เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 385 โมเดลธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ

บทที่ 385 โมเดลธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ

บทที่ 385 โมเดลธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ


วอลมาร์ตเองก็ไม่ใช่แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นของประเทศอเมริกาเพียงเดียว แต่มาตรฐานของพวกเขานั้นเหมือนกันทุกสาขาทั่วทั้งโลก

มันแสดงได้ถึงโมเดลธุรกิจที่ทำขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพมาก

การบริการของพนักงานในวอลมาร์ตเองก็อยู่เกณฑ์ที่ดีเยี่ยม แม้ว่าซูข่านจะเคยเห็นการบริการจากร้านค้าหรือสถานที่ต่างๆมากมาย แต่ในห้างซูเปอร์มาร์เก็ตเขาไม่คิดเลยว่าจะได้รับการบริการที่ดีเช่นนี้

พวกเขาปฏิบัติกับลูกค้าราวกับเป็นพระเจ้าจริงๆ พนักงานทุกคนก็แต่งตัวเรียบร้อย ภายในร้านก็ทำความสะอาดอย่างดี

เรียกได้ว่าแทบไม่มีคู่แข่งคนไหนที่สามารถจัดการและทำได้แบบวอลมาร์ตแล้ว มีคู่แข่งที่พยายามลอกเลียนสไตล์แบบวอลมาร์ตมากมาย

แต่สุดท้ายก็ไม่มีเจ้าไหนเลยที่รักษามาตรฐานได้ ส่วนใหญ่พวกที่เลียนแบบก็มักจะทำได้แค่ไม่กี่สาขาเท่านั้น

ยิ่งมีสาขามากก็ยิ่งควบคุมลำบาก ต้องชื่นชมผู้บริหารและโมเดลธุรกิจวอลมาร์ตอย่างมากที่รักษาเรื่องนี้เอาไว้ได้ จริงๆก็มีซูเปอร์มาเก็จจากจีนพยายามจะเลียนแบบอยู่เหมือนกัน

แต่ซูข่านก็ไม่ค่อยชอบการบริการซูเปอร์มาเก็ตนี้สักเท่าไหร่นัก มันไม่ค่อยเหมาะกับการพัฒนาของห้างคาร์ฟูร์

ยังไงก็ตามซูข่านวางแผนที่จะให้ห้างคาร์ฟูร์กลายเป็นซูเปอร์มาร์ตเก็ตอันดับ 1 ในประเทศอยู่แล้ว เขาไม่ได้ต้องการที่จะจมอยู่กับที่หนานจิงอย่างเดียวหรอก

แต่อย่างน้อยก็ต้องมีโมเดลธุรกิจที่แน่ชัดเสียก่อนถึงจะขยายสาขาออกไปได้ ไม่อย่างงั้นก็ไม่สามารถควบคุมมาตรฐานของพนักงานหรือการบริการในห้างได้

ที่เหมาะกับห้างคาร์ฟูร์ที่สุดก็หนีไม่พ้นวอลมาร์ต ซูข่านจำได้แค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นจากห้างนี้ สุดท้ายแล้วก็ต้องนำอย่างอื่นมาปรับใช้ให้กับเข้ากับประเทศจีนอยู่ดี

สิ่งเหล่านี้จะต้องกลายเป็นข้อบังคับที่พนักงานทุกคนในห้างคาร์ฟูร์จะต้องปฏิบัติตาม

"ครับพี่สาม ผมจะรีบไปจัดการเรื่องเอกสารเดินทางของผมทันที"

เสี่ยวเว่ยพูดอย่างรวดเร็ว

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

จากนั้นทั้งสามคนก็คุยกันต่อสักพักก่อนที่จะแยกย้ายกันไป เสี่ยวเว่ยต้องเตรียมตัวเรื่องเอกสารและการเดินทางไปอเมริกา ส่วนซู่เฟิงนั้นต้องไปหาสถานที่เหมาะสมกับการสร้างคาร์ฟูร์สาขาที่สอง

"หมิงเจียง!!"

