานแล้ว พวกเขาก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเสียใจหรือเสียดายอีกเลย

อันหนิงเสียชีวิตในวัย 70 กว่าปี อัฐิของเธอถูกฝังไว้ที่หมู่บ้านเสี่ยวกู คุณงามความดีที่เธอสร้างไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์สืบไป

เมื่ออันหนิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่า จากนั้นก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู "ฮือ... หนิงหนิง ในที่สุดฉันก็ได้เจอเธอแล้ว ฉันนึกว่าเธอจะไม่ต้องการฉันแล้วเสียอีก"

แววตาของอันหนิงฉายแววอ่อนโยนออกมาวูบหนึ่ง "ตื่นมาเมื่อไหร่ล่ะ?"

"เพิ่งตื่นตะกี้นี้เอง เพราะโลกที่แล้วเธอสะสมแต้มบุญและพลังงานไว้มากพอ ฉันถึงกลับมาตื่นได้อีกครั้ง"

"อันซิน... ฉันดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้งนะ" อันหนิงยกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นสดใสยิ่งกว่าแสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิ

"เล่าให้ฟังหน่อยสิ โลกที่แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?"

เบื้องหน้าของอันหนิงปรากฏร่างจำแลงที่ดูเลือนลาง เป็นลูกแมวสีขาวบริสุทธิ์ ตัวเล็กเท่าฝ่ามือ ดูมุ้งมิ้งและน่ารักเกินห้ามใจ

เจ้าแมวน้อยออดอ้อนอันหนิง "หนิงหนิง ขอกอดหน่อยสิ"

อันหนิงยื่นมือไปอุ้มแมวน้อยมาไว้ในอ้อมอก "อันซิน ทำไมเธอถึงตัวเล็กลงขนาดนี้ล่ะ?"

แมวน้อยเบิกตากลมโต ย่นจมูกเล็กน้อย "ก็เพราะเจ้าเทพเจ้าบ้าบอนั่นน่ะสิ เพื่อจะสลัดหลุดจากมัน พวกเราต้องเสียแรงไปมหาศาล ทุกอย่างที่สะสมมาเป็นล้านๆปีกลายเป็นความว่างเปล่า พลังของฉันก็เหลืออยู่นิดเดียว เลยตัวหดเหลือแค่นี้แหละ ถ้าโลกที่แล้วเธอไม่ได้ทำบุญสร้างกุศลไว้มากมาย ฉันคงไม่มีวันตื่นขึ้นมาได้อีกตลอดกาล"

อันหนิงฟังอันซินบ่นพึมพำ ในใจรู้สึกปวดร้าวเมื่อคิดว่าเพื่อนตัวน้อยอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก

หลังจากอันซินบ่นจนหนำใจ มันก็ส่งพล็อตเรื่องที่แท้จริงของโลกที่แล้วให้อันหนิง

เป็นไปตามที่อันหนิงคาดไว้ หลินอันเจี๋ยคือหญิงสาวผู้กลับชาติมาเกิด

ในชาติแรก หลินอันเจี๋ยไม่ชอบซูจื้อเฉียง เธอจึงหนีตามเซวียเฟิงลงไปทางใต้ คนสองคนที่ไม่มีทักษะการเอาตัวรอดหนีไปยังเมืองที่ไม่รู้จัก ย่อมจินตนาการได้ว่าชีวิตลำบากเพียงใด

ความจริงแล้วเซวียเฟิงดีกับหลินอันเจี๋ยมาก เขาไม่กลัวความลำบากหรืองานหนัก ยอมทำงานงกๆเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูเธอ แต่ทว่าเขามีกำลังไม่มากและไม่มีวุฒิการศึกษา เงินที่หามาได้จึงเป็นเพียงเศษเงิน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของหลินอันเจี๋ยที่ถูกแสงสีในเมืองใหญ่บังตา

เซวียเฟิงหน้าตาดีและมีน้ำเสียงที่ไพเราะ ร้องเพลงก็เก่ง เพื่อที่จะมีเงินใช้ หลินอันเจี๋ยจึงบังคับให้เซวียเฟิงไปร้องเพลงในบาร์

ส่วนตัวหลินอันเจี๋ยเองก็ไปทำงานในคลับ และเริ่มไปโปรยเสน่ห์เกาะแกะกับพวกผู้ชายมีเงิน

เพื่อที่จะสะบัดเซวียเฟิงทิ้ง เธอถึงขั้นใส่ความว่าเซวียเฟิงนอกใจ บอกว่าเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพวกผู้หญิงในบาร์ จนสุดท้ายเซวียเฟิงเสียใจอย่างหนักและตัดใจจากเธอ ไปใช้ชีวิตกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบมาฟังเขาร้องเพลงและรักเขาจริงๆ

ในขณะที่หลินอันเจี๋ยเปลี่ยนผู้ชายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งชีวิตตกอับและซัดเซพเนจรกลับมาบ้านเกิด เธอก็ต้องช็อกเมื่อพบว่าอันหนิงที่แต่งงานแทนเธอกลับมีชีวิตที่สุขสบายอย่างยิ่ง ส่วนซูจื้อเฉียงก็กลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว

เมื่อหลินอันเจี๋ยตายแล้วได้โอกาสเกิดใหม่เป็นครั้งที่สอง ด้วยความอิจฉาริษยาอันหนิงเข้ากระดูกดำ เธอจึงหาทางวางแผนทำร้ายอันหนิงทุกวิถีทาง ไม่ใช่แค่การวางยา แต่ยังขโมยใบแจ้งผลการเรียนเพื่อตัดอนาคตไม่ให้อันหนิงได้เข้ามหาวิทยาลัย

สุดท้ายเจ้าของร่างเดิมก็ถูกหลินอันเจี๋ยผลักไสให้แต่งงานกับไอ้สารเลวที่ชอบใช้ความรุนแรง จนต้องถูกทุบตีตายอย่างน่าอนาถ

เมื่อได้รับรู้พล็อตเรื่องทั้งหมด อันหนิงก็กระตุกยิ้มเย็นชา "ในชาติที่สอง ชีวิตของหลินอันเจี๋ยก็คงไม่ได้ดีเด่อะไรนักหรอกใช่ไหม?"

อันซินพยักหน้าหงึกๆ "ใช่แล้วล่ะ"

หลังจากอันหนิงตายไป หลินอันเจี๋ยถึงได้รู้ซึ้งว่าซูจื้อเฉียงน่ะไม่มีอะไรเลย เขาปลูกผักโรงเรือนไม่เป็น เลี้ยงสัตว์ก็ไม่ได้เรื่อง สุดท้ายหลินอันเจี๋ยต้องออกหน้าไปทำมาค้าขายเอง

ต่อมาเธอก็โดนหลอกจนขาดทุนย่อยยับจนต้องกลับไปสู่อาชีพเดิม คือการยอมเป็นเมียน้อยให้พวกผู้ชายมีเงินเลี้ยงดู

อันซินส่งเสียงเล็กๆที่ฟังดูมุ้งมิ้งแต่แฝงความน้อยใจ "ความจริงแล้วอันหนิงคือบุตรแห่งโชคชะตาของโลกใบนั้น หลังจากที่เธอช่วยให้ซูจื้อเฉียงร่ำรวย เธอก็ยังหาทางสอบเข้ามหาวิทยาลัยจนได้ ต่อมาเธอก็เพาะพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงและพืชสายพันธุ์พิเศษมากมาย ทำให้โลกนั้นเจริญรุ่งเรืองและกฎเกณฑ์ของโลกสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น"

อันหนิงพยักหน้าเข้าใจ "ฉันเข้าใจแล้ว พระเจ้าหรือไอ้เทพเจ้าบ้านั่นต้องอยากจะสูบพลังงานจากโลกนั้นเพื่อเข้าควบคุมแน่ๆ มันถึงได้ส่งหลินอันเจี๋ยให้กลับมาเกิดใหม่เพื่อฆ่าอันหนิงและป่วนกฎเกณฑ์ของโลกให้วุ่นวาย พอโลกเกิดความโกลาหล เขาถึงจะฉวยโอกาสฮุบโลกใบนั้นไปได้"