ซูข่านตะโกนไปยังข้างนอกตัวบ้าน ไม่นานซงหมิงเจียงก็เดินเข้ามา

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงพูดด้วยความเคารพ

"ติดต่อสูเจิ้งเหมาให้หน่อย บอกเขาให้บอกจางหม่านเตรียมเอกสารสำหรับให้เสี่ยวเว่ยเดินทางไปอเมริกาที"

"ครับ"

ซงหมิงเจียงพยักหน้าและเดินออกจาห้องไป

ทุกวันนี้การขอวีซ่าเข้าประเทศอเมริกานั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ถ้าหากมีคำเชิญจากรัฐบาลหรือไม่ก็บริษัท ทุกอย่างจะดำเนินการได้อย่างรวดเร็วทันที

บางคนยังขอวีซ่าตั้ง 2 ปีแล้วไม่ได้ไปเลยก็มี

จางหม่านที่อยู่ที่เซียงเจียงสามารถติดต่อหลี่เสว่เอ๋อที่อยู่ที่อเมริกาได้โดยง่าย ให้ทางหลี่เสว่เอ๋อทำเอกสารเชิญในนามของบริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านมาจะง่ายกว่า

แค่ยื่นสิ่งนี้ไปพร้อมกับเอกสารนิดหน่อยก็สามารถออกวีซ่าเข้าประเทศได้แล้ว ยิ่งเป็นบริษัทใหญ่ยิ่งไม่มีการตรวจสอบอะไรเยอะเลย

ในหนึ่งสัปดาห์ต่อมา วีซ่าของเสี่ยวก็ได้รับการอนุมัติเรียบร้อย ด้วยเอกสารที่บริษัทเฉียนฟ่านออก ทำให้ทุกอย่างดูรวดเร็วไปหมด ถ้าคนทั่วไปอาจจะใช้เวลาหลายเดือนก็ได้

ส่วนลี่ซีที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของซูข่าน ตอนนั้นที่เธอได้วีซ่าเร็วก็เพราะว่าเป็นเอกสารจากทางมหาวิทยาลัย

ซูข่านคิดไม่ผิดจริงๆที่ให้จางหม่านไปจัดตั้งบริษัทขึ้นที่นั่น มันสามารถทำอะไรได้สะดวกมากมายหลายอย่าง

อากาศเริ่มที่จะอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย ซูข่านเลยเลือกที่จะออกไปเดินเล่น บ้านเมืองหนานจิงในสมัยก่อนมันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

บรรยากาศแบบนี้จะค่อยๆเริ่มหายไปเมื่อเวลาผ่านไป น่าเสียดายจริงๆที่เด็กรุ่นหลังจะไม่ได้สัมผัสกับอะไรแบบนี้

"พี่สามอยู่บ้านไหมคะ!!"

ทันทีที่ซูข่านกลับมาและกำลังจะชงชาเพื่อดื่ม เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยของหลี่ชิงเยว่จากหน้าบ้าน

เสียงที่แหลมและดังขนาดนั้นจะต้องเป็นเสียงของหลี่ชิงเยว่ไม่ผิดแน่ ซูข่านนึกถึงใบหน้าที่กลมของเธอขึ้นมาทันที

หลี่ชิวเยว่เป็นผู้หญิงที่ไม่เคยอวดเก่งหรืออวดรู้อะไรเลย ตั้งแต่โรงเรียนรอบหนานจิงสร้างเสร็จเธอก็ยินดีที่อาสาตัวเองไปสอนที่โรงเรียนเหล่านั้น

ซูข่านชอบนิสัยตรงนี้ของเธออย่างมาก จากนั้นเขาก็บอกให้ซงหมิงเจียงไปเปิดประตูให้กับเธอ

ซงหมิงเจียงได้เดินออกไปและเปิดประตู เขาเห็นหลี่ชิงเยว่กับจ้าวชิงชิงยืนอยู่

"พี่สามอยู่ที่ห้องรับแขกครับ"

ซงหมิงเจียงพูดกับทั้งสองคนช้าๆ

"ขอบคุณมากค่ะพี่หมิงเจียง"

หลี่ชิงเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเธอก็ไปกระซิบกับจ้าวชิงชิง

"พี่สามอยู่ในห้องรับแขกล่ะ"

"ฉันได้ยินแล้ว"

จ้าวชิงชิงหน้าแดงขึ้นมาและเอามือไปตบที่แขนของหลี่ชิงเยว่เบาๆ

เธอกลัวซูข่านจะโกรธพวกเธอเรื่องที่พวกเธอไม่ได้มาหาซูข่านเลยในวันตรุษจีนที่ผ่านมา เนื่องจากเฒ่าหลี่ได้เดินทางไปประเทศพม่า เธอเลยไม่รู้จะมาที่บ้านซูข่านเนื่องในโอกาสอะไรเหมือนกัน

"เธอกลัวพี่สามงอนเหรอ?"

หลี่ชิงเยว่ถามด้วยรอยยิ้ม

"บ้าน่า แันจะกลัวพี่สามงอนทำไมกัน?"

จ้าวชิงชิงส่ายหัวอย่างรวดเร็วและรีบเดินเข้าไปในบ้าน

เมื่อทั้งสองคนมาถึงห้องรับแขก พวกเธอก็เห็นซูข่านกำลังนั่งจิบชาอยู่ด้วยความสบายใจ จ้าวชิงชิงรู้สึกว่าบรรยากาศที่อยู่รอบๆซูข่านนั้นแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด

เธอรู้เลยว่าระยะห่างระหว่างเธอกับซูข่านนั้นไกลมากขึ้นเรื่อยๆ

"มหาลัยเปิดเทอมแล้วงั้นเหรอ? เป็นยังไงบ้างล่ะ?"

ซูข่านหันไปมองทั้งสองคนและถามด้วยรอยยิ้ม

"เปิดแล้วค่ะพี่สาม เปิดหลังจากตรุษจีนได้ไม่นานเอง"

"อีก 2 อาทิตย์พวกฉันก็จะเรียนครบ 1 เดือนแล้ว"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า

"นั่งลงก่อนสิ"

"เอ่อ…"

จ้าวชิงชิงส่ายหัวอย่างรวดเร็วและพูดว่า

"ฉันมาที่นี่..ก็อยากจะเลี้ยงอะค่ะ"

"หื้ม?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่แน่ใจว่าไม่ได้ยินเสียงของจ้าวชิงชิงไม่ชัดหรืออะไรกันแน่

"โถ่ว"

หลี่ชิงเยว่ถอนหายใจออกมาก่อนจะขยายคำพูดของจ้าวชิงชิง

"ชิงชิงได้เรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยชิงหวาแล้วค่ะ เธอเลยอยากจะเชิญพี่สามไปทานมื้อค่ำด้วยกันเพื่อฉลอง"

"ได้เรียนต่อปริญญาโทแล้วงั้นเหรอ? ยินดีด้วย"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

ก่อนหน้านี้จ้าวชิงชิงได้มาปรึกษาซูข่านเกี่ยวกับอนาคตของเธอเอง ตอนั้นซูข่านก็แนะนำให้เธอลองไปคุยกับมหาวิทยาลัยเรื่องการศึกษาต่อปริญญาโท และดูเหมือนว่ามหาวิทยาลัยเองคงจะรับเธอทันทีเลยด้วย

ในอนาคต ประเทศจีนจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับวุฒิการศึกษามากขึ้น ถ้าจ้าวชิงชิงสามารถเรียนจบปริญญาโทด้วยอายุแค่นี้ได้ บอกได้เลยว่าอนาคตของเธอจะไปได้ไกลมากๆ

เมื่อเห็นรอยยิ้มซูข่าน หัวใจของจ้าวชิงชิงก็เต้นผิดจังหวะเล็กน้อย

จบบทที่ บทที่ 385 โมเดลธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ

คัดลอกลิงก์แล้ว