อันหนิงยิ้มอย่างผู้ชนะ "แต่ตอนนี้พวกเราดึงโลกกลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องแล้ว กฎเกณฑ์ของโลกย่อมมอบแต้มบุญและพลังงานมหาศาลเป็นการตอบแทน"

เธอเอื้อมมือไปลูบขนยาวนุ่มสลวยของอันซิน "ป่านนี้เทพนั่นคงโกรธจนอกแตกตายที่ไม่ได้พลังงานไปเลยสินะ"

อันซินหัวเราะร่า "พวกเราต้องขยันทำภารกิจ กอบกู้โลกใบเล็กๆให้ได้มากๆเพื่อไม่ให้มันได้พลังงานไปอัปเกรดตัวเอง พอพวกเราสะสมพลังงานได้มากพอ เมื่อไหร่... พวกเราจะกลับไปแก้แค้นมัน!"

"ตกลง" อันหนิงพยักหน้า "ไปโลกต่อไปกันเถอะ"

อันซินเริ่มทำการคัดเลือกโลกใบใหม่ ผ่านไปครู่หนึ่ง มันก็ยื่นอุ้งเท้าไปกดกลางอากาศ "หนิงหนิง เตรียมตัวให้พร้อม เป้าหมายคือ โลกโบราณหมายเลข 118!"

อันหนิงรู้สึกมึนงงวูบหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็ได้ยินเสียงถอนหายใจดังอยู่ข้างกาย

เสียงของผู้หญิงที่ดูมีอายุแว่วเข้าหู "โถ่... หนิงหนิงของแม่จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย? ใครจะไปรู้ว่าไอ้คนใจคออำมหิตนั่นจะคิดไม่ซื่อ ตอนที่มาสู่ขอหนิงหนิงของพวกเราพูดซะดิบดี พอสอบติดจิ้นซื่อเข้าหน่อยก็กลับกลอกไม่เห็นหัวคน..."

ตามมาด้วยเสียงห้าวๆของผู้ชายที่ฟังดูเดือดดาล "ไอ้สารเลว! ถ้าข้ารู้ว่ามันเป็นคนพรรค์นี้แต่แรก ต่อให้ตายข้าก็ไม่มีวันยกลูกสาวให้มันเด็ดขาด!"

อันหนิงยังคงหลับตาอยู่พลางสื่อสารกับอันซิน "ส่งข้อมูลโลกนี้มาให้ฉันที"

ไม่นานนัก ความทรงจำมากมายก็พรั่งพรูเข้าสู่สมองของเธอ

นี่คือความทรงจำกว่า 30 ปีของเจ้าของร่างเดิม

เจ้าของร่างเดิมชื่อไป๋อันหนิง เธอเกิดในหมู่บ้านกลางหุบเขาที่ผู้คนต่างซื่อสัตย์และโอบอ้อมอารี ทำให้ไป๋อันหนิงเติบโตมาเป็นคนที่มีนิสัยอ่อนโยนและมีเมตตา

ไป๋เต๋อเซิ่งผู้เป็นบิดา และจางเย่วเหมยผู้เป็นมารดาล้วนเป็นคนดีทั้งคู่

ทั้งสองคนมีอายุเกือบ 30 ปีถึงได้ให้กำเนิดไป๋อันหนิง และหลังจากนั้นก็ไม่มีลูกอีกเลย พวกเขาจึงรักและถนอมเธอปานแก้วตาดวงใจ

ไป๋เต๋อเซิ่งมีฝีมือในการปลูกแตงที่ยอดเยี่ยม ทำให้ครอบครัวไป๋พอจะมีฐานะอยู่บ้าง ไป๋อันหนิงจึงเติบโตมาอย่างมั่งคั่งและไม่เคยต้องลำบากเลยแม้แต่น้อย

หากชีวิตดำเนินต่อไปเช่นนี้ เธอคงจะมีชีวิตที่สงบสุขและอุดมสมบูรณ์ไปตลอดชีวิต

แต่น่าเสียดาย... ทุกอย่างกลับพังพินาศลงเพราะคนเพียงคนเดียว!

*จิ้นซื่อ (บัณฑิตเอก)

จบบทที่ บทที่ 43 ฉันไม่ต้องการพรแบบนี้! (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว